xs
xsm
sm
md
lg

จ่อเป้า-ทะลวงใจ "หวาน-วิชชุดา" เหยี่ยวข่าวสาวพันธุ์แม่นปืน!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เล็งเป้า-ยิงปืน-สุดแม่น สาวหน้าหวาน ฉายา “นางฟ้านักแม่นปืน” ที่เคยผ่านการคัดเลือกได้เป็นทีมชาติชุดใหญ่ในเวลาเพียง 9 เดือน เมื่อเริ่มเข้าสู่ “วงการกีฬา” เธอสามารถทำผลงานมาได้หลายรายการ แต่หลังจากสูญเสียคุณพ่อ เบื้องหลังความสำเร็จของเธอในการยิงปืน เธอจึงขอผันตัวไปสู่ “นักข่าวสายกีฬา” อย่างเต็มตัว

“พรสวรรค์” บวก “พรแสวง” สู่ความสำเร็จ

“พ่อเป็นคนซื้อปืนให้ค่ะ พ่อลงทุนให้เลยค่ะ เหมือนเขามัดมือชก ลงทุนแล้ว เราก็ต้องเล่น พอเราเล่นถามว่ามีกดดันไหม เราก็กดดันเพราะว่า เราเริ่มจากศูนย์ แล้วเราไม่ได้มีพื้นฐานเหมือนคนอื่นเขา คนอื่นเขาเริ่มเล่นกีฬาอาจจะตอนอยู่ประถมหรือมัธยมต้น แต่หวานมาตอนมัธยมปลายแล้ว คือมันช้า พ่อก็เลยจะเคี่ยวเข็ญหวานค่ะ เมื่อผ่านไป 9 เดือน หวานก็ติดทีมชาติชุดใหญ่ มันรวดเร็วมาก ทุกคนเลยบอกว่าการแข่งขันของหวานมันเหมือนนักกีฬาที่มีพรสวรรค์ แล้วก็พรแสวงด้วย”





สาวสวมชุดเดรสสีชมพู ใบหน้าสดใส ดีกรีนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าทีมข่าว MGR Live คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “หวาน-วิชชุดา ไพจิตรกาญจนกุล” เธอกำลังพูดเปรยถึงคนสำคัญในชีวิตอย่างคุณพ่อขณะที่กำลังมีชีวิตอยู่ ที่คอยเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในด้านกีฬายิงปืน และนั้นก็ส่งผลให้เธอสามารถคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ประเทศลาว, ยิงปืนชิงชนะเลิศแห่งเอเชียอาคเนย์, Thailand Open Shooting Championship 2008, ฯลฯ

“จุดเริ่มต้นของการเล่นกีฬายิงปืนของหวานเริ่มจากที่พ่อเป็นนักกีฬายิงปืนมาก่อน อย่างที่บ้านจะมีบ้านสวน คุณพ่อก็จะยิงปืน เราก็จะเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้สนใจ แต่พอมาอยู่ ม.3 ที่โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ได้มีแข่งขันกีฬาลูกเสือ เนตรนารีคาทอลิก ซึ่งมันจะต้องมีโรงเรียนคาทอลิกทั้งหมด 40 กว่าโรงเรียน ทั่วกรุงเทพฯ มาแข่งร่วมกัน ทุก 2 ปี แล้วหวานถูกครูจับให้ไปแข่งขันยิงปืนเพราะไม่มีคนลง

แล้วเราดันไปแข่งได้ที่ 1 พอได้ที่ 1 ครูก็เหมือนเห็นแววว่าน่าจะมีพรสวรรค์ พอเริ่มอยู่ ม.4 ม.5 ครูประจำชั้นเป็นครูพละ เขาก็ส่งไปแข่งขัน ก็เลยมาบอกพ่อ ว่าหนูไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ มันคืออะไรก็ไม่รู้ พ่อบอกไม่เป็นไร ใจเย็นๆ นะอะไรอย่างนี้ พอวันเสาร์อาทิตย์พ่อก็เลยขับรถ พาเราไปสมาคมกีฬายิงปืนค่ะ (ยิ้ม)



ส่วนเวลาซ้อมก็อยู่ทั้งวันค่ะ ช่วงแรกๆ หวานอยู่ตั้งแต่ 9 โมง จนถึง 4 โมงเย็น ตั้งแต่สนามเปิด ยันสนามปิด ซ้อมจนแบบศอกแตก จะเป็นช่วงปิดเทอมที่ซ้อม แต่ถ้าเปิดเทอมก็จะมาซ้อมเสาร์อาทิตย์ค่ะ ก็จะไม่มีช่วงที่เหมือนเป็นวัยรุ่นอ่ะ ไปเจอเพื่อน ไปเดินสยาม ไปนู้นไปนี่อ่ะไม่มีช่วงเวลานั้น ช่วงวันหยุดคือต้องไปซ้อมตลอด พอเราจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น เราก็ติดทีมชาติชุดใหญ่ แล้วเราก็ติดยาวมา 10 ปีแบบไม่หลุดเลยไง”

