xs
xsm
sm
md
lg

"คีบจิ้งจกจากหูคนไข้" เปิดใจ หมอลิลลี่ เคสที่ยากและภูมิใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ต้อนรับการทำงานวันแรกด้วยเคสไม่ธรรมดา! คุณหมอคนสวยเล่าวินาทีตรวจพบ จิ้งจก ในหูคนไข้ แม้ไม่ใช่หมอเฉพาะด้าน แต่ช่วยรักษาสุดกำลัง ล่าสุดคนไข้ปลอดภัยดี สังคมพากันชื่นชม ด้านคุณหมอคนเก่ง เปิดใจ เลือกเป็นแพทย์ประกันสังคมเพราะคนไข้เยอะ-อยากช่วยรักษา ส่วนแรงบันดาลใจใกล้ตัวเพราะครอบครัวเป็นหมอเกือบทั้งบ้าน!

“จิ้งจกในหู” ทำงาน “วันแรก” ก็เจอเคสยาก!!

“คนไข้มาด้วยอาการหูอื้อก่อน ส่องดูภาพที่เห็นคือขาแต่ไม่รู้ว่าขาของตัวอะไร หลังจากเอาออกมาปรากฎว่าเป็นจิ้งจก ถามว่าตกใจไหม ไม่นะคะ เพราะถ้าหมอกลัว คนไข้ก็ต้องกลัวกว่า เป็นหมอต้องมีสติ ต้องช่วยเต็มที่”

“พญ.วรัญญา งานทวี” หรือหมอลิลลี่ เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live หลังตกเป็นที่พูดถึงชั่วข้ามคืนจากกรณีตรวจพบจิ้งจกในหูของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งเป็นที่แปลกใจของสังคมอย่างมากว่าเจ้าจิ้งจกที่ว่านั้นเข้าไปในหูมนุษย์ได้อย่างไร ด้านคุณหมอเล่าย้อนเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังว่าเป็นเคสต้องรับมือในวันแรกของการทำงานพอดี

“วันนั้นหมอไปออกตรวจช่วยประกันสังคมที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นวันแรกที่ได้ออกตัวในฐานะหมอหลังจากที่เรียนจบเลย หมอตรวจตั้งแต่ 7 โมงเช้า - 2 ทุ่ม ส่วนเคสนี้เป็นเคสสุดท้ายของวันพอดี

คนไข้มาด้วยอาการหูอื้อก่อน หลังจากนั้นก็ตรวจตามขั้นตอน พอส่องไปดูก็เห็นขาก่อน แต่เห็นไม่ชัดเพราะมันอยู่ลึก แต่คิดแล้วแหละว่าน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต คิดว่าต้องเอาออก
แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นจิ้งจก จากนั้นพาคนไข้ไปที่ห้องหัตถการหูตาคอจมูก ซึ่งตอนแรกเราตรวจที่ห้องธรรมดาของแพทย์ทั่วไป ไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถดำเนินการได้

จริงๆ หมอว่าจะส่งต่อให้หมอเฉพาะทาง เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญหูตาคอจมูกมากกว่า แต่เวลานั้นคลีนิกเฉพาะทางปิดไปแล้ว เพื่อความปลอดภัยของคนไข้เราก็ต้องคิดถึงคนไข้มากที่สุด เราไม่รู้สิ่งมีชีวิตตัวนั้นขนาดใหญ่แค่ไหน มันจะกัดหรือทำร้ายอะไรคนไข้ไหม หมอเลยตัดสินใจไปห้องหัตถการนำเจ้าตัวนั้นออกมาก่อน

 
หลังจากเอาออกมาปรากฎว่าเป็นจิ้งจก จริงๆ ก็ไม่ได้ตกใจนะคะ แต่กลัวว่าคนไข้จะเป็นอะไรหรือเปล่า ถึงหมอกลัวแต่หมอคิดว่าถ้าเรากลัว คนไข้ก็ต้องกลัวกว่า เราเป็นหมอต้องมีสติ ต้องช่วยเต็มที่ ส่วนความเป็นไปได้ที่จิ้งจกจะเข้าไปอยู่ในหูคน หมอว่าพบไม่บ่อย แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้

