xs
xsm
sm
md
lg

ชื่นชมล้นหลาม!! พ่อ "เคท BNK48" วันธรรมดาเป็นนายแบงก์ วันว่างเปิดหมวกช่วย "ผู้ป่วยติดเตียง"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
วันธรรมดาเป็น “ผู้จัดการธนาคาร” วันว่างเป็น “นักดนตรีสมัครเล่น” คุณพ่อของ “เคท BNK48” เปิดหมวก หาเงินช่วยผู้ป่วยติดเตียง จับ “แอคคอร์เดียน” ฝึกเอง - เล่นเองจนเก่ง ตั้งเป้าบริจาคครั้งละ 1 หมื่นบาท! ช่วยไปแล้วหลาย รพ. เจ้าตัวภูมิใจได้ใช้เสียงดนตรี ช่วยเหลือคน

ช่วยด้วยทรัพย์ไม่ได้ ก็ช่วยด้วยแรงกาย

“เครื่องดนตรีแอคคอร์เดียน ผมเล่นไม่เป็นเลย คิดแค่ว่าเราอยากเก่งอะไร เราก็ไปอยู่ตรงนั้น ผมไปเข้ากลุ่มคนที่เล่นแอคคอร์เดียน หัดเอง เล่นเอง พอเล่นได้ก็คิดว่าแทนที่จะเล่นอยู่บ้าน วันหยุดมานั่งที่ตลาดหาเงินบริจาคดีกว่า”

“ติ๋ง - รังสรรค์ นิลประภา” พ่อของ “เคท” หนึ่งในสมาชิกวง BNK48 เปิดใจถึงเรื่องราวการเล่นดนตรีเปิดหมวกรับบริจาคกับทีมข่าว MGR Live หลังสังคมออนไลน์พากันพูดถึงและชื่นชมเป็นจำนวนมาก

ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังเว้นว่างจากงานประจำ คือ การเป็นผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ เขาจะไปเล่นดนตรีที่ถนนคนเดิน จ.แพร่ จะมีขึ้น ทว่า แรงบันดาลใจการเล่นดนตรีหาเงินบริจาคไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้ แต่ทำมาแล้วเป็นเวลากว่า 3 ปี

“ตอนแรกผมเล่นแอคคอร์เดียนไม่เป็นเลย ผมอยากเล่นเป็นเลยไปเข้ากลุ่มคนที่เล่นแอคคอร์เดียน ไปดูเขาเล่น บางคนก็เล่นแบบนั้น แบบนี้ ผมก็มาหาแนวตัวเอง ซึ่งผมก็อ่านโน้ตไม่เป็นสักอย่าง ผมถนัดแบบนี้ก็เล่นแบบนี้ดีกว่า เล่นแบบที่เปิดกับเพลงคาราโอเกะ

ผมคิดว่าเราอยากเก่งอะไรก็ไปอยู่ตรงนั้น เราก็ไปดูเป็นแนวทาง ผมพยายามหาคนมาสอนแล้ว แต่ไม่มีใครสอนได้ ทุกคนจะบอกว่าสอนไม่เป็น แต่จะบอกว่าเล่นแบบนี้ มากกว่าครับ
ซึ่งปกติทำงานเสร็จออกจากที่ทำงาน ผมกลับบ้านก็จะเล่นสักชั่วโมง ทีนี้คิดว่าไหนๆ ก็เล่นอยู่แล้ว งั้นไปนั่งวันเสาร์ - อาทิตย์ว่างๆ ดีกว่า เล่นเพลินด้วย ได้เงินบริจาคด้วย