ผลจากการฝึกซ้อมอยู่ตลอดเวลา สามารถส่งผลให้สาวนักแม่นปืนคนนี้ ไปได้ไกลในเส้นทางสายกีฬา แต่เธอก็บอกว่ามีความกดดันมากขึ้นเช่นกัน เพราะในตอนแรกเธอแข่งกับตัวเอง แต่หลังจากที่ชนะตัวเองได้แล้ว จะต้องก้าวข้ามคู่แข่งคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน และจะต้องรักษามาตรฐานให้คงที่อยู่เสมอ

“การแข่งขันแต่ละครั้ง ก็ได้สอนเราเรื่องสมาธิ เรื่องความรอบคอบค่ะ เพราะว่าแต่ละครั้งการยิงปืนเราต้องแข่งกับตัวเอง เราไม่ได้แข่งกับคนอื่น ทุกอย่างผิดพลาดเกิดขึ้นกับตัวเรา (สีหน้าจริงจัง) หลายคนชอบเหมือนว่า เนี่ยมันเป็นเพราะลมหรือว่าสภาพแวดล้อมไม่ดี ทุกอย่างอ่ะ ถ้าเกิดที่ตัวเรา แล้วเราสามารถจูนทุกอย่าง ปรับทุกอย่างได้ คือเราเอาชนะตัวเอง แล้วเราเก่งจริง เพราะดีไม่ดี ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเรา เราเป็นคนทำเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเรา”

มือยิงเป้าสุดแม่น! กระจายเทคนิคให้ต่างชาติ

เตรียมตัวก่อนแข่งยังไง? “ก่อนการแข่งขันหวานเป็นคนแบบไม่คิดอะไรมากค่ะ หวานเป็นคนแบบทำตัวให้สบาย แล้วก็มีสมาธิอยู่กับการแข่งขัน ไม่ได้ต้องแบบเครียด บางคนคิดเยอะ แต่พี่คิดว่าเราทำให้เหมือนซ้อม เราทำให้ดีเหมือนที่เราตั้งใจซ้อมมายังไง ทำไปอย่างนั้น ถ้าเกิดว่ามันหลุดในระหว่างแข่งขัน มันเกิดการผิดพลาด เราแค่ต้องทบทวนใหม่ว่าเราเกิดจากอะไร แล้วเราต้องใจเย็นๆ”

นอกจากนี้ เธอยังได้เป็นโค้ช คอยสอนคนอื่นบ้าง สำหรับคนที่สนใจให้เธอสอนการยิงปืน แต่ที่สอนเป็นประจำ จะไปสอนที่ประเทศลาว โดยเธอให้เหตุผลว่า คนลาวเขาค่อนข้างที่จะปลื้ม แล้วเห็นเธอเป็นไอดอลในสายตาเขา เขาก็เลยอยากจะจ้างเธอไปประจำ ทำให้เธอได้มีโอกาสไปสอนนักกีฬาทีมชาติที่นั้นอีกด้วย





“หวานรู้สึกว่าเทคนิคมันอยู่ที่เราคนเดียวมันไม่ได้ ถึงแม้หวานจะปล่อยหมดก๊อกให้คนอื่น แต่เขาก็ไม่สามารถก๊อบปี้ความเก่งของเราได้ เหมือนเป็นเทคนิคเฉพาะตัวอ่ะ ถึงเราจะบอกน้องหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถยิงได้เหมือนเรา

นักกีฬาที่ลาวเขาไม่ได้เยอะมีอยู่แค่ 5-6 คน แล้วเขาก็ยิงดีขึ้น เราก็ดีใจที่เขาพัฒนา เพราะบางที่ที่เขายิงไปเขาไม่รู้ว่าตำแหน่งเขาเปลี่ยน แล้วตำแหน่งเขาไม่ถูกต้อง ซึ่งท่าทางพอมันไม่ถูกต้อง กล้ามเนื้อมันเกร็ง ร่างกายมันเกร็งทำให้ระบบมันผิดพลาดไปหมดเลย”

เมื่อเห็นนักแม่นปืนสาวมีความสามารถด้านกีฬายิงปืนเช่นนี้ ผู้สัมภาษณ์จึงอดที่จะถามไม่ได้ ว่าเธอยังมีกีฬาประเภทอื่นที่ถนัดด้วยอีกหรือไหม แต่เธอก็ตอบกลับทันที ว่าเป็นคนไม่ถนัดกีฬาอย่างอื่นเลย และทางครอบครัวก็เคยพยายามจะให้เธอหันมาเล่นแบดมินตัน แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ถนัดสำหรับเธอ เพราะฉะนั้นเลยขอเอาดีด้วยการยิงปืนดีกว่า

