xs
xsm
sm
md
lg

#ทวงคืนซิโก้ ให้ฟุตบอลไทย “เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ผมจะกลับมา!!” [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอะไรก็เกิดขึ้นได้” ล้วงคำตอบ “ซิโก้” ชายผู้ทั้งชีวิตมีแต่ฟุตบอล กับประเด็น #ทวงคืนซิโก้ ที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในกระแสโซเชียล ที่แฟนบอลต่างพากันติดแฮชแท็กนี้ เพราะผลงานล่าสุดของทีมชาติไทยพ่ายให้กับอินเดีย 1-4 จนทำให้คนคิดว่าน่าจะต้องหันไปพึ่งผู้ชายคนนี้เพื่อให้เป็นพระเอกขี่ม้าขาวกู้ชื่อลูกหนังไทยอีกครั้งเพื่อเรียกแรงศรัทธาสู่วงการบอลไทยและนี่คือคำตอบแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมทั้งเปิดทุกมุมวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของฟุตบอลไทยในฐานะคนวงในที่เคยคลุกคลีมาก่อน


กลับมาได้ไหมแฟนบอลไทยเรียกร้อง!!

รอยยิ้มที่ฉีกกว้าง แววตาที่มุ่งมั่น พร้อมกับเอ่ยวาจาทักทายด้วยคำว่าสวัสดีครับ เพื่อเปิดบทสนทนาในทันทีที่พบหน้าสะท้อนให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้ยังคงมีรอยยิ้มตามแบบฉบับเดิมเมื่อครั้งที่เขาเป็นอดีตโค้ชทีมชาติไทย แต่ตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อ “ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” อดีตกุนซือทีมชาติไทย เจ้าของฉายา “จอมตีลังกา” ไม่ได้ทำหน้าที่นั้นแล้ว แต่คนก็ยังคงเรียกร้องและถามถึง จนทำให้เราบุกมาสัมภาษณ์เขาถึงบริษัทสปอร์ต ฮีโร่ เพื่อบุกไปตามเสียงเรียกร้องของแฟนบอลที่อยากให้หวนคืนกลับสู่บัลลังก์อีกครั้งเพื่อเรียกแรงศรัทธาสู่วงการบอลไทย



“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอะไรก็เกิดขึ้นได้” นี่เป็นคำตอบของ ซิโก้ อดีตกุนซือทีมชาติไทย ในเรื่องที่เป็นประเด็นร้อนสำหรับวงการลูกหนังเป็นอย่างมาก เมื่อปรากฏการณ์ก้าวถอยหลังที่คนพูดถึงของบอลไทย หลังบอลไทยแพ้อินเดียไปในรอบ 33 ปี ทำให้แฟนบอลมากหน้าหลายตาเรียกร้องให้พี่โก้กลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้งเพื่อเรียกศรัทธาให้กับวงการฟุตบอลบ้านเรา จนเกิดเป็น #ทวงคืนซิโก้
“เมื่อเวลาที่เหมาะสมอะไรก็เกิดได้หมด เพราะว่าเป็นผู้เล่นต้องเปลี่ยนเป็นโค้ช จากโค้ชมาเป็นผู้จัดการทีม จากผู้จัดการทีมมาเป็นคณะกรรมการหรือไปเป็นนายกหรืออะไรก็แล้วแต่ วันนี้พี่ตอบไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามว่ามีโอกาสไหมมันก็ไม่แน่ ฉะนั้นเรายังรักฟุตบอล สิ่งที่พี่โก้ทำทุกวันนี้ลาออกมาแล้วก็ยังไม่หนีจากฟุตบอล ทุกวันนี้ตั้งแต่พี่ลาออกยังไม่หยุดจากการทำฟุตบอลเลย ยังไม่ได้หยุดเลยตั้งแต่ไปสอนเด็กๆ ไปทำคลินิก ไปแจกลูกบอล ไปทำกิจกรรมของมูลนิธิซิโก้ เตะฟุตบอล แจกฟุตบอลทุกวันนี้ก็แจกฟุตบอลทั่วประเทศ แล้วพาเด็กไปเตะฟุตบอลที่ต่างประเทศที่อังกฤษก็ยังไม่ได้หยุดเลยนะ 2 ปีนี้



