xs
xsm
sm
md
lg

"ชันโรง"สร้างอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืน โมเดลธรรมชาติพึ่งพาธรรมชาติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อาชีพเลี้ยงชันโรงเป็นอาชีพที่ได้รับความสนใจของชุมชนในหลายพื้นที่เนื่องจากชันโรงมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทยโดยเฉพาะจุดเด่นของชันโรงซึ่งไม่มีเหล็กในเหมือนผึ้งทั่วไปแต่มีขนาดเล็กกว่า2-3เท่า มีความสามารถผสมเกสรจึงเป็นแมลงที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยให้ผลผลิตออกผลได้ดีขึ้น

โดยธรรมชาติพฤติกรรมของชันโรงที่แตกต่างจากผึ้งทั่วไปคือ เวลาที่ชันโรงตอมดอกไม้จะเก็บเกี่ยวเกสรจากดอกไม้ไป80 % เก็บน้ำหวานจากเกสรไป20 %แตกต่างจากผึ้งทั่วไปที่จะเก็บเกี่ยวน้ำหวานไป80% เก็บเกสรไปเพียง20 %พฤติกรรมของชันโรงที่เก็บเกี่ยวเกสร80 % นี้เองทำให้วิตามินที่ติดไปกับเกสรซึ่งชันโรงนำกลับไปที่รังทำให้น้ำผึ้งจากชันโรงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปเป็นที่ต้องการของตลาดและขายได้ราคาดีกว่าผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งทั่วไป

ชุมชนในพื้นที่ต.ชะแล้อ.สิงหนครจ.สงขลาเป็นอีกชุมชนหนึ่งที่มีการรวมตัวกันในชื่อกลุ่มชะแล้รักษ์ชันโรงและผึ้งหลวงเริ่มต้นเลี้ยงชันโรงมาตั้งแต่ปี2561หลังจากที่ได้ศึกษาดูงานการเลี้ยงผึ้งชันโรงของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงต.ปันแตอ.ควนขนุนจ.พัทลุง

ประเสริฐ พุทธทอง หรือ มิตร ประธานกลุ่มชะแล้รักษ์ชันโรงและผึ้งหลวงกล่าวว่า เมื่อปี 2561ซีพีเอฟ (บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร)พาคนในชุมชนที่สนใจเรื่องการเลี้ยงชันโรงไปดูงานเลี้ยงผึ้งชันโรงจากนั้นชุมชนชะแล้กลับมารวมกลุ่มและเลี้ยงชันโรงเพราะบ้านเรามีชันโรงเยอะมากอยู่ตามต้นตาลแต่ก่อนไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยหรือถ้าอยู่ตามบ้านของคนในหมู่บ้านเค้าก็จะเผาทิ้งหมดแต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วชาวบ้านบ้านไหนที่มาชันโรงก็จะมาตามพวกผมไปเก็บรังของชันโรงตามต้นตาลปีที่แล้วเราผลิตกล่องที่เลี้ยงชันโรงได้ทั้งหมด600 กล่องขายกล่องละ 1,000บาทผลิตน้ำผึ้งชันโรงและสบู่จำหน่ายมีรายได้เข้ากลุ่ม 600,000-700,000บาทซึ่งปัจจุบันกลุ่มฯมีสมาชิกที่เริ่มต้นเลี้ยงชันโรงด้วยกัน8 คน

"ชันโรงที่มาตอมเกสรดอกเสม็ดขาวในป่าจะเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ไประหว่างที่เก็บเกี่ยวน้ำหวานก็ผสมเกสรไปด้วยช่วยให้ผลไม้ติดผลได้มากขึ้นผลที่ร่วงจากต้น ช่วยในการขยายพันธุ์เรียกว่าธรรมชาติพึ่งพาธรรมชาติชันโรงได้น้ำหวานไปต้นไม้ก็ได้ขยายพันธุ์เป็นการใช้ธรรมชาติมาปลูกป่าเราลงมือทำส่วนหนึ่งอีกส่วนยืมมือประโยชน์ของชันโรงที่มีความสามารถในการผสมเกสร"ประธานกลุ่มชะแล้รักษ์ชันโรงและผึ้งหลวงกล่าว

