xs
xsm
sm
md
lg

“รู้จักผิดชอบชั่วดี ก็ช่วยสัตว์ได้” เก๋-ชลลดา “นางฟ้าของสัตว์จรจัด”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ถ้าเรามีสามัญสำนึกที่ดี เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น คิดถึงใจเขาใจเรา” เก๋-ชลลดา สะท้อนถึงคดีแมว 29 ตัว ที่กำลังเป็นคดีสะเทือนขวัญของสังคมในตอนนี้ กับ 7 ปี ที่กระบอกเสียงค่อยๆ ดังขึ้นในการทวงถามความยุติธรรมให้แก่สัตว์ เจอเรื่องราวทารุณกรรมทุกวันจนเกินจะรับไหว พร้อมเปิดมุมมองความรัก ยอมรับว่าแฟนเป็น “ปัจจัยที่ 7 ” ที่สำคัญในการดำเนินชีวิต
 


ทวงคืนความยุติธรรมให้แมว 29 ตัว!!

“ไม่รักไม่ว่า อย่าเกลียด อย่าทำร้ายเลย คนที่เขาเจริญทางจิตใจ ไม่มีความอิจฉาริษยา ไม่มีความโกรธ หรือมีเหตุผล อยู่ดีๆ เขาคงไม่เดินไปเตะหมาตัวหนึ่ง ไปล่าสัตว์ เอาปืนไปยิงสัตว์ป่า เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าเรามีสามัญสำนึกที่ดีค่ะ” นี่เป็นเสียงสะท้อน ของ เก๋-ชลลดา เมฆราตรี นางแบบสาวชื่อดังที่เข้ามาเป็นกระบอกเสียงเรียกร้อง ทวงคืนความยุติธรรม เมื่อเห็นว่าสัตว์หรือคนเหล่านั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม

 
 

จะเห็นว่าเธอผู้นี้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้กับสัตว์ตลอด ทั้งเรื่องเสือดำ และอื่นๆ อีกมากมาย ล่าสุดกรณีแมวถูกฆ่าที่ดีเจสาวตกเป็นผู้ต้องสงสัย มีผู้เสียหายแจ้งความว่าดีเจสาวรับลูกแมวไปอุปการะ แต่กลับทำร้ายแมวจนเสียชีวิต แล้วคว้านนำอวัยวะภายในไปจนหมด จนกลายเป็นศพสยอง


 
 
ทวงถามความยุติธรรมให้เสือดำ

กระทั่งเป็นที่โจษจันว่ามีพฤติกรรมตระเวนไปขอรับอุปการะแมวจรจัดไร้บ้านตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งแล้วแมวหายไป ก่อนที่องค์กรพิทักษ์สัตว์ต่างๆ แจ้งความเอาผิดในข้อหาทารุณกรรมสัตว์นั้น ทางทีมข่าวของเราจึงได้ไปสอบถามเธอถึงเรื่องราวว่ารู้สึกอย่างไรบ้างกับคดีสะเทือนขวัญของคนรักหมาแมวในครั้งนี้
“ถามว่ารู้สึกอย่างไร ต้องบอกเลยว่าทุกครั้งที่มีเรื่องไม่ดี มันสะเทือนใจมากๆ อยู่แล้ว มนุษย์ทำแบบนี้เลยหรอ มนุษย์ดีๆคนหนึ่งทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ แล้วยิ่งมนุษย์ดีๆ คนนั้น มีหน้าที่หน้าตาทางสังคม มีหน้าที่การงานที่ดี ทำแบบนี้ได้ด้วยหรอ มนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐเขาคิดทารุณกรรมปิดชีวิตอย่างนี้เพื่ออะไร เราก็มีความสงสัยนะคะ
อย่างคดีแมวล่าสุดต้องชื่นชม เก๋เขียนชื่นชมเจ้าของแมวตัวนี้ ผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ คือคุณตูนกับคุณแนนว่าคุณเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่น่ารักมากๆ จะมีน้อยคนมากที่ออกมาต่อสู้ ออกมาขึ้นโรงขึ้นศาล มาให้การให้ปากคำตามคดีได้มากขนาดนี้
คิดถึงใจมนุษย์ไม่ใช่แค่ผู้หญิงคนนี้นะ มันมีเยอะมากในโลกใบนี้ แล้วบางคนทำร้ายเด็ก พวกดาร์กเว็บไม่ใช่แค่เรื่องสัตว์ มีทั้งเรื่องพ่อแตะลูก ทำร้ายลูก ซ้อมเมีย มีทุกอย่าง”

