เปิดใจ “ซาร่า คาซิงกินี” คุณแม่ลูกสอง กับเคล็ดลับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ หวังให้ลูกได้ดื่มนมแม่ไปเรื่อยๆ เท่าที่จะทำได้ พร้อมตอบทุกกระแสดรามา “เซ็นรับรองบุตร” ยอมรับ เคยเครียดหนักจนน้ำนมหด!
ฝ่าดรามาเซ็นรับรองบุตร
“เราก็โอเคนะคะ เราได้อยู่กับลูก ได้มีความสุข อะไรที่เป็นดรามา เครียด เราก็พยายามเก็บไว้ส่วนลึก ไม่อยากหยิบมาคิดมา แต่ก็ทิ้งไม่ได้มันเป็นเรื่องของลูก แค่เราต้องมีสติและวางแผนดีๆ เรื่องอนาคตลูกค่ะ”
ซาร่า คาซิงกินี นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี เปิดใจกับผู้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของตน หลังต้องเผชิญเรื่องราวที่ถาโถมเข้ามา ในฐานะ Single Mom ของ น้องแม็กซ์เวลล์ ลูกชายวัย 6 ขวบ และ น้องเอมมิลี่ ลูกสาววัย 5 เดือน โดยเธอได้อัปเดตประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ นั่นก็คือเรื่องของการเซ็นรับรองบุตร ตลอดจนพูดคุยถึงประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกน้อยทั้งสองแบบหมดเปลือก
“(เรื่องการเซ็นรับรองบุตร) ตอนนี้ก็อยู่ในชั้นศาลค่ะ ซาร่ายังไม่สามารถให้คำตอบหรือสรุปอะไรได้ขนาดนั้น เพราะเป็นเรื่องของชั้นศาล มันเหมือนยังอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ย เดี๋ยวรอติดตามดู
(น้องแม็กซ์เวลล์) ไม่ได้รับรู้ขนาดนั้นค่ะ ที่เขาจะต้องรับรู้บ้างอาจจะเป็นเรื่องชีวิตเขาที่ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ถึงขนาดเรื่องในศาล เราก็ไม่ได้บอกลูก คนในบ้าน คนรอบข้างก็ไม่ได้บอกลูก คิดว่าวันหนึ่งโตขึ้นเขาก็ต้องเห็นจากข่าว แต่สิ่งแรกที่จะต้องรับรู้คือความจริงจากเราก่อน แต่ก็ต้องดูช่วงอายุ ดูความเข้าใจเขา อยากให้เขารู้จากปากแม่ ยังไงเขาก็ต้องมีคำถามอยู่แล้ว
เรารู้ว่าอะไรจริงไม่จริง เป็นคนมีความรู้สึกหรือแคร์กับคนในบ้านมากกว่า คนในบ้านเรามีแต่ความรัก มีแต่คำชื่นชม มีแต่กำลังใจ ครอบครัวเราแข็งแรง เวลาอะไรเข้ามามันเหมือนสะท้อนออกไปหมดเลย เพราะฉะนั้นจะไม่ค่อยมีปัญหากับกระแสจากข้างนอกค่ะ คนในครอบครัวเราแฮปปี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร”
หลังเคลียร์ประเด็นดรามาจบไป ก็มาถึงเรื่องราวความน่ารักของบ้านนี้กันบ้าง คุณแม่ซาร่าก็เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ใช้โซเชียลมีเดียหลากหลายช่องทางทั้งเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม เพื่ออัปเดตความน่ารักของลูกๆ ให้แฟนคลับได้ติดตามกัน และล่าสุดกับเล่น TikTok ในชื่อบัญชี @sarah_casinghini ที่มีการพาสาวน้อยเอมมิลี่มาเต้น ก็มีผู้เข้ามาชมความน่ารักของคลิปวิดีโอนั้นไปแล้ว 3 ล้านกว่าครั้ง!
