xs
xsm
sm
md
lg

ดรามาเสียวตก! นร.ยืนเช็ดกระจกริมระเบียง เจาะใจ! ครู-ผู้ปกครอง #ถ้าเป็นลูกคุณจะทำยังไง?!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ร้อนฉ่า! วิจารณ์หนักเพราะหวาดเสียว! ครูให้เด็ก นร.ปีนระเบียงตึกชั้น 3 เช็ดกระจกห้องเรียน ผู้ปกครองโวย! หวั่นอันตราย สับครูเละ ลั่น! "เป็นลูกคุณจะยอมมั้ย?! ภารโรงไม่มีเหรอ!? สังคมตั้งคำถามถ้าเด็กพลัดตกลงมาใครรับผิดชอบ อีกฝ่ายกลับเห็นแย้ง เด็กมีใจอาสาช่วยครูทำความสะอาดเป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ! ซัดผู้ปกครองสมัยสมัยนี้เลี้ยงลูกดั่งไข่ในหิน พร้อมล้วงความรู้สึกมุมมองผู้ปกครอง Vs คุณครู เหมาะสมหรือไม่!?

#ถ้าเป็นลูกคุณจะทำยังไง

ถกสนั่นลั่นโซเชียลฯ เมื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพหวาดเสียว เผยให้เห็น 2 เด็กนักเรียนชาย วัยประมาณ 10 ปี ปีนโต๊ะเรียนบนระเบียงตึกเรียน ชั้น 3 เพื่อทำความสะอาดกระจกของห้องเรียน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมต่อภาพที่เห็น

“ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ควรไหมที่ให้เด็กออกมาทำแบบนี้ ฝากให้ ผอ. โรงเรียน พิจารณาทีครับ” พร้อมติดแฮชแท็ก #ถ้าเป็นลูกคุณคุณจะยังไง"

โลกออนไลน์ถึงกับร้อนฉ่าจวกครูว่าทำแบบนี้อาจเกิดอุบัติเหตุกับเด็กนักเรียนได้ รับผิดชอบไหวเหรอหากลูกเต้าเค้าพลัดตกลงไป ทว่า แม้จะมีดรามาคุกรุ่นสับคุณครูเละ แต่กลับมีอีกฝ่ายมองว่า เด็กอาจจะเกิดความคึกคะนองขออาสาเอง อาจอยู่ในความดูแลของครูอย่างใกล้ชิดก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นกลับแตกเป็นสองฝ่าย ประเด็นนี้อาจขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคนหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่หลายคนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะมองว่าเสี่ยงอันตรายมาก ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสถานการณ์จริงอาจจะมีครูดูแลใกล้ชิดก็เป็นได้

พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม และฝากถึงผู้บริหารสถานศึกษาให้ดูแลกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะที่ผู้คนในสังคมออนไลน์ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้

"ชั้น 3 เลยนะ ครูใช้ให้เด็ก ป.5 ออกมาทำแบบนี้ได้ไง เป็นลูกเราไม่ยอมหรอก ตกลงมาทำไงใครรับผิดชอบ พอเกิดเรื่องก็บอกว่าเด็กออกไปเอง ทั้งที่เด็กในห้องบอกว่าครูให้ทำ!"

“อันตรายมาก ๆ ครับ เคยเกิดเหตุอย่างนี้กับสถานศึกษาผม คือคนที่ไปทำความสะอาดเกิดอาการวูบแล้วตกลงมา ดีที่เป็นแค่ชั้นสอง จึงยังมีชีวิตอยู่แค่นิ้วหักหัวแตกเฉยๆ”

ขณะที่คนบางกลุ่มก็ออกมาระบุว่า ไม่เห็นอันตราย นักเรียนอาจจะเต็มใจทำ ในอดีตตนเองก็เคยปีนระเบียงอาคารเรียนทำกิจกรรมเช่นนี้มาแล้วเช่นกัน

“ตอนเด็กๆ ก็ทำแบบนี้แหละค่ะ.ถ้าระเบียงมันแคบคุณครูก็จะไม่ให้ทำค่ะ แต่ที่ทำเพราะระเบียงมันกว้าง ไม่ได้อยู่ริมขอบที่มันจะจะตกได้ง่ายขนาดนั้น มีมานานแล้วเด็กทำแบบนี้ ช่วยให้ห้องเรียนสะอาด แล้ว นร.ก็เต็มใจทำค่ะ”

ขณะเดียวกัน ก็มีความคิดเห็นแย้งซัดคนที่ไม่เห็นด้วย ชี้ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ควรฝึกความอดทน สู้ชีวิตแต่เด็ก จวกผู้ปกครองไม่ควรเลี้ยงลูกแบบ “คุณหนู - ไข่ในหิน” โตขึ้นมาอะไรก็ไม่เป็น!