“แล้วครอบครัวของหวาน คุณพ่อคุณแม่เขาจะเลี้ยงเรามาแบบว่า เหมือนอยากจะทำอะไร แล้วคุณชอบอะไร คือไปให้สุดเลยจะไม่ห้าม ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กเรียนดี เรียนเก่ง แต่แค่ลูกเป็นคนดี อยู่ในสายตาพ่อแม่อะไรอย่างนี้ค่ะ



ตอนนี้หวานจะต้องจบปริญญาโทมหาวิทยาลัยจุฬาฯ ให้ได้ค่ะ เพื่อเป็นของขวัญให้กับคุณพ่อ เพราะคุณพ่อเสียแล้ว ตอนนั้นหมอบอกต้องรอนับถอยหลังแล้ว แล้วหวานเป็นคนดูแลพ่อคนสุดท้าย แบบทำแผล ดูแล เช็ดตัว พ่อเป็นกระดูกกดทับเส้นประสาท แล้วก็มีภาวะแทรกซ้อน ตรงที่ว่าเป็นเบาหวาน เป็นความดัน เป็นไต หลายอย่าง เหมือนร่างกายเขาไม่ไหว รับยาเยอะ พอรับยาเยอะ ตอนหลังเขามาเส้นเลือดในสมองแตก เขาก็เลยเหมือนเป็นอัมพาตแล้วก็เป็นเจ้าชายนิทราไปได้สองเดือนก่อนที่เขาจะเสีย

เพราะว่าช่วงที่คุณพ่อจะเสียเป็นช่วงที่เรียน ป.โท แล้วหวานเศร้ามากที่สุดเลย (สีหน้าเศร้า) วันที่เรามีสอบป.โท ไปสอบที่มหาวิทยาลัย แล้วเราก็ดันปิดเครื่อง พ่อหวานเสียตอนที่กำลังเริ่มสอบ (น้ำตาคลอ) แล้วมารู้ตอนที่สอบเสร็จแล้ว คือมันเป็นวันศุกร์อ่ะ รถก็ติดมาก แล้วเราก็ร้องไห้ตลอดทาง อยากจะกลับไปหาพ่อให้เร็วที่สุดเพราะว่า ถ้าเรากลับไปช้าอ่ะ เขาก็จะเอาพ่อไปไว้ที่วัดแล้วไง



แล้วตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก แล้วอยู่คนเดียวด้วย เครียดมาก แล้วพี่อ่ะคือกับพ่อสนิทกันที่สุด ในบ้านอ่ะมีพี่สนิทที่สุด แล้วก็พ่อจะคุยทุกอย่างคุยทุกเรื่อง คือก็อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ตอนนั้นคือจับปืนไม่ได้เลย คือพี่พยายามไปจับปืน คือพี่ร้องไห้ตลอดเลย พี่คิดถึงพ่อ เพราะพี่จะอยู่กับพ่อตลอดเวลา แล้วมันทำใจไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้น ก็เลยจะกลับไปยิงอีกครั้ง”

เปลี่ยนบทบาท “นักกีฬา” สู่ผู้สื่อข่าวภาคสนาม

หลังจากที่พ่อของเธอเสีย ก็ได้เปลี่ยนบทบาทจากนักกีฬายิงปืนทีมชาติ มาเป็นพิธีกร ผู้สื่อข่าวภาคสนามสายกีฬา ทาง “ช่อง MONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์) ฟรีทีวีที่มีหนังดี ซีรีส์ ดังมากที่สุด และเธอรู้สึกว่าการเป็นนักกีฬามาก่อนหน้านั้น ทำให้รู้จักกับผู้สื่อข่าวหลายๆ คน ได้เห็นการทำงานแล้วรู้สึกดูสนุกที่ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย ได้ไปตามสถานที่ต่างๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเลือกฝึกงานเป็นผู้สื่อข่าวสายกีฬา กระทั่งสมัครเข้าช่องโมโนได้สำเร็จ

“ตอนแรกถามว่ายากไหม ไม่ยากนะคะเพราะว่าเราเป็นนักกีฬามานานแล้ว ก็ได้รู้จักนักข่าวในสายกีฬา แล้วพี่ๆ ก็เอ็นดูมาตั้งแต่เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว ก็พร้อมที่จะช่วยแนะนำว่าอะไรที่มันดี อะไรที่ควรปรับปรุงว่าจะนำเสนอในรูปแบบไหนค่ะ ช่องโมโนอ่ะ เขาดีตรงที่ว่าเวลาเราอยากจะทำสื่อ เสนอเรื่องอะไรเนี่ย แค่บอกหัวหน้า หัวหน้าเห็นด้วย เราก็ไปทำได้เลย ไม่ได้กำหนดว่าช่วงนี้จะต้องเล่นประเด็นนี้ เราอาจจะบอกว่าช่วงนี้มีอันนี้น่าสนใจนะ ประเด็นนี้ของนักกีฬาคนนี้น่าสนใจ ก็จะไปทำได้เลย ก็สนุกดีค่ะ



