xs
xsm
sm
md
lg

ไปต่อหรือพอแค่นี้!? กิจกรรม “กราบแม่” ที่ไม่ได้สะท้อน “ความกตัญญู”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ประทับใจปนเศร้ารับ เทศกาลวันแม่ หลังคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวแปลงกาย “แต่งหญิง” ไปงานวันแม่ หวั่นลูกน้อยใจไร้เงาแม่ตัวเอง ขณะที่ซิงเกิลมัม “หมู - พิมพ์ผกา” ยืนหนึ่งอยากให้งดกิจกรรมกราบพ่อ-ไหว้แม่เสียที เพราะสร้างปมในใจเด็ก ด้านครูประถมเปิดใจ เห็นด้วยถ้าจะยกเลิก การแสดงความรักไม่จำเป็นต้องทำในที่สาธารณะ!!

“เพื่อลูกแค่นี้ ผมทำได้”

“นี่เป็นการแต่งหญิงของผมครั้งแรกเลยนะครับ ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน หลังจากที่ผมกับแฟนเลิกกัน ลูกก็จะมีแต่ผมคนเดียว ผมก็คิดว่าจะทำยังไงให้ลูกเรามีความสุข จากตรงนี้ก็เกิดความคิดที่ว่าอยากแต่งชุดไปงานวันแม่ให้ลูกแล้วกัน”

“รัน - จรัญ จำนวนศก” คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเปิดใจกับทีมข่าว MGR Live หลังกลายเป็นคุณพ่อฮีโร่ที่ถูกพูดถึงเพียงข้ามคืน จากประเด็นการแต่งหญิงเป็นตัวแทนของ “แม่” เพื่อไปงานกิจกรรมวันแม่ที่โรงเรียนชุมชนบ้านตากแว้ง จ.ตราด ให้แก่ลูกสาวและลูกชายของตน

“ปีก่อนๆ ที่ผ่านมา จะมีคุณย่าที่ไปแทนแม่เขาครับ แต่ย่าเพิ่งเสียปีนี้เอง เท่ากับก็ไม่มีใครไปงานโรงเรียน ผมก็เลยต้องไปเอง แต่ก่อนที่จะตัดสินใจไป ผมก็ทำการบ้านก่อนว่าจะต้องมีใส่วิกผมยาว แต่งหน้า ใส่ชุด จากนั้นก็เริ่มหาอุปกรณ์ อาศัยขอยืมชาวบ้านเอา โพสต์ถามว่าใครมีวิกผมยาวบ้าง

โชคดีที่พี่ใกล้ๆ บ้านผมมีวิกพอดี ผมก็ขอยืมเขามา ส่วนชุดผู้หญิงที่ใส่ก็เป็นชุดของคุณย่าที่เสียไปครับ ที่เห็นแต่งหน้าก็หยิบๆ อุปกรณ์ในบ้านมาแต่ง มาทาเอา ก็ออกมาอย่างที่เห็นในรูปครับ (หัวเราะ)”


 
หลังจากที่การประกาศตามหาอุปกรณ์แปลงโฉมจนได้มาครบเรียบร้อย คุณรันจึงจัดการเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นพ่อสู่แม่ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ก่อนถึงวันงานลูกๆ ของเขาจะไม่มีใครรู้ถึงแผนการในครั้งนี้เลยก็ตาม

“ก่อนที่ผมจะไปงานวันแม่ ลูกผมก็ไม่รู้นะครับว่าผมจะไป ผมไปเซอร์ไพรส์เลย ก่อนวันงานผมก็บอกเขาว่าปีนี้ย่าไม่อยู่แล้วนะ ลูกก็บอกผมว่าสงสัยไม่ได้ไหว้ใครแล้วล่ะ ผมเลยบอกเขาไปว่าไม่แน่อาจจะให้ยายไปแทนนะลูก เผื่อยายไปได้ แต่ตอนนั้นในใจผมคือเตรียมไปหาเขาที่งานแล้ว

พอถึงวันงาน ที่โรงเรียนจะให้ผู้ปกครองที่มานั่งตามเก้าอี้ แล้วให้ลูกเดินมาหา เชื่อไหมครับว่าลูกหาผมไม่เจอ เขาเดินผ่านผมไปจนผมต้องเรียกเขา (หัวเราะ) เขาจำผมแต่งหญิงไม่ได้ ถือว่าประสบความสำเร็จนะครับ (ยิ้ม) หลังจากที่เขาหันมาเห็น เขาก็ยิ้มหน้าบานเลย หัวเราะกันใหญ่

