xs
xsm
sm
md
lg

มองต่างมุม ใส่ชุดไปรเวต “สอนเด็กให้รู้จักตนเอง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สุดสบาย-ชุดไปรเวต-เข้าเรียนได้” ผอ. กรุงเทพคริสเตียนยัน ทำเพื่อการวิจัยไม่ได้บังคับเด็ก ล่าสุด ศิษย์เก่าขอค้าน ไม่เห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ ฟากของกูรูด้านสังคมมองว่า เป็นผลบวกมากกว่า อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินว่าทำแล้วจะเกิดความเหลื่อมล้ำ!

รร.รัฐใส่ไปรเวท ทำได้!?

ฮือฮาวงการศึกษา เมื่อโรงเรียน “กรุงเทพคริสเตียน” อนุญาตให้เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ม.1 - ม.6 แต่งชุดไปรเวตมาเรียนได้ทุกวันอังคาร โดยการทดลองใส่ในระยะเวลา 1 ภาคเรียน นับตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 62 และหากแต่งชุดไปรเวตมาแล้วมีผลการเรียนที่แย่ลงหรือมีผลกระทบด้านการศึกษาก็จะมีการยกเลิกอย่างแน่นอน ซึ่งโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนนั้นเป็นของเอกชน จึงมีสิทธิที่จะใส่ชุดไปรเวตได้



ขณะเดียวกันที่ “กรุงเทพคริสเตียน” เพิ่งเริ่มมีการประเดิมให้เด็กใส่ชุดไปรเวตได้เพียง 1 วันก็มีกระแสของศิษย์เก่าบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้ พร้อมออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสังคมโซเชียลฯ อีกด้วย

"ขอแจ้งให้เพื่อนๆทุกคนได้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ รร.ของเรา ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรนะครับ ส่วนตัวผมแล้ว ผมขอ...คัดค้าน...ความคิดอันนี้ครับ"

ทางด้าน ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผอ.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงนโยบายที่ให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวตมาเรียนทุกวันอังคาร เพื่อเป็นการทดลองศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายนักเรียน ว่าจะมีผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร รวมถึงชุดที่สวมใส่จะต้องมีความสุภาพด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ก็ยังมีโรงเรียนในไทยที่อนุญาตให้เด็กนักเรียนสามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้ คือโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใส่ชุดนักเรียนเฉพาะวันจันทร์และวันพฤหัสบดี, โรงเรียนอมาตยกุล ใส่ชุดไปรเวททุกวันอังคาร, และล่าสุดโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ใส่ชุดไปรเวทได้เฉพาะวันอังคาร



เรื่องของการแต่งชุดไปรเวตที่ใส่มาเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี ก็มีอยู่เช่นกัน คือโรงเรียนอนุบาลเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่อนุญาตให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวตได้ ซึ่งเป็นแนวความคิดของ ดร.อัครเดช ยมภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงของ ซึ่งจะอนุญาตให้นักเรียนในทุกระดับชั้นใส่ชุดไปรเวทมาโรงเรียนได้ในทุกวันอังคาร เพื่อให้นักเรียนมีความสุขกับการมาโรงเรียน โดยไม่ต้องกังวลกับการใส่ชุดนักเรียน และทำให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในการเรียนได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกสบาย

ไม่เพียงเท่านี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เผยว่าเท่าที่ทราบคือโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนมีแผนเพื่อทำการวิจัยเช่นนี้ทางโรงเรียนน่าจะมีแผนการรองรับและมีความพร้อม เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นสิทธิของโรงเรียนและไม่ได้ทำผิดกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) แต่อย่างใดด้วย



“โรงเรียนบอกแล้วว่าอยากจะทดลอง ซึ่งการที่เด็กแต่งกายชุดไปรเวตมาเรียนในทั่วโลก บางประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร บางโรงเรียนก็ต้องแต่งเครื่องแบบ บางโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก็ไม่มีเครื่องแบบ หรือประเทศญี่ปุ่น ก็เข้มงวดเรื่องการแต่งกาย ตรงนี้เป็นเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณีการปฏิบัติ ความเห็นชอบของผู้ปกครอง ของสถานศึกษา ตรงนี้โรงเรียนเองไม่ได้ทำผิดกฎของ สช.อะไร ผมจึงไม่อยากให้ความเห็น ในทางกลับกันถ้าผมไปบอกว่าดี หรือไม่ดีอาจจะมีความผิดอีก ผมก็จะเพียงเฝ้าดูเฉยๆ ส่วนโรงเรียนอื่นหรือเด็กที่อยากทำตาม ถ้าเป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะออกมายืนยันชัดเจนว่า โดยปกติแล้วถ้าหากเป็นโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะไม่อนุญาตให้สวมใส่ชุดไปรเวตได้ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของทีมข่าวแล้วพบว่า มีโรงเรียนอนุบาลเชียงของซึ่งเป็นโรงเรียนของรัฐบาล ที่อนุญาตให้เด็กสวมชุดไปรเวตมาเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว

ไม่มองว่าเหลื่อมล้ำ! แต่เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ

ประเด็นดังกล่าวก็ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงความเหมาะสมเรื่องแต่งชุดไปรเวตของนักเรียนอยู่เช่นกัน ทางทีมข่าว MGR Live จึงติดต่อไปยัง ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อช่วยวิเคราะห์ว่าการแต่งตัวเช่นนี้จะมีผลยังไงบ้าง