“ตอนแรกเราก็ไม่ได้เล่นจริงจังนะ แม็กซ์เวลล์ชอบเข้าไปฟังเพลง เขาเห็นแล้วก็บอกว่าน่ารัก แม่ทำอย่างนี้กับน้องดีมั้ย เราเห็นคนอื่นเล่นแล้วดูน่ารัก เราก็เลยชวนพี่แม็กซ์ พาน้องมาเต้น คลิปเต้นกับเอมมิลี่ ยอดวิวล่าสุด 2 ล้านกว่าภายในวันเดียว เราก็ตกใจ น้องก็ยังเบบี๋ เราก็จับน้องโยกแค่นั้น มีคนเข้ามาดูน้องเรื่อยๆ คนก็เข้ามาดูเยอะ เราก็เริ่มสนุก
แล้วเราก็ชอบแต่งตัวให้ลูก มันสนุก ถ้าไม่แต่งตอนนี้มันจะผ่านไปแล้ว เราเป็นสายเทศกาลอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนแม็กซ์เวลล์แล้ว พอมาเป็นเอมมิลี่ก็จับรวมเป็นเซตกันเลย มันก็เป็นโมเมนต์ที่ย้อนกลับมาดูแล้วมันน่ารัก มีบางชุดของแม็กซ์เวลล์เราเก็บไว้ แม็กซ์เวลเขารู้ว่าแม่ชอบแต่งตัว แม่สายรีวิว เขาจะรู้เลย อันนี้แม่รีวิวใช่มั้ย เราต้องใส่ถ่ายกัน ถ่ายเสร็จเขาก็ถาม “แม็กซ์เป็นเด็กดีใช่มั้ยแม่” เหมือนจะรู้ว่าจะได้อะไร ขนมนมเนย (หัวเราะ)”
ลูกแข็งแรงด้วยนมแม่ล้วน
“เอมมิลี่อายุ 5 เดือนแล้วค่ะ คนคิดว่า 6-7 เดือน ตอนนี้น่าจะ 8-9 กิโลฯ ได้ กินจุ เราก็จะเรียกลูกเราหมูอ้วน เน้นเต้าเป็นหลักค่ะแต่ก็ปั๊มสต๊อกไว้บ้าง เวลาเราต้องออกไปทำงานเพราะเขาจะได้มีนมแม่ไว้กิน แต่ไม่มีนมผง เพราะลูกคนโตเราก็ให้นมแม่ 4 ปีเต็ม มันโชคดีตรงที่ว่าซาร่าไม่ศัลยกรรม ไม่จิ้มไม่ฉีด เราเป็นคนกลัวเข็มมาก มันเลยไม่มีอุปสรรคในการให้นมลูก (4 ปี) แป๊บเดียวนะคะ เรารู้สึกเหมือนมันนาน วันเวลามันผ่านกับลูกไปทุกวันจนเราชิน”
สำหรับเคล็ดไม่ลับที่ทำให้น้องน้องแม็กซ์เวลล์ และน้องเอมมิลี่ มีพัฒนาการที่แข็งแรงสมวัยนั้น มาจากการที่คุณแม่คนสวยเลี้ยงลูกด้วยนมจากอกล้วน โดยเฉพาะผู้เป็นพี่ที่ดื่มนมแม่จนถึงอายุ 4 ขวบกันเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้น หนุ่มน้อยแม็กซ์เวลล์ยังแบ่งเบาภาระแม่ ด้วยการช่วยเลี้ยงน้องอีกด้วย
“พี่ชายเขาก็อยากช่วยเลี้ยงน้อง ด้วยความที่ช่วงอายุเขาต่างกัน เขาก็เริ่มดูแลตัวเองได้แล้ว อย่างเราจะอาบน้ำ ก็ฝากเข้าไว้กัน 2 คน แต่ก็จะโผล่หน้ามาเช็กดูว่าโอเคใช่มั้ย ตอนที่อยู่กัน 2 คน เขาก็ถามเราว่าตอนที่แม่เลี้ยงแม็กซ์ ใครช่วยแม่ ก็บอกที่บ้านเรามีพี่ป้าน้าอา แล้วเขาก็ถามว่าไปไหน ให้แม็กซ์ทำคนเดียว (หัวเราะ) เวลาเราอยู่กับที่บ้าน ครอบครัวใหญ่ช่วยกัน แต่เวลาอยู่กรุงเทพฯ เราจะมาแค่ 2 คน เขาก็จะช่วยหยิบจับ แต่เขาก็แฮปปี้ที่จะทำนะคะ
แต่แม็กซ์เวลล์จะเลี้ยงยากกว่า 3 เดือนแรกที่เราไม่ได้นอน จำได้ที่หนักสุดคือ 4 ทุ่มถึง 7 โมงเช้า โดยที่ไม่สามารถวางลงที่นอน เราอุ้มไปแล้วน้ำตาไหล เหมือนเขาไม่ยอมให้วาง เขาไม่ยอมนอน เป็น 3 เดือนแรกที่เรารู้สึกว่าโหดมาก พอผ่านมาได้ก็ชิลค่ะ ส่วนเอมมิลี่ไม่มีเลย
แม็กซ์เวลล์ตอนนี้ถ้าตีก็ประมาณประถม 1 ค่ะ เขาค่อนข้างจะเก่งค่ะ เขามีความสนใจทางด้านเลข แล้วเขาก็จะเป็นเด็กเฟรนด์ลี่ ชอบช่วยเหลือ ผู้ปกครองคนอื่นก็จะมาคุยกับเรา เวลาเขาไปโรงเรียนจะชอบเอาขนมไปให้เพื่อน เพื่อนหกล้ม หรือไม่สบาย เขาก็จะพาไปห้องพยาบาล เขาจะเป็นเด็กที่มีความรักในตัวเองเยอะ ก็จะส่งมอบไปให้คนรอบข้าง
