xs
xsm
sm
md
lg

เด็กเสี่ยงโรคร้าย!! อย่าดรามาไม่ให้หอมลูก เลี่ยงไม่ได้-ไม่ต้องพาออกมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"บางครั้งเราห้ามเขาไม่ได้ เหมือนกับจิตสำนึกของแต่ละคน" แพทย์เปิดใจไม่ค่อยมีคนเข้าใจเรื่องการแพร่เชื้อจากผู้ใหญ่สู่เด็ก อันตรายต่อชีวิต หลัง “อุ้ม ลักขณา” ดาราชื่อดังออกโรง วอนอย่าสัมผัสลูก กลัวติดเชื้อโรค ท่ามกลางกระแสสังคมที่ร้อนระอุ ถ้าห่วงลูกจริง ไม่ควรไปสถานที่สาธารณะตั้งแต่แรก!!




“สัมผัส” เสี่ยงเริม เด็กตายได้!!
 

“แม่รู้ว่าหนูน่ารัก ใครๆ ก็เอ็นดูหนู แต่แม่ขอเถอะนะคะ มือเราบางทีไปจับอะไรมาละไม่ได้ล้างมือ แล้วมาจับมือน้อง มาหอมแก้มน้อง มันมีแต่เชื้อโรคไง
เด็กเค้ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน แล้วน้องก็เป็นผื่นคันทั้งหน้า ดีไม่ดีน้องอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลย เดี๋ยวนี้โรคระบาดมันเยอะเหลือเกิน อย่าหาว่าแม่กระแดะหวงลูกมากไปนะคะ คนมีลูกถึงจะเข้าใจ เวลาที่เขาเจ็บป่วยแล้วเค้าเป็นเด็กเค้าบอกไม่ได้”

กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างร้อนระอุ สำหรับกรณี “อุ้ม ลักขณา อมิตรสูญ” ที่ออกมาโพสต์ผ่านทางอินสตาแกรม หลังกลับจากงานแต่งใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน (ใบเตย อาร์สยาม) กับดีเจแมน - พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา
 วอนผู้ใหญ่อย่าจับมือ หรือหอมแก้ม น้องดิสนีย์ลูกสาววัยไม่ถึงขวบ เนื่องจากเด็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งสังคมกลับมองว่าไม่ให้เกียรติเจ้าของงาน และถ้าไม่อยากให้ลูกถูกสัมผัส ไม่ควรไปสถานที่แบบนี้
 
[cr.box wedding]

“ไปงานแต่ง แล้วลูกเราก็แต่งตัวน่ารัก เพราะฉะนั้น คนแปลกหน้าทั้งหลายก็จะเข้ามาแสดงความรัก ขออุ้มหน่อย ขอกอดหน่อย ขอหอมหน่อย ซึ่งตรงนี้ก็อันตราย”

พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด รพ.บีเอ็นเอช เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live กับประเด็นที่กำลังถูกถกในสังคม โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจ แต่อีกแง่หนึ่งพ่อแม่ก็ไม่สมควรพาเด็กไปในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อเชื้อโรค

“โรคหลายโรคติดต่อจากการที่เชื้อโรคอยู่ที่มือ และเชื้อโรคที่อยู่ในโพรงจมูก ในน้ำลาย ไม่ว่าจะเป็นโรคกาฬไข้ อาเจียน ท้องเสีย ติดเชื้อในลำไส้ กระเพาะอาหาร หรือโรคระบบทางเดินหายใจ การเป็นหวัด การเป็นปอดบวม หรือว่าในเรื่องของโรคไวรัสเริม

ถ้าเป็นในผู้ใหญ่ อาจจะเป็นแค่แผลร้อนในธรรมดาในปาก ในเวลาที่พักผ่อนน้อย หรือว่านอนดึกก็จะมีแผลร้อนในขึ้นมา แต่ไวรัสอยู่ในน้ำลายของคนคนนั้น ถ้าเกิดว่าเป็นในเด็กโดยเฉพาะเด็กทารก เชื้อไวรัสตัวนั้นสามารถไปที่สมองของเด็กได้ ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้

ผู้ใหญ่ถือว่าเป็นพาหะเชื้อโรคเหล่านี้ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV: Respiratory Syncytial Virus) ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงเชื้อแบคทีเรียบางตัวที่คนมีเชื้อตัวนี้อยู่ แต่อาจจะไม่รู้ตัว และไม่มีอาการก็ได้ ชื่อเชื้อว่า สเตรปโตคอคคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ถ้าเป็นในเด็กอาจจะทำให้เป็นปอดบวม หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือดได้

 

บางโรคก็มีวัคซีนป้องกัน แต่บางโรคก็ไม่มี เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ถ้าลูกเล็กๆ ไม่ควรที่จะพาไปตรงไหนที่มีคนเยอะๆ เช่น พาไปห้างฯ สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงกำลังมีโรคระบาดเหล่านี้ เพราะอาจจะไปเล่นกับเด็กคนอื่นที่มีเชื้อโรค”

แม้การติดเชื้อจากการสัมผัสของผู้ใหญ่สู่เด็กเล็ก ถูกหยิบกลับมาพูดถึงในสังคมออนไลน์บ่อยครั้ง อย่างไรก็ดี ผู้ใหญ่บางคนก็ยังไม่เข้าใจมากนัก แถมกลับมองว่าคุณแม่คนนั้นหวงลูกเกินไป ซึ่งใครจะรู้ล่ะว่าการสัมผัสมีเด็กป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตมาไม่น้อยแล้ว

“เชื้อไวรัสเริม หรือเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ถ้าเชื้อแพร่ไปในที่อวัยวะสำคัญ ไปเยื่อหุ้มสมอง หรือเข้ากระแสเลือด สามารถทำให้เด็กเสียชีวิตได้”




เลี่ยงไม่ได้ ก็อยู่บ้าน!!