จริงๆ ต้องขอบคุณที่ติดตามผลงานพี่โก้ ก็คงเป็นแฟนเก่าๆ เป็นผู้เล่นบ้างเป็นโค้ชบ้างอะไรบ้าง ก็ขอบคุณ จริงๆ แล้วยังคิดถึงน้องๆ ทีมชาติ ยังคิดถึงบรรยากาศทีมชาติ ก็เห็นความรู้สึกแฟนบอลในสนาม เต็มสนามและก็เชียร์กันด้วยความสนุก อาจจะมีแพ้บ้างชนะบ้างก็แล้วแต่อารมณ์ ณ วันนี้ก็คงตอบแบบแฟนบอลถามทั่วๆ ไปว่า คงไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม เข้าไปตอนนี้ก็คงเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากไม่ได้ เพราะว่าโค้ชเขาก็ยังทำงานกันอยู่ ก็เอาเป็นว่าเมื่อถึงเวลาแล้วกันเนอะ คือตอนนี้ก็ตอบได้แค่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
จริงๆ แล้วงานของของชาติ พี่โก้เล่นทีมชาติมา 15 ปี มาเป็นโค้ช 5 ปี ไม่น้อยนะ ฉะนั้นอะไรที่สามารถทำให้ทีมชาติ ทำให้ประเทศชาติได้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธ
จริงๆ ก็รักและคิดถึงทุกคน พี่โก้ก็ติดตาม อย่างที่บอกว่าเราต้องมีความสุขในการทำงานของเรา ทุกวันนี้ ทุกคนก็มีความสุขในการดู ในการชมเกม ในการทำงานของตนเอง อย่าไปเครียดเยอะ ช่วยกันเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ณ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสมรภูมิรบอยู่เขาต้องการกำลังใจ
วงการฟุตบอลมีอีกหลายอย่างที่จะต้องทำ คนไหนที่ทำอะไรได้ คนที่มีหน้าที่โค้ชก็ทำหน้าที่โค้ชไป แต่สำคัญที่สุดคือระเบียบวินัยของตัวเอง ซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่การงานแล้วมีความมุ่งมั่นทุ่มเท ไม่มีผิดไม่มีถูก อะไรที่ถูกก็อาจจะไม่ผิดในอนาคตก็ได้ ฉะนั้นเราค่อยๆ เดินไปด้วยกัน อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้ม”
ด้วยเสียงเรียกร้องจากกระแสโซเชียลมีเดียทำให้ผู้สัมภาษณ์เกิดคำถามในใจว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนี้เป็นที่ต้องการ จะลาออกมากี่ปีแล้วคนก็เรียกร้องให้กลับไปเพื่อกู้ชาติอีกครั้ง ลองให้วิเคราะห์ตัวเอง ซิโก้ก็ให้คำตอบว่าอาจจะเป็นผลงานก่อนๆ ที่เคยทำ ทำให้คนยังเชื่อมั่นอยู่
“อาจจะเป็นเพราะผลงานด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าความทุ่มเทตั้งแต่เราทำงานมาเป็นผู้เล่น อาจจะเป็นแฟนบอลเก่าด้วย พี่โก้ไม่ได้มีเรื่องเสียๆ เพราะว่าผลงานโค้ชเองก็มีความสุขในช่วงหนึ่ง มันอาจจะเป็นสิ่งนี้มากกว่า สไตล์พี่โก้เล่นเป็นยังไงมาเป็นโค้ชก็เป็นยังนั้นก็เลยมีความรู้สึกว่าอยากเห็นสไตล์เดิมก็คือวิ่งสู้ฟัด วิ่งไม่มีหมด สู้จนหยดสุดท้ายไม่ถอดใจ แพ้ก็ยังวิ่ง ชนะก็ยังวิ่งอยู่ อันนี้สไตล์ของพี่โก้”
ส่วนประเด็นเรื่องที่ไทยแพ้อินเดียในรอบ 33 ปี ที่เป็นปรากฏการณ์การก้าวถอยหลังที่คนพูดถึงความพ่ายแพ้ แต่สำหรับผู้ชายที่ชื่อซิโก้กลับมองว่า ความพ่ายแพ้ที่ผ่านมาให้รีบทิ้งและรีบลืมไป ไม่มีใครอยากแพ้ เราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
“ประวัติศาสตร์มีไว้ทำอะไรบ้าง ทำลายหรอหรือยังไง คือเราไม่เคยแพ้เขามาก็จริงอินเดีย แต่เราต้องไม่ประมาท ฉะนั้นทุกคนช็อกไหม แฟนบอลช็อกแน่นอน พี่โก้ล่ะช็อกไหมก็ช็อกเพราะว่าวันที่แข่งพอดีไปส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษก็ไม่ได้ดูเกมปรากฏว่าน้องๆ ตรม.เดินมาบอกว่าตอนนี้สกอร์ 1:3 เราก็คิดว่าไทยนำอยู่ 3:1 ปรากฏว่าตามหลังอยู่ 1:3 ก็ช็อกเพราะอะไรเพราะว่าฟุตบอลมันเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นการที่เราอยากเป็นแฟนบอลเราต้องพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ แต่มันทำให้เรารักทีมชาติไทยน้อยลงไหม
อันนี้พวกเรากลับไปคิดนะว่าเวลาบอลแพ้มีใครอยากแพ้ไหม น้องๆ นักฟุตบอลอยากแพ้ไหม โค้ชอยากแพ้ไหมคนที่อยู่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลไทยอยากแพ้ไหม ไม่อยากแพ้ใช่ไหม แต่มันทำให้เสียความรู้สึกแค่นั้นเอง แต่เราจะทำไง ก็จะต้องให้กำลังใจใช่ไหม ตอนนี้น้องๆ อยู่ที่นั้นเขาต้องการกำลังใจถูกไหมครับ
ทำไมต้องช็อกแพ้อินเดีย เพราะเราไม่เคยได้เข้ามาไง 30 กว่าปี แต่นั้นเป็นอดีตแต่เราต้องอยู่กับปัจจุบัน เราไปถามกันเองไหมล่ะว่าวันนี้เราแพ้อินเดียได้เหมือนพี่โก้ทำทีมแพ้ญี่ปุ่นได้ แพ้ซาอุดีฯได้ แพ้ทุกทีมได้ เราแพ้มาเลย์ได้ เราแพ้ทีมอื่นได้ถ้าเราประมาทฉะนั้นวันนี้เราทำฟุตบอลต้องไม่ประมาท ให้เกียรติคู่ต่อสู้ถึงแม้เรารู้แล้วว่าเราจะชนะแน่ในวันนี้



จริงๆ พี่ดูทุกเกมส์ แต่พี่ไม่ได้ไปคอมเมนต์ออกสื่อ ไม่ได้คอมเมนต์ให้ใครฟัง พี่ต้องทำการบ้าน ทีมชาติไทยทุกชุดพี่ดูแต่บังเอิญวันนั้นไปส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงเป็นจังหวะที่แพ้ด้วยสิ ทุกคนก็เลยมุ่งมาถามพี่โก้ (หัวเราะ) แต่ก็เอาเป็นว่าแท็กติกเราก็อย่าไปก้าวล่วงงานโค้ชเขา โค้ชจริงๆ เขาคงไม่อยากแพ้หรอก ทุกคนไม่อยากแพ้ แต่พวกเราดูกันก็เห็นก็พูดได้ว่าเล่นไม่ดี เพราะวางแท็กติกผิดเล่นไม่ดี เพราะผู้เล่นคนนี้คนนั้นไม่คงเส้นคงวา แต่พี่โก้มองเมื่อแพ้วันนี้เราจะทำอย่างไรต่อไปให้ดีขึ้น
สมัยพี่โก้เป็นโค้ชพี่โก้ไม่กล้าพูดเลยว่าชนะร้อยเปอร์เซ็นต์หรือแม้กระทั่งเป็นผู้เล่นตัวเองเตะแท้ๆ ยังไม่กล้าพูดเลยว่าวันนี้ชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นอยากให้พวกเราเข้าใจ แฟนบอลทุกคนเข้าใจ อารมณ์มีไหม พี่โก้อารมณ์โกรธก็มีเวลาเชียร์ทีมที่ตัวเองรักเราก็มีแบบว่าลิเวอร์พลูแพ้ ทำไมทำได้แบบนี้ อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่แค่ทีมชาติทุกทีมที่เราเป็นแฟนบอลเราต้องรู้ว่าเกมกีฬากลับมาให้เร็ว เราแพ้ตลอดชีวิตหรอไม่ใช่ เราไม่ได้แพ้ตลอดชีวิตนะ แต่เราต้องอยู่ด้วยกำลังใจที่จะก้าวไปข้างหน้า
ฉะนั้นเวลาตอนนี้เป็นช่วงสถานการณ์ที่เลวร้ายสำหรับน้องๆ นักฟุตบอลอีกเกมข้างหน้าเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำยังไง เราก็พยายามส่งกำลังใจไปให้ว่า กว่าจะผ่านไปถึงรอบนี้ กว่าจะเข้ารอบ 12 ปี เราได้เข้าเอเชียนคัพมันไม่ได้มาอยู่ดีๆ เขาเชิญทีมชาติไทยเข้าไปนะ พวกเราช่วยกันทำมานะฉะนั้นความพ่ายแพ้ก็ต้องลืมและรีบทิ้ง ทำให้เต็มที่ เพราะแฟนบอลพร้อมที่จะสนับสนุนอยู่
เราต้องเชียร์บอลไทย รักบอลไทย ก็ต้องสนับสนุนบอลไทย อย่าใช้ความรุนแรงอย่าสาดเสีย สาดเทใส่กัน อย่าด่าหยาบคาย อย่าใช้คำพูดที่มันทิ่มแทงฆ่ากัน บางครั้งคำพูดมันรุนแรง มันไม่ดีหรอกฉะนั้นบอลแพ้ชนะเป็นเรื่องของเกมกีฬา แต่ไม่ใช่รบราฆ่าฟันกัน ฉะนั้นเราต้องทำวงการฟุตบอลให้มีรอยยิ้ม ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน
นอกจากนี้แล้วการแพ้ชนะเป็นจังหวะของฟุตบอลมากกว่า เมื่อไหร่ชนะคนก็เฮ วันนี้แพ้ต้องหาคนที่เป็นเพื่อนหน่อย ตอนที่แพ้ไม่มีใครเป็นเพื่อนหรอก แต่ถ้าชนะเพื่อนเยอะ ฉะนั้นวันนี้น้องๆ เขาต้องการเพื่อน ทีมชาติไทยต้องการแฟนคลับ”

