xs
xsm
sm
md
lg

"น้องอามานี่" ศิษย์ อ.เฉลิมชัย จิตรกรวัย 13 ผู้ใจบุญ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ได้เห็นรอยยิ้มน้องๆ ก็มีความสุขแล้วครับ” เจาะใจ “น้องอามานี่” จิตรกรอัจฉริยะวัย 13 ปี ศิษย์ในสำนัก “อาจารย์เฉลิมชัย” สะบัดฝีแปรงรังสรรค์ภาพสุดวิจิตร นำออกประมูลเป็นเงินกว่า 200,000 บาท มอบแก่โรงพยาบาลและเด็กยากไร้ทั้งหมด ด้วยเพราะเคยป่วยหนักมาก่อน และ “อาจารย์สอนให้ผมรู้จักแบ่งปัน”

ประมูลนี้เพื่อน้อง

“ผมเคยป่วยหนักเป็นอีสุกอีใสหลบเข้าข้างในครับ ตอนประมาณ 4 - 5 ขวบ ผมก็ไปอยู่โรงพยาบาลเป็นเดือน เห็นน้องๆ คนอื่นที่ป่วยหนักเหมือนกัน ก็เลยมีความคิดที่อยากจะบริจาคเงิน ก็เริ่มทำตั้งแต่อายุ 7 ขวบครับ บอกกับพ่อแม่ว่าอยากทำ ตอนแรกก็ไปวาดภาพรับบริจาคที่ถนนคนเดิน จังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ ครับ ถึงตอนนี้ประมูลไปแล้วเยอะอยู่ครับ”

เป็นอีกตัวอย่างของเด็กเก่งและดีที่ควรยกย่อง เมื่อ “น้องอามานี่ - ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ” หนุ่มน้อยชาวภูเก็ตวัย 13 ปี ที่เคยเรียกเสียงฮือฮากระหึ่มโลกโซเชียลฯ จากการผลงานภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในชื่อ "พระราชาของอามานี่” ลายไทยสุดวิจิตรตระการตา จน อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ถึงกับออกปากชมและรับเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่น้องอามานี่อายุได้ 9 ขวบ


“ภาพพญาปลา” และ “ภาพพญานาคราช”

นอกจากนี้ เขาได้ใช้ความสามารถของตนเองไปในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการนำภาพที่วาดออกประมูลและได้เงินบริจาคไปนับแสนบาท

เงินทุกบาททุกสตางค์นั้น จะถูกนำไปมอบให้แก่ผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่างๆ และเด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารหลายภาค ส่วนมากจะเน้นไปที่กลุ่มเด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่า ตนเองเคยป่วยหนักมาก่อน จึงเข้าใจและอยากทำให้น้องๆ ที่ป่วยอยู่กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา น้องอามานี่ได้นำ “ภาพพญาปลา” และ “ภาพพญานาคราช” ทั้ง 2 ภาพมีขนาด 80×100 cm.ที่ตั้งใจวาดโดยใช้เทคนิคสีหมึกดำสีอะคริลิค จนภาพออกมาสวยงามราวกับชีวิต ออกประมูล ผ่านแฟนเพจ “Armani Wachirawit Samart”

ผลปรากฏว่า ในภาพแรกนั้นถูกประมูลไปเป็นเงินถึง 105,000 บาท และภาพที่สองเป็นเงิน 95,000 บาท ท่ามกลางเสียงชื่นชมผลงานของน้องอามานี่และร่วมอนุโมทนาบุญกับผู้ที่ประมูลภาพได้ไป