 
เรียกร้องให้กับน้องแมว 29 ชีวิต

 

สำหรับผู้หญิงคนนี้ เธอเองก็ได้เข้าไปช่วยเหลือคดีแมว 29 ตัว ที่นับว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญของคนรักสัตว์อย่างมาก
หลังจากที่มีคนร้องเรียนต่อมูลนิธิของเขา แจ้งเบาะแส จึงให้การช่วยเหลือดูแล พาไปร้องเรียนกับตำรวจเพื่อสอบสวนคดีต่อไป มูลนิธิเองให้การดูแลแมวตัวที่ 27 เพราะเนื่องจากมีข้อมูลและทางเจ้าของออกมาเรียกร้อง ส่วนแมวทั้ง 26 ตัวที่เหลือยังไม่มีข้อมูลจึงยังไม่สามารถเอาผิดได้
“ก็จริงๆ ต้องบอกว่าขออนุญาตเรียกว่าแมวตัวที่ 27 เพราะว่าเราดูแลเฉพาะตัวนี้เท่านั้น จริงๆ แล้วเขามีหน่วยงานที่ดีและเก่งมากๆ อยู่แล้ว คือ Watchdog Thailand (WDT) มีคุณหมอทนายความดูแลอยู่แล้ว ของเก๋เป็นส่วนในการกระตุ้นให้ภาครัฐหรือให้กำลังใจ พูดง่ายๆ คือเร่งรัดการดำเนินคดีและให้สังคมตื่นตัว ว่าไปถึงไหนแล้ว ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ตั้งแต่วันที่เก๋ไปโรงพักกับเจ้าทุกข์ ก็ได้ข้อมูลเอกสาร ก็มีคนส่งข้อมูลข้อความมาเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
ส่วนที่มีข่าวออกมาว่ามีทั้งหมด 27 ตัวนั้น เรายังตามหาเจ้าของแมว 26 ตัวนั้นไม่ได้ เพราะยังไม่มีการแสดงตัวตน เราก็ไปพูดถึงคดีความนี้ไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลเคสแมวตัวที่ 27,28,29 ที่เจ้าของออกมายืนยันว่าเคยให้แมวกับดีเจสาวคนนี้ไปเลี้ยง แล้วแมวหายไปไม่ได้รับการตอบรับ
แม้กระทั่งวันที่เราขึ้นโรงพักก็มีเจ้าทุกอีกหนึ่งท่านนะคะมาบอกว่าเป็นตัวที่ 28 และ 29 มาบอกว่าเอาแมวสองตัวนี้ให้บุคคลคนนี้อุปการะไปแล้วก็โทร.ไปติดตามอ้างว่าหาย และอีกตัวหนึ่งเขาบอกว่าไม่เป็นไรขออีกตัวหนึ่งคืนก็ยังดีก็เลยได้คืนมาแค่ตัวเดียว
ให้แมวไปสองตัวได้คืนมาหนึ่งตัว ตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวหนึ่งเป็นลายเหมือนลายปลาสลิดเป็นลายเล็กๆ เส้นๆ ตัวดำได้คืนแต่ตัวลายปลาสลิดไม่ได้คืน เขาก็อ้างเหมือนกับที่อ้างกับน้องตูนว่าแมวหายไปวิ่งหนีหายไป แต่บังเอิญน้องตูนเขามีซากแมวเป็นตัวหลักฐานว่า แมววิ่งหนีหายไปแล้วมันตายอย่างไร แล้ววิธีการตายมันผิดธรรมชาติก็ต้องพิสูจน์กันด้วยหลักฐานต่อไปค่ะ
ทั้งนี้อาจจะไม่ได้เป็นพยานเอกหรือพยานสำคัญ เป็นพยานร่วมที่นำไปถึงการก่อเหตุครั้งนี้ได้ ผู้ร้ายที่เราเรียกว่าผู้ร้าย ยังถือว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่ยังไม่ใช่เป็นผู้ต้องหา เพราะยังไม่มีการตัดสินออกมาจากศาลว่าเขาเป็นผู้กระทำผิด แต่เราแค่สงสัยและก็มีรูปคดีการออกมา เพราะฉะนั้น คนที่คิดว่าเขาทำผิดหรือว่าเจ้าของแมวเขาก็ต้องหาเอกสารหาหลักฐานเพื่อมาสนับสนุนความคิดเขาว่าสิ่งที่เขาคิด เขาสงสัย มันจริงหรือเปล่า ก็ต้องว่ากันด้วยหลักฐาน”
ส่วนในทางกฎหมายหากหลักฐานไม่มากพอ พูดกันเพียงปากต่อปาก ก็ไม่สามารถเอาผิดแก่ผู้ต้องสงสัยได้ อย่างที่บอกว่าหากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อมาบ่งชี้ว่าบุคคลนี้คือผู้กระทำจริงๆ ก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ หากเป็นเพียงลมปากไม่มีเอกสารหรือร่องรอยชัดเจน
“อะไรก็ตามในโลกนี้ต่อให้เรารู้ขนาดไหน ก็ต้องว่าด้วยหลักฐานและเอกสารทั้งหมด ต่อให้คุณบอกว่ามีคนแชร์ในโลกโซเชียลกันเต็มไปหมด แต่ไม่มีคนคัดลอกคลิปนั้นมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ กลายเป็นแค่คำพูด คำบอกเล่าเฉยๆ ถือว่าเป็นหลักฐานไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องเป็นหลักฐานที่จับต้องได้ อ่านได้ เขียนได้ เห็นภาพนั้นได้ ถึงจะมีประโยชน์"
 