สำหรับ ผศ.อรรถพล ก็ได้มองว่านั้นเป็นเรื่องที่ควรจะทำให้มันเป็นเรื่องปกติ การที่โรงเรียนจะเคารพความหลากหลายของผู้เรียน จริงๆ แล้วก็มองว่าให้มันเป็นประโยชน์เห็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งมีการหารือร่วมกันของเด็ก คุณครู ผู้บริหาร รวมทั้งผู้ปกครองก็รับทราบ แล้วเขารู้กันล่วงหน้ามา 2 เดือนแล้ว

เมื่อเริ่มมีการดำเนินการเป็นวิถีปกติ กลายเป็นมีเสียงต่อต้านบางส่วนของศิษย์เก่า แต่จริงๆ แล้วตัวเด็กและครูในโรงเรียนเขาตัดสินใจร่วมกัน นั้นน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะมีแนวปฏิบัติใหม่ๆ ซึ่งจริงๆ โรงเรียนที่ให้เด็กใส่ชุดไปรเวตมาโรงเรียนก็ไม่ใช่มีโรงเรียนเดียว หลายโรงเรียนก็เปิดโอกาสให้เด็กแต่งตัวอิสระมาโรงเรียนได้

“ผมมองว่ามันก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะเด็กเขาใส่ชุดในชีวิตประจำวันกันแหละ แล้วก็ไม่อยากให้มาติดกับดักว่ามันทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำอะไร จริงๆ คือความเหลื่อมล้ำมันยังมีอยู่ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับชุดนักเรียนหรอก อย่างอุปกรณ์การเรียน กับเงินที่พ่อแม่ให้มาโรงเรียนมันก็แตกต่างกัน อันนี้ก็เป็นส่วนที่ต้องช่วยกันแก้เนอะ



เดิมในอดีตมันมีจำแนกให้เห็นว่าเด็กคนไหนได้ไปโรงเรียน คนไหนโดดเรียนอะไรอย่างนี้ พอถึงวันนี้มันหมดยุคแบบนั้นมาแล้ว แต่เครื่องแบบยังมีความสำคัญอยู่ไหม ก็ยังมี ไม่ว่าจะเป็นอัตลักษณ์ร่วมกันของโรงเรียน แต่เราก็ควรจะเปิดโอกาสให้เด็กเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเขา ที่จะแต่งตัวมาโรงเรียนบ้าง

ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะเห็นว่าเด็กกับครูในโรงเรียนเขาคุยกันนะ ครูกับผอ.เขามีการตกลงร่วมกัน มาลองทำดูด้วยกันว่าเป็นยังไง ทำแล้วเด็กจะมีความสุขในการมาโรงเรียนมากขึ้นหรือเปล่า มันเป็นบทเรียนที่ดี ทำให้เห็นว่าโรงเรียนมีความคิดที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง



สำหรับเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ทุกวันนี้เราเดินไปในท้องถนน ทุกคนก็แต่งกายไม่เหมือนกันใช่ไหมครับ แล้วจริงๆ ข้อดีของมันก็ทำให้เห็นเด็กแต่ละคนมีวิธีการนำเสนอตัวเองไม่เหมือนกัน เพราะเด็กแต่ละคนเขาก็มีรสนิยม มีสไตล์การแต่งตัวไม่เหมือนกันเนอะ แล้วครูก็จะรู้จักเด็กมากขึ้น มันก็เห็นสไตล์แต่ละคนไง ยิ่งเขาเป็นวัยรุ่นอ่ะ มันก็เป็นวัยที่ค้นหาตัวเองเนอะ การแต่งกายมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นตัวตนของเขา”

นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นว่าต้องทำแต่โรงเรียนร่ำรวย แต่เด็กโรงเรียนทั่วไปก็ทำกัน อย่างล่าสุดที่มีการแชร์เรื่องราวของโรงเรียนอนุบาลเชียงของ ที่ทำมาเป็นเวลา 10 ปี แล้วก็ว่าได้

“สิ่งสำคัญเลยคือ มันช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กได้มีส่วนตัดสินใจเรื่องของตัวเอง ให้เขาได้ค้นพบตัวเอง ให้เขาได้หาสไตล์ของตัวเองให้เจอ หรือแต่งตัวยังไงให้ถูกกาลเทศะ เพราะว่าสุดท้ายของกรุงเทพคริสเตียนเสื้อผ้าเขาก็มีแนวปฏิบัติว่าต้องแต่งยังไง ก็ติดตามดูผมว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรเสีย อะไรดีต่างหากเนอะ มันก็เป็นวิธีใหม่ๆ ของโรงเรียน อาจจะเป็นแนวปฏิบัติที่ผู้ใหญ่บางคนไม่คุ้นเคย เด็กเขาก็ปรับตัว สำหรับเขามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรครับ

จริงๆ ก็เป็นโอกาสดี เราจะได้สอนเด็กได้ บางคนกลัวว่าเด็กจะใช้ของแพงอะไรอย่างนี้ ก็สามารถสอนเขาได้หากใช้กระเป๋าที่แพงมาแล้วมันปลอดภัยหรือเปล่า เดินตามท้องถนนมันอันตรายนะ ก็คือเป็นโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกันเนอะ อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินว่าทำแล้วมันจะเป็นความเหลื่อมล้ำ”

ข่าวโดย MGR Live



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **





กำลังโหลดความคิดเห็น...