xs
xsm
sm
md
lg

ทำบุญได้ชาติหน้า ทำหน้าได้ชาตินี้!! “มินโฮ” 30 ศัลย์เปลี่ยนชีวิต [มีคลิป]

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ถ้าจะมากลัวทำแค่นี้ กลัวหน้าเดิมดีกว่า” เปิดหมดใจ “มินโฮ รัชฎา” หนุ่มไทยผู้ผ่านการศัลยกรรมใบหน้ามากถึง 30 ครั้ง เป็นต้นว่า จมูก 9 ครั้ง - คาง 5 ครั้ง - เลาะกระดูกกราม 1 ครั้ง และอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน จากหนุ่มหน้าตาธรรมดากลายเป็นโอปป้าโคเรียสไตล์ และภาพ Before - After ก็ส่งให้เขามีชื่อเสียงดังไกลถึงต่างประเทศ แต่กว่าจะเป๊ะอย่างทุกวันนี้ เขาเคยเฉียดตายเพราะพิษศัลยกรรมแบบผิดๆ มาแล้ว!

เกือบตาบอดเพราะหมอกระเป๋า!!

“ผมไม่ชอบทุกอย่างบนหน้า ไม่ชอบเลย ผมเป็นคนรักเสียงเพลง รักการเต้น มาอยู่พัทยาตั้งแต่อายุ 18 ปี ก็ไปสมัครงานเป็นนายโชว์ที่หนึ่ง ยื่นใบสมัครที่เดียว 4 ครั้ง เขาไม่รับ ก็ไปอีกที่เขาก็ไม่รีบอีก แต่ก็มาได้งานเป็นพี่เลี้ยงเด็กลูกชาวรัสเซีย เลี้ยงหมาให้เขาด้วย ก็มีความสุขแต่ไม่ใช่ความฝันเรา เขาไม่รับเราเพราะหน้าตา เลยรู้สึกว่าฉันต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

“มินโฮ - รัชฎา หงษ์ประสิทธิ์” หนุ่มกาฬสินธุ์ วัย 25 ปี ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลฯ จากภาพก่อนและหลังการทำศัลยกรรมถึง 30 ครั้ง จากหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ เปลี่ยนมาเป็นหนุ่มหล่อตี๋สไตล์โอปป้า เขาเล่าย้อนไปในสมัยที่ยังไม่ได้ผ่านการพึ่งมีดหมอว่า ใบหน้าเดิมนั้นเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่ตนเองรัก



“มันมีเหตุการณ์นึง คนรัสเซียเขาจะกลับไปอยู่ประเทศเขาแล้ว เขาทิ้งหมาไว้ให้เราเลี้ยง เงินจะกินข้าวก็ไม่มี เงินจะเลี้ยงหมาก็ไม่มี เราก็เลยจูงหมาออกมาแล้วพูดกับหมาว่า ต่างคนต่างไปนะ แล้วก็ปล่อยหมาวิ่งไป แล้วเราก็เดินออกไปหน้าโลตัส โชคดีที่ไปเจอร้ายขายรองเท้า เขารับสมัครให้เงินเดือน 7,000 บาท เขาให้ขายคู่ละห้ามต่ำกว่า 150 บาท ผมขาย 300 บาท เจ้าของร้านเขาก็รู้ เป็นส่วนต่างที่เราเก็บได้ เราจะมีทริกอะไรก็ได้ที่ขายของเขาออกได้ เดือนแรกผมขายได้ 30,000 บาท

ขายได้ครึ่งปี พอมีเงินขึ้นมา อยู่ดีๆ ก็อยากทำจมูก สมัยนั้นมันไม่มีโซเชียลมีเดียอะไรเลย เราไปซื้อหนังสือทีวีพูลมา แล้วก็เปิดดู มันจะมีอยู่หน้านึงเป็นคอร์สศัลยกรรมตามโรงพยาบาล ก็โทรตู้โทรศัพท์สาธารณะบอกหมอ เดี๋ยวจะเข้าไปนะวันนี้ ไปถึงเขาไม่ทำให้เพราะอายุไม่ถึง 20 ปี(หัวเราะ) ก็ไปคะยั้นคะยอเขาว่ามาไกลนะ มาคนเดียว มัดมือชกหมอ หมอก็ยอมทำให้ ตอนนั้นราคา 7,000 บาท หมอส่งค่ารถให้อีก 500 บาท (หัวเราะ)