ทีมชาติไทย โค้ชไทย vs โค้ชนอก!!

จากปรากฏการณ์ที่สมาคมฟุตบอลมีการสั่งปลดฟ้าผ่าโค้ชมิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซิร์บ หลังจากพาทีมช้างศึกพ่ายอินเดีย 1-4 ในฟุตบอลเอเชียนคัพ 2019 หากถามพี่โก้ว่าสรุปแล้ว ช้างศึกของเราเหมาะกับโค้ชไทยหรือโค้ชต่างชาติ พี่โก้มองว่ามันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เรามี อยู่ที่ว่าใครจะนำวัตถุดิบมาปรุงให้เจ๋งมากกว่า
แต่อย่างไรก็แล้วแต่พี่โก้เองไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนี้ให้พาดพิงใคร แต่เน้นไปที่การให้กำลังใจเป็นสำคัญ แต่ก็ยังคงตอบคำถามกับเราอย่างไม่ให้กระทบกับคนอื่นมากที่สุด
“วันนี้เราอย่าคิดว่าเป็นความล้มเหลว เราคิดว่ากว่าที่จะประสบความสำเร็จเราต้องมีอุปสรรค โค้ชทุกคนมีดีหมดแต่เขาต้องดึงศักยภาพของผู้เล่นไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โค้ชต่างชาติเขาก็เก่งในเรื่องของแท็กติก จิตวิทยาหรืออะไรก็แล้วแต่ โค้ชไทยแท็กติกก็ไม่ด้อย จิตวิทยาก็ไม่ได้ขี้เหล่ หรือการสื่อสารโค้ชไทยจะสื่อสารได้ดีกว่า โค้ชนอกอาจจะใช้ล่าม หรือตอนนี้นักเตะไทยก็เก่งภาษาอังกฤษ ฟังรู้เรื่อง เขาเรียกว่า Football language หมายความว่าภาษาฟุตบอลมันเป็นศัพท์เทคนิคอยู่แล้วไม่ต้องแปลอะไรเยอะแยะอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เด็กๆ ทุกคนอยู่ตามสโมสร โค้ชก็โค้ชต่างชาติเขาก็เรียนรู้ ฉะนั้นจะโค้ชไทยโค้ชนอกขึ้นอยู่ว่าใครที่เป็นเชฟที่ปรุงอาหารอร่อยที่สุด นักเตะก็คือวัตถุดิบ ใครจะเอาวัตถุดิบมาปรุงให้เจ๋ง เจ๋งก็คือโอ้โห้เล่นมันเล่นสนุก ชนะ แพ้ได้ใจอะไรประมาณนี้ นั้นคือคำตอบ ฉะนั้นเราไม่ต้องถามแล้วว่าจะเป็นโค้ชไทยหรือโค้ชนอกโค้ชคนไหนที่นำวัตถุดิบที่เรามีอยู่ โค้ชเก่งๆ วัตถุดิบไม่ดีก็ไปไม่รอด โค้ชไม่เก่งวัตถุดิบดีก็ไปรอด มันก็เอื้อกัน”



สมัยที่ซิโก้เป็นดาวรุ่งในฐานะนักเตะกองหน้าทีมชาติไทย ในตอนนั้นอุปสรรคในเรื่องโค้ชต่างชาติหรือโค้ชไทยก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะมีตัวเชื่อมเป็นผู้จัดการทีม
“ถ้าย้อนกลับไปที่ตอนพี่โก้ในฐานะนักฟุตบอล ก็ไม่ได้มีอุปสรรคที่เป็นโค้ชที่เป็นไทยหรือต่างชาติ ตอนที่พี่โก้เป็นผู้เล่นไม่ได้มีอุปสรรคนะ ส่วนใหญ่ก็มันมีตัวเชื่อมไง สมัยก่อนเรามีผู้จัดการทีม สมัยก่อน คุณวิรัช ชาญพานิชย์ หรืออาก๊องก็เป็นตัวเชื่อม มีผู้จัดการทีมคอยเชื่อม ก็ทำงานร่วมกัน เรามีโค้ชคนไทยเป็นผู้ช่วยถ้ามีโค้ชต่างชาติมาก็เชื่อมกัน อย่าให้เขา (One Man Show ) วันแมนโชว์ ต้องมีคนคอยเชื่อม บางครั้งเขาอาจจะไม่รู้วัฒนธรรมของไทย แต่สักพักเขาปรับ โค้ชก็ต้องปรับเข้าหานักเตะ นักเตะก็ต้องปรับเข้าหาโค้ชเห็นไหมครับมันเป็นการทำงานร่วมกัน
ฉะนั้นมันจึงเป็นการทำงานที่ยากเพราะมันไม่ใช่ วันแมนโชว์ เพราะมันไม่ใช่การตีปิงปอง ตีแบต ฉะนั้นในทีมต้องมีความสมัครสมานสามัคคี มีการทำงานร่วมกัน เก่งจากสโมสรมาเล่นทีมชาติไม่ได้ก็มี เก่งจากทีมชาติมาเล่นสำรองหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีสูตรตายตัว บางคนพี่โก้เอานักเตะสำรองมาเตะทำไมเล่นทีมชาติเล่นดี ทำไมอยู่สโมสรเป็นตัวสำรอง บางคนติดเป็นตัวจริงของสโมสรทำไมมาเล่นไม่ดี ไม่มีสูตรตายตัว แต่พี่อยากให้แนวความคิด ให้องค์ความรู้ว่า เรารักที่จะเชียร์ เรารักที่จะดู เราต้องพร้อมที่จะรับกับทุกสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น วันนี้อย่าเฟล อย่ามีความรู้สึกผิดหวังเจ็บใจ ฟุตบอลไทยต้องเดินไปข้างหน้า”