ซึ่งหมอไม่ใช่หมอด้านหูโดยเฉพาะ อาจจะตอบไม่ได้ว่าพบได้บ่อยแค่ไหน พอวันรุ่งขึ้นคนไข้มาที่โรงพยาบาลอีกรอบ หมอเลยส่งต่อไปที่หมอเฉพาะทาง หมอก็เป็นห่วงเลยเดินไปดูเขาตลอดว่าได้ตรวจหรือยัง ได้เข้าไปคุยกับอาจารย์ อาจารย์ท่านก็บอกว่าเราทำได้ดี คนไข้ก็ขอบคุณเราตลอด”

แม้ว่าเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ แต่ดีกรีการเรียนที่ผ่านมาก็ไม่ธรรมดา ในช่วงมัธยมปลายได้ไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ จากนั้นกลับมาสอบแพทย์ต่อที่ไทย โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต

“ตอนนี้เป็นหมอเต็มตัวแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้บรรจุเป็นแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลไหน ก็มีรับงานตามโรงพยาบาลที่กำลังขาดแคลนแพทย์อยู่ หมอจบแพทยศาสตร์ ม.รังสิตค่ะ เรียนที่ รพ.ราชวิถี กับ รพ.เด็ก ค่ะ สอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ผ่านทุกขั้นตอนแล้ว

ที่ยังไม่ตัดสินใจเพราะตัวหมอยังไม่รู้ว่าอยากทำที่ไหนหรือที่ไหนเหมาะกับเรา แต่ที่มาตรวจด้านประกันสังคมเพราะอยากช่วยคน คิดแค่นั้นจริงๆ อนาคตจะอยู่ที่ไหนประจำต้องตัดสินใจอย่างพิถีพิถัน ไม่อยากทำแล้วออกทีหลัง มันจะกระทบคนอื่นๆ ที่ต้องเสียบุคลากรไป ตอนนี้ก็ทำแบบนี้ไปก่อนค่ะ

จริงๆ หลังจากที่เรียนจบที่บ้านก็บอกให้พักก่อนก็ได้ ไปเที่ยว ไปพักผ่อนก่อน แต่เราอยากช่วยคนมากกว่า เราโชคดีที่ที่บ้านไม่ได้กดดันเรื่องนี้ อยากให้เลือกสิ่งที่เราชอบจริงๆ มากกว่า

ส่วนด้านงานในวงการบันเทิง จริงๆ ก็มีคนติดต่อมานานแล้ว คิดว่าเรียนหมอก็อยากทำให้เต็มที่ก่อน เราอาจไม่เหมาะกับการเป็นคนมีชื่อเสียง ไม่ได้มองว่าตัวเองสวยเลย ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเน็ตไอดอลด้วย คนจะชอบคิดว่าหมอมีคนมาติดตามเยอะ ซึ่งหมอไม่รู้ว่ามาจากที่ไหนเหมือนกัน (หัวเราะ) ตอนนี้อยากเต็มที่กับอาชีพหมอก่อน”

 
“เฟรนลี่ ใจดี ไม่ดุ” นี่แหละหมอลิลลี่

“เคยไปโรงพยาบาลเจอหมอบางคนดูแลคนไข้ไม่ค่อยดีเลย คิดว่าถ้าเราเจอหมอที่ไม่ตั้งใจรักษาคนไข้ เราก็อยากเป็นหมอที่ดี พูดจาดีๆ ไม่ตะคอกคนไข้ ไม่ว่าเราจะเหนื่อยแค่ไหน คนไข้ก็เหนื่อยเหมือนกัน คนไข้นั่งรอเราหลายชั่วโมงเพื่อเจอเราไม่กี่นาที ใจเขา ใจเรา ในเมื่อเรามีโอกาสทำตรงนี้ก็ควรจะทำให้ดีที่สุด”

หมอลิลลี่เล่าถึงประสบการณ์การรักษาที่ไม่ค่อยประทับใจ จากตรงนี้เธอจึงเก็บมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำอาชีพหมอ แถมเธอยังเล่าเหตุการณ์การไปหาหมอที่ต่างประเทศด้วยว่าการพบหมอเป็นเรื่องที่ยากมาก เมื่อเทียบกับประเทศไทย

“ตอนที่ไปเรียนต่างประเทศแล้วตอนนั้นป่วย พอไปหาหมอก็หายากจังเลย ไม่ใช่มีเงินก็เข้าไปได้ หรือเจอหมอได้แบบคนไทยนะ แค่หมอทั่วไปก็หายากมากๆ เราก็เลยอยากช่วยคน มีความคิดเข้ามาตอนที่ป่วยตอนนั้นว่าเราต้องการหมอนะ ตอนนี้ก็อยากใช้ความรู้ 6 ปีที่เรียนมาไปช่วยคน ดีกว่าอยู่ว่างๆ อยู่บ้านเฉยๆ

