xs
xsm
sm
md
lg

เปิดโลกดาราศาสตร์! “หอดูดาวสงขลา” สานฝันเด็กไทยปลายด้ามขวาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อลังการแลนด์มาร์กใหม่! “หอดูดาวสงขลา” ศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญของภาคใต้ และสวยที่สุดในประเทศไทย เชฟรอนทุ่มงบ 19 ล้าน หนุนกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจเด็กรุ่นใหม่ ผอ.หอดูดาวสงขลา ชี้ดาราศาสตร์คือเรื่องใกล้ตัว เป็นห้องแล็บขนาดใหญ่ สร้างฝันให้เด็กไทยได้เรียนรู้

ตั้งเป้า!เด็กใต้ทุกคนเข้าถึง “ดาราศาสตร์”

"ตอน ม.3 ผมได้ไปดูท้องฟ้าจำลองที่เอกมัย เหตุการณ์ครั้งนั้น “เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล” ทำให้ผมสนใจดาราศาสตร์มากมายเหลือเกิน

และคำถามบวกปมเล็กๆภายในใจก็ผุดขึ้นมา ทำไมเพื่อนผมไม่ได้มาดู ทำไมนักเรียนอีกมากมายไม่ได้เห็นล่ะ เด็กจากสุไหงโกลก เบตง ใต้สุดของสยาม อยากจะไปเอกมัย ครูต้องพาเดินทางกว่าพันกิโลเมตร เพื่อไปกรุงเทพฯ มันไกลมาก แล้วพาไปได้ทีละ 40 คน ด้วยงบประมาณที่จำกัด ผมอยากให้โอกาสเด็กในจังหวัดภาคใต้ได้สัมผัสเรียนรู้เหมือนผม”
อาจารย์เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา
16 ปีผ่านไปเงื่อนปมที่อยู่ในใจถูกคลายออก ความฝัน ความหวัง ของอาจารย์เฉลิมชนม์ วรรณทอง ผู้อำนวยการหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ผู้ต่อสู้ และอุทิศตนทั้งแรงกายแรงใจ ผลักดันสุดตัวเพื่อปูทางสร้างโอกาสให้เด็กภาคใต้มีแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ และหอดูดาว

ความฝันฉายชัดขึ้น เมื่อที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนจำนวน 5 แห่งในภูมิภาคต่างๆ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

บนพื้นที่ 25 ไร่บริเวณเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ทำเลสุดงดงามเกินบรรยายมองเห็นทั้งวิวเมือง และผืนน้ำ ทั้งอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา จึงเป็นพิกัดที่ตั้ง “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา” หรือเรียกตามภาษาถิ่นว่า "หอดูดาว 2 เล" เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญแหล่งท่องเที่ยวทางวิชาการของพี่น้องชาวใต้ ที่ถูกขนานนามว่า "หอดูดาวภูมิภาคที่สวยที่สุดในประเทศไทย" และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมแห่งแรกของไทย มีห้องละหมาดชาย-หญิงขนาดใหญ่ติดแอร์เย็นฉ่ำ

ทว่า ด้วยตำแหน่งที่ตั้งในภาคใต้ บริเวณละติจูด 7 องศาเหนือ ยิ่งทำให้หอดูดาวแห่งนี้ มีจุดเด่นคือ สามารถศึกษาวัตถุในซีกฟ้าใต้ได้ดีกว่าหอดูดาวในภูมิภาคอื่น แถมยังสามารถสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนได้ เนื่องจากสภาพท้องฟ้าของภาคใต้ในเวลานั้นเอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์มากกว่าภูมิภาคอื่น

“ความฝันต่อไปของผมก็อยากให้หอดูดาวมีอุปกรณ์ด้านดาราศาสตร์ที่ใช้ในอวกาศของจริงมาตั้งโชว์ เช่น จรวด หรือแคปซูล อยากนำมาให้เด็กๆได้เห็น ของพวกนี้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆได้จริงๆ"

อาจารย์เฉลิมชนม์ ย้ำความฝันอันสูงสุด คนใต้ทุกคนต้องมี “โอกาส” เข้าถึงดาราศาสตร์

“อยากให้เด็กทุกคนในภาคใต้ได้มาเรียนรู้ดาราศาสตร์ให้มากที่สุด เด็กทุกคนต้องได้รับโอกาส แม้แต่กลุ่มคนพิการ ก็ต้องได้รับโอกาส”

