xs
xsm
sm
md
lg

สิงห์นักบิดไทย! ลุยเดี่ยวรอบโลก 1 ปี 2 เดือน 32 ประเทศ [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
ไบค์เกอร์ไทย..ลุยเดี่ยวพิชิตฝัน! อดีตทนายความ ผันตัวสู่นักเดินทาง ด้วยมอเตอร์ไซด์คู่ใจซิ่งทั่วโลก ใน 1 ปี 2 เดือน กวาดเรียบ 32 ประเทศ!! สร้างแรงบันดาลใจจนสังคมยกให้เป็นไอดอลด้านท่องเที่ยว เจ้าตัวเปิดใจ หลังตะลุยรอบโลก 'อาหารไทยอร่อยที่สุด' อยากให้ 'รอยยิ้ม' คนไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก!

จากความฝัน..สู่โลกกว้าง

“การเดินทาง มันเหมือนต้องมนต์ มันไม่ใช่มายาคติ แต่มันคือจรรโลงคติที่ทั้งให้ความหมายและความสุขต่อชีวิต การเดินทางเยอะๆ มันทำให้เรามองเห็นตัวเองชัดเจนมากขึ้นเหมือนกันนะ”

นี่คือคำกล่าวจากชายผู้เดินทางท่องเที่ยวรอบโลกด้วยมอเตอร์ไซด์คันเดียว 'ใช้ ศุภเศรษฐอนันต์' กล่าวเอาไว้ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของตน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น

เขาเดินทางมาแล้วกว่า 32 ประเทศทั่วโลก ด้วยเพื่อน 2 ล้อคันโปรด พร้อมความฝันที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการเดินทาง แม้ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็นทนายความ แต่ก็ค้นพบภายหลังว่าความฝันที่แท้จริง คือ การเดินทาง

“ก่อนหน้านี้ ผมจบด้านนิติศาสตร์มา หลังจากเรียนจบก็ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้มาสักระยะหนึ่ง จากนั้นจึงมาทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมีรีสอร์ทเล็กๆ ที่ดูแลอยู่ แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนดุเดือด บ้าเลือดกับความฝันมาก ก็เลยดีไซน์ชีวิตไว้ว่าเราจะไม่ทำกิจการที่ต้องไปนั่งเฝ้า หรือต้องอยู่กับที่จนเกินไป




 
เรื่องการเดินทางรอบโลกที่ต้องใช้เวลานานๆ มันมีความชัดเจนตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมีครอบครัวแล้ว เรามีความฝันแบบนี้มานาน ภรรยาก็จะรู้อยู่แล้ว ซึ่งช่วงแรกๆ ก็อาจเป็นเรื่องทุกข์ใจสำหรับภรรยา(หัวเราะ) แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว อยู่กันมาพอสมควร ภรรยาก็คงโล่งใจพอสมควร(ยิ้ม)

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ด้วยนิสัยการชอบท่องเที่ยวเพียงลำพังที่มีมานาน จึงทำให้ความกล้าที่จะท่องโลกกว้างของเขามีมากมายขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ แม้คนอื่นมองว่าเป็นการพาชีวิตไปลำบาก แต่เขากลับมองว่านี่คือเรื่องสนุก

“ผมเป็นคนเดินทางคนเดียวมาโดยตลอดตั้งแต่เด็กๆ แล้ว จะเป็นสไตล์แบ็กแพ็คเกอร์โบกรถ นั่งท้ายรถกระบะ ถึงวันหนึ่งพอได้มาขี่มอเตอร์ไซด์ ด้านไลฟ์สไตล์ของเราก็ยังไม่เปลี่ยน ก็ยังชอบเดินทางคนเดียวเรื่อยๆ อยู่ จนความฝันที่จะเดินทางรอบโลกมันอยู่กับเรามานาน พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็ออกเดินทาง เท่านั้นเลย

บางคนอาจมองเข้ามาว่ามันดูลำบากจังเลย แต่เราอยู่กับมันมานานก็ชิน มองว่าเป็นเรื่องสนุกมากกว่า เป็นความสุขที่เราได้ออกเดินทาง ผมว่าผมโชคดีนะที่ครอบครัว ภรรยาและลูกๆ เข้าใจเรา”