เวลาเราพาเขาไปต่างจังหวัด ไปหาคนที่ไม่มี เราก็จะพาเขาไปแบ่งปัน เราปลูกฝังให้เขาเห็นตั้งแต่เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนเราก็จะให้เขาตักบาตรทุกเช้า เขาก็จะถาม “ทำไมเราต้องทำอย่างนี้แม่ เอาข้าวให้พระเหรอ” เราก็สอนเราต้องแบ่งปัน นี่คือการทำบุญ คือการให้นะลูก เขาก็เหมือนซึมซับตั้งแต่เด็ก เวลาทำอะไรก็ไม่หวง เขาก็จะแชร์ตลอด”
และด้วยความที่เป็นคุณแม่ยังสาว จึงทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าเธอนำวิธีเลี้ยงหรือสอนลูกจากไหน ซาร่าให้คำตอบว่า ศึกษาการเลี้ยงลูกจากแพทย์และนำการเลี้ยงดูจากที่บ้านมาประยุกต์ใช้
“เราเป็นคนที่อยากมีลูก อยากมีครอบครัว เพราะฉะนั้นเราอ่านหนังสือเยอะมากเลยค่ะ ติดตามเพจของแพทย์ แล้วก็เอามาปรับใช้ เพราะบางอย่างมันอาจจะไม่ได้ถูกกับเรา มันก็ต้องลองผิดลองถูกซึ่งมันไม่ผิด เรียนรู้กันทุกๆ วัน เรารู้วิธีที่มันดีมากขึ้นและปรับใช้ได้ทั้ง 2 คนค่ะ
และอันนี้เป็นทริกที่บ้านซาร่า ประมาณว่าเด็กโตจะมีความรู้สึกมากกว่าเวลามาหาเราก็จะบอกทุกคนให้ทักแม็กซ์เวลล์ก่อน ให้ปฏิบัติกับเขาก่อน เพราะเขาโตพอที่จะรับรู้ แล้วพอเขาเต็มเติม ทุกคนรักเขา พอเขามีเยอะเขาก็อยากแบ่งไปให้น้อง ทุกครั้งเวลาที่เราจุ๊บเขา เขาก็จะ “แม่จุ๊บน้องด้วยสิ น้องก็อยากได้นะ แม่รักน้องสิ”
ล่าสุด เขาก็บอกให้แม่เกี่ยวก้อยสัญญาว่า “แม่ต้องให้นมน้องไปนานๆ นะ แม่ห้ามดุน้องนะ น้องเป็นเบบี๋” แล้วก็เกี่ยวก้อยกัน เขารักน้องมาก เราอยู่ใกล้ชิดเขาตลอดเวลา เราให้นมเขามา 4 ปี ไม่เคยห่างจากอก เวลามีกิจกรรมโรงเรียนเกี่ยวกับเขา เราอยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลา”
ยอมรับ เคยเครียดจนน้ำนมหด!
“จริงๆ ก่อนหน้านี้เรามีปัญหา เราเพิ่งคลอดลูก ช่วง 3 เดือนแรก เป็นช่วงที่แม่ควรเอาลูกขยันเข้าเต้าเพื่อกระตุ้นน้ำนม แต่ตอนนั้นย้อนกลับไปเหมือนเรามีเรื่องมีราวที่ตามกระแสสังคมเห็น มันก็เลยทำให้เราไม่ได้อยู่กับลูก บินกรุงเทพฯ ไปภูเก็ต บินไปบินมา มาปรึกษาทนาย ด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันทำให้ลูกไม่ถูกกระตุ้นเข้าเต้า
แล้วเราต้องมาปั๊มแทน ต้องมีวินัย แต่เหมือนเรื่องราวมันเยอะ ทำให้เราตกรอบ ขาดวินัย ก็เริ่มเครียด พอเครียดเสร็จน้ำนมก็เริ่มหดหาย พอมันมีข่าวใหญ่โต มีวันหนึ่งที่เราโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าน้ำนมหด ตอนนั้นเราเครียดมาก ไม่ได้แล้ว แม็กซ์เวลล์ยังได้กินนมตั้งหลายปี เอมมิลี่ก็ต้องได้กิน”
ซาร่ายอมรับว่า จากกระแสดรามาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่หลังคลอดแบบเธอนั้น ทั้งความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เธอมีอาการ “น้ำนมหด” ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้เป็นแม่ ทำให้ลูกสาวตัวน้อยไม่มีนมแม่ดื่ม เธอจึงต้องทำทุกวิธีทางเพื่อให้น้ำนมกลับมาเป็นปกติให้ได้
