xs
xsm
sm
md
lg

สถิติเตือน!? บอลจุฬาฯ ชนะ มธ. ระวังเปลี่ยนแปลง “การเมือง” ครั้งใหญ่!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เลือกตั้ง - ยุบสภา - มีม็อบ - รัฐประหาร” เปิดสถิติ “ปีไหนจุฬาฯ ชนะงานบอลประเพณี ปีนั้นการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ฟากซินแสคนดังวิเคราะห์ดวงเมือง เผยปีนี้ดีขึ้นแน่ ยันไม่มีรัฐประหาร พร้อมเปิดชื่อใครจะเป็นนายกคนต่อไป!

ถ้าจุฬาฯ ชนะบอล การเมืองจะเปลี่ยนแปลง?!

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับงานฟุตบอลประเพณี ธรรมศาสตร์ - จุฬาฯ ครั้งที่ 73 โดยในปีนี้ทัพนักเตะ “ลูกพระเกี้ยว” ที่เหลือผู้เล่น 10 คน ได้เฉือนเอาชนะเจ้าภาพ “ลูกแม่โดม” ไปด้วยสกอร์ 2 - 1 และผลการพบกันระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยนี้ มีสถิติอยู่ที่ จุฬาฯ ชนะ 17 ครั้ง ธรรมศาสตร์ชนะ 24 ครั้ง และเสมอกัน 32 ครั้ง



แม้ฟุตบอลจะจบลง แต่ก็มิวายมีควันหลงมาให้ได้ตามต่อกันอีก นอกจากเรื่องดรามาขบวนล้อการเมืองและการแปรอักษรบนสแตนด์เชียร์แล้ว ยังมีเพจเฟซบุ๊กที่ทำหน้าที่เก็บรวมรวมข้อมูลทางการเมือง เปิดเผยถึงข้อมูลอันน่าสนใจเกี่ยวกับงานฟุตบอลประเพณีไว้ว่า หากทางฝั่งจุฬาฯ ได้รับชัยชนะในปีนั้นๆ ประเทศไทยก็มักจะมีเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ มีตั้งแต่การเลือกตั้ง,การประกาศยุบสภา,การชุมนุมทางการเมือง และรวมไปถึง การรัฐประหาร

เพจเฟซบุ๊ก [TPD] Thailand Political Database เพจที่จัดเก็บและประมวลข้อมูลทางการเมือง โดยยึดหลักความถูกต้องและความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเพจดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความว่า “เขาว่ากันว่าในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาลงกรณ์ ถ้าจุฬาฯชนะธรรมศาสตร์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ มาดูกันสิที่เขาว่าๆ กัน มันจริงไหม ปล. เราหยิบช่วงเวลาน่าสนใจที่จุฬาฯชนะมาให้ดูนะ เพราะจุฬาเขาชนะ 17 ครั้ง”



สำหรับเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่เกิดขึ้น เมื่อจุฬาลงกรณ์ชนะในงานฟุตบอลประเพณี เป็นต้นว่า

ครั้งที่ 3 วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2493 จุฬาฯ ชนะ 5 - 3 เกิดรัฐประหารในปี 2594 ซึ่งไม่มีจัดงานฟุตบอลประเพณี
ครั้งที่ 4 วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2497 จุฬาฯ ชนะ 1 - 0 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้าสู่อำนาจด้วยการเป็น ผบ.ทบ. เริ่มการเมือง 3 ก๊ก
ครั้งที่ 5 วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2501 จุฬาฯ ชนะ 3 - 2 ต้นปี 2502 ได้จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ จากการรัฐประหาร
ครั้งที่ 6 วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2511 จุฬาฯ ชนะ 2 - 0 ประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญใหม่มีการเลือกตั้งและได้จอมพลถนอม กิตติขจร มาเป็นนายกฯ
ครั้งที่ 10 วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2538 จุฬาฯ ชนะ 2 - 1 นายกฯชวน หลีกภัย ประกาศยุบสภาและแพ้เลือกตั้งให้นายกฯบรรหาร ศิลปอาชา
ครั้งที่ 13 วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2549 จุฬาฯ ชนะ 2 - 0 รัฐประหาร
ครั้งที่ 16 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 จุฬาฯ ชนะ 1 - 0 สภาผ่านกฎหมายนิรโทษกรรม เกิดม็อบ กปปส. และนำไปสู่การรัฐประหารในปีถัดมา



