xs
xsm
sm
md
lg

“ถ้าเขาลำบาก ผมพร้อมที่จะช่วย” คุณหมอหัวใจเทวดา รักษา “เด็กดักแด้” ฟรีตลอดชีวิต!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ผมได้แรงบันดาลใจได้จากในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างพี่ตูน Bodyslam ก็เป็นแรงบันดาลใจของผม” คือเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ “หมอเป๊ก” คุณหมอหัวใจหล่อมาก ประกาศขออุปถัมภ์ครอบครัวเด็กดักแด้ รักษาฟรีตลอดชีวิต ย้ำชัดไม่เคยคิดเรี่ยไรเงินเพื่อบริจาค ถ้าใครอยากช่วยเหลือน้องให้ติดต่อครอบครัวโดยตรงเท่านั้น!!




ไม่ได้ช่วยเรื่องเงิน แต่ช่วยรักษาฟรี!!

“วันนี้ผมหมอสมาธิ อุปถัมภ์ครอบครัวนี้ คุณแม่มีลูก 3 คน พี่สาวอายุ 14 กับน้องคนเล็ก 9 เดือน ฐานะยากจน จาก อ.วังหิน ศรีสะเกษ เป็นโรคผิวหนังแห้งแบบรุนแรงแต่กำเนิด ((Lamellar Ichthyosis) (เด็กดักแด้) รักษาฟรีตลอดชีวิตครับ”



นพ.สมาธิ (ชนมภูมิ) นิชานนท์ หรือหมอเป๊ก ได้เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live หลังมีกระแสที่ถูกพูดถึงในขณะนี้เกี่ยวกับการช่วยรักษาโรคดักแด้ให้ครอบครัวหนึ่งฟรีตลอดชีวิต ซึ่งคนไข้ทั้ง 2 คน เป็นคนไข้ใหม่ของทางคลินิก โดยผู้ป่วยเคยมีคนนำมาโพสต์ลงในเพจของ จ.ศรีสะเกษ เพื่อขอความช่วยเหลือ จึงทำให้ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่าถ้ามารักษากับผมจะรักษาให้ฟรี ทางธนาคาร ธ.ก.ส. อ.วังหิน จึงได้แนะนำคนไข้ให้เดินทางมารักษา
 
[หมอเป๊ก]

“ผมเคยเห็นในเพจ จ.ศรีสะเกษเขาแชร์กันว่า เด็ก 2 คนนี้พ่อแม่เขาจนมาก เขามีรายได้น้อยมาก เขาได้เบี้ยยังชีพคนพิการกับรับจ้างรายวัน ผมสงสารก็เลยเข้าไปคอมเมนต์ในนั้นว่าถ้ามารักษาที่คลินิกผม ผมจะรักษาให้ฟรี
ผมคอมเมนต์ไปตั้งแต่เดือนก่อน ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะมา เพราะเมนต์ไปนานแล้ว เขาก็ไม่ตอบอะไรกลับมา
 

พอผ่านไปสักหลายอาทิตย์ เขาก็มา ผมก็ได้ตรวจร่างกายเขา ซึ่งโรคนี้ถึงจะรักษาแต่ไม่หายขาด และคนที่รอดชีวิตจากโรคนี้น้อย คือเกิดมาส่วนใหญ่จะตาย ไม่เกินอาทิตย์หนึ่งก็จะตาย คนที่รอดออกมาก็ถือว่ายาก
ผมสงสาร เพราะว่าเราก็มีความรู้ทางนี้อยู่บ้าง แล้วก็อยากจะช่วยเขา ผมก็นัดเขามาเดือนละครั้งให้มาตรวจดู ตอนนี้ก็ติดต่อคุยกับแพทย์รุ่นเดียวกันใน รพ.ศิริราช ตอนนี้แค่รักษาประคับประคอง ให้ความชุ่มฉ่ำกับผิวเป็นหลักครับ”