รายได้จากการประมูลภาพ มอบแด่ผู้ป่วยเด็กและเด็กด้อยโอกาส

“ภาพที่ประมูลได้ล่าสุด 2 ภาพ ได้เป็น 200,000 บาท ก็ได้เป็นชุดนักเรียนให้น้องๆ ที่ จ.สุรินทร์ครับ ทั้งเซ็ตเลย เสื้อพร้อมปักชื่อ รองเท้า ถุงเท้า สี อุปกรณ์วาดภาพที่ส่งไป และแบ่งเป็นทุนการศึกษาให้เด็กที่สนใจทำงานศิลปะจริงๆ ส่วนที่ภูเก็ตเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็มอบแพมเพิร์สให้ แล้วก็จะเป็นอุปกรณ์กีฬาครับ

ที่ผ่านมาก็เคยเงินมาเอาไปบริจาคให้น้องที่หออนุบาลเด็กแรกเกิด โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ไปให้เด็กปัญญานุกูลที่ภูเก็ต ให้น้องๆ บนดอย ให้หมด 100% ครับ บางทีเกินงบไปบ้างเราก็ใส่เข้าไป เราไม่จำเป็นต้องรวย ต้องมีล้นฟ้าแล้วถึงจะบริจาค ไม่ใช่ครับ แค่เราหยิบยื่นไมตรีเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือเป็นการให้อยู่แล้ว”

นอกจากการประมูลผลงานภาพแล้ว บางภาพที่มีผู้สนใจติดต่อขอซื้อ น้องอามานี่ได้ขออนุญาตพ่อกับแม่ในการนำเงินที่ได้จากการขาย เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของตนเอง 20% ส่วนอีก 80% ที่เหลือนั้น เขาตั้งใจนำไปบริจาคให้แก่น้องๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งหมด

“ผมก็รู้สึกดีใจครับที่ได้เห็นรอยยิ้มน้องๆ เวลาผมให้อะไรไปแล้วน้องๆ ผมก็มีความสุขครับ”

“อาจารย์เฉลิมชัยคือไอดอลของผม”

“ตอนที่ผมยังเด็กประมาณ 5 ขวบ พ่อกับแม่เปิดร้านขายของที่ระลึกให้ชาวต่างชาติ แล้วผมก็ไปเห็นภาพพญานาค ตอนนั้นผมก็เกิดแรงบันดาลใจอยากลองวาดภาพดูครับ ก็ไปบอกพ่อ “พ่อครับขอกระดาษหน่อยครับ” พ่อก็ให้กระดาษกับดินสอมา แล้วผมก็วาดภาพพญานาค พ่อกับแม่ก็เห็นแวว ก็เลยผลักดันครับ

ความรู้สึกแรกตอนที่จับดินสอวาดภาพผมก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แล้วก็อยากวาดให้ออกมาสวยๆ ครับ ตอนนั้นที่วาดภาพพญานาคผมก็คิดว่าสวยแล้วครับ แต่ตอนนี้ก็ต้องปรับปรุงอีก(หัวเราะ)”


ภาพพญานาคฝีมือน้องอามานี่ในวัย 5 ขวบ

จากหนูน้อย 5 ขวบที่ดินสอขีดเขียนภาพพญานาคในวันนั้น ปัจจุบัน น้องอามานี่โตขึ้นเป็นหนุ่มน้อย ที่ฝีมือในการวาดภาพพัฒนาขึ้นทุกวัน โดยอาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูพักลักจำจากหนังสือศิลปะบ้าง และการค้นคว้าหาความรู้ในอินเตอร์เน็ตบ้าง

“ผมฝึกฝนด้วยตัวเองครับ เรื่องลายไทยก็มีถามอาจารย์หลายๆ ท่าน กับ และก็ศึกษาการวาดภาพจากหนังสือและในอินเตอร์เน็ต พ่อกับแม่ก็ไปดูภาพเขียนที่จัดแสดงตามหอศิลป์ เพื่อแรงบันดาลใจ แต่ก็มีไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องดรอวอิ้งตอนอายุ 6 - 7 ขวบครับ ในวันนึงก็จะใช้เวลาวาด 4 - 5 ชั่วโมง หลังเลิกเรียน ถ้าเป็นวันหยุดก็ใช้เวลาทั้งวันเลยครับ”