“ในภาพระเบียงยาวกว้างมาก ถ้าเป็นลูกเราเราก็ไม่ทำอะไร เมืองไทยเป็นงี้ นิดๆหน่อยๆกับลูกไม่ได้เลย ดูเมืองนอกเขาเลี้ยงลูก ถ้าเเค่เนี้ยมีปัญหา เอาลูกกลับไปสอนหนังสืออยู่บ้านเถอะ เลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน โตมาอะไรนิดอะไรหน่อยจะขัดใจมันไม่ได้เลยเจอปัญหานิดหน่อยๆก็พังละ”

“ตอนเราเรียน ทำเยอะกว่านี้อีก จะลูกคุณหนู ไม่สู้ชีวิตไปไหน หัดให้เด็กๆ ทำอะไรให้สังคมบ้าง ดีกว่า ก้มหน้าเล่นคอม หรือ ไม่ก็คงว่างมาก จนมีเวลาแอบถ่ายชาวบ้าน มาลงอะไรแบบนี้

อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้อ้างว่าเป็นบุคลากรที่อยู่ในโรงเรียนต้นเหตุพร้อมขอโทษแทนครูประจำชั้น ยอมรับโรงเรียนผิด ยันครูได้ถามความสมัครใจของเด็กนักเรียนแล้ว โบ้ยเด็กคึกคะนอง อาสาเช็ดเอง

ล้วงความรู้สึก! ผู้ปกครอง Vs ครู

เมื่อความร้อนของประเด็นดังกล่าวประทุไม่หยุดทีม MGR Live จึงได้ติดต่อขอสัมภาษณ์สอบถามความคิดเห็นคุณแม่รุ่นใหม่ลูกสามที่เลี้ยงลูกด้วยเหตุและผล ไม่สปอยล์ในทุกกรณี ส่งผลให้ลูกๆของเธอชอบช่วยเหลืองานบ้านคุณแม่อย่างสม่ำเสมอ แม่โบว์-พิมพ์วลัญช์ เอี่ยมองอาจ วัย 35 ปี ที่มีลูกชายและลูกสาววัยไล่เลี่ยกับเด็กในภาพเกิดเหตุ พร้อมคำถามเจาะใจแม่ เป็นลูกคุณจะทำยังไง!?
 แม่โบว์-พิมพ์วลัญช์ เอี่ยมองอาจ และลูกชาย(ออมสิน) ลูกสาว (ไออุ่น)
“เห็นแวบแรกก็ตกใจค่ะ ถ้าเป็นลูกตัวเองก็ถามลูกก่อนว่าเพราะอะไรต้องออกไปทำความสะอาดตรงนั้น แล้วค่อยคุยหาสาเหตุกับครู”

ยืนกรานการกระทำของคุณครูที่ให้เด็กปีนระเบียงเช็ดกระจกห้องไม่เหมาะสมอย่างแรง เกินหน้าที่เด็ก ลั่น! การทำความสะอาดเป็นเรื่องปกติ แต่ออกมาทำความสะอาดแบบนี้ไม่ปกติ ชี้ควรหากิจกรรมช่วยโรงเรียนให้เหมาะกับวัยของเด็กด้วย

“เด็กเดี๋ยวนี้ไม่ต่างกับเราสมัยก่อนหรอกที่ต้องมีทำเวรทำความสะอาดประจำวัน ยิ่งตอนนี้ทางโรงเรียนเค้าก็เสริมเรื่อง EF (Executive Functions) ซึ่งเป็นกระบวนการทางความคิดในส่วน “สมองส่วนหน้า” ที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก การกระทำกันทุกโรงเรียน ซึ่งทักษะ EF นั้น จะช่วยกำกับพฤติกรรมและอารมณ์ ช่วยให้เด็กปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่แล้ว
อาสาช่วยคุณแม่พับเสื้อผ้าของน้องชายคนสุดท้องที่เพิ่งคลอด และช่วยซักถุงเท้าของคุณพ่อ
แต่คุณครูต้องหาหน้าที่ให้เหมาะสมกับวัยเค้าด้วย ถ้าสถานการณ์แบบนี้ไม่เหมาะอย่างมากเกินหน้าที่เกินความสามารถเด็กที่ดูแลตัวเองได้