ส่วนการทำงานโค้ชของพี่โก้ การบริหารทีมบอลของพี่โก้ที่สำคัญ บทบาทตอนนั้นเป็นเหมือนครูคนหนึ่งที่คอยพร่ำสอนลูกศิษย์ ฉะนั้นทำให้ทีมฟุตบอลเหมือนครอบครัวเดียวกันถึงจะจากต่างร้อยพ่อพันแม่ยังไงก็ตามเพราะเขาเสียสละมาช่วยทีมชาติอย่างเต็มที่
“ทีมบอลที่สำคัญคือเหมือนครอบครัว นักบอลทุกคนที่เขาเสียสละมาทำงานเขาอาจจะไม่ได้ไปทานข้าวกับพ่อแม่ในวันสำคัญ เขาอาจจะไม่ได้มีเวลาไปคุยไปทานข้าวกับแฟนหรือไปเที่ยวกับแฟนในต่างประเทศ ฉะนั้นเราต้องดูแลเขาเหมือนน้องเหมือนครอบครัวเดียวกัน บทบาทของพี่โก้ตอนเป็นโค้ชในสนามพี่เป็นครูนะ ถ้าไม่มีอะไรหรือไม่พอใจอะไรก็พูดมาตรงๆ ในสนามคือครูกับนักเรียน คุยกันเป็นเหมือนครูกับลูกศิษย์ แต่ข้างนอกเป็นพี่น้อง ชวนน้องไปกินข้าวกันไปกินกาแฟกัน ไปทานขนม ซื่อโน่นซื้อนี่ให้กัน ก็เหมือนพี่น้อง กับแฟนบอลในยุคที่เป็นโค้ชออกมาข้างนอกก็เป็นพี่น้องกัน เจอกันทักทายกัน ถ่ายรูปด้วยกัน
“แน่นอนว่าตอนคุมทีมชาติปัญหาหลักคือมันไม่ชนะ (หัวเราะ) มันก็ไปต่อไม่ได้ใช่ไหม อย่างอื่นมันไม่มีปัญหานะ อย่างอื่นก็มีความพร้อม

ทั้งนี้หากถามว่าทิศทางของช้างศึกควรที่จะไปอย่างไรต่อ ด้านพี่โก้เองก็ตอบได้เพียงว่า ก็ไปตามทางของมัน มี
ทัวร์นาเมนต์อยู่เยอะแยะที่ไม่สิ้นสุด เราก็จัดเตรียมพร้อมในทุกทัวร์นาเมนต์ อย่าเอาความรู้สึกของแฟนบอลมาเล่นๆ เพราะแฟนบอลเขาอยากเห็นสิ่งที่ดีที่สุด”

สานฝันเด็กไทย เตะบอลไกลถึงอังกฤษ!!

“อันนี้เป็นอีกงานหนึ่งก็คือเป็นสปอร์ตเอ็ดดูเคชั่น (การศึกษาด้านกีฬา) แนะนำคนไหนที่มีความสามารถด้านฟุตบอล นอกเหนือจากการไปเรียนอังกฤษแล้ว โอเคเราไปซัมเมอร์ เราไม่ได้ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศใช่ไหม ตอนนี้พี่โก้เลยทำแบบทูอินวัน



เด็กผู้ชายชอบฟุตบอลก็พาไปเล่นบอลที่อังกฤษ 10 กว่าสนามอยู่ที่โน่นเราเป็นพันธมิตรกัน ฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าเด็กไทยชอบบอลชอบพรีเมียร์มีลีกอังกฤษ มีความใฝ่ฝัน ถ้าอยากไปเรียนอังกฤษด้วยอยากไปเตะบอลด้วย ถ้าเราไปเที่ยวเฉยๆ เราไปลงเหยียบสนามเขาไม่ได้นะ จะไปเหยียบสนามเขาลงไปซ้อมไม่ได้นะ ฉะนั้นเราจึงคิดว่าเอาสองอย่างมารวมกัน พี่โก้ก็พาไปซัมเมอร์พอไปซัมเมอร์กลับมาติดใจลาออกจากโรงเรียนที่นี่ไปเรียนที่อังกฤษ”
หนึ่งในงานที่ซิโก้เมื่อออกจากการเป็นโค้ชทีมชาติไทย เป็นการสานฝันเด็กและเยาวชนไทย ผลักดันให้มีโอกาสเล่นบอลในประเทศแล้ว ที่มากกว่านั้นคือไปเล่นบอลที่ต่างประเทศ
“เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีความคิดว่าทำอย่างไรให้เด็กไทยโกอินเตอร์ หมายความว่าเก่งภาษาอังกฤษ เก่งฟุตบอล ถ้าเก่งคอมพิวเตอร์เก่งวิชาการเรื่องภาษาอังกฤษก็ทำให้เราเติบโต เพราะเราอย่าลืมว่าเด็กยุคใหม่ ยุคโซเชียลเราอยากให้นักฟุตบอลไทยมีภาษาอังกฤษที่ดี เผื่อว่าวันหนึ่งเขาไปค้าแข้งที่ต่างประเทศ
ถ้าเก่งภาษาอังกฤษก็ไปเป็นโค้ชที่ต่างประเทศได้ เราไม่กล้าออกเพราะอะไร เพราะภาษาอังกฤษเราไม่แน่น ไม่กล้าออกไปแต่ทีนี้ทั่วโลกเขาไปหมดแล้วนะ ฉะนั้นสิ่งที่พี่โก้มองนอกเหนือจากอันนี้ ก็คือถ้าเขาไม่ได้มีเรื่องฟุตบอลเขาก็เป็นฟิสิโอ (ศาสตร์ที่ศึกษาถึงกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต, สรีรศาสตร์, สรีรวิทยา) เขาก็เรียนต่อมหาลัยต่อได้ใช่ไหม ก็ไปเป็นฟิสิโอ หรือทำเรื่องเกี่ยวกับกีฬาได้อยู่


