xs
xsm
sm
md
lg

“ความสุขของผม อยู่ข้างถนนนี่แหละ” พ่อค้าสายบุญ “พิการ–ไร้บ้าน-ให้เลือด” กินฟรีเปย์ไม่อั้น!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จัดโปรฯ ยั่วๆ “คนจน พิการ ไร้บ้าน บริจาคเลือด ทานฟรี!” ล่าสุด งัดแคมเปญสุดเด็ด จัดหนักจูงใจคนบริจาคเลือดให้กินฟรี 1 ชุด ได้ทุกเมนูจะแพงอู้ฟู้แค่ไหนก็จัดให้ “ชีวิตคนเราตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้!” ปณิธานเจ้าของร้านสเต็กหัวใจสุดหล่อ ผู้นำผลกำไรจากการขายช่วยผู้ยากไร้ทุกประเภท

คนให้อิ่มใจ คนรับอิ่มท้อง

“ผมไม่ชอบคนที่กินทิ้งกินขว้าง คนยากไร้ขอได้ข้าวสักจานก็มีความสุขแล้ว ผมเห็นคนเร่ร่อนบางคนเขากินแม้กระทั่ง “ขยะ” การให้มันไม่ทำให้เราจน เราอยู่ได้เขาอยู่ได้ มีชีวิตต่อไปในสังคม แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”

สุรชัย เกียวกันทึก หรือ โอ เจ้าของร้านสเต็กอินดี้ by เพาะช่าง ใน จ.เชียงใหม่ เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live เผยเปย์ไม่อั้น อยากกินอะไรก็สั่งเลย ไม่เคยลดปริมาณ กินเหมือนลูกค้าคนอื่น กินเต็มที่ไม่อิ่มไม่ให้ออกจากร้าน!

“คุณเคยรู้รึเปล่าว่าการที่ไม่มีอาหารกินมันแย่แค่ไหน ผมเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว มาวันนี้ผมมีร้าน ผมจะมอบอาหารให้คนยากไร้ให้ได้มากที่สุด ชีวิตคนเราตายไปเอาอะไรไปไม่ได้ เรามีก็แบ่งปัน

บุญมีมากมายบนท้องถนนไม่จำเป็นเลยที่ต้องเข้าวัดเพียงอย่างเดียว ยังมีคนยากไร้ ที่ยังต้องการความช่วยเหลือมากมาย เริ่มสร้างบุญจากข้างถนนนี่แหล่ะ”

แม้จะเป็นร้านอาหารเล็กๆ ฝังตัวอยู่ในเมืองเชียงใหม่ แต่หัวใจของเจ้าของร้านกว้างใหญ่ยิ่งนัก ทำให้จนโลกโซเชียลฯ แห่ชื่นชมล้นหลามกับเรื่องราวฟีลกู้ดเพราะความใจบุญมอบความอิ่มให้คนพิการ คนยากไร้ เร่ร่อนมานานแล้วกว่า 3 ปีแล้ว

สำหรับแรงบันดาลใจในการทำความดีนั้น เกิดมาจากเดิมทีเขาเรียนด้านศิลปะ จบจากวิทยาลัยเพาะช่าง เป็นช่วงที่ได้คลุกคลีกับคนพิการ คนเร่รอนมาเยอะ เคยวาดรูปอยู่ข้างถนน และได้สัมผัสมิตรภาพความมีน้ำใจของคนเร่ร่อน ยากไร้ จึงเป็นการจุดประกายในการตั้งใจช่วยเหลือพวกเขา เมื่อมีโอกาสได้เปิดร้านอาหาร ในวันแรกจึงเปิดให้คนพิการ เร่ร่อน ได้เข้ามากินฟรีนับตั้งแต่ปี 2559 วันที่เปิดร้านจนกระทั่งบัดนี้

พร้อมเล่าว่า เคยออกไปทำงานช่วยเหลือตามวัดหลายแห่ง แต่คิดว่าที่วัดมีคนช่วยมากแล้ว จริงอยากช่วยสังคมในทาง ๆ อื่นด้วย และเห็นว่าคนยากไร้มักถูกมองข้าม และไม่มีโอกาสได้ทานอาหารดี ๆ จึงอยากช่วยเหลือตามกำลังทรัพย์เท่าที่ตัวเองจะให้ได้

ไม่เพียงแค่นั้น ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะคืนกำไรสู่สังคมด้วยการเปิดโอกาสให้คนพิการ และคนยากไร้กินฟรีโดยไม่ต้องเสียเงินแล้ว ยังเป็นสะพานบุญ รับบริจาคข้าของเครื่องใช้ให้กับผู้ยากไร้ทุกประเภท พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆอีกมากมาย ทั้งการแจกหน้ากากกันฝุ่น pm 2.5 ให้กับชาวเชียงใหม่มีกำลังประสบปัญหาฝุ่นพิษ ซื้อไฟฉายคาดหัวเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟป่า รับบริจาควิกผมเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

“สิ่งที่มอบให้ มันยิ่งใหญ่มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง ก็คือ น้ำใจแห่งการแบ่งปันสิ่งของทุกอย่างเราจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสังคม”

ล่าสุด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการประกาศประสบภาวะขาดแคลนโลหิตอย่างหนัก จึงเกิดไอเดียจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ลูกค้าที่ได้มีการบริจาคโลหิตให้กับทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ด้วยการให้ทานสเต็กในเมนูของทางร้านฟรีหนึ่งชุดไม่จำกัดราคา จะแพงแค่ไหนก็ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนให้ความสนใจในการร่วมกันบริจาคเลือด นำไปต่อยอดชีวิตให้กับคนที่ต้องการใช้ ได้มีเลือดที่เพียงพอด้วย