แม้หอดูดาวสงขลาจะเพิ่งเปิดไปเพียงแค่ 1 เดือน แต่ปัจจุบันนี้มีทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจดาราศาสตร์เข้ามาเรียนรู้จนล้นหลามเกินที่ตั้งเป้าไว้

สร้างแหล่งเรียนรู้ กระจายโอกาสเด็กไทย

ภายในหอดูดาว ประกอบด้วย อาคารฉายดาว มีโดมฉายดาวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร ติดตั้งเครื่องฉายดาวระบบฟูลโดมดิจิทัล ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล

และหอดูดาว ที่ติดตั้งโดมไฟเบอร์กลาส ทรงเปลือกหอย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 ฟุต เปิดออกได้ 180 องศา สามารถสังเกตท้องฟ้าได้รอบทิศทาง ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.7 เมตร พร้อมอุปกรณ์สำหรับงานวิจัยทางดาราศาสตร์

ส่วนระเบียงดาวภายใต้หลังคาเลื่อน ได้ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กจำนวน 5ชุด สำหรับให้บริการในการสังเกตวัตถุบนท้องฟ้า


โดยการจัดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านดาราศาสตร์สำหรับเยาวชน ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เพื่อผลักดันให้หอดูดาวสงขลาเป็น “ศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญของภาคใต้” หวังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดปลายด้ามขวานทอง

เป้าหมายเพื่อผลักดันเด็กรุ่นใหม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ และด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องมีการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง

"ทางเชฟรอนจะมีการสนับสนุนในเรื่องงบฯ ให้ทางหอดูดาวสงขลา เฟสแรก 6 ล้าน เฟสที่สอง 6 ล้าน และเฟสที่สาม 7 ล้าน แบ่งเป็นในส่วนของนิทรรศการ และกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน เป็นการเปิดโลกการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ด้วยการจัด “ค่ายเยาวชนคนดูดาว เท้าติดทะเล รวมถึงสนับสนุนเรื่องความปลอดภัยหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในหอดูดาวด้วย”
คมสัน โอ๊ยนาสวน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สำนักงานสงขลา
คมสัน โอ๊ยนาสวน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สำนักงานสงขลา เล่าถึงรายละเอียดถึงการสนับสนุนงบให้เป็นรูปธรรม โดยตั้งแต่ พ.ศ.2560 บริษัทเชฟรอนฯ ได้สนับสนุนหอดูดาวสงขลา ด้วยงบกว่า 19 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ “สะเต็ม”

โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากเชฟรอน คือ นิทรรศการดาราศาสตร์ภายในอาคาร เน้นการสร้างฐานการเรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์ 14 โซน เช่น นิทรรศการเรื่องชุดเครื่องชั่งน้ำหนักบนดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ นิทรรศการเรื่องฤดูกาลและการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ นิทรรศการเรื่องการเกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง และนิทรรศการหลักการรวมสีของแสง

นิทรรศการดาราศาสตร์ภายนอกอาคาร เสริมสร้างการเรียนรู้ของเยาวชนที่เข้ามาศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เน้นนิทรรศการที่สามารถรองรับผู้ชมจำนวนมากและสามารถเข้าถึงข้อมูลได้พร้อมกัน รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่หอดูดาวรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน


กิจกรรมดาราศาสตร์ จัดคาราวานเผยแพร่ความรู้ทางดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียนและสถานที่สำคัญในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ คือ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร เพื่อกระจายโอกาสการเรียนรู้

กิจกรรมค่ายเยาวชน “คนดูดาวเท้าติดทะเล” เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ดาราศาสตร์ให้เยาวชนอายุตั้งแต่ 15-19 ปีจากทั่วประเทศเรียนรู้การดูดาวสังเกตการณ์วัตถุบนท้องฟ้า และฝึกติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ด้วยตัวเอง





เวลาทำการ: วันอังคาร - อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

อัตราค่าเข้าชม ท้องฟ้าจำลอง: บุคคลทั่วไป 50 บาท, นักเรียน-นักศึกษา 30 บาท

และทุกวันเสาร์ 18.00 - 22.00 น. มีกิจกรรมดูดาว (NARIT Public Night) ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย



** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **

กำลังโหลดความคิดเห็น...