 
สานฝันเด็กไทยโกอินเตอร์ไกลไปต่างประเทศ

หรือแม้กระทั่งผู้ตัดสินถ้าเขากลับมาแล้วเขามาสอนผู้ตัดสิน ภาษาอังกฤษเขาได้ วันหนึ่งเขาอยากไปเป่าบอลโลกก็ทำได้ฉะนั้นภาษาสำคัญ พี่ก็เลยมาทำตรงนี้เพื่อที่จะส่งต่อให้กับสมาคม ส่งต่อให้กับทีมชาติเรานี่แหละว่าวันนี้ลูกเขาจะโต เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตนะแต่เราต้องติดปีกให้เขา
ถ้าเขากลับมาเราจะมีบุคลากรที่เก่งภาษาอังกฤษเป็นร้อยคน มาช่วยวงการ ฉะนั้นเราต้องคิดให้เร็วทำให้เร็ว สมัยก่อนไปตอนจบม.6 หรือปริญญาตรีค่อยไปต่อโท อันนี้ไม่ทันแล้ว พี่ก็เลยไปทำในอายุ 12-13 ปี “
นอกจากนี้แล้วลูกสาวของพี่ซิโก้เองก็ได้ตัดสินใจด้วยตนเองเพื่อไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ด้วยการติดปีกให้ตนเองให้เอาตัวรอดในสังคมด้วยตัวของตนเอง หากวันที่ต้องยืดหยัดด้วยตนเอง
“ตอนนี้ลูกพี่ไปแล้ว ถามว่าห่วงไหมห่วง รักไหมรัก แต่วันหนึ่งเขาต้องติดปีก เขาต้องเอาตัวรอดได้ในสังคม อีกอย่างเขาขอไปเอง อาจจะมาทางนี้ก็ไม่รู้ก็ไม่แน่ อาจจะมาทางฟุตบอลด้วย หรือจะมาในงานอาร์ต ก็แล้วแต่เขา แต่ต้องไปเรียนภาษาอังกฤษต้องไปเอาองค์ความรู้ก่อน การศึกษาสำคัญที่สุด คนแรกไปก่อนอีกสองคนเดี๋ยวให้เขาตัดสินใจเอง”


 
ภรรยาและลูกสาวสุดที่รักของอดีตกุนซือทีมชาติไทย

ส่วนลูกๆ ทั้ง 3 คนของพี่โก้นั้นไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากให้เขาเป็นดั่งใจเราที่หวัง เพราะพี่โก้เองเติบโตมาจากศูนย์ เล่นฟุตบอลมา ใช้ขาแข้งเลี้ยงตัวเองอาชีพที่คนไม่คิดว่าจะเอาตัวรอดได้ แต่วันนี้ผ่านมาได้ ลูกเรามีโอกาสดีกว่าเรา เราสนับสนุนเขา เขาชอบอะไรเราก็หนุนให้เขาเต็มที่ไม่ปิดกั้น อยากเป็นอะไรก็ได้แต่ขอให้เป็นคนดี



ที่ไหนมีฟุตบอลที่นั่นมี “ซิโก้”

แน่นอนว่าตารางชีวิตตอนเป็นโค้ชกับตอนนี้ซิโก้นั้นต้องมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพราะสองปีก่อนต้องเก็บตัวอยู่ในแคมป์ตลอดเวลา เมื่อถึงฤดูกาลของฟุตบอล แทบจะไม่มีเวลาให้สาวๆ ทั้ง 4 คนที่บ้าน ทั้งภรรยาคนสวยและลูกๆที่น่ารักทั้ง 3 คน เพราะต้องอยู่กับลูกชายนักฟุตบอลทีมชาติในแคมป์


 
จอมตีลังกาสร้างศรัทธาฟุตบอลไทย

“ตารางโค้ชของพี่โก้เมื่ออยู่ในแคมป์ก็ไปไหนไม่ได้ก็อยู่กับเด็ก แต่พอไม่ได้เป็นโค้ชปุ๊บก็ต้องดูแลบริษัทดูแลออฟฟิศ มีเวลากับลูกมากขึ้น มีเวลาส่งลูกไปโรงเรียน งานหลักตอนนี้ไปรับส่งลูก และก็ได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ได้ไปสอนบอลเด็กได้ไปสอนแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ได้นำอุปกรณ์กีฬาไปมอบให้กับทางโรงเรียน ได้เจอผู้คนมากขึ้น ได้มีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้นแล้วก็มีไลฟ์สไตล์มากขึ้น”
“ตอนนั้นเป็นหน้าฉาก ก็จะมีความคาดหวังเราก็จะอยู่หน้าเวที อันนั้นไฟส่องหน้า แต่นี่เราอยู่เป็นข้างหลังมันก็สนุกเหมือนกัน ไม่ต้องมีใครมาคาดหวังกับเรามาก แต่เราต้องกระตุ้นตัวเองว่าต้องทำให้ดีนะ ก็คือเหมือนกับเป็นการปลูกต้นไม้ใหญ่ ดูแลตอนที่มันโตแล้วเหมือนดูแลนักฟุตบอลตอนที่โตแล้ว แต่วันนี้เหมือนเรากำลังเพาะพันธุ์เมล็ดพันธ์ตุ้นกล้า ฉะนั้นเราต้องดูว่าใส่ปุ๋ยยังไงที่จะงอกงาม
สิ่งที่ ซิโก้ทำยู่ตอนนี้ ทำงานเบื้องหลังที่ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบแบบค่อยๆ เติบโตไม่ใช่เจริญแบบก้าวกระโดดอย่างที่เป็นโค้ชเมื่อก่อน ความท้าทายของการทำงานในตอนนี้จึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ของพี่โก้ต้องใช้เวลาแต่เป็นโค้ชต้องการเห็นผลทันทีเป็นโค้ชต้องชนะต้องเป็นแชมป์ จบแล้วทุกคนต้องมีรอยยิ้มออกจากสนาม แต่อันนี้ใช้เวลาเรียนรู้เพื่อที่จะทำ ตอนนี้ก็มีเวลาให้ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น มีความสุขมากขึ้นเพราะได้เจอเพื่อน ตอนที่เป็นโค้ชกว่าจะได้เจอเพื่อนต้องอยู่ในแคมป์เราต้องอยู่กับลูกชายยี่สิบสามสิบคน อันนี้ได้มาพักกับลูกสาวได้มาอยู่กับครอบครัวได้มาเจอเพื่อน ได้เจอเพื่อนฝูงหลากหลายที่ไม่ได้เจอ”
ไม่เพียงเท่านี้ ซิโก้ก็ยังมีมูลนิธิที่ใช้ชื่อว่า “มูลนิธิซิโก้” ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2012 ที่มีปณิธานของในหลวงเป็นที่ตั้งนั้นก็คือเป็นผู้ปิดทองหลังพระ
“มูลนิธิซิโก้พี่ก่อตั้งมา ก็ทำตามเหมือนกับในหลวงเหมือนกับเราทำความดีด้วยหัวใจเรามีโอกาสที่จะคืนกำไรให้สังคมเมื่อมันมีความสำเร็จแล้วคุณน่าจะตอบแทนสังคม พี่โก้มีความสำเร็จมาจากฟุตบอลพี่ก็อยากต่อยอดว่าวันนี้ตอนเป็นเด็กที่เห็นพี่ติดทีมชาติในจอทีวี วันนี้พี่มีโอกาสติดทีมชาติมาเป็นโค้ชทีมชาติแล้ว ถ้าให้นักบอลที่อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรหรืออยู่ในชนบทมาหาที่กรุงเทพฯมันยากนะ แต่พี่กลับไปหาเขามันง่ายกว่า
พี่นำเอาสิ่งดีๆ ไปมอบให้ ไปเป็นครูแนะแนวว่าถ้าอยากเป็นนักบอลอยากติดทีมชาติต้องทำไง หรือถ้าไปไม่ถึงดวงดาว ถึงทีมชาติถึงสโมสรใหญ่ๆ เอาฟุตบอลเข้ามหาวิทยาลัยได้ไหม เอาฟุตบอลเข้าที่ทำงานได้ไหม เพราะหน่วยงานหลายๆ หน่วยงานเขาก็ชอบคนที่เป็นนักกีฬา เพราะว่านักกีฬามีเพื่อนเยอะมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีน้ำใจนักกีฬา
ฉะนั้นงานของพี่โก้มีโปรเจกต์คือนำลูกบอลไปแจกตามโรงเรียนต่างๆ เมื่อมีคนมาบริจาคพี่ก็ทำเสื้อตอบแทนให้ คนไหนที่บริจาคมาพี่ก็มีเสื้อมอบให้เป็นที่ระลึก คนบางคนก็อยากได้เสื้อพี่โก้ไปเก็บหรือเข้าร่วมบริจาคมาพวกพี่ก็เอาไปซื้อลูกฟุตบอล โรงเรียนละ 10 ลูก โรงเรียนละ 5 ลูก แผนที่ตั้งใจไว้ว่าอยากบริจาคให้ได้หมื่นลูก ตอนนี้ก็ถือว่าแฟนบอลแฟนคลับเองก็ให้การตอบรับร่วมบริจาคมา ตอนนี้เราบริจาคไปแล้ว สองพันลูกก็ประมาณ สองร้อยโรงเรียน ล่าสุดไปบริจาคที่ของแก่นที่บ้านเกิดพี่โก้เอง”