เป้าหมายการเดินทางของเขาเริ่มต้นจากประเทศไทยก่อน โดยการเที่ยวทุกจังหวัดที่อยากไป แม้จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การเดินทางด้วยมอเตอร์ไซด์ตลอดทริป แต่ก็ถือว่าเป็นแรงผลักดันที่ดีที่ทำให้เขาเริ่มสนใจซื้อมอเตอร์ไซด์เพื่อท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

“ผมเริ่มเที่ยวเป็นเรื่องเป็นราวชัดเจนเลยตั้งแต่ ม.5 ช่วงปิดเทอมก็ออกไปแล้ว บางวาระก็มีเพื่อนไปเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่ส่วนใหญ่เราจะชอบเดินทางคนเดียวมากกว่า

เริ่มจากประเทศไทยก่อน เมื่อก่อนผมจะมีอุดมคติส่วนตัวว่าที่ไหนในไทย เราอยากไป ต้องไปให้ครบก่อน จากนั้นก็ค่อยไปรอบๆ อย่าง ประเทศกัมพูชา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ เมียนมา จากนั้นก็เริ่มไปไกลขึ้น เช่น ประเทศอินเดีย จีน ยุโรป เนปาล แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ไปด้วยมอเตอร์ไซด์แบบจริงจัง

ความสนใจขี่มอเตอร์ไซด์มันจะเข้ามาในช่วงหนึ่งของชีวิต ด้วยความที่เราก็ไม่ได้มีเงินมากมายที่จะเดินทางต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ถ้ายังต้องไปในสถานที่เดิมๆ ก็เลยมาคิดว่าจะต้องไปด้วยวิธิการใหม่ๆ เปลี่ยนวิธีการเดินทาง จากโบกรถ ก็เลยหันมาขี่มอเตอร์ไซด์

จากนั้นผมก็ซื้อมอเตอร์ไซด์ พอซื้อก็ติดใจเลย ในมุมหนึ่งการขี่มอเตอร์ไซด์ มันทำให้เราสัมผัสแสงแดด สายลม ได้ชัดเจน เราได้เจอธรรมชาติจริงๆ มันทำให้ผมหลงรักและประทับใจ”

 
“ความสุขของผมคือการเดินทาง”

“1 ปี 2 เดือน 32 ประเทศ ค่าใช้จ่ายผมแยกเป็น3ส่วน อย่างแรกคือค่ากิน ค่านอน ค่าน้ำมันรถ รวมแล้ว1 ปี 2 เดือน รวม 6 แสนกว่าบาท”

ถือเป็นตัวเลขที่น่าแปลกใจ ด้วยจำนวนกว่า 6 แสนบาท ใน 32 ประเทศ! เรียกว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก ถ้าเทียบกับการไปเที่ยวแบบปกติ ทว่า ด้วยจำนวนหลักแสนอาจเที่ยวได้แค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น

สำหรับการเดินทาง ย่อมจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตระเตรียมทุกอย่างเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องเอกสารสำคัญ รวมถึงอุปกรณ์การใช้ชีวิตต่างๆ ตลอดทริปที่แสนยาวนาน ที่สำคัญต้องศึกษาข้อมูลเส้นทางและพื้นถนนของแต่ละประเทศด้วยเช่นกัน เพราะนั่นหมายความถึงชีวิตและความปลอดภัยของไบค์เกอร์

“หลักๆ ที่ต้องเตรียมคืออุปกรณ์แคมปิ้ง เตาประกอบอาหาร กระทั่งยางรถยนต์ก็ต้องสำรองไป เพราะบางประเทศเรื่องถนนหนทางค่อนข้างอันตราย เช่น ประเทศเปรู เราต้องขับอยู่บนท้องทะเลทรายที่หนาวเย็น ยิ่งเป็นทะเลทรายด้วยแล้วต้องขับอย่างระวัง

ซึ่งเวลากลางคืนผมจะนอนโฮสเทลเป็นหลัก ราคาเฉลี่ยก็หลักร้อย ราวๆ 300-400 บาท ในโฮสเทลเองก็มีพื้นที่สำหรับทำอาหารได้ด้วย ส่วนอาหารการกินเวลาที่ทำอาหารเองก็จะซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต หรืออย่างในบางประเทศถ้ามีคนไทยอาศัยอยู่ แล้วเขารู้ข่าวสารจากการทำแฟนเพจของเราว่าเรากำลังอยู่ที่นั่น