สุดท้ายแล้วมนุษย์คือตัวขับเคลื่อนโลกใบนี้ ขับเคลื่อนลมหายใจทุกชีวิต สิ่งแวดล้อมจะดีหรือไม่ เราจะใส่ใจ จะมีความรับผิดชอบหรือไม่ สังคมจะดีขึ้นได้เพราะเราทำให้สังคมดูดีอย่างไร ประเทศชาติจะอยู่ดีอย่างไร ก็มนุษย์ทั้งนั้น ได้แต่หวังว่าคนรุ่นใหม่จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้สังคมให้ตื่นตระหนัก เก๋ ชลดาเขาก็ได้แต่หวังให้คนรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้สังคมให้ตื่นตระหนัก หรือไปยืนเป็นเพื่อนพยาน หรือเป็นโจทก์แทนเขาในวันที่เขาไม่มีแรง

เคสหนัก-ช่วยเหลือสัตว์-รับไม่ได้!!

ตอนที่ผู้หญิงคนนี้เห็นภาพลิงที่มีคนส่งมาให้ดู เขาบอกว่ารู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก มันคือน้ำมือมนุษย์ที่ใช้สัตว์หากิน โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของเขาว่าจะเป็นอย่างไร จะอยู่ต่ออย่างไร ในเมื่อเจ้าของเองหวังเพียงแค่ผลประโยชน์ไม่ได้เกิดความรักต่อสัตว์ที่ตนเลี้ยงมาเลยสักนิด



 
หญิงแกร่งเสียสละเวลาส่วนตัวช่วยเหลือชีวิตสัตว์

“หลายเคสมากที่เรารู้สึกว่าทำไมคนใจร้ายขนาดนี้ อย่างล่าสุดเก๋มีฝรั่งต่างชาติให้เพื่อนคนไทยเขียนมาหาเรา ที่ไปถ่ายรูปลิงที่สมุย อันนี้เก๋ไม่รู้ว่าเป็นโลเกชันไหนจริงๆ เพราะเขาไม่ได้บอก เห็นอยู่แล้วว่าลิงมันไม่ไหว อุ้มถ่ายรูป ถ่ายรูป คือเราไม่ได้เรียกร้องให้เขาหรือไม่ได้ทักอะไรเลยคุณก็ไม่ต่างจากผู้ร้ายคนหนึ่งนะคะ
เจ้าของลิงตัวนั้นให้ลิงถ่ายรูปมาตั้งแต่เช้ายันเย็น ลิงเหนื่อยตัวให้กินเครื่องดื่มชูกำลัง ตกมาสายๆหน่อย อากาศร้อน ลิงเป็นฮิทสโตรก(หรือโรคลมแดด ปัญหาสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในอากาศที่ร้อนจัด)น้ำลายฟูมปาก ช็อกตายไป ฝรั่งคนนั้นเขามาเสียใจทีหลังว่าน่าจะบอกคนตั้งแต่เมื่อคืนว่าลิงตัวนี้มันดูโทรมมากเลย และก็เห็นต่อหน้าเลยว่าเขาให้กินเครื่องดื่มชูกำลัง
อย่างนี้บางทีมันเป็นบาปบริสุทธิ์ที่เราไม่ได้ตั้งใจ คือถ้าพบเห็นแล้วอย่านิ่งเฉยดูดาย เขาคงพูดขอความช่วยเหลือไม่ได้จริงๆ ว่าเขาเหนื่อย หรือสัตว์แสดงโชว์บางอย่างเอาหมาไปว่ายน้ำ เอาช้างไปว่ายน้ำ มันฝืนธรรมชาติ แล้วบางสายพันธุ์จมูกสั้นเกินไปไม่ควรจะว่ายน้ำนาน หรือบางคนเอาแมวมาว่ายน้ำ แมวมันไม่ใช่สัตว์ชอบน้ำเลย เราต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ มันต้องศึกษาให้ดีก่อนนะคะ บางที ความเพลิดเพลินของมนุษย์เอาความสนุกไปแจ้งสัตว์ บางทีมันถึงแก่ชีวิตโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจก็เยอะมาก”
การที่เข้าไปช่วยเหลือสัตว์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องลงพื้นที่ ต้องคลุกคลีกับสัตว์เหล่านั้น เพื่อให้เขามีกำลังใจที่ดีขึ้นในการมีชีวิตต่อไป นางแบบสาวสวยยังได้บอกกับเราว่าเรื่องที่ไปเจอเคสหนักๆ ทุกเคสหนักเหมือนกันทั้งหมดอยู่ที่ว่าเราจะนำมาเล่า หรือมาเสนอให้ได้รับรู้หรือไม่
จะบอกว่ามูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ ทุกเคสที่เราลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ ทุกเคสมีประวัติมีเรื่องราวหมด เพียงแต่ว่าเราจะเอามาชูโรง เอามาเล่า หรือมาบอกต่อหรือเปล่ามันสุดแล้วแต่ว่าเราจะตัดสินใจตรงนั้นว่าการตายของเขาจะเป็นกระบอกเสียงช่วยชีวิตที่มีอยู่ให้อยู่ต่อไปได้อย่างไร”


