xs
xsm
sm
md
lg

เจาะเบื้องหลัง “น้องอิงค์” เด็ก 15 อัจฉริยะ นักวิศวะระดับโลก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เด็กอะไรเก่งขนาดนี้!! เปิดวิธีการเลี้ยงลูกแบบก้าวกระโดด สู่เยาวชนจีเนียสแบบข้ามขั้น ชนะเลิศแข่งซอฟต์แวร์คอมนานาชาติ อายุเพียง 15 ปี พร้อมทำสถิติผู้ชนะอายุน้อยที่สุด และยังพูดได้ถึง 5 ภาษา

ตัวแทนเด็กไทย คว้ารางวัลคอมพ์นานาชาติ

“น้องอิงค์ออกแบบเก่งมาก คือรถเขาบินได้ ลุยน้ำได้ ลงน้ำได้เหมือนเรือ แล้วรถเวลาแล่นบนถนน เขาใช้ระบบที่ไม่ต้องใช้ล้อ รถลอยได้บนพื้นถนน เขาใช้เวลาออกแบบแค่ 2 อาทิตย์ค่ะ”

ดร.ภีรพรรณ จันทร์โชติเสถียร หรือ แม่หน่อย เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จคนสำคัญที่คอยผลักดัน น้องอิงค์-ภัสสรา จันทร์โชติเสถียร เด็กสาวอัจฉริยะที่สอบเข้าวิศวะได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี ลงแข่งขันคอมพิวเตอร์มาหลายรายการ และยังสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษ จีน เยอรมัน และฝรั่งเศส รวมทั้งสอบ TOEFL ได้คะแนน 111 เต็ม 120

โดยเปิดเวทีให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านดิจิทัลจาก 11 ประเทศในเอเชียได้แก่ ภูฏาน จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ศรีลังกา เวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย ฮ่องกง และไทย จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมาลายา ประเทศมาเลเซีย

ทว่า น้องอิงค์ยังได้รางวัลที่ใหญ่สุดของการแข่งขันด้วย คือ รางวัล Grand Winner เป็นรางวัลที่ให้แก่ผู้แข่งขันที่ได้คะแนนการแข่งขันทางด้าน design and engineering สูงที่สุดของทุกรุ่นอายุรวมกัน

“การแข่งครั้งนี้น่าสนใจมาก อยู่ในหมวดที่น้องชอบ เพราะได้ใช้โปรแกรมเขียนแบบทางวิศวกรรมชั้นสูงชื่อ Solid Edge มาใช้ในการออกแบบรถยนต์ เป็นโปรแกรมที่น้องไม่รู้จักมาก่อนเลย ยิ่งทำให้รู้สึกท้าทายความสามารถมาก การแข่งออกแบบรถยนต์ มีส่วนของงานศิลปะอยู่ในเนื้องานวิศวกรรมด้วย เป็นอะไรที่น้องชอบค่ะ”

ความสามารถที่ไม่ธรรมดาของน้องอิงค์ ได้ก้าวกระโดดจากเกรด 6 โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี เพื่อสอบเทียบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ตอนอายุ 13 ปี ก่อนจะย้ายมาศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2



ในส่วนของหลักสูตร International General Certificate of Secondary Educational (IGCSE) เพื่อรับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย น้องอิงค์ต้องสอบทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ วิชาชีววิทยา วิชาฟิสิกส์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาสังคมวิทยา

โดยแบ่งเป็น ข้อสอบวัดความรู้ในเนื้อหาวิชาแบบ Core (พื้นฐาน) หรือแบบ Extended (ขั้นสูง) ซึ่งทางครอบครัวของน้องอิงค์ไม่ได้ให้เลือกสอบแบบพื้นฐาน แต่ก้าวไปสอบแบบขั้นสูง ใช้เวลาภายใน 1 เทอมสำหรับ 5 วิชา

หลังจากนั้น น้องอิงค์ได้เริ่มสอบในระดับที่สูงกว่าอย่าง A Level ที่มีการเรียนทั้ง 3 วิชา คือ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาฟิสิกส์ ซึ่งจะมีการฝึกฝนจากการซื้อหนังสือมาอ่าน พร้อมกับการฝึกทำข้อสอบเก่าไปด้วย เพื่อนำคะแนนไปยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัย



“ปกติเด็กจะใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเรียนคือ ม.5-ม.6 แต่น้องทำได้ใน 1 เทอม หลังจากจบเสร็จ แม่ก็ลองไปสมัครมหาวิทยาลัยให้เขาดู ไปยื่นที่ลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขานวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ไปยื่นรับตรง น้องก็ผ่านหมดทุกอย่าง แล้วก็ได้ทุนที่ลาดกระบังให้ทุน 100 เปอร์เซ็นต์

ตอนแรกแม่ก็ยังกังวลอยู่ว่าน้องจะปรับตัวได้ไหม แต่ตัวน้องเองค่อนข้างจะเป็นคนที่ปรับตัวได้ดี แล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเรียนอะไรเลย เพราะว่าแม่ทำพื้นฐานเขาให้ดี เพราะฉะนั้นเรื่องเรียนเขาไม่มีปัญหา ทำให้การปรับตัวเขามันไม่ได้ยาก”

เลี้ยงลูกเกินวัย!! ช่วยให้พัฒนาการพุ่ง

ความสามารถแบบก้าวกระโดดของน้องอิงค์ที่มีมากกว่าเพื่อนๆ อายุเท่ากันแล้ว ทีมข่าวจึงอดไม่ได้ที่จะถามแม่หน่อยถึงวิธีการวางแผนเลี้ยงดูน้องอิงค์ ซึ่งแม่หน่อยได้อธิบายให้ฟังว่า จะต้องเสริมทักษะที่เพิ่มขึ้นไปอีกขั้นในแต่ละช่วงวัย