ได้จมูกอันแรกก็ไม่ชอบเท่าไหร่ มันเป็นแท่ง เหมือนเครื่องหมายถูกตีมาตั้งแต่หน้าผาก(หัวเราะ) ราคานั้นมันเลือกไม่ได้ครับ แต่ก็มั่นใจมาก ไปสมัครงานโรงละครเปิดใหม่เขาก็รับ เป็นโรงละครใหญ่มาก มั่นหน้าขึ้นกว่าเดิมอีก”
ด้วยอาชีพการงานที่ต้องใช้หน้าตาเข้าช่วย หลังจากที่ได้จมูกอันแรกมา ทำให้มินโฮ อยากเสริมนั่น เติมนี่เข้าไปเพื่อเพิ่มความเป๊ะให้ตนเอง เขาเลยเลือกที่จะเติมหน้าผากให้เต็มและตามด้วยฉีดวิตามินผิวขาว แต่การตัดสินใจของเขานับว่าผิดมหันต์เพราะมันเกือบทำให้เขาไม่ได้มานั่งเล่าประสบการณ์นี้เสียแล้ว



“พอทำงานได้ประมาณ 1 - 2 ปี ก็อยากเติมหน้าผากให้มันนูน ก็ไปเจอหมอกระเป๋า ตอนแรกคุยกันเข็มละ 1,500 บาท พอเจอกันเขาฉีดให้ 3 เข็ม แถมให้ ไปถึงเป็นเตียงสระผมร้านเสริมสวย ก็นอนลง คนทำเดินเข้าไปในครัวออกมาพร้อมกับกระปุกรังนกยี่ห้อนึง เปิดฝาออก ไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ในกระปุกนั้น เขาก็เอาเข็มฉีดยาใหญ่มาก ดูดขึ้นมาแล้วเอามาฉีดหน้าผากเรา ไม่พอ ก็ฉีดให้จนหน้าผากเต็มสวย

ผ่านไปไม่กี่วันตามันปิดไปข้างนึงเพราะมันไหลลง เลยคิดไปว่าหรือโดนความร้อนแล้วมันไหล ก็เลยเอาผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนมากดใส่ตาแล้วรีดออกข้างขมับ 2-3 ครั้งมันไม่มา เราก็เร่งไฟให้มันร้อนขึ้นอีก เอาผ้าขนหนูจุ่มแล้วรีด รอบนี้มา กลายเป็นว่ามาอยู่ข้างขมับหมดเลย ก็รู้สึกว่าโอเคขึ้น ตอนแรกว่าจะไปให้หมอจริงๆ เอาออก เขาคิด 20,000 บาท ไม่มีตังก็เลยไม่ได้เอาออก ตอนนี้ก็น่าจะยังอยู่ ถ้าอากาศหนาวๆ ก็จะปวดขมับบ้าง ผมนะนำว่าอย่าทำตาม ถ้าไหลลงตาแล้วไม่เกิดฉุกคิดก็อาจจะตาบอดไปแล้ว

อีกครั้งคืออยากผิวขาว ไปซื้อวิตามินซีเป็นขวดเอามาฉีด เราคิดว่าในเมื่อหมอกระเป๋า เขาไม่ได้เรียน เขาทำได้เราก็ต้องทำได้ ความคิดตัวเอง(หัวเราะ) ไม่มีการศึกษาอะไรทั้งนั้น ก็ฉีด สักพักนึงตาเริ่มมัว วูบไปตอนไหนไม่รู้ หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีคือเพื่อนมาปลุก เข็มยังคาอยู่ที่ข้อพับแขน”



แม้จะผ่านประสบการณ์ตาเกือบบอดและเฉียดตายจากการฉีดวิตามินผิวขาวโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชายผู้นี้เข็ดกับการเติมนั่นนี่เข้าไปในใบหน้าตัวเองแม้แต่น้อย เพราะปัจจุบันเขาได้ผ่านการศัลยกรรมไปแล้วกว่า 30 ครั้ง แต่เขาเลือกที่จะใช้วิธีที่ถูกต้อง คือการทำกับแพทย์และสถานเสริมความงามที่ปลอดภัย

ไม่เพียงแค่หน้าตาที่เปลี่ยนไป แต่เขายังเปลี่ยนชื่อเล่นของตนเองใหม่ให้เข้ากันอีกด้วย ซึ่งชื่อ “มินโฮ” นั้น เกิดจากการไปชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว นักแสดงในเรื่องส่วนใหญ่เป็นชาวตะวันตก แต่มีคนหนึ่งชื่อมินโฮ เป็นคนเอเชียที่มีบทบาทโดดเด่น เขารู้สึกว่าอยากโดดเด่นเหมือนคนคนนี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเล่นของตนเอง จากเดิมคือ “กิระ” มาเป็น “มินโฮ” ตั้งแต่นั้นมา