ไม่ต้องคิดในมุมว่า ทางโรงเรียนไม่มีแม่บ้าน ภารโรงหรืออะไรหรอกนะคะ เพราะถึงมีแม่บ้าน แต่โรงเรียนอย่างวรรณสว่างจิต ที่ลูกของแม่โบว์เรียนอยู่ เด็กก็ต้องเก็บจานล้างจานแก้วน้ำ มีเวรบริการหุงข้าว เติมนมให้เพื่อน แบบนี้ดูเหมาะสมกว่ามั้ย ทุกอย่างยังปลอดภัย อยู่ในการดูแลของครูได้

แต่การที่ต้องออกไปยืนนอกระเบียงที่ไม่มีขอบกั้นอะไรเลย ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา หงายหลังไปพร้อมจับเพื่อนหงายไปด้วยกัน จะเป็นยังไง”

แม่โบว์ชี้แม้เรื่องดังจะผ่านไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ครู ผู้บริหารโรงเรียน และผู้ปกครองควรคุยกัน และต่อไปจะต้องไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก

อย่างไรก็ดี สำหรับความคิดเห็นในมุมมองของคุณครูต่อกรณีดังกล่าวนี้นั้น ทีม MGR Live ได้สอบถามความรู้สึกถึงเหตุการณ์ดรามาร้อนๆนี้ไปยังอาจารย์โรงเรียนรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยนาม ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ก็มีลูกเช่นกัน ทีม MGR Live จึงได้คำตอบทั้งในมุมของครูและผู้ปกครอง กันเลยทีเดียว

“คือเราก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าเด็กออกไปเช็ดเองหรือครูเป็นคนสั่ง แต่ถ้าครูเป็นคนสั่ง ผมคิดว่าไม่สมควรอย่างยิ่งเพราะว่าอาจจะเกิดอันตรายกับนักเรียนได้”

นอกจากนี้ อาจารย์ยังชี้อีกว่า หากเป็นกรณีที่เด็กอาสาออกไปเช็ดเองก็ไม่สมควรอยู่ดี เพราะครูต้องมีวิจารณญาณ แนะหากคุณครูอยากฝึกเด็กเรื่องจิตอาสา มีวิธีที่ดีกว่านี้

“คุณครูเขารู้หรือเปล่าว่าเด็กอาสาออกไปเช็ดที่ชั้น 3 เลยนะ แต่ผมมองว่า ถึงแม้ว่าถ้าคุณครูจะรู้ก็ไม่สมควรถึงแม้ว่าเด็กจะอาสาออกไปเช็ดเอง เพราะอันตรายมาก

มีวิธีเยอะแยะที่จะให้เด็กทำจิตอาสา เช่น 1.โรงเรียนอยู่ใกล้วัด ให้ล้างห้องน้ำ กวาดลานวัด ช่วยขัดล้างทำความสะอาดวัด ก็ได้ 2.กรณีที่อยู่ภายในโรงเรียน อาจจะให้เด็กช่วยคัดแยกขวดน้ำเพื่อนำไปรีไซเคิลใหม่ ทำความสะอาดห้องเรียน หรือเป็นลูกเสือจราจร ในส่วนที่มองและเล็งเห็นแล้วว่า ไม่เกิดโทษแก่นักเรียน หรือผู้อื่น

ทั้งนี้ อาจารย์ยังย้ำด้วยว่า การทำกิจกรรมทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การดูแลและกำกับของครูที่รับผิดชอบทั้งสิ้น



“การทำจิตอาสาไม่จำเป็นที่ต้องทำความสะอาดเท่านั้น ไม่จำเป็นเลย กิจกรรมที่ยกตัวอย่างมีมากมาย ถ้าทำกับหน่วยงานองค์กรก็ได้ ผู้ปกครองอาจจะพาไป เมื่อเสร็จภารกิจ อาจจะมีการเซ็นชื่อ หรือประทับตราองค์กร หน่วยงานนั้นๆ เพื่อยืนยัน ว่านักเรียนมาทำจริง ไม่ได้อุปโลกน์ ขึ้นมา โกหกเพื่อจะผ่านกิจกรรมจิตอาสา”

อย่างไรก็ดี เมื่อทีม MGR Live สอบถามความรู้สึกอาจารย์คนดังกล่าวในมุมของผู้ปกครอง ในฐานะคุณพ่อของลูกสาววัยน่ารักนั้น ได้รับคำตอบว่า

“คงต้องหาข้อเท็จจริงก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง แต่ถ้าเป็นคำสั่งของคุณครูจริงๆก็คงต้องพูดคุยกันว่าทำไมจึงให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ในส่วนตัวเรามองว่ามันอันตรายมาก

อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆแล้วใครจะรับผิดชอบ!”


โดยทีมข่าว MGR Live


 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **

กำลังโหลดความคิดเห็น...