xs
xsm
sm
md
lg

ใจบุญต้องระวัง! กลโกงคนป่วย? ใช้ความสงสาร ฟาดเงินบริจาคเกือบล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซื้อสารพัดสิ่งของที่ต้องการ!ด้วยเงินบริจาค จากคนใจบุญอ้างสิ่งที่ซื้อไปสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้ครอบครัวบอก “ถือเป็นกำไรชีวิต”ทนายดังชี้ ใช้ความสงสารล่อลวงเงินบริจาคแล้วนำไปใช้ไม่ตรงตามที่บอกมีความผิดแน่นอน

เพราะความสงสาร!ลวงเงินจากกระเป๋าแบบไม่รู้ตัว

หนุ่มป่วยไต-ลวงโลก-ขอเงินบริจาคเหตุการณ์ของชายหนุ่มที่กำลังป่วยได้เผยชีวิตให้เห็นถึงความทรมารเพราะโรคไตที่กำลังเผชิญอยู่แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่ทำให้คนในสังคมพร้อมใจกันถล่มชายคนนี้กันอย่างหนักว่าเงินที่ได้รับมาจากการบริจาคนำไปใช้อย่างคุ้มค่าจริงหรือไม่

ในขณะที่เพจเฟซบุ๊กRed Skullช่วยเหลือเหยื่อจากชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม”ได้โพสต์แฉเรื่องราวของหนุ่มที่เปิดรับบริจาคให้กับชายที่ป่วยโรคไต โดยระบุว่า ป่วยเป็นโรคไตแต่หลังจากได้เงินบริจาค800,000 ผู้ป่วยกลับนำเงินไปซื้อรถ360,000 บาทและให้เหตุผลว่านำไปใช้ขายผลไม้รวมทั้งไถ่ที่นาของแม่200,000 บาทแล้วก็ซื้อโทรศัพท์ให้แฟน1 เครื่องล่าสุด ได้ซื้ออุปกรณ์แต่งรถอีกด้วยเงินที่เหลือ 300,000ฝากไว้ที่แม่เพื่อใช้เป็นค่ารักษาโรคไตการใช้เงินแบบนี้ไม่แน่ใจว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนไหม

โดยหนุ่มป่วยคนดังกล่าวทราบชื่อคือ“เพียว-ศรายุทธพ่วงสอาด” อายุ 28ปี เคยเป็นอดีตอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยในอ.ศรีราชาจ.ชลบุรีและเคยเปิดร้านสักมาก่อนและมักจะมีการโพสต์ข้อความขอรับเงินบริจาคผ่านทางเฟซบุ๊กอยู่ตลอดกระทั่งขอความเชื่อเหลือจากผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายๆคนที่มียอดคนติดตามเยอะโดยคิดว่าจะสามารถโพสต์ช่วยตนเองได้พร้อมยืนยันว่าป่วยจริงด้วยเอกสารทางการแพทย์ต่างๆ


จากเหตุการณ์ข้างตน เพียวได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงช่วงเวลาที่ทำอาชีพช่างสักพร้อมกับอาการป่วยทำให้ไม่สามารถรับลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้จึงเปิดรับบริจาคขอให้คนมาช่วยเหลือในขณะนั้นจึงได้เงินมาประมาณ40,000 บาท


สำหรับเงินที่นำไปไถ่ที่นาจำนวน 200,000บาท เพียวได้ชี้แจงว่าตนได้ยืมเงินมาจากแม่แฟนครั้งละ100,000 บาทเพื่อนำมาเป็นทุนในการเปิดร้านสักที่จังหวัดชลบุรีกระทั่งป่วยเป็นโรคไตจึงไม่สามารถทำงานต่อได้จึงจำเป็นจะต้องยืมเงินจากแม่แฟนอีกครั้งเพื่อนำมาใช้ในการรักษาโรคแสดงให้เห็นว่าจำนวนเงินที่นำไปไถ่ที่นานั้นเป็นเงินที่เพียวได้นำไปคืนให้กับแม่ของแฟนเพื่อไถ่ที่นาต่างหาก


ทั้งนี้หนุ่มป่วยโรคไตยังได้เข้าโครงการล้างไตช่องท้องฟรีรวมถึงน้ำยาล้างไตที่ได้รับมาฟรีจึงไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เนื่องจากหน่วยงานรัฐจัดการให้มีแต่เพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่ากิน ค่าอยู่เท่านั้น


ซึ่งยอดเงินที่ผู้ใจบุญร่วมบริจาคมาจำนวนทั้งหมด800,000 บาทขณะนี้ยอดเงินในบัญชีเหลือประมาณ300,000กว่าบาท เพื่อใช้รักษาตัวต่อไป


จากเหตุการณ์ข้างต้นทนายรัชพล ศิริสาครเจ้าของเพจสายตรงกฎหมายได้ชี้แจ้งกับทีมข่าว MGRLive ถึงกรณีดังกล่าวว่าต้องดูการรับบริจาคว่าจะเอาไปใช้อะไรบ้างหากมีรายละเอียดชัดเจนว่าจะใช้ซื้อรถรักษาพยาบาล ซื้อโทรศัพท์ฯลฯ ก็ไม่ผิด แต่ถ้าระบุว่าเอาไปใช้รักษาพยาบาลหรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าจะเอาไปใช้รักษาพยาบาลแต่นำไปซื้อรถหรือใช้จ่ายส่วนตัวก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนได้ซึ่งมีโทษสูงสุด จำคุก 5ปี ปรับ 1แสนบาท


เงินบริจาค =กำไรชีวิต คิดแบบนี้สมควรไหม!?