เปลี่ยนบ่อยอย่างกับเสื้อผ้า! จมูก 9 ครั้ง 9 ทรง

กว่าที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นหนุ่มตี๋อินเตอร์แบบนี้ได้นั้น มินโฮต้องทำทั้ง ฉีดหน้าผาก 1 ครั้ง , ทำตา 1 ครั้ง , ทำจมูก 9 ครั้ง , ฉีดดอลลี่อาย 2 ครั้ง , สักคิ้วสามมิติ 3 ครั้ง , ตัดปีกจมูก 3 ครั้ง , ตัดปากกระจับ 1 ครั้ง , ทำฟันวีเนียร์ 1 ครั้ง, ร้อยไหมล็อกยกใบหน้า 1 ครั้ง , ฉีดคาง 4 ครั้ง แล้วแก้มาใส่เพสคาง 1 ครั้ง , ทำลักยิ้ม 1 ครั้ง , 1 ครั้ง , ผ่าตัดเลาะกระดูกกรามข้างละ 4 มิลลิเมตร 1 ครั้ง และดึงสลิ้งใต้ปีกจมูกเพื่อยกปลายจมูก 1 ครั้ง

แทบทุกส่วนบนใบหน้าของชายผู้นี้ ไม่มีตรงไหนที่ไม่เคยผ่านมีดหมอ นี่ยังไม่รวมการศัลยกรรมที่ไม่ต้องผ่าตัด ทั้งการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มใบหน้า ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดเมโส ฉีดแฟต อีกนับครั้งไม่ถ้วน โดยทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาประมาณ 2 ปีครึ่ง และหมดเงินไปหลายแสนบาท



“ผมเข้ากรุงเทพฯ มาทำหน้า ทำไปทำมา จากเสียเงินทำจนไม่ต้องเสีย พอเริ่มมีประสบการณ์เยอะ ก็ได้มาทำงานกับคลินิกเสริมความงาม หน้าที่แนะนำการศัลยกรรม ทั้งหมดบนหน้าผมทำที่ไทย แต่มีตาชั้นเดียวทำที่จีน ทำจาก 2 ชั้นให้เป็น 1 ชั้น แฟนเก่าชาวจีนเป็นหมอทำให้ เขาบอกว่าเป็นตามังกร เมื่อก่อนผมชั้นตาใหญ่ ตาลึก แต่ตอนนี้มันเริ่มคลายตัว เริ่มจะคืนเป็น 2 ชั้นแล้ว

ที่เปลี่ยนจมูกมาถึง 9 ครั้ง เราไม่ได้ทำเพราะความสวยงาม เราทำเพื่อการเรียนรู้ ว่าจมูกทรงไหนสวย จมูกอ่อนหลังหูดีมั้ย เราต้องลองทำทุกแบบให้รู้หมด เวลาลูกค้าถามจะได้ตอบถูก ไม่ใช่ไม่มีความรู้แล้วไปตอบลูกค้า จมูกเก่ามินโฮใหญ่มาก เป็นคนเนื้อเยอะอยู่แล้ว ถึงแม้จะทำไปหลายครั้ง เนื้อมันก็ยังอยู่ ถ้าคนเนื้อน้อยจะทำได้น้อยครั้งเพราะว่ามันจะบาง สมมติทำต้นเดือนนี้ สิ้นเดือนหน้าเอาออก

แต่ของมินโฮเนื้อเยอะ มันสลายออกไปทีละนิดๆ จากใหญ่ๆ ก็กลายเป็นเล็กลง ซึ่งเป็นข้อดีของตัวเอง ทรงตอนนี้เป็นซิลิโคนงานเหลาพรีเมียมครับ วางกระดูกอ่อนหลังหู 3 ชั้น เพื่อให้มันยาวให้พุ่งออกมา แค่ซิลิโคนมันงอน มันก็ได้แค่ทรงนั้นมันเสี่ยงต่อการทะลุ แต่ถ้าเกิดเรากระดูกอ่อนหลังหูมาใส่ แล้วมันจะเชื่อมกับหนังที่ปลายจมูก ไม่ใช่ไม่มีสิทธิทะลุแต่โอกาสเสี่ยงที่จะทะลุมันจะน้อยลง บิดได้แต่งัดไม่ได้ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาคลินิกจะขอทรงเนย โชติกาเยอะมาก ส่วนทรงที่ฮิตตอนนี้ต้องสโลปปลายพุ่งเท่านั้น ตรงกลางจะแอ่นหน่อย ทำให้หน้าดูละมุนขึ้น ดูหวาน ดูจิ้มลิ้ม ถ้าใครอยากได้หน้าหล่อก็เอาเป็นทรงตรง”