หากถามว่าฟุตบอลที่ผู้ชายคนนี้ยึดมาเป็นอาชีพจิตใจได้สอน หรือได้ให้อะไรเขาบ้าง คงไม่ต้องถามมากความเพราะผลมันปรากฏชัดให้เห็นอยู่แล้ว
“ฟุตบอลไม่ใช่แค่สอน วันนี้เกียรติยศ ชื่อเสียง เงินทอง เราได้จากฟุตบอล พ่อแม่เราเป็นครูเขาก็อยากให้เรียนให้เก่งไปเป็นหมอไปเป็น ดร.ไปเป็นครูเยอะแยะ แต่ทุกวันนี้เราใช้ฟุตบอลหาเลี้ยงชีพ ถ่ายทอดต่อให้น้องๆ ว่า ฟุตบอลเป็นอาชีพที่สุจริตนะ ถ้าเรามีความรัก มีความตั้งใจ ถ้าเราเก่งพอ แล้วก็ไปให้สุด ฉะนั้นสิ่งที่พี่โก้ได้มาก็คือมาจากฟุตบอล ที่ไหนมีฟุตบอล ที่นั้นมีพี่โก้”

“บอลไทยไปบอลโลก” คำที่แฟนบอลเรียกร้อง

คำว่าบอลไทยไปบอลโลกยังเป็นไปได้อยู่ไหมนั้น แน่นอนว่า เป็นไปได้ ๆ ตราบใดที่เรายังรักกีฬาฟุตบอล และการเป็นโค้ชรู้ว่ามันเป็นไปได้ ทุกอย่างเป็นไปได้หมด ก็เต็มที่มาไกลแล้ว อย่างน้อยก็มีอะไรติดมือหน่อย อย่างน้อยก็ได้สู้ว่าเราแพ้ชนะเพราะอะไร แต่ถ้าเราไม่สู้ ถอยใจปอดหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีใครปอดหรอก เอาให้เต็มที่ เอาใจลงไปเล่น เล่นเพื่อคนไทย พี่โก้เป็นกำลังใจให้
อุปสรรคสำคัญบอลไทยทำไมไปไม่ถึงบอลโลกสักที คำถามที่หลายคนก็ถาม อดีตกุนซือช้างศึกกลับตอบมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พร้อมแววตาเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง



“คือคนทุกคนคิดว่าต้องไปบอลโลกชุดใหญ่ แต่พี่บอกว่าวันนี้เราต้องทำยังไงให้ บอลโลกมีสามทัวร์นาเมนต์ใหญ่คือ 17 ปีชิงแชมป์โลก 20 ปี ชิงแชมป์โลก แล้วก็ชุดใหญ่ แล้วมีโอลิมปิกมาขั้นตอนอายุ 23 ปี ฉะนั้นการที่จะไปบอลโลกต้องไปตอนเด็กก่อน ตอนเด็กเราต้องไปสม่ำเสมอ ฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแนวทาง วิธีการในการสมาคมที่จะต้องทำงาน ฉะนั้นพวกเราเป็นแฟนบอลเราก็อยากจะไปบอลโลกทุกชุด ฉะนั้นวันนี้เราพูดกันในฐานนะที่เป็นแฟนบอลพี่ก็อยากเห็นบอลโลก 17 ปีไป 20 ปีไป 23 ปี ไปโอลิมปิก ชุดใหญ่ค่อยมาว่ากัน”
ความคาดหวังของแฟนบอลแน่นอนว่ามีความคาดหวังอย่างมากที่อยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก แต่หารู้ไม่ ความคาดหวังของแฟนบอลไม่ได้น่ากลัวสำหรับนักฟุตบอลแม้แต่นิดเดียว เพราะพวกเขาเหล่านั้นก็มีความคาดหวังมากกว่าแฟนบอลอีก
“ความคาดหวังแฟนบอลไม่น่ากลัว เพราะว่านักเตะเองเขาก็มีความคาดหวังมากกว่าแฟนบอล เพราะว่าแพ้ไม่ได้ อย่างพี่โก้ทำทีมชาติ พี่รู้ว่าขี่หลังเสือแล้วมันต้องเป็นยังไง แต่พี่ไม่กลัวไง เพราะว่าฟุตบอลไม่มีหัวใจเราต้องเป็นคน ควบคุม ไม่ใช่ให้มันมาคบคุมเรา ถ้าเรากลัวฟุตบอลแล้วเราจะทำมาหากินกับฟุตบอลได้อย่างไร ฉะนั้นทุกวันนี้เราต้องรู้จักตนเอง ประเมินตนเอง เหตุต้องมาก่อนผล ซ้อมดี ผลก็ต้องดี ถ้าซ้อมไม่ดี อาศัยดวงไม่ต้องพูดกัน เราฝึกวิธีคิดให้เด็ก ถ้าทุกคนมาแล้วซ้อมตรงเวลาอยากเป็นแชมป์ต้องทำไง ซ้อมให้หนัก ถ้าอยากแค่ลงไปเล่นเฉยๆ ส่งไปก็ไม่ต้องซ้อมก็ได้ คือความคาดหวังมันมีทุกที่ ทำงานทุกอย่างมีความคาดหวัง อยู่เฉยๆ ยังโดนคาดหวังเลยว่าไม่ทำงานบ้างเลยหรือ
เมื่อก่อนพี่โก้หวังว่าอยากให้บอลไทยไปบอลโลกอีก 4 ปีข้างหน้า นั้นคือการ์ตา ณ ตอนนั้น ที่คิดไว้วางไว้ เพราะว่าพี่โก้ใช้เวลามา 5 ปี ทำซีเกมส์ ซูซูกิคัพในภูมิภาคของเรา แต่เราก็อยากกระโดดก้าวไปถึงบอลโลก แต่ ณ วันนั้นที่เอาเด็กใหม่ๆ มา พวกเจ ชนาธิปตอน 20 ปี พอมาเล่นบอลโลกครั้งแรกก็สี่ปีผ่านไปก็อายุ 24 ปี พอเจ ชนาธิป ต้นนฤบดินทร์ หรือหลายๆ คนที่อยู่ในก๊วนเขา ตัง มุ้ย หรือหน้าใหม่เข้ามา มันก็ 8 ปี อายุ 28 พอ 26-28 เป็นช่วงที่ท็อปฟอร์มที่สุดของนักฟุตบอล กระดูกได้ หมายความว่าแกร่งที่สุดแล้ว ประสบการณ์ได้ เซนส์บอลทุกอย่างความเข้าใจทุกอย่างมันพีกหมด ฉะนั้นเราก็ต้องดูว่าเด็กที่จะไปตั้งแต่อายุเท่าไหร่ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ปีนี้เราจะไปบอลโลกนะ เราเอาตรงนี้มันไม่ใช่
ของพี่โก้มันไปไม่ถึงดวงดาวไง พอมันไปไม่ถึงดวงดาวแต่พี่ก็ยังดีใจว่าเด็กที่อยู่กับพี่มายังใช้ได้อยู่ คนที่มาทำงานต่อก็สานต่อไปเลยนั้นคือเหตุผลว่าทำไมพี่ถึงเลือกเด็กมาติดทีมชาติชุดใหญ่ตอนอายุ 20-21 เพราะอะไรเพราะเด็กชุดนี้เขายังทำงานให้ประเทศชาติอีกสิบปีถ้าเขาเกิน 30 ปุ๊บเขาก็ทำงานดูแลร่างกายต่อ ทำงานให้กับสโมสรต่อได้ แล้วหน้าใหม่ก็ขึ้นมาเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้วงการฟุตบอลก็มีคลื่นลูกใหม่มาเรื่อยๆ

มีตัวเลือกมากขึ้น จากเดิมที่มีอยู่ 30-50 คน ตอนนี้มีเป็น 100 คนเห็นไหมมันก็ดีกับวงการฉะนั้น วันนี้พี่โก้เดินออกมาแล้วพี่ก็ไม่ได้ยึดติด อย่าไปยึดติดตำแหน่ง อย่าไปยึดติดว่าตัวเองเป็นโค้ชทีมชาติ คำว่าโค้ชทีมชาติเป็นแค่หัวโขน แต่เป็นโค้ชทีมชาติแล้วทำงานหรือเปล่า วันนี้พี่ยังสนับสนุนน้องๆ ทุกคน ยังให้กำลังใจยังรอที่จะปั้นทุกคนส่งต่อให้ทีมชาติ ส่งต่อให้ทีมชาติ สโมสรทุกคนส่งต่อให้ทีมชาติ เมื่อไหร่ชาติเรียกต้องมา โค้ชทุกคนเหมือนกัน โค้ชที่อบรมโปรไลเซนส์ทั้งหลายเมื่อทีมชาติเรียกก็ต้องกลับไปทำงานให้ประเทศชาติ











“ซิโก้ บราซิล” ที่มาของ ไอดอล วงการฟุตบอล



ไอดอลจริงๆ สมัยก่อนพี่เชียร์ทีม บราซิล สมัยก่อนเท้าสู่เท้าไม่เสียบอลง่าย ซิโก้ก็เลยเป็นซิโก้บราซิลทุกวันนี้คนก็เลยเรียกพี่ซิโก้ แต่ตามจริงชื่อ โก้ เฉยๆ ฉะนั้นความหลงใหลในสไตล์แซมบ้าก็เลยเป็นที่มา แต่ถ้าถามว่าดูนักเตะคนอื่นไหมก็ดู โรนัลโด คาร์ลอส ทั้งของอังกฤษ ของเยอรมัน ของฮอลแลนด์
ไอดอลของพี่โก้มีมากมายเลย พี่โก้เรียนรู้จากทุกคน เรียนรู้จากคนที่ล้มเหลว เรียนรู้จากความสำเร็จ พี่โก้ชอบอ่านหนังสือ ทุกเรื่อง ทุกอย่าง ขงเบ้งเขาคิดยังไง สามก๊ก การตลาดจิตวิทยา สปอร์ตเอ็ดดูเคชั่น คุณจะทำเรื่องกีฬาเรื่องมาร์เกตติ้งเรื่องการตลาด หรือเรื่องการขายคือมันควบคุมหมด ฉะนั้นเราจะทำอย่างไรเรื่องกีฬาให้มันก้าวไปข้างหน้าสู่ระดับโลกต่อไป
ขงเบ้งหรือสามก๊กก็เป็นตัวเลือกในแต่ละช่วง อย่างเช่นช่วงเจอพายุเราควรออกไปโต้หรือตั้งรับนำมาปรับใช้ในการเล่นฟุตบอลกีฬา ฉะนั้นเราก็ต้องมีกลยุทธ์ในการวางแผนในเรื่องของกีฬาเอาเรื่องการรบของสามก๊ก ในแต่ละช่วงว่านำมาใช้ในการเล่นอย่างไร หรือการทำงานอย่างนี้