มีอยู่หลายเคสที่ผู้หญิงแกร่งคนนี้ได้เล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวการออกตระเวนช่วยเหลือสัตว์ใสถานที่ต่างๆ มีทั้งเคสรุนแรงและไม่รุนแรงปะปนกันไป ด้วยแววตาและน้ำเสียงเศร้าปนสงสารสัตว์เหล่านั้นที่เขาได้ออกไปพบเจอ
ส่วนวิธีการรับมือ และการช่วยเหลือ จะมีการดูอาการ หรือปล่อยเป็นแต่ละเคสไป เพราะแต่ละเคสปัญหาที่พบจะไม่เหมือนกัน ก็ต้องพาเขากลับมา พาสัตว์เหล่านั้นต่อสู้กลับมาให้ได้
“เบื้องต้นเราต้องช่วยชีวิตก่อน อย่างเคสปัจุจบันล่าสุด เรื่องคดีความฆ่าแมว เราก็ต้องหาคนทำผิดก่อน มีคนแจ้งความไหม มีคนเห็นเหตุการณ์ไหม รวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ให้เป็นประโยชน์แก่รูปคดี อันนี้สำคัญพอเสร็จคดีความช่วยเหลือชีวิตถึงช่วยได้โชคดีไป ถ้าช่วยไม่ได้เราเสร็จสิ้นธุระภารกิจของเราตรงนั้นเสร็จ จะทำบุญตามศาสนาตามความเชื่อของทีมงาน อันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง
เก๋อยากให้ เกิดคดีความเสร็จ เห็นแล้วสะท้อนใจ ทิ้งบทเรียน ให้อะไร มันเป็นกระบอกสียงให้ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ แบบนี้อีกในอนาคตข้างหน้า อันนี้มันสำคัญมากๆ ซึ่งเก๋ก็อยากให้เดอะวอยซ์ของเก๋เป็นกระบอกเสียงในส่วนนั้นแล้วเก๋ก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็สามารถเป็นเดอะวอยซ์กันได้หมดทุกคน"
เรื่องราวดรามาเรื่องสัตว์เราก็ให้ผ่านโซเชียลฯกันอยู่ทุกวัน ทั้งหมาถูกรถชน หรือแม้กระทั่งไปกัดเด็กจนเสียชีวิต เจ้าของทุบตีจนเสียชีวิตคามือ ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ สัตว์เองก็รู้สึกได้ไม่ต่างจากมนุษย์ถึงแม้เขาจะพูดไม่ได้ก็ตาม
“หลายๆ เคส ที่จะบอกว่ามาจากประสบการณ์ตรง บางเคสช่วยไว้แล้วแบบสงสารมากเลย สัตว์เลี้ยงบางตัวก็ซื่อสัตย์มากๆ ต้องรอเจ้าของมา แต่กว่าจะตามหาเจ้าของเจอ แอดมิตมา 3 วัน ใช่ไหมคะ ก็รอจนเจ้าของ มาแป๊ปเดียวเองมารอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง น้องหลับไปเลย แล้วทรมานมาตั้งสามวันกระอักเลือด รถชนปอดฉีก คือรอเจ้าของมาสั่งลา
