xs
xsm
sm
md
lg

โชเฟอร์หูตึง – ไม่ได้ยิน - ขี้ตกใจ ทนายชี้กฎหมาย = ยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ!!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เดือดทั่วโซเชียลฯ ใจแกร่งดั่งภูผาไม่หลบรถพยาบาล! อุทาหรณ์สอนใจโชเฟอร์ลุงวัย72 “หูตึง ไม่ได้ตั้งใจขวางรถไซเรน แต่ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก” ด้านโซเชียลฯ ซัด อายุเยอะแล้ว เลิกขับรถเถอะ ชี้เกือบทำให้คนอื่นต้องตาย!! สังคมตั้งคำถามกฎหมายควรตรวจสภาพร่างกาย และจำกัดอายุคนขับหรือไม่ เพราะปล่อยให้เป็นแบบนี้ อาจก่ออันตรายต่อคนอื่นได้!!


เป็นเรื่องเพราะคนขับแก่!!

ดรามาสนั่นโซเชียลฯ รถยนต์เก๋งสีขาว ขวางรถฉุกเฉิน ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ส่งผู้ป่วย ทำให้คนในรถฉุกเฉินต้องลงไปบอก แต่รถคันดังกล่าวก็ไม่ยอมขยับหลีกออกไป จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ทว่าในทางโซเชียลฯ ซัดกันยับทั้งเห็นใจคนขับรถเก๋ง เพราะเห็นว่าอายุมาก อีกฟากไม่เห็นด้วยมองว่าถ้าปล่อยให้ขับแบบนี้มันจะมีอันตรายตามมาอีกเยอะ ควรมีการตรวจร่างกาย และควรล้มเลิกใบขับขี่ผู้สูงอายุอย่างจริงจัง
 

“จากที่ผมได้ดูคลิป ผมมองว่าพื้นที่ด้านข้างยังพอมีที่ว่างให้หลบได้นะครับ ถ้าจะบอกว่าอายุ 70 แล้ว งกๆ เงิ่นๆ หูไม่ดี ตกใจ อะไรก็แล้วแต่ ดูแล้วฟังไม่ขึ้นเลยครับ”

 

“ถ้าสูงอายุ+ไม่พร้อมขับรถจริงตามข่าว ก็ควรให้ผู้สูงอายุเดินทางแบบอื่น หมายถึงจะได้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุเอง และปลอดภัยกับคนอื่นบนถนนด้วยครับ”

 

“แต่ 70 แล้ว ก็ไม่น่าให้ขับรถนะคะ มันอันตรายทั้งตัวเองและคนอื่น แล้วพอรถพยาบาลนำได้เค้ายังขับตามรถพยาบาลได้แสดงว่า มันอยู่ที่เจตนาของคุณลุงด้วย อันนี้ในมุมมองของหนูนะคะ”
 

“แก่แล้วก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นว่าทำแล้วไม่ผิดหรือป่าว ผิดก็คือผิด ยิ่งแก่ การตัดสินใจไม่ดีพอ ก็ไม่ควรจะขับรถแล้วไหม ถ้าเกิดชนคนได้รับบาดเจ็บ ก็ไม่ต้องรับโทษ เพราะแก่ ????”

 

“จริงๆ ใบขับขี่ตลอดชีพน่าจะยกเลิกใช้ได้แล้วค่ะ ใครถืออยู่ให้ไปทดสอบใหม่ อายุมากขึ้นสายตา การได้ยิน การตอบสนองไม่เหมือนเดิม อันตรายทั้งกับตัวเองและเพื่อนร่วมทางนะคะ”

เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ที่อยู่ในรถฉุกเฉินเป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต ต้องส่งตัวไปยังรพ.ภายใน5นาที เพราะ  เนื่องจากผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจกำลังตีบ อันตรายถึงชีวิต
 
ล่าสุด ประวิช บุญธานีปกรณ์ วัย 72 ปี คนขับรถเก๋งคันดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนเป็นผู้ขับรถยนต์คันสีขาวในวันเกิดเหตุ เป็นผู้ยืมรถคันดังกล่าวของลูกสาวขับไปทำธุระที่ อ.หนองมน ระหว่างกำลังจะขับรถกลับบ้าน แต่ช่วงนั้นรถติดหนักตรงแยกชลชาย

ตนขับมาที่เลนกลางอยู่ดี ๆ อีกสักพักก็มีรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลขับไล่มาตามหลัง ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ไม่ได้ตั้งใจจะขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อีกทั้งรถของตนอยู่ระหว่างกลางของเลน ซึ่งทั้งสองข้างมีรถติดอยู่เหมือนกัน กลัวจะเบี่ยงรถไปชนคันอื่น จนกระทั่งมีคนมาเคาะกระจกรถ แต่ไม่ได้ยินเสียงเพราะอาการหูตึงข้างขวา ประกอบกับเสียงไซเรนจากรถพยาบาลนั้นค่อนข้างเสียงดัง จึงกลายเป็นเหตุการณ์อย่างที่เห็น

ไม่ได้ยินเสียงคนเรียกเลยครับ เพราะเสียงไซเรนมันดัง เขาคงเรียกผมให้เลื่อนรถ แต่ผมจอดรถอยู่ ผมกำลังใช้สติจะเบี่ยงทางไหนดี ทางซ้ายดี ขวาดี แล้วข้างหน้าก็ไปไม่ได้ เพราะรถมันติด จนผมหยุดรถพยาบาลเลยเบี่ยงซ้ายไปเลย แล้วผมก็ขับตามไป ไม่มีที่จะจอดรถกีดขวางรถฉุกเฉิน เพราะผมเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว
 