และแม้จะวาดภาพได้หลากหลายสไตล์ ทั้ง พอร์ตเทรต สเก็ตเร็ว ภาพการ์ตูน รวมไปถึงการลงลายในงานปั้นก็ทำได้ แต่สิ่งที่น้องอามานี่ชื่นชอบและถนัดมากที่สุดคือ “ภาพลายไทย”

“เอกลักษณ์ของภาพที่ผมวาดจะเน้นความเป็นไทยครับ ก็จะเป็นเกี่ยวกับลายเส้นแล้วก็ลงสีอะคลิลิค ของผมจะเป็นเฟรมผ้าใบแล้วก็ปิดสีทองครับ แล้วก็วาดเป็นที่ผมเห็นในชีวิตประจำวัน ไปข้างนอกเห็นอะไรก็จะกลับมาวาดเห็นจากสิ่งรอบตัวแล้วมาจินตนาการต่อ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับพวกสัตว์ ตอนนี้ผมก็กำลังวาดปลากัดอยู่ครับ

ผมอยากอนุรักษ์ความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติได้เห็นครับ ลายไทยจะยังคงอยู่ต่อไปไม่สูญหายไปไหน” น้องอามานี่ให้เหตุผล


น้องอามานี่เดินทางไปวัดร่องขุ่นเพื่อพบอาจารย์เฉลิมชัย

จากการฝึกฝนอย่างหนักด้วยตนเอง โดยมี “อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานภาพลายไทย ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล อาจารย์ได้เห็นผลงานของน้องอามานี่ที่ขณะนั้นอายุเพียง 9 ขวบ ก็ออกปากยอมรับในฝีมือที่เรียกได้ว่า “เล็กพริกขี้หนู” จนนำไปสู่การฝากตัวเป็นศิษย์ในสำนักของอาจารย์เฉลิมชัยไปอีกคน

“ผมได้เห็นผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย เลยบอกกับที่บ้านว่าอยากไปดูวัดร่องขุ่นที่เชียงราย อยากไปเห็นสถานที่ที่เกิดขึ้นมาจริงๆ เพราะท่านเป็นไอดอลของผม ตอนนั้นผมอายุประมาณ 9 ขวบครับ ผมเลยส่งภาพที่วาดไปให้ท่านดู เป็นภาพเกี่ยวกับรามเกียรติ์ ใช้เทคนิคปากกาวาดลงบนกระดาษขาว ท่านก็เลยเชิญไปหาที่เชียงราย

วันที่จะไปหาท่าน ผมตื่นเต้นมากครับ นอนไม่หลับทั้งคืน แล้วก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอท่าน อาจารย์ได้สอนเรื่องการใช้แสงเงาเพิ่ม น้ำหนักของภาพ และสอนให้ผมฝึกเรื่องดรอวอิ้ง หลังจากวันนั้นก็มีติดต่อปรึกษาเทคนิคการวาดภาพกับท่านตลอดครับ มีไปหาท่านที่วัดร่องขุ่น และเจอตามงานนิทรรศการครับ”


ภาพของอาจารย์ผ่านฝีมือลูกศิษย์ตัวน้อย

ทางด้านของอาจารย์เฉลิมชัย ก็เคยให้สัมภาษณ์ถึงน้องอามานี่ไว้ว่า “ไม่คิดว่าจะมีเด็กอย่างนี้เกิดขึ้น สามารถคิดการใหญ่ มีความทุ่มเท ขนาดที่ผู้ใหญ่ยังทำไม่ได้แบบนี้เลย ผมภูมิใจมาก และบอกให้เขาคิดให้ใหญ่เกินตัวเข้าไว้ เพราะมนุษย์มีพลัง ไม่เกี่ยวกับขนาดตัวและวัย ถ้าใจใหญ่เสกอะไรก็ได้