อีกสิ่งสำคัญสำหรับผู้สื่อข่าว คือต้องมีไหวพริบมากนะเพราะว่า เราจะได้รู้ว่าเราควรจะหยิบชูประเด็นไหน บางเรื่องเนี่ยทุกช่องมันเล่นเหมือนกัน เราก็อาจจะหยิบเรื่องนี้มาที่อาจจะเป็นเอกลักษณ์มากกว่า ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งอย่างที่บอกพี่รู้จักนักกีฬาเยอะ เราอยู่ในวงการกีฬามา พี่จะรู้ลึกมากกว่าว่าแต่ละคนมีความเคลื่อนไหวยังไง มีอะไรที่น่าเล่น

อนาคตหวานก็ยังไม่รู้ว่าจะไปได้ไกลมากแค่ไหน แต่รู้สึกว่าตอนนี้เพิ่งมาเป็นผู้สื่อข่าว แล้วถามว่าตอนนี้เราเก่งไหม ก็ยังแต่รู้สึกว่ามีใครสอนเรา เราก็เรียนรู้ได้ตลอด แล้วอีกอย่างหัวหน้าก็พยายามจะสอนพี่เรื่องการพูดเสียงให้ชัดขึ้น การลงเสียงให้ดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ลงเสียงไม่ได้เลย มันก็ต้องหัดไปทีละสเต็ป ถ้าเกิดในอนาคตเราพัฒนาแล้วดีขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกิดเขาหยิบยื่นโอกาสให้ เราก็อยากจะรับไว้”

ตลอดระยะเวลาที่ได้สวมบทบาทของผู้สื่อข่าวภาคสนาม เหตุการณ์ประทับใจสำหรับเธอก็คืองานพระบรมศพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มีโอกาสเข้าไปรายงานข่าวใกล้ๆ ได้รับข่าวสาร ข้อเท็จจริงมากกว่าคนอื่น แล้วนำมารายงานให้ประชาชนได้รับรู้



ซึ่งก่อนหน้านี้การทำงานในสายสื่อสารมวลชน ไม่ได้เป็นความใฝ่ฝันของเธอตั้งแต่แรก เธอเผยให้ฟังว่าจริงๆ แล้วอยากจะเป็นนักสถาปนิก อาจจะทำงานเกี่ยวกับวาดรูป เพราะชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ไปเรียนวาดภาพสีน้ำมันเป็นงานอดิเรก เรียนวาดรูปตั้งแต่ ม.2 เรียนร่างโครง สเกตช์ภาพ แต่ด้วยความเธอต้องเข้ามหาวิทยาลัย หากเรียนในสายวิชาเกี่ยวกับศิลปะ ก็อาจจะทำให้ไม่มีเวลาแข่งขันยิงปืนเช่นกัน

“ทีมชาติล่าสุดเขาก็อยากให้หวานกลับไปกัน ก็เลยตัดสินใจว่าเดี๋ยวซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ปีหน้าจะกลับไปคัดตัวถ้ามีโอกาส
ก็ฝากถึงนักกีฬาทีมชาติ ก็ต้องหมั่นฝึกซ้อม ต้องมีวินัย อย่างที่บอกนักกีฬาต้องมีระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก แล้วก็อย่าคิดว่าเราเก่งแล้ว เราต้องคิดอยู่เสมอว่ามีคนที่เก่งกว่าเรา เราต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องอย่าหยุดอยู่กับที่นั่นแหละ แล้วก็ต้องอดทน แล้วก็จะเป็นวันของเรา



สุดท้ายสำหรับนักข่าว อย่างหวานก็ยังไม่เก่ง ก็อยากจะพยายามมากกว่านี้ ก็อยากจะให้ทุกคนที่เป็นผู้สื่อข่าว เป็นนักข่าว ผู้ประกาศข่าว พิธีกรเนี่ย ต้องมีความพยายามในหน้าที่ของตัวเอง ทำให้ดีที่สุดในการนำเสนอข่าวมาให้ถูกต้อง แล้วก็นำเสนอสิ่งที่ดีออกสู่สังคมค่ะ”

สัมภาษณ์ : ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง : สวรส พวงเกาะ



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **





กำลังโหลดความคิดเห็น...