xs
xsm
sm
md
lg

คนทำติดคุก 1 ปี คนเจ็บติดคุกตลอดชีวิต!! “คดีน้องการ์ตูน” สะท้อนช่องโหว่กฎหมายไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แม่น้องการ์ตูน สะท้อนช่องโหว่กฎหมายไทย เอื้อต่อผู้กระทำความผิด มากกว่าเหยื่อ หัวหน้าครอบครัวต้องตาย ลูกสาวต้องป่วยติดเตียง ใช้ชีวิตเหมือนคนติดคุกตลอดชีวิต ทั้งที่คู่กรณีติดคุกแค่ปีเดียว แถมยังออกมาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

ไม่ยุติธรรม ครอบครัวเหมือนติดคุกตลอดชีวิต

เป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง กรณี “น้องการ์ตูน-นราศิริ ศักดิ์สืบพันธ์” เด็กหญิงผู้ถูกรถกระบะเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านสเต็ก ปากซอยเอกชัย 119

ผ่านไป 7 ปี กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง คุณแม่ต้องคอยดูแล คนผิดรับโทษติดคุก 1 ปี ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว ขณะที่ศาลสั่งให้ชำระค่าเสียหาย แต่อีกฝ่ายโพสต์เย้ยไม่จ่ายให้ เพราะอีกไม่นานคดีก็จะหมดอายุความ

เพื่อสะท้อนถึงความยุติธรรม ทีมข่าว MGR Live จึงได้ติดต่อไปยัง “ศรัญญา ชำนิ” คุณแม่น้องการ์ตูนอีกครั้ง เพื่อสะท้อนช่องโหว่ของกฎหมาย โดยเธอเองก็บอกว่า คนติดคุกออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ลูกสาวต้องอยู่อย่างทุกทรมานเหมือนติดคุกตลอดชีวิต

“มันไม่ยุติธรรมอยู่แล้วค่ะ ถึงเขาจะติดคุก 1 ปี หรือ 10 ปี มันก็ไม่ยุติธรรมกับเรา เพราะน้องก็เหมือนติดคุกตลอดชีวิตอยู่แล้ว เขายังได้ติดคุกตั้ง 1 ปี ทำความผิด ทำสิ่งร้ายๆ กับครอบครัวเรา แต่เขาออกมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไป  แต่กลับกลายเป็นว่าเราก็คือไม่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้นตลอดไป จนน้องหมดลมหายใจค่ะ

ไม่ต้องถามหาน้ำใจเขาหรอกค่ะ จริงๆ แล้วน้ำใจคนเราเขามีมากมีน้อย เขามาคุยกับเราได้ เขารู้ช่องทางเราทุกอย่าง เพราะขนาดคนอื่นเขาไม่รู้จักเรา เขายังหาช่องทางที่จะติดต่อเรา แต่นี่เขาไม่เคยติดต่อเรามาเลย

คำขอโทษไม่มี ไม่เคยมาเยี่ยมน้องแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยไปงานศพ ออกจากคุกมาก็ใช้ชีวิตปกติ แต่เราทำอะไรเขาไม่ได้”


คำว่ากฎหมายไม่ยุติธรรม หรือกฎหมายมีช่องโหว่ มักจะได้ยินบ่อยมากในสังคม แน่นอนว่า เมื่อเทียบกับคดีของตัวเอง แม่น้องการ์ตูนก็มองว่า กฎหมายเอื้อต่อผู้กระทำความผิด มากกว่าเหยื่อด้วยซ้ำ

“ถามว่า กฎหมายดีไหม ดีค่ะ แต่กฎหมายมีช่องโหว่ แต่เป็นช่องโหว่ที่ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดมากกว่าช่วยเหลือเหยื่ออย่างเรา

คนกระทำความผิดจำคุกมาแล้ว ก็ออกมาเปลี่ยนแปลงใช้ชีวิตใหม่ได้ เริ่มต้นใหม่ได้ แต่คนที่เป็นเหยื่อไม่เคยทำอะไรผิด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต หรือเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว อันนี้มันคือช่องโหว่ของกฎหมายค่ะ”