อยากให้เด็กไทยมานะพากเพียร อย่าเอาแต่เล่นเกมสนุกสนานไม่ทุ่มเท อย่างน้องอามานี่เขาไม่ต้องเรียนศิลปะ ตอนนี้เรียนกับของจริง อนาคตค่อยไปเรียนมหาวิยาลัยศิลปากร คนคิดขนาดนี้ได้ โตแล้วจะคิดได้ขนาดไหน หากทำได้เรื่อยๆ ก็จะทำให้ชาติบ้านเมืองมีศิลปินที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในแผ่นดินต่อไป

เมื่อเขากลับไปแล้วได้ทำเรื่อยๆ คิดว่าดีขึ้น เพราะเขาโชคดีที่พ่อแม่สนใจพามาหาผมเรื่อยๆ โดยไม่ต้องบังคับ แต่มาจากหัวใจของเขาเอง เขาจึงเหมือนผมตอนเป็นเด็กมาก ผมจึงขอให้เขาได้พัฒนาการวาดภาพต่อไปอย่างไม่ทอดทิ้งเพื่อให้บ้านเมืองมีศิลปินที่ยิ่งใหญ่ โดยอาจจะยิ่งใหญ่กว่าผมเสียอีก”

เมื่อถามถึงเหตุผลว่า เพราะเหตุใดถึงยกให้จิตรกรฝีปากกล้าผู้นี้เป็นไอดอลในการวาดภาพของตนเอง น้องอามานี่ก็ให้คำตอบกลับมาว่า ชื่นชอบในลายเส้น และอยากเป็นศิลปินแห่งชาติ ตามรอยอาจารย์เฉลิมชัย



“ผมชอบในลายเส้นของท่านครับ เป็นลายไทยร่วมสมัย ผมชอบทุกภาพของท่านเลยครับ นอกจากเรื่องการวาดภาพแล้ว อาจารย์ยังสอนให้ผมเป็นคนดี ให้รู้จักแบ่งปัน ถ้าเรามีก็รู้จักแบ่งปันด้วยครับด้วยครับ ที่ผมวาดภาพออกประมูลส่วนหนึ่งก็มาจากคำสอนของท่าน

ผมอยากจะขอบคุณอาจารย์ที่สอนผมทุกอย่างทั้งการวาดภาพแล้วการใช้ชีวิต โตขึ้นผมอยากมีหอศิลป์เป็นของตัวเองและเป็นศิลปินแห่งชาติ ด้านการวาดภาพ เพราะผมอยากเป็นเหมือนอาจารย์เฉลิมชัยครับ”


วาดรูปสวย - เรียนเก่ง - เด็กกิจกรรม


ผลงาน "กวนเกษียรสมุทร" เทคนิคสีอะคริลิค ทองคำเปลว

แม้จะทุ่มเทเวลาให้กับการวาดภาพขนาดไหน แต่สิ่งที่น้องอามานี่ไม่เคยทิ้งเลย นั่นก็คือการเรียน ปัจจุบันจิตรกรน้อยคนนี้ กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา จังหวัดภูเก็ต ด้วยผลการเรียนเฉลี่ยถึง 3.5 โดยที่ไม่เคยเรียนพิเศษเลย
“ช่วงเรียนผมจะต้องตั้งใจ ตามงานให้ครบ ทำงานของโรงเรียนให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาวาดรูป แล้วก็ต้องขยันด้วยครับ เวลาไปแสดงผลงานที่อื่นก็มีกระทบการเรียนบ้าง ผมก็ต้องตามงานให้ครบครับ แต่ทางโรงเรียนไม่ได้ว่าอะไร ก็ให้การสนับสนุนครับ
ตอนที่ท้อเวลาเครียด ไม่มีกำลังใจวาดรูป ผมก็ไปเล่นฟุตบอลกับน้อง ออกกำลังกาย เล่นเกม น้องก็ชอบวาดรูปเหมือนกันครับ น้องอายุห่างกันปีเดียว ส่วนครอบครัวผมสนับสนุนตั้งแต่ตอนที่วาดรูปครั้งแรกครับ ซื้อสีให้ แล้วก็พาไปต่างจังหวัด ไปดูหอศิลป์ต่างๆ ครับ”