 
หลังจากนั้น พอเล่นเป็นก็มีเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสาน ปี 59 ตอนนั้นผมทำงานอยูที่ จ.แพร่ ตอนเย็นผมเลิกงานไปที่ตลาดนัด ผมก็ลองเอาแอคคอร์เดียนมาเล่นดู ปรากฏว่าได้เงินเยอะพอสมควร ประมาณ 2,000 กว่าบาท เล่นดนตรี 2-3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมง - 2 ทุ่ม
ครั้งที่สอง ลูกสาวผมที่เป็นสมาชิกของ BNK48 กับกลุ่มแฟนคลับ เขาได้ระดมเงินเพื่อไปช่วยเหลือสัตว์พิการ จ.นนทบุรี ผมที่อยู่ จ.แพร่ ก็ไปเล่นที่ถนนคนเดินก็ได้ตังค์เยอะพอสมควร ประมาณ 1,000 - 2,000 บาท ผมก็ส่งไปสมทบกับลูกสาว
หลังจากนั้นก็มีช่วย โรงพยาบาลแพร่ ห้องฉุกเฉินเขาจะซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ผมก็ไปเล่นถนนคนเดินก็มีคนให้เยอะพอสมควร ที่แพร่มีวันเสาร์ - อาทิตย์ ซึ่งวันเสาร์ผมไปเล่นดนตรีที่กาดกองเก่า ส่วนวันอาทิตย์แรกของเดือนจะไปเล่นที่ถนนคนเดินแพร่ ถ้าว่างก็ไป พอเล่นได้ 2 - 3 ครั้งได้เงินมา 10,000 กว่าบาท
คนที่ผ่านไปมาคงอยากทำบุญเหมือนกัน ผมสังเกตเวลาเขาเอาเงินมาให้ก็จะยกมือท่วมหัวก่อนใส่เงินให้ หลังจากนั้น มีโครงการวิ่งของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย
ผมก็ไปร่วมด้วย ไปเล่นดนตรีแล้วนำเงินมาสมทบกับทางโรงพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ก็เริ่มจากเล่นเพลินๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้เงินก็เอาไปบริจาคโรงพยาบาล”
อย่างไรก็ดี แม้จะได้รับเสียงชื่นชมจากสังคมเป็นอย่างมากสำหรับการทำความดีผ่านการเล่นดนตรีหาเงินช่วยผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ แต่ก็ยังไม่วายมีกระแสแง่ลบสวนกลับ แถมยังมีการตั้งคำถาม เรื่องเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมดด้วยว่าไปถึง รพ.จริงๆ หรือไม่!?
“ผมทำตรงนี้ก็มีดรามาเหมือนกัน อย่างบางคนบอกว่าผมช่วยดันลูก เพราะลูกไม่ดัง อยากให้ดังจะได้ฉุดลูกขึ้น แต่ก็มีคนอีกกลุ่มเขาออกมาตอบคำถามแทนเรา
ผมก็ไม่ต้องทำอะไร ผมไม่ได้ไปโต้ตอบ มีคนเอาภาพที่ผมเล่นครั้งแรกไปชี้แจงว่าครอบครัวเราชอบทำบุญมาตั้งนานแล้ว แต่หลังๆ มานี้ผมก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ ไม่อยากเป็นประเด็น
ส่วนเรื่องสร้างกระแส ผมไม่ได้คิดมากนะ เพราะตัวผมไม่ได้สร้างกระแส ผมรู้ว่ากำลังทำอะไร ผมถือว่าผมไม่มีต้นทุนที่จะเอาไปทำอะไรสักอย่าง ที่จริงก็เริ่มต้นมาจากความสุข ความเพลิดเพลินด้วยซ้ำ แต่พอเราทำตรงนี้ได้ เราช่วยคนอื่นได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

 
ประสบการณ์ตรง ดูแลผู้ป่วยติดเตียง

“แม่ผมเคยเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ 6 เดือน แต่ตอนนี้เสียชีวิตแล้ว ผมเข้าใจคนที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียงว่ามันเหนื่อย ซึ่งผมมีเพื่อนที่ทำงานอยู่ โรงพยาบาลแม่ใจ พอดี เขาดูแลโครงการนี้โดยเฉพาะ ผมเลยรู้ว่างบประมาณที่มีมันไม่เพียงพอ เพราะผู้ป่วยติดเตียงมีเยอะมาก”

อาจพูดได้ว่านี่คือแรงผลักดันจากจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหันมาเล่นดนตรีเปิดหมวก เพื่อขอรับบริจาคช่วยผู้ป่วยติดเตียง นั่นเป็นเพราะเคยมีประสบการณ์โดยตรงจากคุณแม่ที่ป่วยหนัก อีกทั้งทางโรงพยาบาลเองก็มีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการช่วยเหลือตรงนี้

“บางครอบครัวต้องออกไปทำงาน ไม่ถึงกับว่าทิ้งหรอก คือออกไปทำงานไม่ได้มาดูแล คนป่วยก็ต้องนอนอยู่บ้านแบบนั้น หรือบางคนเป็นแผล ตอนแม่ผม ผมมีเตียง มีเบาะ พอแม่เสียก็เอาไปบริจาคโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลบอกก็ยังต้องการอยู่เยอะ