“ตอนเด็กๆ ประมาณเขา ป.2 เรียนนานาชาติ ช่วงนั้นครูก็เรียกคุณแม่ไปคุยว่าน้องอิงค์ไม่ค่อยตั้งใจเรียน ชอบชวนเพื่อนคุยในห้อง จึงเป็นจุดที่ทำให้หันมามองลูกเราว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะครูบอกว่าชอบชวนเพื่อนคุย ไม่ตั้งใจเรียนในห้องกัน แล้วเขาก็บอกว่าเหมือนในบทเรียนเขารู้หมดแล้ว เขารู้สึกไม่สนุกที่จะฟัง

เราก็เลยคิดว่าควรทำยังไง ก็เลยเอาวิชาการที่มากกว่าที่เขาเรียนอยู่ในระบบเข้ามาเสริมเขาตลอด พอมาเสริมเขาก็ได้แบบก้าวกระโดด เขาเรียนรู้หมดทุกอย่าง





เวลาอยู่ชั้นประถมเขาได้เรียนของระดับมัธยมต้น เราก็ดูว่าก่อนที่เราจะผลักลูกเราออกไปในระดับอุดมศึกษา น้องเขามีความพร้อมหรือพื้นฐานพอไหม ไม่ใช่ว่าคุณแม่อยากจะผลักๆ ไป”

นอกจากนี้ แม่หน่อยยังเผยว่า การเลี้ยงลูกจะต้องวางแผนอย่างดีมากๆ หากใครอยากได้ลูกที่แบบนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องมี DNA นี้อยู่ในสายเลือด

“ถ้าคุณมาบอกว่าแม่เป็นดอกเตอร์ ลูกก็เรียนได้ นั่นไม่ใช่ แต่มันอยู่ที่เราเลี้ยงเขายังไง ถ้าอยากเลี้ยงได้แบบนี้ 1-6 ปีแรก จะเป็นช่วงสำคัญของการดูแล สำคัญมากๆ ถ้าเราอยากได้ลูกเราแบบไหนใน 6 ปีแรก เราเลี้ยงแบบนั้น แล้วต่อจากนั้นเราไม่ต้องทำอะไรเลยเขาดูแลตัวเขาเอง”



พอช่วงแรกเกิดแม่หน่อยจะฝึกพัฒนาการก่อน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ ของเล่นที่มีคนบอกว่าเหมาะสำหรับเด็ก 0-3 เดือน หรือ 3-6 เดือน แม่หน่อยจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ แต่จะมีการเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ข้ามขั้นมากกว่า ทำให้ช่วงวัยอนุบาล น้องอิงค์สามารถเข้าใจการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้หมดแล้ว

“ระหว่างเรียนอนุบาลแม่ก็เสริมของประถม ประถมทุกอย่างน้องได้หมดแล้ว พออยู่ประถมแม่ก็เอาของ ม.ต้น มาฝึก ส่วนเรื่องภาษาต่างประเทศ เราก็ต้องดูลูกเราด้วยว่าเขาชอบไหม เราอย่าไปบังคับ

ทั้งนี้ น้องอิงค์ยังเคยทำแบบทดสอบของมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ซึ่งมีการทดสอบเด็ก Talented จากทั่วโลก หากเด็กจากทั่วโลกผ่านการทดสอบนี้สามารถทำคะแนนได้อยู่ในขั้นของเด็ก Talented ก็จะได้ใบเซอร์ว่าเป็นคนมีความสามารถของโลก



นอกจากนี้ เมื่อน้องอิงค์อยู่ชั้นประถมศึกษา แต่สามารถทำข้อสอบระดับของมัธยมปลาย คือ เด็กที่พร้อมจะขึ้นระดับอุดมศึกษา แม่หน่อยจึงรู้สึกว่า ลูกได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นเด็กมีความสามารถ เพราะฉะนั้นจึงสนับสนุนต่อได้

“พอแม่ดูแล้วเป็นเด็ก Talented เราก็เอาวิชาการที่เข้มข้นมาให้น้องเรียนภายใน 1 ปี แต่ให้เรียนออนไลน์จากต่างประเทศ เพราะว่าเป็นภาษาอังกฤษ บางทีถ้าติวภาษาไทยน้องเขาก็ไม่เข้าใจตรงกัน ถ้าโจทย์ยากๆ ครูไทยก็จะมีจุดอ่อน น้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษหมดค่ะ”



ถ้าถามถึงข้อเสียของการเรียนแบบข้ามขั้นไม่มีเลย ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้จริงๆ อย่างน้องอิงค์มีความพร้อมที่จะเรียนรู้จริงๆ มันก็เลยไม่มีข้อเสีย เพราะถ้าเราไม่บอกใครว่าอายุ 15 ไม่มีใครรรู้ เพราะเด็กมหา'ลัยเขาคุยกับน้องเขาไม่ได้รู้สึกว่าน้องง้องแง้ง

หลังจากการแข่งขันชนะเลิศเสร็จ น้องอิงค์ได้บอกคุณแม่ว่าไม่อยากแข่งขันแล้ว เพราะคิดว่าตัวเองมาในระดับที่สูงแล้ว แต่อยากจะทำในสิ่งที่อยากจะทำคือการได้มีเวลาสำหรับตัวเอง จึงอยากจะมีเวลาอ่านงานของคนอื่น เพราะเหมือนกับตอนนี้ตัวเองไม่ทันสมัย ตามไม่ทัน เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก เขาอยากจะมานั่งอ่านงานวิจัยของระดับโลกว่าเขาคิดอะไรกันอยู่ งานวิจัยไปถึงตรงไหนแล้ว”

ข่าวโดย MGR Live



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...