ที่สุดในชีวิตกับผลงาน “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ”

นับตั้งแต่การจับดินสอครั้งแรกเพื่อวาดภาพพญานาคเมื่อตอน 5 ขวบ เวลาผ่านไปหลายปี จนวันนี้น้องอามานี่อายุ 13 ปีแล้ว เขาได้สร้างสรรค์ออกมานับพันกว่าชิ้น และเลือกที่จะขายเพียงไม่กี่ภาพ เพื่อที่ว่าในอนาคต เขาตั้งใจจะมีหอศิลป์เป็นของตนเอง ไว้สำหรับเก็บรวบรวมผลงานตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

แม้จะวาดภาพมาแล้วมากมาย รวมถึงกวาดรางวัลมาแล้วหลายรายการ แต่ผลงานที่น้องอามานี่ภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้ คือภาพ “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ” ที่ใช้เวลาเดือนกว่าในการสร้างสรรค์ และผลงานนี้ก็ส่งให้เขามีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาแล้ว


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ทอดพระเนตรผลงาน "พระราชาของเด็ก 10 ขวบ”

“ตอนปี 2560 ผมเคยได้รางวัล CEO award โครงการศิลปกรรมช้างเผือก ของไทยเบฟเวอเรจครับ เป็นรางวัลประเภทประชาชนทั่วไป ตอนนั้นผมอายุ 10 ขวบ ประกวดในหัวข้อ “ความสุขของคนไทย ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์” เป็นภาพเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ

ภาพนี้เป็นผลงานที่ผมภูมิใจมากที่สุด เพราะผมออกแบบเอง ใช้เทคนิคสีอะคลิลิกและลงปากกา ใช้เวลาวาดทั้งหมด 50 วันครับ วาดหลังเลิกเรียนตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 4 - 5 ทุ่มครับ ตอนนั้นก็รู้สึกดีใจมากๆ และภูมิใจที่สุดในชีวิตครับ ที่ได้วาดภาพเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9”

สำหรับการการประกวดครั้งนี้ มีศิลปินที่มีชื่อเสียงและบุคคลทั่วไป ร่วมเข้าประกวดมากถึง 136 คน จากจำนวนผลงาน 151 ผลงาน ถูกคัดเลือกและมีผู้ที่ได้รับรางวัลเพียงแค่ 21 รางวัล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือน้องอามานี่ ที่ได้รับรางวัล “CEO Award” ระดับประชาชนทั่วไปมาครอง และถือได้ว่าเป็นจิตรกรอายุน้อยที่สุด ที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


ภาพ "พระราชาของเด็ก 10 ขวบ” ใช้เวลาในการวาดกว่า 50 วัน

โดยรายละเอียดของภาพ “พระราชาของเด็ก 10 ขวบ” เป็นภาพขนาด 2.45 x 2.45 เมตร ใช้เทคนิคสื่อผสม ลงปากกาหมึกดำและสีอะคลิลิคบนผ้าใบ ไล่จากด้านล่างของภาพรายล้อมไปด้านบ้านเรือน ประชาชน และต้นไม้ที่เจริญงอกงาม กลางภาพเป็นเสา 8 ต้น กล่าวถึงพระราชกรณียกิจและโครงการพระราชดำริที่สำคัญ เช่น โครงการฝนหลวง

ด้านข้างเป็นประชาชนที่พนมมือขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน เป็นการตั้งจิตอธิษฐานส่งเสด็จครั้งสุดท้าย และด้านบนของภาพ เป็นเทวดาที่มารอรับพระองค์สู่สรวงสวรรค์