ทั้งนี้ หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกส่งต่อกันไปบนโลกโซเชียลฯ ก็นำมาซึ่งความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ถึงเรื่องของสถิติดังกล่าว บ้างก็ว่าเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น เพราะในแต่ละปีก็มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความคิดเห็นอีกส่วน ที่มองว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงก็เป็นได้ โดยอิงจากสถานการณ์ที่ผ่านมา

" รัฐประหารถี่มากจริงแฮะ"
"นี่ฟุตบอลประเพณีหรือปลาหมึกพอล???"
"มันไม่มีก็เขียนให้มีจนได้ ก็เต้าหัวข้อมาแบบนี้ จุฬาฯ ชนะปี 56 ก็เอามาเชื่อมรัฐประหารครั้งล่าสุดปี 57 เอาฮาใช่ปะเนี่ย บางที อั้ม พัชราภา อาจจะแต่งงานปีนี้ก็ได้นะ"

สำหรับผลการแข่งขันที่นักเตะ “ลูกพระเกี้ยว” เอาชนะได้ ครั้งล่าสุดคือครั้งที่ 17 ในวันเสาร์ที่ผ่านมา จะมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกหรือไม่ คงต้องติดตามตอนต่อไป To Be Continue …

ซินแสฟัน “บิ๊กตู่” อยู่อีกสมัย!

นอกจากข้อมูลในเชิงสถิติข้างต้นแล้ว ขณะเดียวกัน มีอีกศาสตร์หนึ่งที่เป็นที่นิยมและใช้หลักสถิติเข้ามาประกอบด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ โหราศาสตร์ ที่รู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย ทีมข่าว MGR Live ได้พูดคุยกับ ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล หมอดูชื่อดัง ที่มีชื่อเสียงด้านหลักโหราศาสตร์จีน และเคยได้ตรวจสอบดวงชะตาให้คนหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ตลอดจนเซเลบต่างๆ มาเป็นผู้วิเคราะห์ถึงดวงการเมืองไทยหลังจากนี้ และเผยถึงชื่อของผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป!

“อาจารย์พยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์จีนและเอาดวงของผู้นำมาวิเคราะห์รวมกัน ในปี 2562 เป็นปีกุน ธาตุดิน ซึ่งเป็นปีที่ดีกับบ้านเมือง ปีที่แล้วปีจอเป็นปีแห่งการขุดคุ้ยสิ่งไม่ดีออกมา ปีนี้ปีหมู ปีแห่งการเริ่มมีความเฮฮา เสวยสุขจากสิ่งที่ต้องฟันฝ่าต่อสู้ เศรษฐกิจหลายๆ อย่างจะค่อยๆ เริ่มดีขึ้น ไม่ต้องห่วงเรื่องการเมือง หลังเลือกตั้งไม่วุ่นวายเพราะว่านักการเมืองเขาก็ร้างเวทีมาหลายปีแล้ว เขาก็ไม่อยากเข้าสู่วังวนตรงนั้นอีก ทุกคนก็อยากจะทำงานเพื่อบ้านเมือง


ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล

การกวนเมืองหรือการสร้างปัญหาจะน้อยมาก อาจจะมีตอนนี้ที่หาเสียง สร้างกระแสขึ้นมา อะไรก็แล้วแต่ แต่ผลสุดท้ายคนส่วนใหญ่ก็จะรู้ถึงเรื่องของนักการเมืองในอดีต ที่ผ่านมาใครทำอะไรที่ไม่ดี จะได้รับกรรมสนองกรรมในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลไม่ดีจากช่วงที่ผ่านมา เรียกว่ามือถือสาก ปากถือศีล พูดอีกอย่างแต่ทำอีกอย่าง”

นอกจากนี้ ซินแสคนดัง ยังได้เผยชื่อของนายกรัฐมนตรี จากการวิเคราะห์และตรวจสอบดวงชะตาที่เก็บข้อมูลจากหลายส่วนมาประกอบกัน ทั้งดวงเมืองและดวงคน ผลที่ได้คือ “บิ๊กตู่” จะได้ครองเก้าอี้นายกฯต่ออีกสมัย!