แต่เก๋ไม่ใด้บอกว่าเขาพูดได้หรือสื่อสารได้เหมือนคนขนาดนั้น เพียงแต่ว่าเขาก็เจ็บเขาก็ป่วย เขาก็เหงา เขาก็หนาว เขาก็คิดถึง เขาก็ตรอมใจเป็น เพราะฉะนั้น ป้ายชื่อแท็กปลอกคอเหล่านี้จำเป็นมากๆ เลยจริงๆ ที่เก๋รณรงค์ช่วย”
ย้อนกลับไปถึงเรื่อง มูลนิธิ The Voice (เสียงจากเรา) จุดเริ่มต้นที่สำคัญมาจากน้ำท่วมใหญ่ที่กรุงเทพมหานครเมื่อปี 54 เริ่มต้นเป็นเพียงแค่โครงการเล็กๆ จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมเหมือนจิตอาสาทั่วไป จากที่ช่วยเหลือคนอพยพหนีน้ำท่วม ทำให้มีสัตว์ที่พลัดพรากจากเจ้าของเป็นจำนวนมาก จึงก่อเกิดเป็นมูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ
“เก๋ก็ลงพื้นที่มาช่วยน้ำท่วมเหมือนคนอื่นนะคะจากเป็นโครงการเฉยๆเมื่อปี 54 นอกจากช่วยเหลือคนอพยพจากน้ำท่วมแล้วก็เลยกลายเป็นช่วยเหลือสัตว์ ตอนแรกเราเริ่มจากสัตว์พเนจรที่เขาไม่มีพื้นที่ต้องย้ายเขามาจากที่เปียกมาที่แห้ง ช่วยไปช่วยมากลายเป็นว่ามีสัตว์เลี้ยงตกหล่น พลัดพรากจากเจ้าของ และมีสัตว์เลี้ยงถูกทอดทิ้งด้วย ก็เลยเริ่มจากตรงนั้นค่ะ แล้วก็ขยายผลออกมาจนกลายเป็นมูลนิธิ the voice เสียงจากเรา ปีพุทธศักราช 2556
ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นไรหรอกทำไปก่อน ทำไปทำมาเสร็จเหมือนจับพลัดจับผูมีคนมาขอความช่วยเหลือเยอะมาก แล้วเก๋ก็รู้สึกว่าถ้าเราทำอะไรก็ตาม เราควรจะโปร่งใสชัดเจน เก๋ไม่อยากเอาเป็นเครดิตของตัวเองนะคะ กลายเป็นตกกระไดพลอยโจนว่าทำแล้วทำให้ดีที่สุด ทำให้มันคุ้มค่า ทำให้คนเชื่อถือ ทำให้คนเขาไว้ใจก็เลยเป็นมูลนิธิมา
จากตอนแรกคิดว่าจะดูสัตว์ที่พลัดพรากตามหาเจ้าของ หรือสัตว์หาย ก็มีคนมาแจ้งเรื่องสัตว์โดนทำร้าย โดนอุบัติเหตุ เริ่มมีการระดมทุนมาเกี่ยวข้องอะไรแบบนี้ จากนั้นก็รู้สึกว่า เฮ้ย!เราก็ต้องหาพันธมิตร หรือว่าคนร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับเราแล้ว”
บังเอิญไปเจอกลุ่มทีมงานที่ปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่กับเรา อยู่ด้วยกันมา 7 ปีเต็มจะขึ้นปีที่ 8 แล้ว เขาก็ยังอยู่กับเรา ก็รู้สึกว่า ก็ยังมีคนที่มีพลังแรง พลังใจ แต่ขาดกระบอกเสียง เก๋ถือว่าเก๋เป็นคนโชคดีที่เป็นคนของสื่อมวลชน ทำอะไรก็จะมีน้องๆ พี่ๆ ช่วยกันสนับสนุนนะคะ
 