นอกจากการส่งผลงานเข้าประกวดแล้ว น้องอามานี่ ยังถูกเชิญให้ทำผลงานจัดแสดงตามนิทรรศการต่างๆ เคียงข้างผลงานของผู้ใหญ่มาแล้วมากมาย ซึ่งล่าสุด เขามีโอกาสบินลัดฟ้าไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงผลงานร่วมกับศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติ ที่ Tokyo Metropolitan Art Museums ในวันที่21 - 30 มิถุนายน 2562 โดยน้องอามานี่เป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดที่ได้จัดแสดงผลงานอีกด้วย



ร่วมแสดงผลงานในงาน International Art ประเทศญี่ปุ่น

“ผมไปกับ อาจารย์ประทีป คชบัว งาน International Art เป็นการไปแสดงผลงานที่ต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของผม ก็ลองลองยื่นพอร์ตไปทางนั้นดู ประมาณครึ่งชั่วโมงเขา say yes กลับมา เขาเชิญศิลปินไทยท่านอื่นๆ ไปด้วย ปกติเขาไม่ให้เด็กแสดงงานครับ พอดียื่นพอร์ตไปแล้วมันผ่าน เขาบอกว่าเด็กมีความสามารถแล้ว ไปแสดงงานได้ เลยเป็นเด็กคนเดียวในงานครับ”

สำหรับภาพที่นำไปจัดแสดงในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย 1.ปลากัด no.2 2.ปลากัด no.3 และ 3.หุ่นกระบอก ขนาด 80×100cm. เป็นภาพลายไทยลายเส้นที่น้องอามานี่ถนัด กับเทคนิคการลงสีที่เน้นความสดใส

เมื่อถามถึงสิ่งที่ได้กลับมาจากการวาดภาพ น้องอามานี่ก็ให้คำตอบว่า ศิลปะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ หากใครที่ชื่อชอบในการวาดภาพก็ขอให้ตั้งใจ โดยในอนาคต เขาตั้งใจประกอบอาชีพเป็นจิตรกร ยึดการวาดรูปเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง



ศิลปะมันดีมากเลยครับ ช่วยได้ทุกๆ อย่าง ทำให้มีสมาธิมากขึ้น อารมณ์เย็นขึ้น เพราะว่ามันจดจ่ออยู่กับสิ่งๆ เดียว แล้วก็ต้องฝึกฝนและต้องมีความอดทน ต้องขยันให้มากๆ ครับ ผมจะทำต่อไปจนกว่าจะวาดภาพไม่ได้ครับ

ถ้าใครรักในการวาดรูปก็ขอให้ขยัน อดทน ฝึกฝน แล้วก็พัฒนาฝีมือตัวเองให้มากๆ ครับ แล้วก็ให้ไปดูหอศิลป์ต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ผมขอขอบคุณทุกคนมากๆ นะครับที่ติดตามผม ให้กำลังใจ แล้วก็ดูพัฒนาการของผม ผมก็รู้สึกดีใจแล้วก็ภูมิใจครับ ส่วนใครที่อยากชมผลงานของผม ก็สามารถติดตามได้ที่เพจ “Armani Wachirawit Samart” นะครับ”

“ครอบครัวสามารถ” กำลังใจของอามานี่

ไม่เพียงแค่การพูดคุยกับน้องอามานี่ ทีมข่าว MGR Live ยังได้พูดคุยกับ มานะ สามารถ คุณพ่อของน้องอามานี่ ที่ถือได้ว่าเป็นบุคคลแรกที่เห็นแววศิลปินในตัวลูกชาย และเบื้องหลังความสำเร็จของจิตรกรน้อยผู้นี้อย่างแท้จริง

“ตอน 5 ขวบเขาวาดมาให้ดู ก็เหมือนเด็กทั่วไปครับ ตอนแรกก็ดูธรรมดา ง้องๆ แง้งๆ หน่อย แล้วทีนี้เขาเริ่มฝึกหนัก ตั้งใจมากขึ้นๆ ทุกวันพอกลับมาจากโรงเรียนก็จะเอากระดาษมาฝึกวาด เห็นนั่งวาดตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะวาดหลายชั่วโมง เขานั่งวาดประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง เอาจนเสร็จ จนสวย