ผมขับเอง ไม่ได้เกี่ยวกับลูกสาว ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ ตอนนี้ลูกเครียด เพราะไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากขอความเห็นใจด้วย ต่อไปก็จะขับรถให้ระมัดระวังมากขึ้น และเมื่อมีรถฉุกเฉินก็จะปฏิบัติตามกฎจราจร คือให้ทางก่อนเป็นอันดับแรก อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย”

ขณะเดียวกัน โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ นักเขียน และเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในโซเชียลฯ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยให้ความคิดเห็นว่า รอความจริงปรากฏก่อนดีกว่า บางทีรีบด่าเขาแล้วจะเสียคน

“ข่าวรถเก๋งไม่หลบรถพยาบาล ข้อเท็จจริงคือเจ้าของรถเป็นหญิงสาวจริง แต่วันนั้นเธออยู่ที่ทำงาน คนขับในคลิปที่แชร์กันจนคนด่าทั่วเมืองคือคุณพ่อของเธอซึ่งอายุ 70 กว่า ขับรถงกๆ เงิ่นๆ ไม่ตั้งใจจะขวาง สมัยนี้ดูคลิปดูอะไรอย่าเพิ่งรีบสรุป รอความจริงก่อนดีกว่า บางทีรีบด่าเขาแล้วเราจะเสียคน”
 




คนแก่ขับรถเสี่ยง ควรยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ!!
 
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่มีผู้ใช้รถ ใช้ถนน ไม่ยอมเบี่ยงรถให้รถฉุกเฉิน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง จนกระทั้งผู้ป่วยบางรายต้องจบชีวิตลง ทำให้หลายคนตั้งคำถามเอาไว้ว่า แค่ข้ออ้างว่าแก่ หรือหูตึง ก็ไม่มีความผิดทางกฎหมายใช่ไหม แล้วจริงๆแล้วกฎหมายนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่จริงๆหรือเปล่า

ทั้งนี้เพื่อไขข้อสงสัยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางทีมข่าวMGR Live ได้ติดต่อสัมภาษณ์ไปยัง ทนายรัชพล ศิริสาคร ทนายชื่อดัง เจ้าของแฟนเพจ "สายตรงกฎหมาย”

โดยทนายรายนี้ ได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองขับรถไม่ไหว หูไม่ดี ก็ไม่ควรจะขับรถบนถนนร่วมกับผู้อื่น เพราะจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน ส่วนในกรณีที่ขับรถไม่หลบรถฉุกเฉิน มีโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 76 ซึ่งกำหนดไว้ว่า เมื่อคนเดินเท้าหรือผู้ขับขี่ เห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

“ผมว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองขับรถไม่ไหว หูไม่ดี ก็ไม่ควรจะขับรถบนถนนร่วมกับคนอื่น เพราะจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้ ดังเช่นคลิปที่ปรากฏ ก็น่าจะเป็นอุทธาหรณ์เตือนตัวเองได้

ส่วนคุณลุงไม่หลบรถฉุกเฉิน มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 76 และมาตรา 148 ซึ่งคุณลุงหรือญาติ ถ้าเห็นว่าตัวเองขับไม่ไหว ก็ไม่ควรให้ขับรถต่อไป ควรรับผิดชอบต่อสังคมด้วยตนเอง เพราะหากฝืนขับต่อไป จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้”
 

ส่วนประเด็นที่ว่ากฎหมายควรจำกัดอายุคนขับ หรือควรตรวจสอบอายุ และสภาพร่างกายก่อน เพราะปล่อยให้ขับแบบนี้เป็นอันตราย กระทบผู้อื่นให้เกิดอุบัติเหตุได้ ทนายได้ชี้แจงว่าอายุคนขับต้องเช็ก สมัยที่ลุงเขาได้ใบขับขี่ตอนนั้นยังไม่มีการจำกัดอายุ เพราะว่าตามกฎหมายเขาก็ไม่ได้ทำผิดร้ายแรง เขายังสามารถขับรถได้

แม้ว่าว่าไปตามกฎหมายก็ยังไม่เห็นด้วยที่ลุงออกมาขับแบบนี้ เพราะลุงมีอาหารหูตึง รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้อื่น เรื่องการแก้ไขมองว่าถ้าไม่มีประสิทธิภาพขับรถ ก็ไม่ควรต่อใบขับขี่ได้

“อายุคนขับต้องเช็กครับ ว่าสมัยที่ลุงเขาได้ใบขับขี่ตอนนั้นยังไม่มีการจำกัดอายุ เพราะตามกฎหมายเขาก็ไม่ได้ทำผิด เขายังสามารถขับรถได้ ถ้าว่าตามกฎหมายนะ

ส่วนการแก้ไข ถ้าคนที่ไม่สามารถขับรถได้ ก็ไม่น่าจะต่อใบขับขี่ได้ ถ้าหากกรมการขนส่งทางบกเข้มงวดในการต่อใบขับขี่
ปัจจุบัน ไม่มีการกำหนดอายุของผู้ขับขี่ แต่ใช้มาตรการต่อใบขับขี่ทุก 5 ปีแทน ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เห็นว่า ผู้ขับขี่ไม่สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ก็อาจจะต่อใบขับขี่ไม่ได้
การยกเลิกใบขับขี่ตลอดชีพ ส่วนตัวผมเห็นด้วย แต่ในข้อกฎหมาย อาจกระทบกระเทือนต่อสิทธิของประชาชน และอาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปัจจุบัน จึงไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด” 




ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live
ขอบคุณภาพจาก:Supanut Sirirattana



 
** มาตามติด ไลฟ์สไตล์บันดาลใจ+ประเด็นสดใหม่ ได้ที่นี่!! **



กำลังโหลดความคิดเห็น...