xs
xsm
sm
md
lg

9 โรคอันตราย! ไม่อยากตาย ห้าม “นวด”!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นวดจนตาย! ล่าสุดมีคนเสียชีวิตจากลิ่มเลือดในหลอดเลือดอุดตันขั้วปอดทั้ง 2 ข้าง หลังเข้ารับบริการนวดแผนไทยแห่งหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญเตือน 9 โรคอันตรายรู้ไว้ก่อนที่จะตายไม่รู้ตัว ผู้เคยใช้บริการร้านนวดแนะจรรยาบรรณของหมอนวดควรมี ไม่มั่นใจอย่าเข้าใช้บริการ!!

9 ลิสต์โรคเสี่ยงต้องเช็กก่อน “นวด”

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก พรรธน์นนภา อุดหนุน โพสต์อุทาหรณ์เตือนคนที่ชอบนวด หลังจากที่ สมบัติ กวนศักดิ์ อายุ 37 ปี อาชีพโฟร์แมน ไปนวดที่ร้านนวดแผนไทยแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี หลังการนวด ผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ก่อนหมดสติไป
นอกจากนี้ภรรยาผู้เสียชีวิตยังระบุอีกว่า ตนกับสามีพร้อมครอบครัวได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา พบหญิงชราคนหนึ่งเป็นหมอนวดอยู่ในหมู่บ้าน พอเห็นสามีเดินกะเพลกมาจึงถามว่าเป็นอะไรมา คุณยายคนดังกล่าวบอกว่า สามารถนวดให้ได้ เพราะนวดมาหลายคนแล้วก็หาย ทั้งนี้ภรรยาผู้ตายไม่ติดใจเอาความกับร้านนวด และได้รับค่าชดเชยจากรเนเป็นเงิน 40,000 บาท โดยไม่แจ้งความดำเนินคดีใดๆ กับทางร้าน
 
ซึ่งแพทย์ระบุว่า สาเหตุการตายเกิดจากลิ่มเลือดในหลอดเลือดอุดตันขั้วปอดทั้ง 2 ข้าง ทำให้หายใจไม่ออก โดยลิ่มเลือดดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณจุดฟกช้ำที่ขา ซึ่งบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วจากการเตะฟุตบอล เมื่อร่างกายถูกนวดก็เป็นการกระตุ้นทำให้ลิ่มเลือดดังกล่าวไหลไปตามเส้นเลือด และไปอุดตันที่ขั้วปอด ส่งผลให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิต
ล่าสุดหลานสาวของยายวัย 72 ปี ที่ลงมือนวดประคบให้กับผู้ตาย ได้ให้สัมภาาณืผ่านสื่อว่า เนื่องจากคุณยายอยู่บ้านคนเดียว กลัวคุณยายจะเหงา จึงพามาฝากให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ที่หมู่บ้านวิถีไทย แบบไม่มีเงินเดือน คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและแนะนำผลิตภัณฑ์สินค้าภายในร้าน และสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจริงๆ แล้วคุณยายของตนไม่ได้มีอาชีพเป็นหมอนวดแต่อย่างใด
“คุณยายเล่าให้ฟังว่า ได้ใช้ลูกประคบสมุนไพรประคบที่ขาของผู้ตาย และใช้น้ำมันทาเท่านั้น ไม่ได้ลงมือบีบนวดร่างกาย หลังเกิดเหตุคุณยายรู้สึกเสียใจจนความดันขึ้น มีอาการเครียด และไม่ยอมทานอาหาร จนปัจจุบันไม่ยอมพูดกับใคร เอาแต่เก็บตัวเงียบ