“ต้องให้สังคมก่อน แล้วสังคมจะมอบให้เรา” คำสอนของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาจิตรกรรม ที่เขาจำใส่ใจอยู่ทุกวินาที

“แค่เห็นเขากินผมก็มีความสุขแล้ว”

ไม่จำเป็นต้องมาที่ร้าน เพราะบางวันเขาก็เดินออกไปสำรวจนำอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ไปให้พวกเร่ร่อนด้วยตนเอง สำหรับคนยากไร้นั้น คุณโอ เล่าว่า มีคุณลุงคนหนึ่งทางร้านดูแลโดยให้อาหารทานฟรีมา 3 ปีแล้ว รวมถึงคนพิการทุกประเภท เพียงแค่เดินเข้ามาก็จะได้ทานอาหารฟรี สเต็กชิ้นโตจานใหญ่ ครบเครื่องทั้งสเต็ก ผัก และเครื่องเคียง

“เราให้อาหารคุณลุงทุกวัน เห็นลุงกินอิ่มเราก็ดีใจ เสื้อผ้าสิ่งของที่บริจาคมาผมก็แบ่งปันให้ลุงใส่ ลุงยกมือไหว้ทุกครั้งและให้พร การที่เห็นคนอื่นได้กินผมก็ได้รับความสุขแล้ว จะร่ำรวยมากมายไปทำไม ความสุขบางครั้งไม่จำเป็นต้องมีเงินมากมาย

ลุงเก็บขยะขายได้เงินวันละยี่สิบบาทแต่แกไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยให้ผมได้ยินเลยสักครั้ง ผมบอกลุงเลยว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องกินมีผมอยู่ทั้งคน นี่ไงความสุขของผม ก็หาเอาจากข้างถนนนี่แหละ”

นอกจากนี้ จุดเด่นของที่ร้านยังให้คนพิการและคนเร่ร่อนกินฟรีแบบไม่อั้น กินไม่อิ่มไม่ให้กลับแถมห่อกลับให้ไปกินที่บ้านอีกด้วย

“มีความรู้สึกว่าคนพิการด้อยโอกาสในสังคมสูงมาก ไปในทุกที่จะโดนกีดกันหลายอย่าง และคุณค่าความเป็นมนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน คนที่คบ กับคนที่พิการ มันแตกต่างกันเยอะ สังคมมันเหลื่อมล้ำ ที่จริงก็เป็นมนุษย์เหมือนกันนะ แต่ทำไมคนพิการถึงเป็นอีกคนประเภทหนึ่งในสายตาของคนปกติ

ผมก็เลยคิดว่า ในเมื่อเราเรียนศิลปะมาด้วย ก็เลยรู้สึกว่าทำไมมันไม่เท่าเทียมกัน และคนพิการส่วนใหญ่ก็จะด้อยโอกาส ที่จะมานั่งกินตามร้าน ผมก็เลยหยิบยื่นโอกาสตรงนี้ให้ ทุกครั้งที่มีคนพิการหรือคนเร่ร่อนมากินอาหารที่ร้าน เพียงแค่เค้ายกมือไหว้ พูดขอบคุณ และยิ้มให้ ก็เป็นอะไรที่เค้ามีความสุขมากแล้ว

ส่วนคนเร่ร่อน ผมไปเจอบางคนนอนข้างถนน บางคนไม่มีแม้กระทั่งบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งที่นอน ผมเคยเห็นบางคนกินขยะ ผมเลยรู้สึกว่า ถ้าสักวันผมมีร้าน ผมจะให้พวกเขากิน และต้องกินดีด้วย เพราะผมไม่ชอบคนที่กินทิ้งกินขว้าง ผมชอบคนที่กินแล้วเห็นประโยชน์ของอาหาร

คนยากไร้เขาขอแค่ให้ได้ข้าวสักจาน เขาก็มีความสุขแล้ว แต่คนที่มีเงิน กินทิ้งกินขว้าง ผมไม่ค่อยชอบตรงนี้ สักวันหนึ่งถ้าเรามีร้าน เราจะหยิบยื่นให้เขา มันไม่ทำให้เราจน เราอยู่ได้ เขาอยู่ได้ในสังคม เขามีชีวิตต่อไปในสังคม แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ ความสุขมันไม่จำเป็นต้องไปไขว่ขว้าหาเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน เรามีพอเพียงแค่นี้พอ

เคยมีนะ คนยากไร้เขาเดินมาหาผม ก็ยกมือไหว้สวัสดีครับ ผมเดินมาตั้งแต่อำเภอสารภี ไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เช้า ผมก็บอก “เชิญนั่งเลยครับ” เดี๋ยวผมจัดการให้ จะกินอะไร ทานอะไรเต็มที่เลยครับ ผมก็จัดให้แบบไม่มีคำว่าด้อยกว่าคนปกติ จัดให้คนปกติแบบไหน พวกเขาได้กินเหมือนกัน ไม่มีว่าต้องลดปริมาณ คือทุกอย่างเหมือนของขายหมด ให้กินหมดทุกเมนู กินเต็มที่กินจนอิ่ม ถ้าไม่อิ่มไม่ให้ออกร้านด้วย ผมยังบอกพวกเขาเลยว่า คนพิการ คนเร่ร้อน ยากไร้ เข้ามากินได้เต็มที่เลย พาพวกมากินได้เลย

ความสุข เราไม่ต้องไปวิ่งหา...ที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็ได้รับความสุขแล้ว ผมไม่ต้องกินอาหารหรูๆ กินข้าวกับน้ำปลา กินมาม่า ผมก็กินมาแล้ว ทุกวันนี้ผมกินเพื่ออยู่เท่านั้น”


โดยทีมข่าว MGR Live


ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : ร้าน สเต็กอินดี้ by เพาะช่าง


 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **

กำลังโหลดความคิดเห็น...