ลูกถามว่าทำไมใส่วิกผมยาวแบบนี้ เหมือนผู้หญิงเลย พ่อเป็นกะเทยหรือเปล่า ตามประสาเด็กครับ ผมก็เลยบอกเขาว่าพ่อทำเพื่อหนูแหละ จริงๆ เรื่องนี้ผมคิดแล้วก็ทำเลยนะ เราแต่งตัวให้ลูกไหว้เราดีกว่า ลูกเห็นเราก็ยิ้มแย้ม กอด ดีใจใหญ่เลย”

อย่างไรก็ดี แม้สังคมจะถกเถียงถึงการเปลี่ยนแปลงอยากให้ยกเลิกกิจกรรมวันพ่อ-วันแม่ภายในโรงเรียนเสีย ด้านคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวรายนี้กลับมองว่าอยากให้มีการจัดกิจกรรมดังกล่าวอยู่ เพราะตนมองว่าพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็สามารถทำหน้าที่แทนแม่ของลูกได้ดีเหมือนกัน
 
“ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าอยากให้มีการจัดงานวันแม่นะครับ ผมเข้าใจหลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้จะสร้างปมในใจให้แก่เด็ก แต่ผมคิดว่าถ้าเราสื่อสารกับลูกๆ ของเราได้ด้วยความเข้าใจ ลูกก็จะเข้าใจ อย่างที่ผมไปแทนแม่ของเขา

หรือถ้าไม่มีใครไปเลยจริงๆ ผมก็จะอธิบายกับเขาว่า พ่อไปไม่ได้จริงๆ นะลูก ไหว้คุณครูไปก่อนนะลูกนะ เพราะยังไงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เรายังมีกัน ผมมองว่าคุณพ่อหรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถเติมเต็มความอบอุ่นหรือทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ไม่แพ้กันเลย”

 

เลิกเถอะ! เทศกาล “กราบแม่” อันศักดิ์สิทธิ์

“ลำพังแค่เด็กที่มีพ่อหรือแม่ แต่ผู้ปกครองติดงาน ติดธุระ ไม่สะดวกมา เด็กก็เศร้าแล้ว นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเด็กที่ไม่มีพ่อหรือแม่จริงๆ เขาจะรู้สึกยังไง มันสะเทือนใจเหมือนกันนะ”

คุณครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เปิดใจกับทีมข่าว หลังเกิดกระแสที่สังคมรณรงค์ให้ยกเลิกการจัดกิจกรรมกราบไหว้พ่อ-แม่ในโรงเรียน ด้านครูประถมรายนี้ให้ความเห็นว่า แม้โรงเรียนที่ตนสอนจะมีการจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว แต่จะมีการแยกโซนกิจกรรมเพื่อไม่ให้เกิดเป็นปมในใจเด็กคนอื่นๆ

“ส่วนของที่โรงเรียนก็จะมีการจัดกิจกรรมแยกไปเลย ใครที่พ่อหรือแม่สะดวกมาก็ให้ทำกิจกรรมข้างล่าง ส่วนเด็กๆ ที่ไม่ได้ร่วมงานก็ให้ทำกิจกรรมข้างบนห้องเรียนแทน ตรงนี้จะเป็นการเซฟความรู้สึกเด็ก แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้ายกเลิกกิจกรรมกราบไหว้ไปเลยก็ไม่ได้ส่งผลกระทบที่ไม่ดี มันจะดีต่อตัวเด็กเองด้วยซ้ำ 
อยากให้จัดเป็นกิจกรรมอื่นแทนไปเลย ให้เด็กทำกิจกรรมหรือแสดงโชว์กันเอง ไม่ต้องให้พ่อหรือแม่มาเพื่อให้ลูกไหว้ก็ได้ การกราบไหว้แสดงความรัก ครูคิดว่าสามารถทำกันได้เอง ไม่จำเป็นต้องแสดงให้คนเห็นในที่สาธารณะ”

 
สอดคล้องกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว “หมู - พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ” ได้ออกมาเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่าตั้งแต่ลูกชายของตน “นาย - ณภัทร” เข้าเรียนชั้นอนุบาลที่ 3 ตนก็ไม่เคยพาลูกไปร่วมกิจกรรมวันพ่อหรือวันแม่เลย เนื่องจากตนมองว่าการกราบแสดงความกตัญญูสามารถทำได้ที่บ้าน

“วันที่เด็กๆ จะได้แสดงความกตัญญูต่อมารดา ต่อหน้าครูบาอาจารย์ และเพื่อนๆ แต่รู้ไหมพอลูกดิฉันเข้าอนุบาล 3 ถึงวันแม่-วันพ่อทีไร แทนที่ดิฉันจะไปนั่งร่วมพิธีที่โรงเรียน ให้ลูกได้กราบแสดงความกตัญญู ดิฉันมักจะชวนลูกโดดเรียนค่ะ

ใช่ค่ะ คุณฟังไม่ผิด โดดเรียน พาเขาไปนั่งรถไฟเที่ยว ดูหนังบ้าง เดินห้างบ้าง แฮปปี้มากค่ะ หากต้องการแสดงความรักความกตัญญูก็มากราบแม่ที่บ้าน 2 คนก็พอ

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน เหตุเกิดจากงานวันพ่อก็ลูกดิฉันไม่มีพ่อนี่คะ แม่คนนี้แหละ ที่เป็นได้ทั้งพ่อและแม่ ก็ต้องไปนั่งในพิธีแทนพ่อ หันซ้าย หันขวา มีแต่คุณพ่อท่านอื่นๆ มานั่ง ดิฉันเป็นหญิงเพียงคนเดียว ในตอนนั้น เราว่าก็สตรองพอแล้วนะ เจอเพลงซึ้งๆ ตอนลูกมากราบ เราก็น้ำตาแตกทุกครั้ง

ใช่ค่ะดิฉันซึ้ง แต่พอเงยหน้าดูคุณพ่อท่านอื่น ผู้ชายเขาไม่ร้องกันนี่นะ มีดิฉันผู้เป็นหญิง บ่อน้ำตาแตกอยู่ผู้เดียว น้ำตาไหลเดินลงเวที ครูและแม่ๆ เดินตรงดิ่งมาปลอบเราอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่เป็นไรนะ ลูกไม่มีพ่อไม่เป็นไร”

ดิฉันไม่เป็นไรค่ะ ที่ร้องไห้นี่ เพราะว่า ซึ้งค่ะ ซึ้งที่ลูกรู้จักกราบได้น่าเอ็นดู ประกอบกับเพลงโศกที่โรงเรียนเปิดบิวต์อารมณ์ หลังจากนั้น ดิฉันพาลูกโดดเรียนทุกเทศกาลวันพ่อ-วันแม่ค่ะ พากันไปจู๋จี๋ฉลองเทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์แสดงความรักกันแค่สองคนแม่ลูก”

 
อย่างไรก็ดี แม่ของนักแสดงหนุ่มยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากรอให้สถานศึกษาประกาศยกเลิกกิจกรรมที่ว่านี้อาจสายเกินไป เพราะนั่นอาจหมายถึงการสร้างแผลในใจให้ลูกตั้งแต่ยังเด็ก จนกลายเป็นปมใหญ่เมื่อเขาเติบโตขึ้นมานั่นเอง

“สำหรับใครที่กำลังเรียกร้องให้โรงเรียนเลิกจัดกิจกรรมนี้ อย่ารอค่ะ อย่ารอให้โรงเรียนมีมติยกเลิกงานนี้ เพราะมันจะไม่ทันเวลา ที่จะทำให้เด็กกำพร้า มีบาดแผลในใจ พาเด็กในสังกัดของคุณ โดดเถอะค่ะ พาออกไปท่องเที่ยว สร้างความรักความสุขให้เขา

สละเวลาเพียง 1 วัน วางแผนล่วงหน้าไว้เลย ไม่ว่าคุณจะเป็น พี่ ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเด็กคนใดคนหนึ่ง ที่ขาดพ่อหรือแม่ ช่วยสละเวลาอันมีค่าของท่าน พาเขาออกไป อย่าได้ให้เห็นภาพบาดตาบาดใจ เพราะมันจะกลายเป็นแผลในใจ”

ข่าวโดย MGR Live




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...