แม้ว่าปัจจุบันกลุ่มชะแล้รักษ์ชันโรงและผึ้งหลวงจะมีสมาชิกที่เริ่มต้นดำเนินการร่วมกันมา8 คนแต่ผลตอบแทนจากการจำหน่ายกล่องเลี้ยงชันโรงผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงและสบู่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคืออาชีพประมงเฉลี่ย 6,000กว่าบาทต่อปี ชาวบ้านในหมู่บ้านรอบๆให้ความสนใจอยากเข้ามาเป็นสมาชิกซึ่งในปีนี้กลุ่มชะแล้รักษ์ชันโรงและผึ้งหลวงวางแผนร่วมกับซีพีเอฟขยายการเลี้ยงชันโรงไปยัง5 หมู่บ้านในต.ชะแล้และขยายจำนวนรังชันโรงจากที่ทำอยู่ตอนนี้250 รังเพิ่มให้ได้เป็น 400รังฝากวางตามบ้านของชุมชนเพื่อผลิตน้ำผึ้งชันโรงให้ได้ปริมาณมากขึ้นเพราะรังของชันโรง 1รัง ต้องอาศัยระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ3-4 เดือนจึงจะได้น้ำผึ้งชันโรง 250ซีซี (มิลลิลิตร)

ประวีณ เลิศอริยะพงษ์กุล ผู้จัดการฝ่ายCSR ฟาร์มสัตว์น้ำภาคใต้ซีพีเอฟ เล่าถึงที่มาที่ไปในการส่งเสริมชุมชนต.ชะแล้เลี้ยงชันโรงว่าซีพีเอฟมีโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนคือ โครงการ"ซีพีเอฟปลูก ปัน ป้องป่าชายเลน"ซึ่งดำเนินการร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)มาตั้งแต่ปี2557 มีเป้าหมายอนุรักษ์ฟื้นฟู และปลูกป่าชายในในพื้นที่200 ไร่จากนั้นได้เข้าไปคุยกับชาวบ้านซึ่งต้องการให้ช่วยส่งเสริมอาชีพคู่กับป่าเราเข้าไปสำรวจในพื้นที่พบว่าพื้นที่นี้มีชันโรงเยอะมากหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าชันโรงมีคุณประโยชน์มากมายไปคุยกับชุมชนสนใจจึงพาไปศึกษาดูงานที่พัทลุงจากนั้นชุมชนชะแล้กลับมารวมกลุ่มและเลี้ยงชันโรงกัน ซึ่งนอกจากการเลี้ยงชันโรงจะสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชนชะแล้แล้วยังส่งเสริมแนวทางเกษตรอินทรีย์เพราะบริเวณโดยรอบพื้นที่ที่มีการเลี้ยงชันโรงต้องไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆเนื่องจากชันโรงเป็นแมลงที่มีความไวต่อยาฆ่าแมลง

ด้าน ประพัฒน์ โนเรศน์ หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่38 สงขลา ทช.กล่าวว่าภาครัฐอยากเห็นหน่วยงานเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติเพราะภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้เข้ามาใช้ผสมผสานในการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนส่งเสริมชุมชนให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืนเพราะป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจของประเทศ สังคมและชุมชน รวมทั้งความมั่นคงทางอาหารอย่างที่ซีพีเอฟเข้ามาสนับสนุนแนวคิดในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้รวมถึงงบประมาณในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าเกิดประโยชน์ชัดเจน คือเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนให้กับประเทศและชุมชนกระตุ้นให้ชุมชนในพื้นที่เห็นความสำคัญของป่าชายเลน


** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...