xs
xsm
sm
md
lg

ดุกว่าเดิม! “นางสงกรานต์ 62” ผู้คนเหนื่อยยาก – โรคภัยรุมเร้า – การเมืองรุนแรง - เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 397ปี!!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โหรดังเผยคำทำนาย นางสงกรานต์ “ทุงษะเทวี” นั่งมาบนหลังครุฑ อันเป็นอิริยาบถที่ตีความได้ว่า จะเกิดความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตาย เภทภัยกระหน่ำ ดวงเมืองระอุซ้ำ มีทางรอดเดียว ต้องผสมกลมกลืนระหว่างของเก่ากับของใหม่ แย้มชื่อนายก อยู่ในอักษร “วรรค ป”!!

เตือน “ทุงษะเทวี” นางสงกรานต์ปีนี้แรง!!

“วันสงกรานต์วันบาปเคราะห์ วันมหาสงกรานต์เป็นวันอาทิตย์ธาตุไฟ ซึ่งเป็นประธานของระบบสุริยจักรวาล ย้ายราศีเวลา 15 นาฬิกา 14 นาที 24 วินาที ในปีนี้ นางสงกรานต์นั่งไป หมายความว่า จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บ ประชาชนจะดำรงชีพด้วยความเหนื่อยยากลำบาก จะเกิดไข้วิปริตวิปริตต่างๆ เป็นอันมาก ผู้คนล้มตายจะด้วยโรคภัยไข้เจ็บและอุบัติเหตุเภทภัยต่างๆ ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง เทียบกับนางสงกรานต์ปีที่แล้ว ปีนี้แรงกว่าเดิมครับ การดำเนินชีวิตของคนจึงต้องรอบคอบ ประมาทไม่ได้”

อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ หมอดูชื่อดังผู้ควบตำแหน่งนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ได้เผยคำพยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์ไทยของ “ทุงษะเทวี” นางสงกรานต์ประจำปี 2562 และการโคจรของดวงดาวบนท้องฟ้า ให้แก่ทีมข่าว MGR Live เพื่อทำนายความเป็นไปของบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น เนื่องในโอกาสวันมหาสงกรานต์และวันปีใหม่ไทยนี้

“นางสงกรานต์ในปีนี้ มีพระนามว่า “ทุงษะเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม แก้วปัทมราชเป็นอาภรณ์ ภักษาหารอุทุมพร(ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งไปบนหลังครุฑเป็นพาหนะ ปีนี้เป็นสงกรานต์บาปเคราะห์จะแรง พืชพันธุ์ธัญญาหารในเลือกสวนไร่นาไม่สู้งอกงามนัก



“ทุงสะเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม แก้วปัทมราชเป็นอาภรณ์ซึ่งเป็นพลอยสีแดง แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทย น่าจะมีการค้นพบพลอยดิบแห่งใหม่ คนไทยหันมาสนใจทรัพยากรของแผ่นดินมากขึ้น สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกและนำความมั่งคั่งให้กับประเทศ ดวงสงกรานต์ปีนี้ตั้งแต่ 14 เม.ย.62 สินค้าเครื่องประดับ อัญมณีรัตนชาติสีโทนแดง จะคงยังจำเป็นต้องใช้และเป็นที่นิยมของประชาชนอีกปีหนึ่ง

ส่วนภักษาหารคืออุทุมพรหรือผลมะเดื่อ เป็นสมุนไพรไทย ช่วยรักษาโรคน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อย มือเท้าชา มีความหมายว่า คนไทยเอาใจใส่ดูแลรักษาสุขภาพตนเองมากขึ้น และแพทย์แผนไทยจะมีบทบาทสำคัญ และจะได้รับการเอาใจใส่พัฒนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น”

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ไทย ยังเผยคำพยากรณ์ต่อไปว่า พระหัตถ์ขวาทรงจักรเป็นอาวุธใช้ได้ทั้งใกล้และไกล พร้อมในการใช้กำลังอย่างรุนแรงและทรงอานุภาพร้ายแรง ส่วนพระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เป็นอาวุธที่แสดงถึงความเป็นศิริมงคล ดังนั้น หากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น น่าจะมีการประนีประนอมไกล่เกลี่ยต่อรองกันก่อนโดยสันติวิถี เพื่อความสงบเรียบร้อย หากเจรจาโดยสันติวิธีไม่ได้ จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธที่ทรงอานุภาพร้ายแรงอย่างจักรมาจัดการ


อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

และการที่นางสงกรานต์ทรงครุฑ ในคติไทยโบราณเชื่อว่า ครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งมวล และเป็นพาหนะของพระนารายณ์ เป็นสัตว์ใหญ่ที่มีพละกำลังมหาศาล บินได้รวดเร็ว มีสติปัญญาเฉียบแหลม อ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย จะมีการพัฒนาในเรื่องการติดต่อสื่อสาร การเดินทาง การคมนาคมทั้งภายในและต่างประเทศ ทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ กองทัพอากาศจะมีแสนยานุภาพ การเดินทางทางอากาศ การคมนาคมที่ต้องใช้ความเร็วสูง การรถไฟจะได้รับการพัฒนา

แต่อย่างไรก็ตาม ลักษณาการและอิริยาบถนางสงกรานต์เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการพยากรณ์ดวงมหาสงกรานต์
มีหลักการทางโหราศาสตร์ที่สอนกันมาแต่โบราณว่า 1.หากนางสงกรานต์ยืนไปจะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ 2.หากนางสงกรานต์นั่งไปจะเกิดความเจ็บไข้ผู้คนล้มตายและเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ 3.หากนางสงกรานต์นอนลืมตาไปประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข และ 4.หากนางสงกรานต์นอนหลับตาไปพระมหากษัตริย์จะเจริญรุ่งเรืองดี

“ดังนั้น รัฐจึงควรเอาใจใส่ปกครองดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ การครองชีพและอุบัติเหตุเภทภัยต่างๆ ตามตำราพยากรณ์ไว้ว่าจะเกิดความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตายและจะเกิดเภทภัยต่างๆ กระทรวงที่รับบทหนักพอเห็นแบบนี้ก็น่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ”

เตรียมรับ “การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ในรอบ 397 ปี”!

นอกจากการพลิกตำราโหราศาสตร์ ด้วยการนำนายผ่านนางสงกรานต์ประจำปีแล้ว หมอดูภิญโญ ยังอาศัยการโคจรของดวงดาวเพื่อตรวจสอบดวงชะตาของบ้านเมืองในปีนี้ ซึ่งผลที่ได้ก็ปรากฏออกว่า หลังปีใหม่ไทยเป็นต้นไป จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ แต่จะผ่านพ้นไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่าง “ของเก่า” กับ “ของใหม่”

“ดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ในดวงกำเนิดของดวงเมือง กุมกันอยู่ตรงราศีธนู แล้วดาว 2 ดวงนี้เป็นดาวที่จะบ่งบอกถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย ปกติเรามองบนท้องฟ้าจะเห็นดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์เป็น 2 ดวง และในปี 2562 ไปจนถึงปี 2563 ดาวทั้ง 2 ดวงจะโคจรมาอยู่ตรงราศีธนู ทำระนาบเดียวกัน แล้วก็จะซ้อนทับเห็นเป็นดาวดวงเดียว

เหตุการณ์แบบนี้ตั้งแต่สร้างกรุงเทพมหานครมายังไม่เคยเกิด เป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญที่นักโหราศาสตร์และนักดาราศาสตร์ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 397 ปี ภาษาในทางโหราศาสตร์เรียกกว่า "การกุมกันครั้งใหญ่ หรือ The Great Conjunction 2020"



ปี 2562 จะเป็นทางที่จะนำไปสู่การกุมกันของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์เป็นปรากฏการณ์สำคัญ ทางออกของสังคมเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายหรือเกิดกลียุค ก็มีอยู่ทางเดียวคือการผสมผสานระหว่างของเก่ากับของใหม่ ระหว่างอนุรักษ์นิยมกับเสรีนิยม

ต้องอาศัยองค์ความรู้แบบผสมผสานตะวันตก-ตะวันออก เพื่อหาจุดสมดุล ไม่อย่างนั้นจะเกิดความขัดแย้งรุนแรง ที่นำไปสู่ปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นปีที่สุ่มเสี่ยง เพราะฉะนั้นคนที่รับผิดชอบชาติบ้านเมืองก็ต้องบริการความเสี่ยงเอาเอง”

นอกจากดวงดาวสำคัญทั้ง 2 ดวง ที่มีอิทธิพลต่อดวงเมืองของไทยในปีนี้แล้ว ยังมีอีก 2 ดวงคือดาวพระราหูและดาวมฤตยู ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เป็นต้นว่า เรื่องการคมนาคมที่มีชาติอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

“พระราหูโคจรเล็งดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ จุดราหูโคจรตรงราศีมิถุน ซึ่งราศีมิถุนตรงข้ามกับราศีธนู ราหูก็จะเล็งทำมุม 180 องศากับดาวพระเคราะห์ใหญ่ 2 ดวงที่พูดถึง เรือนตรงนั้นในราศีมิถุนในทางโหราศาสตร์มันเป็นเรือนชะตาที่ 3 ของดวงเมือง พระราหูก็จะมีอิทธิพลค่อนข้างมาก ราหูเป็นพระเคราะห์ธาตุลมแล้วมาอยู่ในราศีธาตุลม ก็หมายถึงการสื่อสาร ความสัมพันธ์ กลุ่มทุนที่เน้นไปทางชาติตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะเข้ามามีบทบาท มีผลประโยชน์ เกี่ยวกับการคมนาคม การติดต่อสื่อสาร