โดยโรคเด็กดักแด้ เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดในอัตรา 1 ต่อ 300,000 คนเท่านั้น คนที่เป็นโรคนี้จะมีร่างกาย มีผิวหนังคล้ายเกล็ดปลาตั้งแต่กำเนิด จนส่งผลต่อรูปร่าง และมีอาการหายใจที่ลำบาก ซึ่งโรคดังกล่าวยังไม่มีวิธีการรักษา ทำได้แค่รักษาไปเรื่อยๆ เท่านั้น 

 

คือที่ผมดูข้อมูลมา คนที่อายุเยอะที่สุดที่มีชีวิตอยู่ที่พอรู้มีอายุแค่ 40 ปี และคนที่อายุเกิน 20 ปีก็น้อย อยู่ถึงอายุ 20-30 ปีก็น้อยมาก ส่วนใหญ่ตายมากกว่า 50% ขึ้นไป

โรคดักแด้มันเป็นโรคที่หนังกำพร้าเรามันจะแบ่งตัวหนามากกว่าปกติ ร่างกายก็จะเหมือนมีเกล็ดปลาอยู่รอบตัว แล้วมาเกาะห่อหุ้มเรา ซึ่งมันจะทำให้หายใจยาก เหมือนมีอะไรมาเกาะแน่นอยู่ในตัวเรา เด็กเกิดมาก็จะหายใจไม่ค่อยได้ จะหายใจล้มเหลว หรือว่าเกิดการติดเชื้อในบริเวณรอยแตกแยกของผิว ก็จะเสียชีวิต คนที่รอดถึงอายุ 14 ปีได้ ก็ถือว่าแปลกใจอยู่นะครับ”

 

ทั้งนี้ คนไข้มีทั้งหมด 2 คน คือ น้องน้ำเย็น อายุ 14 ปี คนโต และน้องคนเล็กอายุ 9 เดือน ซึ่งครอบครัวนี้มีลูก 3 คน มีฐานะค่อนข้างยากจน ได้เงินคนพิการ เดือนละ 800 และทำไร่ทำนาได้เงินวันละ 300 บาท ทำให้หมอรายนี้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

“เขามีลูก 3 คน คือคนแรกเป็น คนที่ 2 เป็นผู้ชายไม่เป็น เขาก็เลยอาจจะชะล่าใจ หรืออาจจะไม่มีความรู้ หรือมันอาจจะเป็นความเชื่อของชาวบ้าน ผมก็ไม่สามารถรู้ได้ ถ้าทำหมันแล้วไม่มีแรงไปทำนา ทำไร่ เขาก็เลยไม่ได้ทำหมันจนคนสุดท้องเกิดขึ้นมาอีก ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปเขาจะนิยมทำหมัน กรณีนี้ผมว่าความรู้เขาก็ยังน้อย”



“แรงบันดาลใจได้จากในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

“แรงบันดาลใจได้จากในหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ อย่างพี่ตูน Bodyslam ก็เป็นแรงบันดาลใจของผม ในหลวงก็เป็นเรื่องที่ท่านเสียสละให้ประชาชน และพระบิดาของท่านก็เป็นพระบิดาของแพทย์ไทย ท่านก็บอกว่าให้ช่วยเหลือประชาชน”

สำหรับแรงบันดาลใจในการทำความดีนั้น เกิดมาจากเดิมทีเขาได้เรียนจบจากศิริราช รุ่น 107 เมื่อปี พ.ศ.2545 และได้ทำตามเจตนารมณ์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้เป็นพระบิดาของแพทย์ไทย
ไม่เพียงแค่กรณีน้องทั้ง 2 คนที่แพทย์รายนี้ได้รักษาให้ฟรีตลอดชีวิตแล้ว เขายังเปิดใจอีกว่าถ้าคนไข้รายนั้นลำบาก เขาพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือ

“ตอนนี้ผมเปิดคลินิกอยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ จะอยู่ รพ.ศรีสะเกษ ถ้าเคสอื่นมาก็ดูเป็นคนคนไปนะครับ ผมอยากจะช่วยอยู่ ถ้าเขาลำบาก ผมพร้อมที่จะช่วย มีคนไข้ผมเขาบอกว่ามีคนเป็นแบบนี้ ผมก็บอกว่าให้มาก็ได้ แต่ญาติเขาบอกว่าปกติรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล มีหมอรักษาอยู่ หมายถึงถ้าเขามา ก็ช่วยเหลืออยู่ครับ แต่ก็ต้องเป็นคนคนไป

ผมจะช่วยเหลือทางการแพทย์ หมายถึงยา หรืออะไรที่เกี่ยวกับการแพทย์ที่พอจะช่วยได้ และช่วยได้ยังไง ส่วนเรื่องฐานะผมไม่ได้ยุ่ง ก็จะช่วยเขาให้เต็มที่ไปตลอด ก็กำลังปรึกษากับเพื่อนที่เรียนแพทย์ที่ศิริราช ก็พยายามดูว่าจะช่วยเหลือได้ยังไง”

ส่วนเรื่องที่หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงการโพสต์ครั้งนี้จะเป็นการเรี่ยไรเงิน และทำดีสร้างกระแสหรือไม่นั้น หมอเป๊กได้ทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน เขาแค่ช่วยเหลือทางการแพทย์เท่านั้น

“ผมก็ไม่ตั้งใจว่าจะมีคนแชร์เยอะขนาดนั้น ผมก็กลัวอยู่ ไม่รู้จะลบดีมั้ย มีบางคนก็เมนต์มาว่ามีการปล่อยให้เกิด เพื่อจะเรี่ยไรได้ ตรงนี้ผมไม่ได้เกี่ยว และครอบครัวที่ผมได้ช่วยเหลือ ผมคิดว่าเขาก็ไม่ได้มีขนาดนั้น แต่อนาคตผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้ามีการเรี่ยไรเงินก็ต้องระวัง คือตรงนั้นเราก็สงสารเขาอยู่ ก็มีคนอยากจะช่วยเขา แต่ผมได้ดูที่เพจเก่า ทาง ธ.ก.ส.ก็ได้ระดมเงินช่วยไปแล้ว 2 แสนกว่าบาท

เรื่องเงินไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย ถ้าเอารูปไปแอบอ้างผมก็กลัวเหมือนกัน ก็อย่างที่บอกก็กลัวๆ อยู่ มีคนอยากบริจาคเยอะนะ แต่ผมบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับตรงนี้ ผมไม่อยากไปยุ่งเรื่องตรงนี้ บางทีมันจะวุ่นวายมีปัญหากับเรา ขอทำงานเป็นหมอไปเรื่อยๆ คือผมจบศิริราช รุ่น 107 ปี 45 ก็ทำตามเจตนารมณ์ของพระบิดาแพทย์ไทย และในหลวงรัชกาลที่ 9”

อย่างไรก็ดี ทางด้านโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็น โดยเห็นไปทิศทางเดียวกันคือ สงสารเด็กๆ ทั้ง 2 คน และรู้สึกดีที่แพทย์รายนี้ได้เข้าไปช่วยเหลือ
“ขอบคุณที่มีแพทย์ใจบุญดูแลคนทุกข์คนยาก สาธุๆ”

“ คุณหมอใจดีมากค่ะ ขอให้น้องหายเร็วๆ นะคะ ”

“อนุโมทนาสาธุๆ ค่ะคุณหมอ ขอกราบในความมีน้ำใจของคุณหมอค่ะ ขอให้น้องทั้งสองจงหายโดยเร็ววัน ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณหมอ และน้องทั้งสอง คุณพระคุ้มครองค่ะ ”
“คุณหมอใจดีแบบนี้หายากมากในเมืองไทย ขอให้คุณหมอทำต่อไปนะคะเป็นกำลังใจค่ะ ”




 ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพจาก : FB "Chonmapoom Nichanon"



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **

กำลังโหลดความคิดเห็น...