สำหรับวัยเด็กที่อยากเป็นหมอจริงๆ เพราะที่บ้านเราเป็นหมอเกือบทั้งตระกูลเลย มีคุณแม่เป็นหมอภูมิแพ้เด็ก ส่วนพี่สาวจบแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และกำลังจะเรียนต่อด้านหมอตา ส่วนญาติๆ คุณลุง คุณป้าเป็นหมอฟัน แต่ที่บ้านไม่เคยบังคับว่าต้องเป็นหมอนะคะ

พ่อและแม่ชอบพูดว่าให้เรียนอย่างอื่น เพราะเราพูดเก่ง อยากให้เราไปเรียนนิเทศฯ แต่เรามีความคิดว่าอยากช่วยคนเหมือนแม่ ตอนเด็กๆ เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมแม่ต้องถูกเรียกไปดูงานตอนกลางคืนบ่อยๆ เพราะแม่เป็นอาจารย์หมอ แม่บอกว่าหมอเหนื่อยนะ ลูกเรียนอะไรก็ได้ ขอให้ลูกชอบและทำมันได้ดี พ่อแม่จะพูดแบบนี้เสมอ
หมอลิลลี่และคุณแม่

 
ที่บ้านบางคนอาจอยากให้ลูกเป็นหมอ เพราะเป็นอาชีพที่ดี แต่บ้านเราแม่บอกเสมอว่าทุกอาชีพมีเกียรติเท่ากันหมด เพราะทุกคนก็มีความสำคัญ เราอยากเป็นและอยากช่วยคนจริงๆ เลยขอเรียนหมอ ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ได้ห้าม เขาสนับสนุนหมด จริงๆ หมอเป็นเด็กที่เรียนกลางๆ นะ ไม่ได้เรียนเก่งอะไร แม่บอกว่าเราหัวดีแต่ขี้เกียจอ่านหนังสือ (หัวเราะ)

บางคนอาจคิดว่าเราทำไม่ได้ สอบเข้าหมอไม่ติดหรอก หรือเรียนไปก็เรียนไม่จบ แต่แม่ไม่เคยเชื่อแบบนั้นเลย แม่เชื่อว่าเราทำได้ ไม่เคยบังคับว่าต้องเป็นหมอด้วย เราบอกแม่ว่าถ้าสอบหมอไม่ติด ปีหน้าจะขอสอบใหม่ แต่สุดท้ายก็สอบติด ที่ผ่านมาแม่จะให้กำลังใจเสมอค่ะ ครอบครัวเราน่ารักมากค่ะ”

เมื่อได้ลองถามถึงคาเร็คเตอร์ของหมอลิลลี่ว่าเวลาตรวจรักษาคนไข้แล้วเป็นหมอสไตล์ไหน เธอบอกกับเราการรักษาช่วยได้ทางกายก็จริง แต่การให้กำลังคนไข้ด้วยคือสิ่งที่ดีที่สุด

“จริงๆ ไม่ใช่หมอเรียบร้อยนะคะ แต่ใจดี ไม่ดุคนไข้ มีคนไข้ที่ไม่ยอมกินยาความดัน เราก็จะบอกเขาว่าทำแบบนี้ไม่ได้นะ รู้ไหมหมอเป็นห่วงนะ ตั้งแต่ตรวจคนไข้มาไม่ได้ดุใครเลย คุณป้าคนแรกเลยนะ คุณป้าบอกนี่หมอดุแล้วเหรอ (หัวเราะ) เราก็ว่าเราดุแล้วนะ

หมอไม่เคยดุใคร จะชอบยิ้มให้ เพราะถ้าคนไข้มาเจอหมอหน้าบึ้งๆ รอก็รอนาน ป่วยก็ป่วย เขาจะรู้สึกยังไง เราจะไม่ทำแบบนั้น เราจะบอกว่ามีอะไรสงสัยถามหมอได้นะ
หมอรู้สึกว่าการตรวจมันรักษาทางกายได้ก็จริง แต่คนไข้บางคนเขาอยากได้กำลังใจด้วยเหมือนกัน แค่เราพูดจาดี แค่เราใส่ใจเขา แค่นี้เขาก็รู้สึกดีแล้ว มันไม่ได้ทำให้เราเหนื่อยขึ้นเลย”
 

ข่าวโดย ทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพ FB : Varanya Nganthavee



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...