 
เขาก็จะส่งเมสเสสมาว่าไปนอนบ้านเขาได้นะ ทั้งในอเมริกาหรือออสเตรเลีย ผมแทบไม่ต้องจ่ายค่าที่พักเลย ส่วนนิสัยผม ผมเป็นคนชอบกินที่กินได้ทุกอย่าง ไปแต่ละครั้งก็ต้องไปกินเป็นหลัก กินจนพิสูจน์ได้เลยว่าอาหารไทยดีที่สุดในโลก ผมยืนยันเลย ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ผมดูๆ แล้วอาหารไทยน่าจะแพงที่สุดในโลกนะ”

แม้ว่าการเดินทางแต่ละครั้งนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย แต่เขาก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่เขาได้รับตลอดการท่องโลก มันคุ้มค่ายิ่งกว่าความเหน็ดเหนื่อยและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป

“ถ้าถามว่าผมได้อะไรจากการไปเที่ยวรอบโลก ผมคิดว่าสิ่งที่เราเชื่อมาโดยตลอดทั้งชีวิตในหลายๆ เรื่อง มันจะได้รับการยืนยัน ได้รับการตรวจทานโดยตัวเราเอง ไอคำว่า 'โลกนี้มันช่างสวยงาม' ถ้าเรายืนยันที่จะเชื่ออย่างนั้น คราวนี้เราก็จะพูดได้เต็มปากว่า มันจริงนะ

อย่างที่ผมชอบพูดว่าแผ่นดินไหนที่มีมนุษย์ยืนอยู่ ใต้ผืนดินนั้นมักจะมีหัวใจที่งดงามฝังอยู่เสมอ มันคือเรื่องจริง แม้กระทั่งว่า ไทยแลนด์ แลน ออฟ สไมล์ คือสิ่งที่อยู่กับเราจริงๆ เราอาจหลงลืมสิ่งที่เรามีอยู่คือความเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าไม่มีประเทศไหนเอาจากเราไปได้

การเดินทางก็เหมือนกัน ผมคิดว่าด้วยความไม่รู้ที่เรามีจะทำให้เรากลายเป็นคนกล้าแสดงออก ผ่านทางสัญชาตญาณที่เรามีอยู่ มันเป็นความท้าทายเล็กๆ ที่สนุกนะ แล้วคุณจะรู้ศักยภาพของคุณจริงๆ ว่าทำได้แค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าถ้าใครอยากไป ให้ไปได้เลย คุณทำได้อยู่แล้ว”


รอยยิ้ม = เสน่ห์ไทย

จากประสบการณ์การท่องโลกที่น่าอิจฉา เชื่อเถอะว่าการเดินทางไม่ได้มีเรื่องราวที่สวยหรูเพียงอย่างเดียว ด้วยความที่เป็นสิงห์นักบิดที่ลุยเดี่ยว เราอาจต้องเตรียมใจไว้ว่าไม่ใช่ทุกประเทศที่เราจะผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

“จริงๆ ก็ค่อนข้างมีปัญหาพอสมควร สำหรับคนไทยที่ต้องข้ามพรมแดนด้วยมอเตอร์ไซด์ เพราะเรามีข้อจำกัดเรื่องการขอวีซ่า ดังนั้นเวลาเราจะเดินทาง อย่างที่ผมไปมาแล้ว 32 ประเทศก็ต้องขอวีซ่าจากเมืองไทยไปให้ครบเลย

ซึ่งอุปสรรคหลักๆ ของการเดินทางคือการขอวีซ่านี่แหละ มันยากมาก อีกทั้งผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ เวลาเจอเจ้าหน้าที่ก็ยิ้มอย่างเดียว(หัวเราะ) เราก็ต้องทำทุกอย่างให้ได้มันมาอย่างเวลาเราเดินทางข้ามแดนแต่ละประเทศจะมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

ซึ่งเป็นเรื่องของการปกครองในแต่ละประเทศ ก็จะพบปัญหาได้ในเรื่องเอกสาร ซึ่งถ้าบางประเทศไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ สิ่งเดียวที่เราจะรอดได้ คือ รอยยิ้ม ความนอบน้อมซึ่งเป็นคุณสมบัติของคนไทยอยู่แล้ว