เพราะฉะนั้น กระบอกเสียงของเก๋ ที่พี่เก๋ใช้ศัพท์คำนี้เพราะว่าเวลาเราพูดอะไร เราอาจจะดังกว่าคนอื่นเพราะว่าเรามีเพื่อนช่วยพูดต่อๆ กันไป ก็เลยคิดว่าในขณะที่ยังมีศักยภาพอยู่ในงานวงการบันเทิง หรือว่าในวงการของสื่อสารมวลชนนะคะ จะใช้ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ในด้านบวก ในส่วนที่เราจะทำเรื่องดีๆ เพื่อเรียกร้องให้แก่ชีวิตที่เขาพูดไม่ได้คือสัตว์ต่างๆ
นอกจากแรงขับเคลื่อนของมูลนิธิแล้ว คนในวงการบันเทิงก็ถือเป็นแรงผลักดันที่สำคัญและยิ่งใหญ่ในการช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับสัตว์เหล่านั้น หรือแม้กระทั่งเจ้าของสัตว์ หรือคนที่โดนสัตว์ทำร้ายเองก็ตามเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม
“เพื่อนๆ ในวงการทุกคนก็สนับสนุนมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มลงพื้นที่ด้วยกัน ก็มีคนโน่นคนนี้พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เก๋กล้าพูดเลยนะคะว่า จะทั้งดาราเด็ก ดารุ่นใหม่หรือว่าเก่าใหม่ทุกคนมาช่วยเรากันหมด เก๋กล้าพูดเลยว่า วงการบันเทิงเราเกือบทุกคนค่ะ ที่มาร่วมเป็นจิตอาสา ร่วมแบ่งปัน ร่วมทำกิจกรรม ช่วยแชร์ข้อความ ช่วยโพสต์ขายของ ช่วยขอระดมเลือด หรือระดมทุนต่างๆ เก๋ว่าทุกคนช่วยเดอะวอยซ์ ก็อยากจะขอบคุณทุกๆ คนนะคะ
“แต่จริงๆ แล้วพลังของวงการบันเทิง เราก็มีส่วนน้อยของประเทศไทยนะคะ ที่วันนี้เราแข็งแรงได้ เก๋เชื่อว่าเป็นพลังของประชาชนจริงๆ น้อยแต่เยอะนะคะ คือน้อยแต่มามากแบบสม่ำเสมอ ให้กำลังมากๆ หนึ่งคนบริจาคให้เรา หนึ่งพันบาทกับอีกหนึ่งร้อยคนให้เราคนละหนึ่งร้อยบาท มูลค่ามันก็ต่างกันแล้วนะคะ เพราะฉะนั้น เก๋เชื่อว่าทุกอย่างมาจากพลังของทุกคน”