สโลปปลายพุ่ง ทรงจมูกสุดฮิต

เป็นโชคดีของมินโฮ ที่การทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้าจำนวนหลายต่อหลายครั้งของเขา ไม่ได้เกิดข้อผิดพลาดจนไม่สามารถแก้ไขได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นมีเพียงอย่างเดียวคือ คนที่บ้านจำหน้าไม่ได้

“ตอนกลับบ้านหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ สมัยก่อนจะมีเซลขายเครื่องกรองน้ำอะไรพวกนี้ ก็ลากกลับบ้าน ไปถึงหน้าบ้านปุ๊บก็ตั้งกระเป๋า ยายมองหน้าเราแล้วก็ถาม “มาขายหยังล่ะหล่า ไม่เอา” (หัวเราะ) ก็เลยบอกว่า “ยายมองดีๆ สิ จำได้มั้ย” ยายหรี่ตาดูก็จำไม่ได้ จนแม่เข้ามาบอกว่านี่ลูกหลานตัวเองนะถึงจะจำได้ แต่ความจริงที่บ้านไม่ให้ทำเลย พ่อไม่ให้ทำ พ่อไม่ชอบ แต่เราก็ขัดใจ ก็บอกแบบรักษาน้ำใจว่า อันเดิมที่พ่อให้มามันไม่โอเคนะ(หัวเราะ) ก็เลยต้องเปลี่ยนนิดนึง”



เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่า เคยรู้สึกกลัวการศัลยกรรมบ้างไหม หนุ่มมินโฮก็ให้คำตอบกลับมาอย่างมั่นใจว่า “ไม่กลัว”

“ไม่กลัวครับ มันทำจนไม่เจ็บแล้ว ไปถึงเตียงปุ๊บ พูด 2 คำ เอาสวยหมอ ห้ามขี้เหร่ หลับตาแล้วก็ทำได้เลย ถ้าจะมากลัวทำแค่นี้ กลัวหน้าเดิมดีกว่า เรากลัวจะเป็นเราหน้าเดิม

ส่วนเรื่องการเสพติดศัลยกรรม ถ้าเกิดคนที่ยังไม่เคยทำ เขาจะพูดได้ แค่ถ้าคนที่ได้ทำอย่างนึงแล้ว หรือว่าผ่าตัดไปครั้งนึง มันจะกลายเป็นว่า มีครั้งที่ 1 ต้องมีครั้งที่ 2 มันจะไม่มีการหยุดอยู่กับที่ จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ครับ”

หน้าใหม่ ชีวิตใหม่

“ตอนนี้ก็พอใจกับหน้าประมาณ 85 - 90% เหลืออยากทำปีกจมูก 1 ครั้ง ดันเข้าไปทำให้ยิ่งพุ่ง มีปลูกไรผม ยกข้างแก้มขึ้น เคยทำมาแล้วครับ แต่ก็ต้องทำบ่อยๆ เพราะอันเดิมสลายไปแล้ว เพิ่งไปผ่าคางมา ข้างในพังหมดก็ต้องย้ายมาผ่าข้างนอก ทำคางคือดันให้มันยื่นมาออกโดยใช้ซิลิโคน มีแบบขาสั้นกับขายาว ไม่รู้ว่าเราจะชอบแบบไหนเลยต้องลองทุกทรง 4 ทรงครับ พอตัดกรามออกเนื้อที่มีกลายเป็นเหนียง ก็ต้องไปดูดไขมันเหนียงออก แต่ต้องพักไว้ก่อน ตอนนี้พักหน้าได้ประมาณปีนึงแล้ว ยังไม่อยากทำซ้ำ เพราะการทำศัลยกรรม 1 ครั้ง เท่ากับเราเปลี่ยนโหงวเฮ้ง ดวงทุกอย่างมันจะเปลี่ยนเลยครับ”



มินโฮ ยอมรับกับผู้สัมภาษณ์ว่า ใบหน้านี้ยังหล่อเป๊ะ 100% ตามที่ตนเองตั้งเป้าไว้ และในอนาคตอันใกล้ ก็มีการวางแผนที่ทำนั่นนิดนี่หน่อยเพิ่มเติมอีก แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลังจากที่เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการนี้ สิ่งที่ได้รับมาไม่ได้มีเพียงแค่ใบหน้าที่เปลี่ยนไป หากแต่นำมาซึ่งโอกาส ชื่อเสียง เงินทอง การงาน และมีคนรู้จักมากขึ้น