ทั้งนี้ นพ.ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ยังได้กล่าวถึงเรื่องที่โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องการนวดจนเสียชีวิตในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าต้องมีการตรวจประวัติลูกค้าก่อนการนวดทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และเตือน 9 โรคอันตรายห้ามนวด คือ1.โรคติดเชื้อฉับพลัน 2. โรคหัวใจ 3.โรคความดันโลหิตสูง 4.เบาหวาน 5. โรคผิวหนัง 6.โรคติดต่อระยะแพร่เชื้อ 7.โรคมะเร็ง 8.โรคหลอดเลือดดำอักเสบ 9.กระดูกพรุนรุนแรง
“เพื่อความปลอดภัยของประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ขอเน้นย้ำให้สถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่ง ต้องมีการซักประวัติเพื่อประเมินสภาพร่างกายของผู้มารับการนวดทุกครั้งห้ามให้บริการนวดแก่บุคคลที่มีอาการดังต่อไปนี้ คือ มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส มีอาการโรคติดเชื้อเฉียบพลัน มีการอักเสบจากการติดเชื้อ กระดูกแตก หัก ปริ ร้าว ข้อเคลื่อน เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
เบาหวานที่ยังควบคุมอาการให้เป็นปกติไม่ได้ มีโรคผิวหนังมีแผลเปิดเรื้อรัง โรคติดต่อระยะแพร่เชื้อ โรคมะเร็ง แผลหลังผ่าตัดยังไม่หายสนิท หลอดเลือดดำอักเสบ และกระดูกพรุนรุนแรง ห้ามให้บริการนวดเด็ดขาดเพราะอาจเกิดอันตรายได้
 
หากตรวจสอบพบว่าร้านนวดดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าร้านนวดได้รับอนุญาตถูกต้อง ก็จะตรวจสอบพนักงานนวด และหากพบว่ามีการจ้างพนักงานนวดที่ไม่ได้รับใบรับรองจากกรม สบส. ทางร้านก็จะมีโทษด้วย โดยโทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตร้าน”
ทีมข่าว MGR Live จึงติดต่อไปสัมภาษณ์คนที่เคยใช้บริการร้านนวด ที่รับการนวดมายาวนานถึง 20 กว่าปี ผู้เคยใช้บริการรายนี้เล่าว่า ตนนวดเดือนละครั้ง ทุกวันนี้ก็ยังนวดอยู่ นวดแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 3-4 ชั่วโมง ก่อนนวดไม่เคยมีการตรวจโรคหรือตรวจประวัติ เพราะส่วนใหญ่เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย
“เคยนวดสปากับนวดแผนไทยเป็นประจำที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ชอบไปนวดบ่อยๆ โดยเฉพาะนวดสปา แต่คนที่นวดแผนไทยกับนวดสปาบอกว่าอย่านวดบ่อย เดือนหนึ่งต่อครั้งก็โอเคแล้ว ก่อนนวดก็ถามว่ามีโรคความดัน กระดูหรืออะไรหรือไม่ ถ้ามีให้รีบบอกหรือถ้าเจ็บหรือไม่ไหวก็ไม่ต้องทนให้รับบอก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนวดอยู่กับทางโรงพยาบาลด้วยหรือเปล่า จึงใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นที่อื่นอันนี้ไม่แน่ใจว่ามีการตรวจประวัติก่อนนวดหรือไม่
ส่วนมาตรฐานของร้านนวดนั้น ถ้าเป็นร้านที่มีชื่อเสียง กับบรรยากาศร้านดีๆ หน่อย ก็เชื่อในเรื่องของการรับรอง เหมือนจะมี พวกรางวัลการันตรี เพราะจะมีหน่วยงานรัฐรองรับให้อยู่แล้ว บางครั้งก็ขึ้นอยู่ที่จรรยาบรรณของหมอนวด และขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการเองด้วย ถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่เข้าใช้บริการ”