น้องอามานี่และน้องดาเนียล

เราเห็นความตั้งใจของลูก ลูกชอบ เราก็เลยสนับสนุนเต็มที่ตั้งแต่วันนั้นมาเลยครับ ตอนนี้น้องชายเขาก็เริ่มวาดภาพตามพี่แล้ว (น้องดาเนียล - ด.ช.อชิรวิทย์ สามารถ) มีพี่เป็นไอดอล ก็จะเป็นแนวพอร์ตเทรต เร็วๆ นี้ก็จะแสดงงานด้วยกัน ที่เซนทรัล ภูเก็ตครับ

เวลาไปร้านหนังสือก็จะรู้ว่าเขาจะหยิบหนังสือศิลปะ เวลามีงานแสดงของอาจารย์ศิลปินหลายๆ ที่ เราก็พาเขาไปดู เหมือนกับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กครับ เขาอยากได้อุปกรณ์อะไรก็สนับสนุนเต็มที่ครับ เขาจะวาดภาพบนกำแพงที่บ้าน เราไม่เคยห้ามว่าอย่านะลูก ห้ามวาด มีแต่ทำไปเลยแล้วเราค่อยมาทาสีใหม่ ถ้าเราไปบอกลูกว่าอย่าทำนะ เด็กก็จะไม่อยากทำต่อ เหมือนเขาโดนห้าม เราก็บอกทำเต็มที่เลย เขาเลยวาดผนังบ้านวาดทั้งบ้าน เละเทะหมด(หัวเราะ)”

ถึงแม้น้องอามานี่จะมีความคิดและความสามารถที่ใหญ่เกินตัว แต่ถึงอย่างไร ก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย เมื่อทำผลงานออกมาได้ไม่เป็นไปตามที่หวัง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องคอยให้กำลังใจ และดึงเขากลับมาในจุดที่สดใสดังเดิม

“บางครั้งสิ่งที่เขาวาดออกมามันไม่ได้ดั่งใจ ด้วยความเป็นศิลปินของเขาไม่อยากแก้งานเยอะ ก็เลยมีท้อบ้าง หงุดหงิดบ้าง แต่พอเขาโตขึ้น เริ่มเข้าใจมากขึ้น เลยมีการวางแผนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ตอนนั้นยังเด็กเลยไม่มีการวางแผน บางทีวาดมาไม่ได้สัดส่วนเขาก็หงุดหงิดบ้าง แต่เขาก็กลับมาได้ ศิลปะทำให้อามานี่ใจเย็น ตอนเด็กๆ เขาโมโหร้ายมาก แต่ตอนนี้กลับเป็นเด็กที่สุขุมขึ้น มีความรับผิดชอบในตัวเอง มันทำให้ตัวเด็กดีขึ้นหลายๆ อย่าง


ผนังบ้านเต็มไปด้วยรอบขีดเขียนจากฝีมือ 2 พี่น้อง

แล้วก็อยู่ที่กำลังใจจากพ่อแม่ด้วย ก็บอกเขาว่าสู้ๆ นะลูก สวยมากแล้วลูก มันจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีที่สุดครับ ลูกทำงานออกมาทุกชิ้นเราก็ต้องให้กำลังใจเขา ไม่ใช่เอาแต่ติ เพราะสิ่งที่ลูกทำคือสิ่งที่ดีแล้ว และงานต่อไปก็จะพัฒนาขึ้นมาเอง