จริงๆ แล้ว เราอย่ามองว่ามันเป็นเรื่องอุปสรรค แต่ให้มองว่าเป็นเรื่องของความสุข ความสนุกสนานที่เราต้องเผชิญจากสิ่งหนึ่งเพื่อไปยังอีกสิ่งหนึ่ง ท้ายที่สุดเราจะประสบความสำเร็จ นั่นคือการได้รับความสุขเป็นการตอบแทน”

แน่นอนว่าตลอดทริปก็อาจปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเจอกับด่านวัดใจสุดโหด ทั้งการขอวีซ่าที่ต้องใช้ความพยายามอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทั้งยังต้องเดินทางสู่ประเทศที่มีความเสี่ยงและความอันตรายเข้ามาทดสอบ ถือได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างที่สุด!

“แต่ที่ไม่ได้เลยก็มีนะ ที่ปากีสถานเป็นประเทศเดียวที่ขอวีซ่าประมาณ 5 ครั้ง สุดท้ายก็ไม่ได้ เป็นความห่วงใยของสถานทูตปากีสถานด้วย อย่างแรกคือเขาก็ไม่เข้าใจกับการเดินทางเข้าประเทศเขาด้วยมอเตอร์ไซด์ คงไม่มีใครเคยไปขอเข้าประเทศในลักษณะนี้

 
ทั้งการขี่ไปเรียบไปยังชายแดนอิหร่านและยังต้องขี่เรียบตะเข็บชายแดนอาฟกานิสฐานด้านเหนือ ซึ่งมีเหตุการณ์เรื่องปล้น การจับตัวนักท่องเที่ยวไปเป็นตัวประกันอยู่ ถามว่ากลัวไหม มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามองอุปสรรคยังไง ส่วนตัวผมว่าเป็นเรื่องน่าสนุก(หัวเราะ) แต่ท้ายที่สุด ทางสถานทูตก็คงไม่กล้าอนุมัติให้เรา ก็เลยไม่ได้วีซ่าไป”

แม้ว่าบางประเทศอาจเป็นเรื่องยากที่จะเดินทางไปได้ แต่เขาก็มองว่านี่คือความท้าทายที่เข้ามาทดสอบ ด้วยประสบการณ์ตลอดการเดินทางทำให้ได้เห็นด้านที่งดงาม และมุมอันตรายของแต่ละประเทศ สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เขาได้รู้จักตัวเองเองมากขึ้นนั่นเอง

“ประเทศที่ไปก็มีทั้งดีและไม่ดีนะ ถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกายเลยก็มี ในบางประเทศในแง่ของอาชญากรรม เขาก็มองเราเป็นเหยื่อได้เหมือนกัน บางทีก็จะมองมาที่กระเป๋าและเดินตาม พอเราเดินหนี เขาก็เดินตาม จนเขารู้ตัวว่าผมกำลังจะหนี เขาก็ต่อยมาที่ไหล่ผม

วินาทีนั้นก็ยอมรับว่ากำลังจะสู้กลับ แต่ความคิดว่าถ้าเราใช้ความรุนแรงกลับไป เหมือนที่เขาทำกับเรา เราก็จะไม่ต่างจากเขา แล้วสิ่งที่เราฝันมาตลอดชีวิตก็จะหายไปกับการกักขฬะของเรา มันไม่คุ้มเลย มันทำให้วิธีคิดหลายอย่างมันเปลี่ยน ซึ่งผมได้รับจากการเดินทาง

ผมเชื่ออย่างหนึ่งนะว่า ที่ไหนหรือแผ่นดินไหนก็ตามที่มีมนุษย์ยืนอยู่ตรงนั้น ภายใต้ผืนดินมันจะมีความงดงามของจิตใจฝังอยู่ด้วย เพราะท้ายที่สุดแล้วการที่เราได้ยิ้มตอบ ยิ่งเป็นการยิ้มแบบคนไทยเรา มันสำคัญนะ
ผมอยากกลับมาแล้วยืนยันเลยว่า คนไทยเรามีรอยยิ้มที่วิเศษ มีเสียงหัวเราะที่มหัศจรรย์ ซึ่งตรงนี้คือเสน่ห์ของคนไทย”



สัมภาษณ์: รายการ "พระอาทิตย์ Live"
เรียบเรียง: ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง: พิมพรรณ มีชัยศรี



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...