กระตุ้นผิดจุด เสี่ยงนวดแล้วตาย!!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับอุทาหรณ์ที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง ยังมีเคสหญิงวัย 37 เสียชีวิตด้วยการที่รู้เท่าไม่ถึงการ ทั้งที่ตนเองเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ไปนวดจับเส้น กับหมอนวด แล้วเกิดอาการหน้ามึนขณะนวด มีอาการชัก แพทย์ระบุ เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ และแตก เลยเสียชีวิต
โดยทั่วไปมาตราฐานการของร้านนวดที่ออกโดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ระบุไว้ว่า การนวดไทยในสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชน และสถานบริการ สถานประกอบการ ต้องได้รับการอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย มีป้ายแสดงผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการให้เห็นอย่างชัดเจน
มีการแจ้งเวลาเปิด-ปิดให้ชัดเจน จัดทำทะเบียนประวัติผู้รับบริการ มีระบบการคัดกรองผู้รับบริการที่ดี ไม่มีการโฆษณาโอ้อวด แสดงอัตราค่าบริการที่เปิดเผยและเห็นชัดเจน มีป้ายแสดงขั้นตอนการรับบริการ ข้อห้าม ข้อควรระวัง และข้อปฏิบัติในการนวดไทย อีกทั้งห้ามมีสิ่งเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
ทั้งนี้การนวดไทยมีการแบ่งออกเป็น 2 ประเภอทคือ นวดเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้าม บรรเทาอาการปวดเมื่อย ผ่อนคลายความเครียด ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในสถานพยาบาลและสถานประกอบการ
และการนวดเพื่อการรักษา เป็นการที่ใช้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการนวดไทย ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยโดยผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรมหรือวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือผู้ช่วยแพทย์แผนไทยภายใต้การดูแลของผู้ประกอบการวิชาชีพ ซึ่งต้องอยู่ในการความควบคุม ของเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประกอบโรคหรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องดําเนินการในสถานพยาบาล เท่านั้น
ด้าน นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผอ.สถาบันการแพทย์แผนไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อไว้ว่า โอกาสเสียชีวิตจากการนวดเป็นไปได้น้อยมาก หมอนวดทุกคนจะรู้ดีว่าต้องไม่กระทำรุนแรงให้ผู้รับบริการได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ต้องมีการสอบถามอาการเบื้องต้นก่อนจะทำการนวด
"ผู้ตายเสียชีวิตจากลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด และมีการเชื่อมโยงว่าเกิดจากการได้รับการนวด ทำให้โอกาสเสียชีวิตนั้นเป็นไปได้น้อยมาก และมีความเป็นไปได้มีเพียง 0.01 % เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ การนวดก็จะนวดไปตามแนวของกล้ามเนื้อ และหมอนวดทุกคนจะรู้ดีกว่า ต้องไม่กระทำรุนแรง ผิดท่า หรือกดเค้นให้ผู้รับบริการได้รับบาดเจ็บ และจะต้องมีการสอบถามอาการเบื้องต้นของผู้ป่วย ว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ มีอาการบาดเจ็บในร่างกายหรือไม่อย่างไร
จะเชื่อมโยงว่าการเสียชีวิตของผู้ตายเกิดจากอาการนวดหรือไม่นั้น ยังไม่ชี้ชัดต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ลักษณะภายนอกของผู้ป่วยที่เสียชีวิต เป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง เป็นนักกีฬาฟุตบอล แต่กลับมีอาการได้รับบาดเจ็บฟกช้ำ ตกเลือด ดังนั้นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด โดนการชันสูตรศพเพื่อให้ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
ไม่เพียงเท่านี้ นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริจฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าทางกรมมี พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ในการดูแลร้านนวดทั้งหมด ซึ่งกำหนดไว้ว่าผู้ขออนุญาตต้องมาอบรมในการเป็นผู้จัดการสถานประกอบการถึงจะอนุญาตให้เปิดได้ และเรื่องของผู้ให้บริการที่อยู่ภายในร้าน หรือหมอนวดแผนไทยก็ต้องผ่านการรับรองหลักสูตรอบรมก่อนเช่นกัน
“คนที่จะไปนวดต้องมีความรู้ความเข้าใจก่อนว่า การจะไปรับบริการนวดต้องระมัดระวังตนเองเป็นพื้นฐานก่อน หากมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง การกดจุดบางจุด อาจจะไปกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น รวมทั้งหากมีแผล ก็ไม่สมควรที่จะนวด และหากมีอาการไม่สบายก็ต้องระมัดระวังตัว การจะรับบริการนวดต้องสังเกต พิจารณาจากร้านที่ผ่านการรับรองจะมีการรับรองอยู่
การนวดต้องมีการข้อห้าม ซึ่งจริงๆ แล้วหมอนวดแผนไทยที่ได้รับรองตามมาตรฐานนั้น ก่อนนวดต้องสอบถามผู้ที่มารับบริการก่อนว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ หากเป็นการนวดเพื่อสุขภาพก็อาจไม่ต้องถาม แต่หากเป็นการนวดเพื่อรักษาจะต้องถาม เพราะต้องวินิจฉัยอาการก่อน”
กำลังโหลดความคิดเห็น...