“เราก็ลองทำอะไรที่เขาบอก ต้มขิง สมุนไพรต่างๆ เราลองทุกวิถีทางแล้ว น้ำนมก็ไม่มา มันเป็นเรื่องใหญ่มากนะคะถ้าลูกเราไม่ได้กินน้ำนม ก็เลยตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กเผื่อจะมีคนให้คำแนะนำ จนกระทั่งมีเจ้าของแบรนด์ Jessie Mom ทักมาหาเรา เห็นคุณซาร่าเครียดมาก ผมแค่อยากให้ได้ทดลองเพราะมีคนใช้แล้วได้ผลดี ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เราก็โอเคค่ะ ตอนที่ทักมาก็ไม่ได้เป็นการดีล ติดต่อเป็นเรื่องงานนะคะ
พอลองปุ๊บ อีกวันน้ำนมมา เราก็ดีใจ ก็ทักไปบอกเจ้าของว่าน้ำนมมาแล้ว ก็ทดลองใช้มาเป็นเดือน ตอนนี้ปั๊มได้ 8-10 ออนซ์ต่อครั้ง มันแฮปปี้และมันดีมาก เขาสกัดจากสมุนไพรทั้งหมด มีขิง มีลูกซัด มีโฟเลต บำรุงเลือด สุขภาพคุณแม่หลังคลอด กินได้ตั้งแต่วันที่คลอดลูกวันแรกเลย ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และมี อย.รับรองค่ะ มีแคปซูล 1 วันมีตอนเช้ากับตอนเย็น และมีเป็นชา กินวันละครั้ง
ข้อดีคือเขาจะมีกรุ๊ปไลน์สำหรับแม่ๆ หลังซื้อไปแล้วกินไม่ถูกหรืออยากแชร์ประสบการณ์ จะพูดคุยกัน หรือมีปัญหาอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่น้ำนม เป็นกลุ่มแม่ที่เข้าอกเข้าใจกัน คนเป็นแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีนมกิน พอลูกหลายคนรอบข้างเรา เวลาใครมาถาม เราก็บอก Jessie Mom เพราะมันดีจริงๆ นมแม่มีประโยชน์ ประหยัด และเราได้ใกล้ชิดกับลูกด้วย”
สุดท้าย คุณแม่คนสวยกล่าวว่า จะตั้งให้ให้ลูกดื่มนมของตนเองไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับที่ลูกชายคนโตได้ดื่มนมเธอถึงอายุ 4 ขวบ ด้วยมั่นใจว่าจะมีน้ำนมเพียงพอ
“คิดว่าให้เรื่อยๆ นะคะ อย่างคนโตก็ให้ไป 4 ปี พอเขาเริ่มเข้าเรียนก็เบาบางลง คนเล็กเราก็แพลนให้เรื่อยๆ อยากให้เขากินไปเรื่อยๆ จนเขาบอกว่าไม่อยากกินแล้วนะแม่ เราก็โอเคหยุด น้ำนมมีพอค่ะ เรามีความสุข เรา Enjoy กับการเลี้ยงลูก เรารู้สึกว่าลูกอยู่กับเราแค่แป๊บเดียว จริงๆ เราแพลนไว้ว่าแค่ 2 คน เราอยากได้ชาย-หญิง แต่ทุกคนรอบข้างก็บอกมีอีกได้มั้ย แต่เราก็ไม่รู้อนาคต แต่ถามใจอยากมีแค่นี้แหละ พอแล้ว เลี้ยงเด็กคนนึงทั้งโฟกัส ทั้งเวลา อะไรหลายอย่าง
แม็กซ์เวลล์ 6 ขวบแล้ว ด้วยเทคโนโลยี เด็กพอมีเพื่อนมีอะไรก็จะห่างพ่อแม่ไปเรื่อยๆ เวลาเราคือลูกๆๆ ช่วงลูกเราตอนนี้มันเป็นช่วงที่เราต้องอยู่กับเขา ถ้าเขาโตกว่านี้เราอาจจะมีแบ่งเวลามาทำธุรกิจส่วนตัว วันนึงเขาก็ต้องโต ไปมีสังคม ไปเจอเพื่อน เขาจะโอ๋เอ๋กับแม่ 10 ปีแรก เราก็เลยอยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ทั้งหมดอยู่กับลูกไปนานๆ”
สัมภาษณ์ : รายการ “พระอาทิตย์ Live”
เรียบเรียง : ผู้จัดการ Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “Sarah Casinghini”
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **


