xs
xsm
sm
md
lg

ยกเลิก “กิจกรรมกราบแม่” สร้างบาดแผลทางใจ งานนี้ยังจำเป็นแค่ไหน!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จัดต่อหรือยกเลิก!? กิจกรรมแสดงความรักดาบสองคม “ไม่ได้สร้างปมให้ทุกคน แต่บางคนเป็น” เปิดความรู้สึก ผู้ริเริ่มแคมเปญยกเลิกกิจกรรมกราบแม่ในโรงเรียน ที่คอยตอกย้ำความรู้สึกของเด็กที่ขาดผู้ปกครอง พร้อมเสนอวิธีแก้ปัญหา เพราะต้นทุนทางจิตใจของคนเราไม่เท่ากัน ด้านจิตแพทย์เตือน ยิ่งสร้างความเจ็บปวดในใจเด็ก

ยกเลิกกิจกรรม! กราบแม่ในโรงเรียน

“การให้ผู้ปกครองมาโรงเรียนในวันสำคัญ เป็นการสร้างความสะเทือนใจให้แก่นักเรียนซึ่งพ่อแม่ไม่สามารถจะมาร่วมงานได้ จะด้วยเหตุผลที่เป็นเด็กกำพร้า หรือว่าครอบครัวหย่าร้าง แม้กระทั่งไม่ว่าง ไม่สะดวกที่จะมาโรงเรียนในวันนั้นๆ

แต่ไม่ได้ห้ามจัดงานวันแม่ หรือห้ามการเรียนรู้เรื่องการไหว้กราบ หวังว่าโรงเรียนซึ่งไม่ได้รับคำสั่งให้จัดงาน ควรพิจารณาได้ด้วยสามัญสำนึกของความเป็นครู และหากทางรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ส่งมอบนโยบาย เห็นสมควรได้โปรดแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบถึงความเหมาะสม ด้วยประการทั้งปวง”

[ศุ บุญเลี้ยง]

ไม่ควรจัดงานวันแม่ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทำให้คนในสังคมหันมาสนใจอีกครั้ง เมื่อ “ศุ บุญเลี้ยง” ศิลปินและนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์เสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ควรยกเลิกจัดงานวันแม่ที่โรงเรียน ที่มีการชักชวนให้พาแม่มาให้นักเรียนกราบไหว้ เพราะมองว่าเป็นการสร้างปมและความสะเทือนใจให้แก่เด็ก

เมื่อประเด็นดังกล่าวกำลังถูกพูดถึง ทีมข่าว MGR Live จึงได้ติดต่อไปยัง ฤทธิ์-ศุภฤทธิ์ ทวีเกียรติ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว นักศิลปะเชิงบำบัด ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกกิจกรรมกราบแม่ที่โรงเรียนมาโดยตลอด ตั้งแต่ออกรายการนโยบาย By ประชาชน และยังมีการสร้างแคมเปญรณรงค์ใน change เพื่อร้องเรียนกระทรวงศึกษาธิการในการยกเลิกกิจกรรมดังกล่าวอีกด้วย

“สาเหตุที่อยากให้ยกเลิกกิจกรรม ผมเห็นว่าจัดกิจกรรมแบบนี้ทุกๆ ปี เช่น เด็กไหว้เก้าอี้เปล่าบ้าง พ่อแม่ไม่มาบ้าง เห็นอะไรแบบนี้ในโซเชียลฯ บ่อยๆ ผมก็เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว ผมรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งลูกผมเขาเข้าโรงเรียน แล้วไปเจอกิจกรรมอะไรแบบนี้ ก็รู้สึกว่ามันไม่น่าจะดี แต่ก็ต้องมองในภาพใหญ่ๆ ของประเทศ ซึ่งก็จะมีทั้งครอบครัวข้ามรุ่น พ่อแม่ยังอยู่นะ เพียงแต่เขาทำงานอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง เด็กก็จะอยู่กับปู่ย่าตายาย

[ฤทธิ์-ศุภฤทธิ์ ทวีเกียรติ]

ถ้าโรงเรียนที่เด็กต้องไปกราบเก้าอี้แทนพ่อแม่ กระทบจิตใจยังไง อันนี้ผมตอบแทนพวกเขาทั้งหมดไม่ได้เนอะ แต่ว่าผมมองในแง่โครงสร้างว่า ทำแบบนั้นมันโอเคหรือเปล่า สิ่งที่สำคัญคือเราจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังแม้แต่คนเดียว แล้วถ้าเกิดว่าทำไปแล้วมันเสี่ยงที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเขารู้สึกแย่มากขึ้น แล้วเราจะทำไปทำไม”

กิจกรรมวันสำคัญเช่นนี้ เมื่อเด็กต้องมากราบไหว้เก้าอี้แทน จะเป็นการสร้างปมให้แก่เด็กหรือไม่ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างฤทธิ์ ได้ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ได้สร้างปมให้ทุกคน แต่บางคนเป็น



“อันนี้ผมกล้ายืนยัน เพราะว่าผมเคยเจอคนที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วเขาก็รู้สึกว่ามันไม่โอเค แน่นอนมีมาจากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องต้นทุนของคนเราทางจิตใจของคนเราไม่เท่ากัน แล้วก็เรื่องการจัดงานนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่จัดงานนี้เขาจะหายเลยก็ไม่ใช่ ชีวิตจริงเขาก็ยังเป็นอยู่ เพียงแต่ไม่ไปตอกย้ำ”

แสดงความรักต่อแม่ เด็กควรมีสิทธิเลือกเอง!?

“ผมมองว่า เราต้องให้น้ำหนักกับเด็กก่อนว่าเด็กอยากจะร่วมหรือไม่ร่วมกิจกรรมก็ได้ อันนี้สำคัญที่สุด ถ้าเราคิดว่าเราจะทำเรื่องนี้เพื่อเด็ก แล้วเด็กบางคนเขาไม่ได้รู้สึกอิน เช่น พ่อเขาล่วงละเมิดทางเพศกับเขา จะให้เขามาสำนึกบุญคุณพ่อ ยังไงมันก็ไม่ได้

ดังนั้น เราต้องเปิดช่องไปด้วยว่า เด็กสามารถเลือกได้ว่าเขาจะร่วมกิจกรรมนี้ หรือไม่ร่วมก็ได้ แล้วถ้าเด็กไม่ร่วม จะต้องอยู่ตรงไหน จะอยู่ยังไง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้เด็กมีสิทธิเลือกก่อนครับ แล้วเรามีกลไกรองรับที่เหมาะสมยังไง”

ทั้งนี้ ในเมืองไทยโรงเรียนหลายแห่งที่ ฤทธิ์-ศุภฤทธิ์ ทราบมาก็ได้มีการยกเลิกกิจกรรมดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนได้ แต่มีหลายโรงเรียนที่ไม่ได้ประกาศตรงๆ ว่ายกเลิก แต่แค่จัดกิจกรรม โดยที่ไม่ได้ชวนผู้ปกครองมา

“ถ้าอยากจะทำกิจกรรม อาจจะไปทำในลักษณะที่เป็นรูปแบบอื่น โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาด้วย อย่างผมเป็นพวกเกี่ยวกับศิลปะบำบัด ผมก็อาจจะนำเสนอพวกกิจกรรมศิลปะบำบัดอะไรอย่างนี้ ไม่ว่าจะเริ่มจากการเขียนขอบคุณ แล้วก็มานึกถึงเหตุการณ์ดีๆ ที่คุณพ่อคุณแม่เคยทำให้ ซึ่งตรงนั้นมันจะได้ผลกับด้านความรู้สึกและอารมณ์ได้ดีกว่าครับ



จริงๆ เราก็ต้องยอมรับนะครับ ว่า สมัยนี้ยังมีการล้อเลียน การกลั่นแกล้งกันอยู่ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นก็มาจากเด็กที่อยู่ในวัยที่เขาเองก็ต้องการการยอมรับจากเพื่อน แต่เพื่อนเองก็อยู่ในวัยที่ยังไม่ได้รู้จักกาลเทศะดีมากนัก บางทีมีการล้อพ่อล้อแม่ บางทีเจ้าตัวก็รู้สึกเจ็บปวดนะครับ”

ขณะเดียวกัน คนในสังคมโซเชียลฯ ต่างก็แสดงความคิดเห็นออกไปทั้งสองด้าน ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยที่ควรมีการยกเลิกกิจกรรมเพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกมีปมไม่ดีในใจ และคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะยังมองว่ามีเด็กอีกหลายคนที่อยากแสดงความรักต่อแม่

“เรื่องนี้มีสองมุมคนที่มีครอบครัวปกติ ก็เป็นโอกาสดีที่ให้ลูกๆ มีกิจกรรมเพื่อคุณแม่ คนที่ครอบครัวไม่ครบ ก็สะเทือนใจผมเสนอให้เชิญผู้ที่ดูแลเด็กๆ มาร่วมงาน โดยไม่ต้องระบุว่าใคร และเปลี่ยนชื่องานเป็น วันผู้มีพระคุณประดุจคุณแม่”

“ที่ให้แม่มาโรงเรียนเพื่อให้เด็กกราบ ต้องการปลูกฝังเด็กให้รักแม่หรือต้องการแค่ภาพถ่ายที่สวยงาม การปลูกฝังจิตสำนึกความกตัญญูควรมาจากการเรียนรู้ที่ถูกต้อง และเด็กไม่โดนเปรียบเทียบหรือทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น”

“สังคมดัดจริตมีวิธีมากมายที่จะแก้ปัญหาไม่คิดกัน แต่มาคิดยกเลิกสิ่งดีๆ ที่จะสร้างความผูกพันที่ดีระหว่างแม่กับลูก ไม่อยากเชื่อเลย”

ไม่เพียงแค่นี้ ทางเพจเฟซบุ๊ก “สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย” ยังเคยมีกรณีที่คุณหมอได้โพสต์ถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า ในตอนเด็กนั้น แม่ของตนเองไม่สะดวกจะมาร่วมงานเท่าไหร่ เนื่องจากต้องเดินทางมาจากที่ทำงาน พร้อมทั้งอยากให้มีการทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงของการจัดกิจกรรมด้วย



“หมอเริ่มเกิดคำถามในใจว่า งานวันแม่ที่โรงเรียนในลักษณะนี้ มีผลกระทบทางใจในเชิงลบกับเด็กหลายๆ คน มากกว่าผลทางบวกกับเด็กอีกจำนวนหนึ่งหรือเปล่า เพราะสำหรับคนที่สนิทกันดีกับแม่ เขาก็คงจะหาโอกาสแสดงความรักความขอบคุณได้ไม่ยากอยู่แล้ว แล้วสำหรับเด็กคนอื่นๆ ล่ะ

อย่างเด็กที่อยู่กับญาติ หลังจากพ่อแม่แยกทางกันแล้วต่างฝ่ายต่างไปมีครอบครัวใหม่ เด็กที่แม่ทอดทิ้งทางอารมณ์ จนรู้สึกว่าสนิทกับพี่เลี้ยงมากที่สุด หรือรู้สึกว่าไม่มีใครรับฟังเท่าสุนัขที่เลี้ยง เด็กที่แม่ลำเอียง ปฏิบัติตัวกับพี่หรือน้องคนอื่นของเขาดีกว่าอย่างชัดเจน เด็กที่ถูกแม่ลงโทษด้วยวิธีรุนแรงบ่อยๆ หากทำอะไรไม่ถูกใจ เด็กที่แม่กำลังป่วยหนัก ระยะสุดท้าย หรือเสียชีวิตแล้ว ฯลฯ เด็กๆ เหล่านี้จะรู้สึกอย่างไรที่บาดแผลในใจต้องถูกย้ำด้วยบรรยากาศของงาน”

นอกจากนี้ คุณหมอรายเดิมยังต้องการให้ยกเลิกธรรมเนียมเดิมๆ แล้วมีกิจกรรมแบบอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรียงความ เช่น สิ่งที่ฉันอยากบอกแม่ สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อคิดถึงแม่ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคุณครูในการทำความเข้าใจนักเรียนได้มากกว่า

“ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหรืองานอะไร อยากให้ทางโรงเรียนทบทวน "จุดประสงค์ที่แท้จริง" ของงานนั้นเพื่อจะได้เลือกทำสิ่งที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมต่อบริบทของผู้ร่วมงานทุกคน”

ข่าวโดย MGR Live
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “โอโซน อิ่มซัม”, ทวิตเตอร์ @9_nonty