“ถ้าพูดถึงนายกฯ อาจารย์เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 57 ซึ่งเป็นปีที่มีการปฏิวัติ ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าใครเป็นนายกฯ อาจารย์บอกว่าท่านนายกประยุทธ์จะดีกับบ้านเมือง สุดท้ายท่านก็มารับตำแหน่ง ต่อมา อาจารย์ได้คุยกับท่านถึงเรื่องการเลือกตั้งว่า ต้องเป็นปลายปี 61 หรืออย่างช้าก็กุมภาพันธ์ 62 แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ต่างๆ เลยทำให้เลื่อนไปเป็นมีนาคม มันก็ยังอยู่ในกรอบต้นปี 62 ซึ่งอาจารย์ก็บอกกับนายกฯประยุทธ์ ณ เวลานั้น ตั้งแต่ปี 59 ท่านต้องเป็นต่ออีก 2 สมัย



เมื่อดูจากโหงวเฮ้ง วันเดือนปีเกิด ดวงประเทศ ดวงบ้านเมือง ดวงคนอื่นที่มาสู้กัน มาประกอบกัน จับมาประมวลและวิเคราะห์ นายกฯประยุทธ์เกิดปีมะเมีย สมพงษ์กับดวงบ้านเมืองปีขาล สมพงษ์กับปีจอ และเกื้อหนุนกับปีกุน วันที่สมัครก็อยู่ในเดือนขาล ก็เป็นเดือนที่ดีกับนายกฯประยุทธ์ คางท่านสวย โหงวเฮ้งคางมั่นคงเหมือนกับเติ้ง เสี่ยว ผิง

สถานการณ์บ้านเมืองไม่ต้องห่วงถ้านายกฯประยุทธ์รับตำแหน่งเป็นนายกฯอีก จะส่งผลดี อาจารย์พูดเรื่องนี้มานานแล้ว อาจารย์ไม่ใช่คนกำหนด เพียงแต่บอกความเป็นไปได้ว่าขนาดไหน ซึ่งตามดวงท่านจะเป็นนายกฯอีกในการดูแลบ้านเมืองอีกสักระยะ แต่สมัยหนึ่งยาวแค่ไหน ก็ต้องมองเหตุการณ์ตรงนั้นอีกว่าจะมีอะไรอีก”

สุดท้าย เมื่อถามถึงแนวโน้มเหตุการณ์ทางการเมืองในปีนี้ ว่าอาจรุนแรงถึงขั้นปฏิวัติหรือมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ทางด้านของ ซินแสภาณุวัฒน์ ก็ได้ให้คำตอบที่โล่งใจ ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนั้นเกิดขึ้น และทิศทางการเมืองของไทยจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น



“อาจารย์คิดว่ายัง เพราะว่าอาจจะมีข่าวลือข่าวอะไรต่างๆ แต่อาจารย์คิดว่าคงจะไม่มีใครทำเพราะบ้านเมืองไม่ถึงจุดที่จะต้องมีเหตุการณ์ที่ถึงขั้นวิกฤติแบบนั้น ยุคที่ผ่านมา พูดแบบเป็นกลาง ทักษิณก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนที่แย่ทีเดียว ท่านก็ทำอะไรให้บ้านเมือง แต่ตอนนี้มันพ้นยุคของท่านไปแล้ว ตอนนี้เป็นยุคของบิ๊กตู่ เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง เอาคนที่ทำงานเพื่อบ้านเมือง ถึงแม้จะชอบหรือไม่ชอบแต่ต้องมองที่ส่วนรวม อาจารย์เพียงแต่วิเคราะห์บ้านเมืองแบบตรงๆ

กล่าวโดยสรุปคือ ทิศทางบ้านเมืองจะบวก ไม่ต้องกังวล บางทีอาจจะมีกระแส แต่อาจารย์จะยึดมั่นคำพยากรณ์ที่เคยพยากรณ์ล่วงหน้าไว้ ยังไงนายกฯบิ๊กตู่จะต้องดูแลบ้านเมืองไปอีก 2 สมัยครับ”

ขอบคุณข้อมูล : เพจ [TPD] Thailand Political Database



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...