อย่างไรก็ตามหนุ่มเพียวผู้ป่วยโรคไตก็ได้ชี้แจ้งว่าสิ่งที่ตนเองทำลงไปได้มีการปรึกษากับผู้ใหญ่ว่าควรมีรถยนต์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์โดยนำเงินบริจาคไปซื้อรถมือสองในราคา300,000 กว่าบาทเพราะการเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลชลบุรีแต่ละครั้งจะต้องเช่ารถไปกลับครั้งละ3,000 บาท


รถผมไม่ได้มีเจตนาเอาสวยหรูแต่อย่างใดเลยเพียงแค่คิดว่าระยะยาวไม่ต้องมาซ่อมมาพัง เพราะต้องใช้ถาวรมันคือกำไรชีวิตที่ทำให้ผมใช้ชีวิตโดยไม่ต้องลำบากและหาเช่ารถใครอีก”


ที่สำคัญรถยนต์สามารถนำไปทำมาหากินต่อยอดสร้างรายได้และทำอาชีพเสริมบรรทุกผลไม้มาขายหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวยอมรับว่ามันเป็นเงินบริจาคที่ช่วยเหลือให้รักษาตัวจริงและไม่ได้หนีหายไปไหนและขอยืนยันว่าเรื่องที่เอาเงินไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้แฟนสาวไม่เป็นความจริงเพราะซื้อให้ตัวเองเนื่องจากเครื่องเก่าพังไม่สามารถใช้งานได้แล้ว


ขณะเดียวกันสังคมโซเชียลฯก็พร้อมใจถล่มและแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงชายที่ป่วยโรคไตโดยมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็ด้วยซึ่งคนที่เห็นด้วยมองว่าสิ่งที่ซื้อไปนั้นสำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างมาก



ทำดีแล้วซื้อกระบะเก่าแค่พอใช้ได้เท่านั้นที่นาต้องจ่ายดอกตลอดถ้าหลุดไปก็หมดเลยอาชีพแถมจะไม่มีที่ซุกหัว เหลือ300,000เก็บไว้รักษาตัวรถกับที่นาก็หาเงินได้ไม่มีรถจะไปโรงพยาบาลยังลำบากไม่ทำงี้เงินบริจาคหมดจะเอาที่ไหนใช้คนมันอยู่ได้แค่ฟอกไตเหรอมันต้องดำรงชีพด้วยปัจจัยมากกว่านั้นอย่าคิดหยุมหยิมเลยว่ะไม่ได้ใช้ฟุ่มเฟือยสักหน่อย”


สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกลับมองว่าทำไมไม่แจ้งตั้งแต่แรกหากมีจุดประสงค์ที่จะนำเงินบริจาคไปซื้อสิ่งของอย่างอื่นเพราะคนที่บริจาคต่างก็มีภาระในการใช้จ่ายเช่นกันแต่ก็บริจาคเพราะเห็นว่าเดือดร้อนจึงเกิดความสงสารผู้ป่วยโรคไตคนดังกล่าว


เงินบริจาค800,000มันควรจะนำมาจัดการในด้านของการรักษาให้จบก่อนส่วนจะตายระหว่างการรักษาหรือรักษาจบแล้วเงินเหลือจึงนำไปชำระหนี้ต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาก็ได้นี่เหลือ 300,000ถ้าไม่พอจะทำไงต่อรอเอารถออกขายผลไม้เพื่อนำเงินมารักษาเหรอ”


“คนอื่นเขามีน้ำใจช่วยบริจาคเงินให้รักษาตัวจะได้มีแรงไปทำมาหากินดันเอาไปซื้อรถ ไถ่นาคนที่เขาเจียดบริจาคบางคนอาจยังไม่มีรถไม่มีที่ดินด้วยซ้ำถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีทีนี้ใครจะบริจาคให้เคสอื่นก็อาจไม่กล้าบริจาคละเราคนหนึ่งล่ะที่ไม่ค่อยบริจาคเข้าบัญชีใครโดยตรงแต่จะบริจาคให้มูลนิธิที่น่าเชื่อถือให้เขาพิจารณาจัดสรรเงินช่วยเหลือได้หลายๆรายตามความเหมาะสม”


ข่าวโดย MGR Live



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...