xs
xsm
sm
md
lg

เงินเยียวยาต้องได้-คำพิพากษาต้องไม่เป็นแค่กระดาษ!! ทนายดังพร้อมรื้อคดี “เหยื่อซานติก้าผับ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“หลังจากนี้ก็ต้องพยายามทำให้สำเร็จ” เปิดใจ “ทนายเดชา” ผู้ดูแลคดีคืนเคานต์ดาวน์มรณะคนใหม่ เผย 10 ปี คู่กรณียังเงียบ ส่วนญาติเหยื่อกว่า 46 ราย ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียว รับปาก “คดียากแต่ต้องทำให้ได้!”

สิ้นสุดคดี 10 ปี กับเงินเยียวยาที่หายไป?!

ร่างไร้วิญญาณในห่อผ้าสีขาวกว่าครึ่งร้อยร่าง นอนเรียงรายหน้าซากอาคารสถานบันเทิง ที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงถูกใช้เป็นสถานที่เพื่อเฉลิมฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2552 ยังติดอยู่ในความทรงจำของชาวไทย ให้ระลึกถึงเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คือ เหตุการณ์เพลิงไหม้ซานติก้าผับ โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นคร่าชีวิตนักเที่ยวไปกว่า 67 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 200 คน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็น 10 ปีแห่งความทรมานของครอบครัวผู้บาดเจ็บและสูญเสีย จำนวน 46 ราย ที่ยังต้องรอคอยเงินเยียวยาจาก “เสี่ยขาว - วิสุข เสร็จสวัสดิ์” ผู้บริหารซานติก้าผับ









แม้ “เสี่ยขาว จะถูกจำคุกเป็นเวลา 3 ปี เมื่อออกมาแล้วก็มีการพิสูจน์ทรัพย์ แต่สุดท้ายเขาถูกให้เป็นบุคคลล้มละลาย ทำให้ผู้เสียหายทั้งหมดยังไม่ได้รับการเยียวยาจากเสี่ยขาวและจำเลยคนอื่นๆ แม้แต่บาทเดียว เรื่องที่เกิดขึ้นนำไปสู่การตั้งคำถามของคนในสังคมว่า จะมีทางใดที่สามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้บ้าง หรือทั้งหมดจะต้องตายฟรี?!

เพื่อความชัดเจนของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทีมข่าว MGR Live ได้ต่อสายตรงไปยัง เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง เจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์” ผู้ดูแลคดีคดีดังในอดีตมามากมาย ล่าสุดที่เพิ่งจบไปคือ #แพรวา 9 ศพ ในครั้งนี้เขามารับช่วงต่อในคดีเหยื่อซานติก้าผับจากสภาทนายความ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องคดีความให้ครอบครัวผู้เสียหายฟรีก่อนหน้านี้ โดยทนายเดชายอมรับว่าคดีนี้เป็นคดีที่ยากมาก


“เดชา กิตติวิทยานันท์” ทนายความชื่อดัง เจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์”

“มันไม่เหมือนคดีแพรวา เราไม่สามารถจะรู้ว่าทุกค่าเสียหายในทุกคดีรวมแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ เพราะว่าผู้เสียหายทุกคนยังมาหาผมไม่ครบ คือไม่มีการรวมพิจารณาคดี หลากหลายครับคดีนี้ อย่างคดีแพรวา เขารวมพิจารณาตัดสินพร้อมกัน แต่คดีนี้ต่างคนต่างดำเนินคดีนะครับ คนตายก็จำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมาก บางคนก็ได้ 6,000,000 บาท บางคนก็ได้ 1,000,000 กว่าบาท หลักหมื่นหลักแสนมีหมดครับ ยุ่งยากมากเลยครับ คดีของซานติก้านี่นะ บางคดีก็จบตั้งแต่ชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ก็มี ซึ่งผู้เสียหาย 46 คนลากยาวมาจนถึงชั้นฎีกา

ทางผมก็จะช่วยคล้ายๆ คดีแพรวา ทำยังไงถึงจะทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยา กำลังคิดอยู่ แต่คดีนี้จะยุ่งยากกว่า เพราะจำเลยเยอะ อย่างแพรวามีเฉพาะครอบครัวเขาแค่นั้นเอง คดีนี้มันจะมีเสี่ยขาวจำเลยที่ 1 ล้มละลายไปแล้ว แล้วก็จะมีจำเลยอีก 6 คน รวมทั้งหมด 7 คน เป็นหุ้นส่วน เราก็ต้องไปไล่หาตัวจำเลยทั้ง 7 คนว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าพวกนี้ไปไหนกันหมดแล้ว เพราะคดีมันเกิดมานานเป็น 10 ปีแล้ว”

ในส่วนความคืบหน้าทางคดีความของจำเลยทั้ง 7 คน ทนายชื่อดังกล่าวว่า มีเพียงเสี่ยขาวที่ถูกจำคุกเพียงคนเดียว ส่วนอีก 6 คนที่เหลือนั้น เงียบหายไปกับกาลเวลา...