แล้วก็สอนเขาเรื่องการประกวด เด็กที่ผิดหวังจากการประกวดมันจะมีความรู้สึกล้มเหลว จริงๆ แล้วรางวัลมันคือผลพลอยได้ แต่ถ้าลูกทำงานเสร็จแล้วนั่นคือความสำเร็จแล้ว และเด็กจะภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำ อย่าไปยึดติดกับรางวัลมากมาย เพราะสมัยนี้มันมีการประกวดเยอะ การแข่งขันก็สูง อามานี่เองก็เคยส่งประกวดระดับใหญ่ๆ บางรายการส่ง 5 ครั้งก็ไม่เคยได้ เขาก็ไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะทำไปก็เหมือนเราได้ผลงานคืนกลับมาให้เรา มันก็คือความภูมิใจแล้ว”

สุดท้ายนี้ คุณพ่อมานะ ได้ฝากคำแนะนำไปยังครอบครัวอื่นๆ ที่มีลูกในวัยกำลังเรียนรู้ ไม่ควรปิดกั้นจินตนาการของเขา ต้องคอยสังเกตว่าลูกสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ เพราะนั่นอาจเป็นพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวลูกก็เป็นได้



“ก็ภูมิใจในตัวเขาที่สุดครับ เขาเป็นเด็กที่ดีมาก บางทีเขาไม่ค่อยเก็บเงินให้ตัวเอง ถ้าประมูลภาพได้มาเขาก็บอกให้ซื้อให้หมด ลูกอยากเอาไปให้น้องๆ ก็สอนเขาว่าตอนนี้ยังมีพ่อแม่ซัปพอร์ตลูกได้อยู่ แต่ถ้าวันไหนที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้วก็ต้องเก็บเงินส่วนนึงไว้ใช้ของลูกบ้างนะ เพราะว่าอนาคตข้างหน้าไม่รู้จะเป็นยังไง เวลาเขาขายภาพก็บอกเขาว่าลูกจะเก็บ 20% ก็เก็บใส่บัญชีเขาไว้ 80% ลูกขอให้น้องๆ นะ เราก็โอเคเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้เก็บไว้บ้าง แต่พวกอุปกรณ์การวาดภาพเราซัปพอร์ตอยู่ครับ

เราต้องสอนแบบใช้ความเข้าใจกับลูกมากกว่าการไปบังคับเขา ถามว่าเขาชอบทำอะไร มันจะทำออกมาได้ดีครับ บางสิ่งบางอย่างมันอยู่ในวัยของเขา เขาไม่ได้รู้เหมือนกับผู้ใหญ่ ก็เลยอาจจะมีผิดพลาดบ้างเลยขีดเขียนเลอะผนังไป แต่สิ่งพวกนี้มันสามารถทำให้กลับมาสะอาดได้ใหม่



แต่ความรู้สึกของลูกถ้าเราไปห้ามไปตีเขา มันจะกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้แล้วครับ เด็กก็คือผ้าขาว เขาอยากทำอะไรปล่อยเขาไปเลยไม่ต้องบังคับ แล้วเขาก็จะทำออกมาได้ดี”

หลายคนอาจจะมองว่า ความสามารถในการวาดภาพสุดอัศจรรย์ของน้องอามานี่ คือ “พรสวรรค์” ที่ติดตัวเด็กคนนี้มาแต่เกิด แต่เขาก็พิสูจน์ได้เห็นว่า แม้จะมีพรสวรรค์ แต่หากไม่ใช้ “พรแสวง” ในการฝึกฝนและพัฒนาด้วยตนเอง ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ ประกอบกับครอบครัวที่คอยช่วยให้กำลังใจและสนับสนุนในทุกด้านที่ลูกชายเลือก เชื่อเหลือเกินว่าในอนาคต ประเทศไทยของเราจะมีศิลปินแห่งชาติ ที่ชื่อว่า “วชิรวิทย์ สามารถ” อย่างแน่นอน

สัมภาษณ์โดย : ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง : กีรติ เอี่ยมโสภณ
ขอบคุณภาพ : เพจเฟซบุ๊ก “Armani Wachirawit Samart”


กำลังโหลดความคิดเห็น...