“จอมตีลังกา” ฉายาประจำกาย
 



ท่าตีลังกาสุดฮิต จนได้ฉายาว่า จอมตีลังกา ที่ใครๆ เห็นต้องร้องว้าว เมื่อถามกับเจ้าของท่านี้ว่าตอนนี้ยังสามารถตีได้อยู่ไหมเจ้าของท่าตอบกลับมาทันทีว่าตีได้ เพราะปกติถ้าเล่นบอล ต้องตีลังกาอยู่แล้ว แต่ที่ยากก็คือแรงยิงเข้า เพราะตอนนี้จะยิงเข้ายากแล้วเพราะแรงมันเหลือน้อย ไปตามวัยไปตามอายุ แต่ก็ยังตีได้
เมื่อให้นึกถึงครั้งแรกที่ทำท่านี้ พี่โก้ก็ทำท่านึกอยู่นานก่อนจะร้องคำว่า โอ้!! ครั้งแรกที่ตีหรอ จริงๆ พี่โก้เป็นนักยิมนาสติก ตีลังกามาตั้งแต่ตอนป.4 ป.5 แล้ว ครั้งแรกจำไม่ได้หรอก มันนานมาแล้วแต่ครั้งที่เล่นทีมชาติตอนที่ตีนั้น (ทำท่าคิดสักพัก) โอ้!!จำไม่ได้แล้วจริงๆ ครั้งสุดท้ายไม่มีเพราะทุกวันนี้ก็ยังตีอยู่ (หัวเราะ)
ที่มาที่ไปของท่านี้เมื่อติดทีมชาติทุกคนดีใจก็ต้องเฮ วิ่งดีใจกับเพื่อนๆ แต่ตอนนั้นเราไปเล่นชุดเยาวชนไปแข่งที่ซาอุดีฯ แต่ว่าเราไม่มีแฟนคลับเลย พี่โก้ยิงเข้าสองลูก ลูกแรกมีแต่แฟนบอลเจ้าถิ่นเราก็ไม่รู้จะดีใจยังไงให้มันซะใจ ก็เลยตีลังกาซะเลย พอนักข่าวเห็นก็เลยตั้งฉายา “ซิโก้จอมตีลังกา” หลังจากนั้นยิงเข้าไม่ตีไม่ได้แล้ว
จริงๆ แล้วอย่างที่บอกต้องเซฟ เราเป็นนักยิมนาสติกมาก่อนฉะนั้นไม่แนะนำให้เด็กๆ ทำตาม เพราะว่าคอหักแน่นอน คนไหนที่ไม่ได้เรียน ฉะนั้นก่อนที่พี่โก้จะมาตีบนสนามได้ พี่โก้ตีบนเบาะมาแล้วร้อยเที่ยวพันเที่ยว ฉะนั้นต้องมีครูทุกอย่างต้องมีครูต้องมีโค้ช พี่โก้เป็นนักยิมนาสติกมาก่อนจึงทำได้











บอลไทยยุคไหนที่รุ่งเรื่องที่สุด?



เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแฟนบอล ต้องไปถามแฟนบอล สำหรับพี่โก้ตอนทำหน้าที่ตอนเป็นผู้เล่น พี่โก้ก็ได้แชมป์มา มันก็อาจจะเป็นยุครุ่งเรืองของตัวเองก็มีบ้าง ช่วงแพ้ก็มีบ้าง ช่วงได้แชมป์ถ้ามีเยอะก็รุ่งเรือง ช่วงแพ้ก็จะดาวลงไปแต่สิ่งที่อยากเห็นก็คือเมื่อไหร่ทีมชาติลงแข่งคนดูเต็มสนามเอาเป็นว่ามันเป็นยุครุ่งเรือง
เมื่อไหร่สนามแตก คนดูแห่ซื้อตั๋ว หรือว่าสมัยก่อนเล่นที่สนามศุภชลาสัยเมื่อไหร่ที่หมูปิ้งขายดีแสดงว่ารุ่งเรืองสุด (หัวเราะ) อย่างราชมังคลาอย่างนี้คนดูมารอกัน มานอนรออยู่หน้าสนามตีสี่ตีหน้าอย่างนี้รุ่งเรืองไหม ฉะนั้นทำไงก็ได้ขอให้แฟนบอลเข้ามาเชียร์ จริงๆ วันนี้แฟนบอลแพ้ชนะเขาก็ยังเชียร์นะแต่เขาอยากชนะมากกว่า (หัวเราะ) ถ้าแพ้บ่อยๆ มันก็ไม่อิน











เลื่อนตั้ง-ชูกีฬา-ส่งเสริมการท่องเที่ยว
 



อีกประเด็นที่กำลังเป็นกระแสที่จะไม่ถามคงไม่ได้ เรื่องการเมืองไทย การเลือกตั้งที่จะมาถึงเร็วๆ นี้เมื่อยิงคำถาม ซิโก้ว่าถ้าพี่โก้จะเลือกตั้งพรรคการเมืองสักพรรคพี่โก้อยากให้พรรคนั้นชูเรื่องกีฬาขึ้นมาไหม คำตอบที่ได้ก็คือว่า แน่นอนว่าคนเป็นนักกีฬาก็อยากให้ทุกพรรคให้ความสำคัญกับนักกีฬา ส่วนการจะเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งก็มีความจำเป็นเกี่ยวกับนักกีฬาเช่นกันเพราะว่าการเลือกตั้งเหมือนกับว่าประชาธิปไตย กีฬาก็ต้องใช้ประชาธิปไตย
อยากให้สนับสนุนให้มากกว่านี้นะ เพราะว่าวันนี้ยังไงก็ต้องเป้นวาระแห่งชาติ อันนี้เป็นส่วนของรัฐบาลฉะนั้นถ้าเราอยากไปบอลโลก หรือกีฬาทุกประเภทต้องให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนถ้าเราจะไปบอลโลกหรืออะไรก็แล้วแต่ มันต้องมี ญี่ปุ่นหรือซาอุดีฯเขาใช้เป็นพันล้านในการที่จะไปบอลโลก ฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องของนโยบายของผู้บริหาร
เมื่อเทียบกับไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา กับประเทศอื่น งบที่เราจะใช้ในการพัฒนาเรื่องของกีฬาจริงๆ แล้วประเทศที่กำลังพัฒนาควรที่จะใช้น้อยหรือมากนั้นพี่ว่ามันขึ้นอยู่กับนโยบาย ประเทศบางประเทศเขาใช้กีฬาเป็นตัวนำเพื่อที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว เขาเรียก“สปอร์ต ทัวริซึ่ม” กีฬาเชิงท่องเที่ยว ฉะนั้นหลายๆ ประเทศอย่างสิงคโปร์เขาไม่ได้มีวัตถุดิบเหมือนบ้านเรานะ เขาส่งเสริม“สปอร์ต ทัวริซึ่ม”




สัมภาษณ์: ทีมข่าว MGR Live

เรื่อง: พัชรินทร์ ชัยสิงห์
ภาพ: ภูริฉัตร ปริยเมธานัยน์และจิรโชค พันทวี



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...