“เท่าที่ผมทราบมีเสี่ยขาวติดคนเดียวนะครับ แล้วก็ออกจากคุกแล้วก็ล้มละลายแล้ว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะติดคุก 3 ปี ส่วนหุ้นส่วนคนอื่นอีก 6 คน ไม่ได้ติดคุก ไม่รู้ว่าหายหน้าหายตาไปไหนหมด เรากำลังดำเนินการอยู่เพื่อหาทางที่จะเจรจา พูดคุยอะไรต่างๆ สืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ มาช่วยทางฝ่ายเหยื่อทั้งหมดนะครับ ทั้งที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส





ระยะเวลาตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือวันอ่าน เขาเรียกว่าระยะเวลาในการสืบทรัพย์บังคับคดี ก็จะนับจากปี 59 ไปอีก 10 ปี สำหรับเสี่ยขาวเมื่อล้มละลายแล้ว หนี้ทางแพ่งก็จบ แต่ถ้าเป็นเรื่องของอาญา อย่างการย้ายทรัพย์สินหนีก็อาจจะโดนคดีอาญาได้ เรื่องโกงเจ้าหนี้นะครับ คนละประเด็นกัน

ตอนนี้ผมก็พยายามหาทางช่วย เพราะผมเองก็เป็นเจ้าของบริษัทนักสืบ จะสืบจะอะไรต่างๆ มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้นักสืบช่วย ทนายความก็คงจะทำไม่ได้ เพราะว่าความรู้ความสามารถระหว่างทนายกับนักสืบมันต่างกัน ก็ต้องหาที่อยู่ ต้องไปเฝ้า ไปสืบ ไปอะไรต่างๆ ของจำเลยทั้ง 7 คน ดูว่ามีการย้ายทรัพย์สินหนีมั้ย ถ้ามีเราก็จะดำเนินคดีอาญา”

เมื่อถามถึงการเยียวยาของครอบครัวผู้สูญเสีย ทนายเดชาให้คำตอบว่า “ไม่ได้เลยครับ ไม่ได้เลย อาจจะได้แค่ค่าทำบุญงานศพหมื่น 2 หมื่น เท่าที่เขาแจ้งให้ผมทราบนะ ได้มาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ นอกนั้นยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย”

ความหวังยังมี นับหนึ่งสู้คดีอีกครั้ง…

“ครอบครัวเหยื่อได้แค่คำพิพากษาที่เป็นกระดาษ แต่ยังไม่สามารถทำคำพิพากษาให้เป็นเงินได้ โอกาสมีครับ ถ้าเราทำงานกันจริงจังนะ ผมก็พยายามจะช่วยเขา สงสาร เห็นสภาพแต่ละคนแล้วน่าสงสาร บางครอบครัวเขาเสียลูก เสียสามี เสียภรรยา เสียอะไรต่างๆ

มีอยู่รายหนึ่งไฟลวกรอดมาได้แต่กลายเป็นคนพิการไปเลย น้องคนนี้เข้มแข็งมาก ผมก็กำลังหาทางช่วย แต่ว่ายังได้ข้อมูลจากผู้เสียหายทุกคนไม่ครบ ตอนนี้ได้บางส่วนมาแล้ว ก็จะทำให้สำเร็จครับ สงสารเขา”


ขอบคุณภาพรายการโหนกระแส

ทนายคนใหม่ผู้รับดูแลคดีเหยื่อซานติก้าผับ ยืนยันกับทีมข่าวฯ จะต้องช่วยครอบครัวเหยื่อทั้ง 46 รายให้ได้ แม้การต่อสู้มาตลอด 10 ปีของพวกเขาจะได้มาแค่กระดาษใบเดียว คือคำพิพากษาโดยที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา แต่หลังจากนี้ตัวทนายเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