พระราหูจะเล็งกับดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ ทางโหราศาสตร์เรียกว่ามุมเล็ง หมายถึงอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็จะเกิดการถ่วงดุลระหว่างชาติมหาอำนาจตามความหมายของราหูคือชาติตะวันออก และดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ที่อยู่อีกมุมหนึ่งคือชาติตะวันตก เกิดการถ่วงดุลกันในบ้านเมือง ประเทศไทยก็ต้องบริหารความเสี่ยงโดยการผสมกลมกลืน ต้องเอาไว้ทั้ง 2 ด้าน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง

และอีกดวงคือดาวมฤตยู จะโคจรอยู่ตรงราศีเมษ ดาวมฤตยูย้ายเข้ามาตรงนี้เมื่อปี 57 คสช.ก็ยึดอำนาจ นำมาซึ่งการปฏิรูปประเทศ และมีการสูญเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ นำมาสู่การสถาปนาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่ ดาวมฤตยูอยู่ตรงนี้มันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญๆ และจะย้ายราศีในปี 65 และก่อนสิ้นปี 65 บ้านเมืองเราจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีก แต่อย่างไรก็ตามดาวพฤหัสบดีที่เราพูดถึง ที่อยู่ราศีธนู เป็นดาวที่นำมาซึ่งการพัฒนาความเจริญรุ่งเรือง แต่อาจจะเดินช้าบ้างเพราะอิทธิพลของดาวเสาร์ที่เป็นเทพแห่งความเชื่องช้าครับ”



และด้วยการโคจรของดวงดาวที่ทำมุมอยู่ตรงข้ามกันในลักษณะนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ไทย จึงได้เตือนให้ระวังถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ส่วนเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลังจากนี้ ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก จึงต้องดิ้นรนกันต่อไป

“การเล็งกันของราหูกับดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ มันเป็นดาวคนละขั้ว เพราะฉะนั้นดาว 3 ดวงแสดงถึงกลุ่มอิทธิพล กลุ่มผลประโยชน์ 3 กลุ่ม มุมเล็งก็ถือเป็นเป็นมุมขัดแย้ง เผชิญหน้า ท้าทาย ต่อรอง และในช่วงเดือน 5 ถึงเดือน 7 มันก็จะมีดาวสำคัญอีก 2 ดวง โคจรเข้ามาตรงราศีมิถุน ก็คือดาวอังคารกับดาวอาทิตย์ ซึ่งดาวพวกนี้เป็นบาปพระเคราะห์ แล้วมากุมกับราหู ก็ต้องระวังความรุนแรงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นแถวๆ 3 เดือนนี้

ส่วนดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ที่ผมพูดถึงที่อยู่ราศีธนู จะโคจรถอยหลังเข้ามาสู่ราศีพิจิก เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจก็ยังไม่ดี ยังต้องดิ้นรน รอคอย มันจะดีขึ้นช่วงปลายปี และดาวพฤหัสบดีที่ถอยหลังมาสู่ภพมรณะของดวงเมืองในเรือนชะตาที่ 8 จะสำแดงถึงเรื่องของ นักบวช ศาสนา การศึกษา กฎหมาย และการแพทย์ เพราะฉะนั้นอาจจะมีความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นในแวดวงเหล่านี้

ดาวพฤหัสบดีอยู่ตรงนี้ได้มาตรฐานเป็นมหาจักรตรงราศีพิจิก ตำราโหรกล่าวว่า "มหาจักรฟักตัวขึ้นเป็นใหญ่ กว่าจะได้ต้องบุกบั่นฟันโฉงเฉง" หมายถึงต้องโลดโผน เหนื่อยยาก ต่อสู้ดิ้นรน จึงจะอยู่รอดและนำมาซึ่งความสำเร็จ คนบางกลุ่มอาจจะสะดวกสบาย แต่คนจำนวนมากต้องต่อสู้ดิ้นรน ปากกัดตีนถีบถึงจะอยู่รอดปลอดภัย จะให้ดีก็ให้ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าราศีธนูอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 30 ตุลาคม 2562”

สุดท้ายนี้ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ยังแย้มถึงชื่อของผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของไทยอีกด้วยว่า “คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นคนที่มีความรู้ ผู้หลักผู้ใหญ่ ดาวพฤหัสบดีจะปกครองอักษรวรรค ป คือ ป บ พ ภ ม ครับ”

ข่าวโดย : ทีมข่าว MGR Live



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...