“ชีวิตเปลี่ยนแปลงเลยครับ ผมก็ได้มีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศ เพราะรูป Before - After รูปนั้นดังอยู่ในเว็บจีน มีคนเอาไปแชร์ หลังจากดังปุ๊บก็ได้ออกรายการมากมาย แล้วได้เซ็นสัญญาที่จีน ทำงานที่โรงพยาบาลของเขา แต่หลังเซ็นสัญญาเขาก็บล็อกงานเราไป 2 ปี ไม่ส่งงานให้เลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เราจะไปทำงานอื่นก็ไม่ได้ เหมือนเป็นทุกขลาภ แต่สัญญาเพิ่งหมดไป เราก็ทำงานอย่างอื่นแต่ไม่ได้เซ็นสัญญาทับ



งานในวงการบันเทิงไม่มีครับ ส่วนใหญ่จะเป็นการออกรายการต่างๆ มากกว่า เป็นการแชร์ประสบการณ์ ชีวิตก็ดีขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น คนไม่ชอบก็มากขึ้น(หัวเราะ) เฟซบุ๊กอันเก่าก็ถูกสแปมไปแล้ว ตอนนี้เลยเล่นเฟซบุ๊กใหม่ ไอจีก็ปลิวไปเพราะมันเชื่อมต่อกัน คนอื่นเข้าไปดูได้แต่มินโฮเข้าไม่ได้

หลังจากนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะทำงานเป็นคนแนะนำศัลยกรรมไปเรื่อยๆ ผมว่ามันเหมือนกับเราได้บุญนะตรงนี้ เหมือนได้มอบชีวิตใหม่ให้คนต่อๆ ไป สมมติคนนี้ไม่สวย เขามาทำกับเราเราแนะนำสิ่งดีๆ ให้เขาทำนั่นทำนี่ ให้ดูดีขึ้น มั่นใจขึ้นเหมือนที่เรามั่นใจ เขาสวยเราก็อิ่มใจ มีความสุข เพราะว่าเราเป็นคนที่เคยดูไม่ดีมาก่อน พอเราได้โอกาสตรงนั้นมาทำให้เราดูดีขึ้น”



เมื่อบทสนทนาดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย มินโฮ ใช้โอกาสนี้ฝากคำแนะนำถึงคนที่อยากทำศัลยกรรม ให้ศึกษาข้อมูลให้ดี ทั้งจากในอินเตอร์เน็ตและและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำทุกครั้ง เพราะการทำศัลยกรรมก็เหมือนกับการซื้อล็อตเตอรี่เสี่ยงโชค ถ้าโชคดีก็ออกมาสวยงามสมใจ แต่หากโชคร้ายก็ต้องเจ็บทั้งตัว เสียทั้งเงินเพื่อแก้ไขอีกรอบ และอาจจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกก็เป็นได้

“ขอฝากเลย เราอย่าเสียเงินไม่มากเพื่อจะทำกับหมอกระเป๋า เราเพิ่มเงินแค่นิดเดียว เราทำหมอจริงๆ ดีกว่า หมอกระเป๋าเสี่ยงมาก เราทำแค่ไม่กี่พันแต่เอาออกเป็นหมื่นๆ ทุกอย่างที่พลาดแล้วอาจจะไม่โชคดีเหมือนมินโฮ ถ้ามันพลาดแล้วมันเอากลับคืนมาไม่ได้ ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เราแค่เข้าไปในกูเกิ้ล เราพิมพ์ไปเลย ศัลยกรรมจมูก ข้อผิดพลาด เอฟเฟคต่างๆ หาข้อมูลได้หมด

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราตัดออกไปแล้ว แล้วเอากลับมาใส่เหมือนเดิมไม่ได้ มี 3 อย่าง คือ ตา ปีกจมูก และปาก แนะนำให้คิดดีๆ แต่มินโฮเป็นคนที่คิดปุบปับทำเลย ก็เลยพลาดเป็นแผลเป็นตะขาบจนถึงทุกวันนี้ อีกอย่างคือหมอกระเป๋า อย่าเลย ห้ามเลย หลายๆ คนก็โดนมาแล้ว แต่ยุคนี้ก็น่าจะน้อยลงเพราะราคาศัลยกรรมก็ถูกลงแล้วครับ”

สัมภาษณ์โดย : รายการพระอาทิตย์ Live
เรียบเรียง : ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ
ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก “ไค ฮอง ลี มินโฮ”




** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...