“ผมคุยได้กับผู้เสียหาย เขาก็ลำบากกันครับ ผู้เสียชีวิตบางคนเป็นหัวหน้าครอบครัว พอขาดไปแล้วเขาก็ไม่มีเสาหลัก ส่วนใหญ่จะลำบากหมด เป็นกำลังสำคัญของครอบครัว พอขาดคนเหล่านี้ไปมันก็แย่ เพราะคนที่ไปเที่ยวส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น อายุไม่มาก บางคนตายทั้งสามีภรรยา ฟังแล้วเศร้า มันเป็นวันส่งท้าย วันแห่งความสุข มันเป็นวันนับถอยหลัง แต่กลายเป็นวันแห่งความตาย

หลังจากนี้ก็ต้องพยายามทำให้สำเร็จ ผมก็พยายามเต็มที่ กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ มันไม่มีเอกสาร ไม่มีอะไรเลย เพราะคนที่ว่าความคือสภาทนาย คดีนี้สภาทนายเขาช่วยจนจบ เขารับผิดชอบแค่ศาลมีคำพิพากษา หลังจากนั้นเขาไม่มีทีมงานที่จะไปสืบไปยึดอะไรต่างๆ



สำหรับพวกผมเมื่อได้ข้อมูลของจำเลยมาแล้ว หลังจากนั้นต้องไปสืบทรัพย์ครับ ไปขอออกหมายบังคับคดี ตั้งเรื่อง ตั้งเจ้าพนักงาน ประสานงานทางกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เพื่อที่จะมีอำนาจในการไปยึดทรัพย์ ถ้าทรัพย์สินไปอยู่กับใครก็ไปติดตาม ตรวจสอบดู แล้วก็ยึดทรัพย์ครับ

ล่าสุด เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมติดต่อมาหาผมว่าจะหาทางช่วยเหลือ ร่วมมือกับทางผมและคุณหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ว่าจะทำยังไงถึงจะช่วยเหลือเหยื่อพวกนี้ได้”

สุดท้าย เจ้าตัว ได้ฝากเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคมและหน่วยงานราชการ ไม่ควรปล่อยปละละเลยในการให้ผู้ประกอบการนำอาคารไปใช้ผิดประเภท เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความสูญเสียอย่างมหาศาล และขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของเหยื่อด้วย ซึ่งเขาและทีมงานจะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่



“คดีนี้มันก็สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานราชการก็ไม่ตรวจสอบ ปล่อยปละละเลยพวกงานโยธา ให้เขาเอาอาคารไปใช้ผิดประเภท เป็นตึกแถวเอามาทำเป็นผับอย่างนี้ ไม่ตรวจสอบเรื่องทางหนีไฟ ปกติคนเข้า 100 คน วันเกิดเหตุ เข้าตั้งเป็นพัน เป็น 10 เท่า จนเป็นที่มาของการตายหมู่ ย่างสด อันนี้ต้องระวัง อันตรายมาก

จากนี้ผมก็อยากให้ทุกคนให้กำลังใจครอบครัวเหยื่อนะครับ ผมและคุณหนุ่มพยายามช่วยกันสืบทรัพย์ ช่วยกันเจรจาหาตัวลูกหนี้ เพื่อให้เขามาเยียวยาตามคำพิพากษาของศาลต่อไป ไม่ต้องห่วง ถ้ามีความคืบหน้าก็จะแจ้งผ่านสื่อมวลชนไป อีกเรื่องที่อยากจะฝากนะครับ ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของผับหรือสถานบริการ ถ้ามันเกิดความเสียหายก็ควรจะเยียวยาผู้เสียหายนะ ให้เขาได้รับการช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่ใช่ต่อสู้คดีเป็นสิบๆ ปีแล้วผู้เสียหายไม่ได้อะไร

เดี๋ยวผมจะรวบรวมอะไรต่างๆ ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้ แล้วคิดว่าเหยื่อต่างๆ จะได้อะไรกลับคืนมา พวกผมจะทำหน้าที่เต็มที่ ยังมีความหวังอยู่ครับสำหรับผมนะ ต้องร่วมมือกันกับญาติผู้สูญเสียด้วย อีกส่วนหนึ่งอาจจะขอข้อมูลจากสื่อมวลชนหรืออะไรต่างๆ จากพวกโซเชียลฯ ต่างๆ ยืนยันว่ามีความหวังแน่นอนครับ”

ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...