ตอนที่ผมไปเล่นดนตรีที่พะเยา มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๋อม เขาบอกที่นั่นก็ขาดแคลนเหมือนกัน ไม่มีตังค์ เขาต้องการแพมเพอร์สของผู้ใหญ่เยอะมาก
เพราะเขาต้องรอของจากโรงพยาบาลพะเยาอีกที บางครั้งก็ไม่พอ ผมก็เลยตั้งใจว่าอยากบริจาคครั้งละ 1 หมื่นบาท อย่าง โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลเด่นชัย และโรงพยาบาลแม่ใจ

บางคนเห็นก็อยากโอนเงินมาช่วย แต่ผมขอไม่รับ ผมขอไปติดต่อที่โรงพยาบาลก่อน จะขอเลขบัญชีเขา แล้วให้โอนเข้าบัญชีโรงพยาบาลโดยตรงเลยดีกว่า เพื่อความสบายใจไปทางนู้นเลยดีกว่า อย่างเงินที่เข้ามา บางคนยังสงสัยผมเลยว่าเอาไปให้โรงพยาบาลจริงหรือเปล่า
ภาพ FB : Today in Phrae TV
 
คำถามว่าเริ่มทำตรงนี้เพราะแม่เคยป่วยติดเตียง ที่จริงผมก็ไม่ได้คิดถึงจุดนี้นะ แต่มาคิดถึงตอนหลังนี่แหละ ที่โรงพยาบาลจัดงานวิ่งเพื่อหาทุนช่วยผู้ป่วยติดเตียง ผมก็มาคิดว่าแม่เราก็เคยเป็นผู้ป่วยติดเตียง แต่แม่ผมเป็นไม่นาน เราก็ยังรู้สึกว่าลำบากเลย แล้วครอบครัวที่ไม่พร้อม เขาคงลำบากกว่าเรา”

สำหรับแนวเพลงที่เล่นประจำที่ถนนคนเดิน เขาเล่าว่า ได้ทำการบ้านอยู่พอสมควรสำหรับการจับแนวเพลงที่คิดว่าคนน่าจะชอบ แต่ส่วนมากเน้นไปที่เพลงลูกทุ่งยุคเก่า บ้างสลับกับเพลงเพื่อชีวิตและเพลงสตริง

“ถามว่าทำไมต้องเป็นแอคคอร์เดียน มันทำให้คนหยุดมองนะ เราคนเล่น แค่แม่ค้ากระดิกเท้า เราก็ดีใจแล้วว่าเราเล่นถูกใจเขา หลังๆ มาผมก็พยายามจับแนวเพลง เขาชอบแนวเพลงนี้ ผมเล่นทุกแนว
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกทุ่งเก่า เพราะเพลงลูกทุ่งแม่ค้าชอบมาก เราอยู่ใกล้เขาก็ต้องไม่สร้างความรำคาญให้เขา ต้องทำให้เขาชอบเราด้วย

หรือไปทางเพื่อชีวิตบ้าง เพลงสตริงบ้างนิดหน่อย แต่ผมจะไม่เป็นโน้ตนะ เพลงที่เล่นต้องเคยได้ยิน ต้องร้องได้ด้วย มันก็จะไปได้เอง การเล่นดนตรีผมว่ามันเพลินที่เราได้เล่น ตรงนี้คือทางตรง ส่วนทางอ้อมคือมันมีเงินเข้ามา เราก็นำไปบริจาค ถือเป็นคอนเน็กชันอีกทางหนึ่ง

ผมคงทำต่อไปเรื่อยๆ ครับ ผมไม่มีต้นทุนอะไรสักอย่าง ไม่มีค่าใช้จ่าย อุปกรณ์ผมพร้อม ที่จริงผมอยากเล่นหลายอย่างนะ ผมฝึกมาหลายอย่าง แต่ละอย่างผมก็พอเล่นได้ แต่ผมว่าเล่นอะไรที่แปลกๆ ดีกว่า อีกอย่างผมก็ใกล้เกษียณแล้ว ก็เตรียมอะไรไว้ เผื่อถึงอายุ 60 ปี ผมก็หัดวาดรูป หัดเล่นดนตรี ไปเข้ากลุ่มกับคนอื่นๆ

สุดท้าย ผมอยากบอกว่าการทำความดีของผม ถ้าเราพอช่วยคนอื่นได้ก็ช่วยไปเถอะครับ ทำอะไรได้ ช่วยอะไรได้ก็ช่วย ช่วยด้วยทรัพย์ไม่ได้ ก็ช่วยด้วยแรงกาย ไม่จำเป็นว่าต้องยิ่งใหญ่ ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ทำไปเถอะ หรือถ้าใครเดือดร้อน เราช่วยได้ก็ช่วย”

ข่าวโดย MGR Live
ขอบคุณภาพ FB : Today in Phrae TV




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...