คดีนี้เป็นคดีดัง ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 คนในสังคมก็มองว่าผู้ได้รับความเสียหายก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคู่กรณีอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนคุณแม่น้องการ์ตูนเองก็บอกกับเราว่า ตามกฎหมายก็คิดว่ายุติธรรมสำหรับศาล แต่ในความเป็นมนุษย์มันไม่ได้เรียกว่าความยุติธรรม

“ตามกฎหมายก็คิดว่ายุติธรรมสำหรับศาล ศาลสั่งอะไร เราก็ต้องเชื่อเขา แต่ถ้าความเป็นจริง ในความเป็นมนุษย์มันไม่ได้เรียกว่าความยุติธรรม คนที่เขามีความเป็นมนุษย์ เขามีสามัญสำนึกหมด แต่คนแบบนี้ไม่มีสามัญสำนึก มันไม่ยุติธรรมกับใครก็แล้วแต่ที่เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว คนประเภทแบบนี้ต้องเรียกว่า อมนุษย์ ดีกว่าค่ะ

ปีนี้เข้าปีที่ 8 แล้วค่ะ ต้องบอกก่อนว่า ศาลสั่งตัดสินไม่ได้ช้า คือ เร็วมาก เรื่องเกิดปี 57 ตัดสินปี 59 แต่กระบวนการยุติธรรมคือ หลังจากศาลสั่งมาแล้ว 6 ล้านบาท ที่ให้จ่ายน้อง ก็คือ เราไม่ได้จากคู่กรณีเลย แล้วเราต้องดำเนินเรื่องเองทุกอย่าง ต้องสืบทรัพย์เอง เราต้องจ้างทนายไปสืบทรัพย์เอง สมมติถ้าเราสืบเจอเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มีมูลค่า เราก็ต้องแจ้งทางกรมบังคับคดีให้ไปยึดเก้าอี้เขาตัวนั้น พอกรมบังคับคดีขายได้ 200 บาท ถึงจะเอาเงินนั้นมาให้เรา

แต่ในกรณีนี้เราไปสืบมาแล้ว ได้ประมาณ 1 ปี แล้วพี่ทนายก็ขอยกเลิกถอดถอนการเป็นทนายสืบทรัพย์ บอกว่า ให้เก็บเงินไว้ดูแลน้อง คือ เขาไม่มีทรัพย์ให้สืบ อายุความมันตั้งแต่ปี 59 ก็คือ จบปี 69 ก็คือ เป็นเวลา 10 ปี ตอนนี้มันเหลือระยะเวลาในการสืบทรัพย์อีก 4 ปี”


ดิ้นรนดูแลลูก จนวันสุดท้ายของชีวิต

อีก 4 ปี นับจากนี้ ก่อนที่คดีจะหมดอายุความ คุณแม่ก็ยอมรับว่า มีความหวังเล็กๆ ว่า จะได้รับการชดเชยไม่มากก็น้อย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแรงกดดันจากสังคมจะเป็นอีกช่องทางช่วยน้องการ์ตูนได้อีกแรง

“จริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้มีความหวังนะคะ แต่พอดีว่าได้คุยกับอาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม (ผู้ตรวจการอัยการ) ก็มีช่องทางแนะนำไปในทางที่เราไม่รู้ ก็คือ ทางอาจารย์จะช่วยอีกทางหนึ่ง อาจารย์ก็บอกว่าเราลองทำให้ครบ 4 ปี ถ้ามันไม่ได้มันก็คือไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่ลองทำ ไม่ลองสืบเลย เขาก็จะอยู่แบบชีวิตสุขสบายอย่างนั้นตลอดไปนะ อย่างน้อยให้เขารู้สึกว่า มันมีแรงกฎดันจากคนรอบข้างที่เขาพยายามช่วยเรื่องของน้องการ์ตูน

แม่หวัง แต่แม่คงไม่หวังถึง 6 ล้านหรอกค่ะ แม่หวังว่าอย่างน้อยก็คงได้จากเขาอาจจะได้สัก 100-200 บาท ก็ถือว่าเขายังชดใช้ ถึงจะไม่มากมายก็เถอะ แค่ให้เขามีสามัญสำนึกบ้างแค่นั้นเองค่ะ”