 

สำหรับช่วงอายุของเด็กที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีนั้น หมอรายนี้ให้คำตอบเอาไว้ว่า ช่วงอายุ 6-7 ขึ้นไป ถือว่าเป็นช่วงที่ระดับภูมิคุ้มกันในเลือดของเด็กจะใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ เด็กเริ่มป่วยน้อยลง

“อย่างน้อยต้อง 6-7 ขวบขึ้นไป ตอนนั้นระดับภูมิคุ้มกันในเลือดจะใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ เด็กก่อน 1 ขวบ มีโอกาสป่วยบ่อยอยู่ พออายุ 6-7 ขวบ ภูมิคุ้มกันเขาจะเริ่มดีขึ้น เริ่มป่วยน้อยลง ตอนนั้นเราค่อยวางใจได้ ยิ่งเล็กก็มีความเสี่ยง”

อย่างไรก็ดี ผู้ใหญ่บางคนเป็นโรคอยู่แล้ว แต่อาจไม่ได้แสดงอาการออกมา จากนั้นไปสัมผัสกับเด็ก ซึ่งเด็กภูมิคุ้มกันอาจจะติด และเป็นโรคขึ้นมา

“ผู้ใหญ่คนอื่นชอบมาหอมแก้ม ชอบมาจู่โจม บางครั้งเราห้ามเขาไม่ได้ เหมือนกับจิตสำนึกของแต่ละคน เราต้องป้องกันที่ตัวเราเอง ถ้าเราเห็นคนที่แปลกหน้าเข้ามาอยู่ในระยะประชิดตัวต่างๆ ก็ต้องพยายามเดินหนี เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะจู่โจม จะจับมือเด็ก จะหอมแก้มเด็กตอนไหน ถ้าหากทำไปแล้ว มาทราบทีหลัง เราจะค่อนข้างวิตกกังวล หรือว่าลูกไม่สบายไปแล้ว

ตรงนี้เราไม่ควรไปทำแบบนี้กับเด็ก แม้แต่ว่าญาติผู้ใหญ่ในบ้านเอง ก่อนที่เราจะจับเด็กทุกครั้ง จะต้องล้างมือก่อนจะจับเด็ก อุ้มเด็ก ป้อนข้าวเด็ก

ในเรื่องของการหอมแก้ม เราเป็นญาติผู้ใหญ่และรักกัน แต่ถ้ารู้ตัวเองไม่สบาย ก็ควรจะไม่มีพฤติกรรมพวกนี้ งดหอมแก้ม ใส่แมสก์ ล้างมือบ่อยๆ

คือญาติสนิทมิตรสหาย แต่ถ้าเป็นคนแปลกหน้าไม่อนุญาตเลย รวมถึงพี่เลี้ยงด้วย พี่เลี้ยงเด็กก็ไม่มีสิทธิที่จะแสดงความรักกับเด็กแบบนี้
 

นอกจากนี้ หมอยังทิ้งท้ายให้ฟังถึงการรับมือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พ่อแม่พาลูกออกจากบ้าน ซึ่งประเมินแล้วว่าลูกอาจจะมีความเสี่ยงต้องถูกสัมผัส แต่เพื่อให้เขาเจอคนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกนั้น คนที่เป็นพ่อแม่ก็จะต้องรู้จักปฏิเสธ และต้องให้คนที่จะมาสัมผัสลูกล้างมือ เพื่อป้องกันเชื้อโรค ซึ่งทางที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแล้วนั้น คือ ไม่ควรพาไปยังสถานที่แออัด

“ถ้าเรารับคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน ควรจะพาไปตรวจโรคให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรควัณโรค เพราะว่าเจอเยอะในบ้านเรา

ถ้าเรามารู้ทีหลัง ลูกอาจจะมีโอกาสติดเชื้อ และต้องมากินยาป้องกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน เป็นปีก็มี เพราะฉะนั้นคนแปลกหน้าที่จะเข้ามาอยู่บ้านเราก็ควรจะตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยก่อน

โรคต่างๆ ต้องมีการป้องกัน คือเห็นว่าใครจะมาจู่โจมระยะใกล้ก็ต้องคอยหลบให้ดีๆ อย่าเกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่อะไร พูดไปเลยค่ะ ไม่อนุญาตให้จับ ไม่อนุญาตให้หอมแก้ม ดูแต่ตานะคะ

ส่วนใหญ่จะเป็นโรคติดเชื้อเป็นหวัด ปอดบวมต่างๆ คือติดจากคนในบ้าน เช่น พาไปเล่นของเล่น สวนสาธารณะ ไปเล่นบ้านบอล หรือไปเล่นน้ำสระว่ายน้ำ อาจจะติดจากน้ำในสระ ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ โอกาสที่จะเป็นโรคพวกนี้ก็จะน้อยลง”
 



ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! ** 



กำลังโหลดความคิดเห็น...