โดยเบื้องต้นตอนนี้ คุณแม่ได้เล่าถึงอาการน้องการ์ตูนให้ฟังว่า หลังจากผ่าตัดครั้งล่าสุด ตอนนี้ต้องเข้าพบแพทย์ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบดูอาการ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ก็พยายามดิ้นรนทุกวิถีทาง ทำทุกอย่างที่ได้เงิน เพื่อมาดูแลลูกจนวันสุดท้านของชีวิต เพราะค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนก็หนักพอสมควร ทั้งต้องพาน้องการ์ตูนไปโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำอีกด้วย


“น้องเพิ่งผ่าตัดสะโพกมาได้ 2 สัปดาห์ค่ะ ตอนนี้อยู่บ้าน แล้วก็พบหมอทุก 2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าแผลผ่าตัดกับกระดูกจะสมานกันเมื่อไหร่ ต้องพบคุณหมอเพื่ออัปเดตอาการน้องตลอดเวลาเกี่ยวกับการผ่าตัด เดือนหน้าก็มีไปอัปเดตอาการน้อง แล้วก็มีผ่าตัดเปลี่ยนตรงช่องคอน้องใหม่อีกรอบหนึ่ง

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าปกติ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาใช้เดือนละ 5 หมื่นตลอด แต่ถ้าช่วงไหนที่ต้องเข้าโรงพยาบาล มีผ่าตัด มีทำอะไรเพิ่มเติมมันก็ต้องใช้เงินเยอะขึ้น เพราะว่าบัตรคนพิการมันไม่ได้รองรับทุกอย่าง อันนี้เราผ่าตัดที่โรงพยาบาลรัฐบาลนะคะ เงินเราเองทั้งหมด

ทุกวันนี้ก็ขายร้านสเต็กร้านหนึ่ง เปิดร้านกะเพรา ขายน้ำพริกในออนไลน์ ทำทุกอย่างเพื่อเป็นเงินที่จะมาดูแลน้อง จนวันสุดท้าย”


ไม่เพียงเท่านี้คุณแม่ยังบอกอีกว่า ในอนาคตไม่อยากตายก่อนลูก เพราะเชื่อว่าไม่มีใครดูแลลูกได้ดีเท่าคนเป็นแม่ได้อีกแล้ว

“แม่วางชีวิตไว้ในอนาคตอยู่แล้ว อันนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นหลักธรรมชาติ คุณตาคุณยายช่วยดูน้องอยู่ตอนนี้ แต่ว่าคุณตาคุณยายก็แก่มาก ถ้าวันหนึ่งคุณตาคุณยายไม่อยู่ ก็เหลือคุณแม่กับน้อง แล้วถ้าวันหนึ่งแม่ไม่อยู่ ใครจะดูแลน้อง ไม่มีใครดูแลน้องได้ดีเท่าแม่ ก็เลยรู้สึกว่า ถ้ารู้ว่าแม่ป่วย กำลังจะตาย แม่คงให้น้องไปก่อนแล้วแม่ถึงตายตาหลับได้”

สุดท้ายยังฝากถึงคนที่ทำให้ครอบครัวต้องมาเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต ว่า ทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ควรมีสำนักรับผิดชอบมากกว่านี้

“จริงๆ แม่ไม่มีอะไรที่จะฝากถึงเขาแล้ว เพราะทุกอย่างมันพูดแล้ว เขาน่าจะรู้สึกได้อยู่แล้ว ว่าเขากระทำเรายังไง แต่แค่เขาไม่เคยรู้สึก รู้สึกตัวสักเสี้ยวเดียวในวินาทีในใจเขา เขาไม่เคยคิดถึงสิ่งที่เขากระทำ ฝากบอกไปก็เท่านั้นค่ะ คนไม่สำนึกมันก็ไม่สำนึก

จริงๆ ความยุติธรรมมันมีในโลก แต่มันอยู่ที่บุคคลที่เข้าใจ และสื่อสารได้ว่า คำว่ายุติธรรมมันคืออะไรเท่านั้นเอง อย่างน้อยก็ฝากขอบคุณสังคมที่ช่วยเป็นแรงสนับสนุนน้องการ์ตูน แล้วก็เป็นกำลังใจให้น้องกับแม่มาตลอด”

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ร้านสเต็กคุณแม่การ์ตูน Mother's Grill Steak Houseย่างด้วยรัก หมักด้วยใจ”
ข่าว : MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **







กำลังโหลดความคิดเห็น...