“พรบ.คุ้มครองสัตว์” ยังอ่อนไป เพราะคำว่า “ดุลยพินิจ”

เราอยู่ในยุคของการที่ประเทศไทยต้องประหยัดงบประมาณของประเทศชาติ ปกติการออกฎหมายใดๆ แล้วก็ตาม ต้องมีการรณรงค์ การประชาสัมพันธ์ ซึ่งแน่นอนช่วงนี้ปัญหาเศรษฐกิจของเราต้องรัดเข็มขัด งบประมาณในการทำประชาสัมพันธ์เรื่อง พรบ.คุ้มครองสัตว์ไม่มีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นภาคประชาชนต้องช่วยเป็นกระบอกเสียงผลักดันให้ภารกิจอันสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ประกาศใช้แล้วก็จริง แต่ว่ามีหลายข้อที่บกพร่อง ยังไม่สมบูรณ์แบบ คือทุกกฎหมายไม่มีอันไหนออกมาร้อยเปอร์เซ็นต์เลยจริงๆ ตอนแรกเก๋ก็คิดว่า ทำไมมันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ดีเลย ปรากฏว่าเก๋ไปคุยกับนักวิชาการทุกคน กฤษฎีกา หรือแม้กระทั่งนักกฎหมาย กฎหมายอะไรก็ตามที่ว่าดีมากแล้ว ประสบความสำเร็จ สมบูรณ์มาก แล้วก็ต้องมาทดลองใช้ก่อนว่าใช้ได้จริงหรือปล่า หรือว่าใช้แล้วอ่อนตรงไหน ต้องมีการตีความหรือมันต้องมีชั้นดุลยพินิจ หรือต้องมีความที่ว่าเที่ยงธรรมขนาดไหน
 

พ.ร.บ.สัตว์คือเห็นได้ชัดมากเลย หัวข้อว่าการใช้คำดุลยพินิจ ดูคำพินิจของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง คำว่า “ดูดุลยพินิจ” คือ ความตระหนักรู้หรือความคิดหรือการตัดสินใจของคนคนนั้น เรายังมองสีเขียวด้วยกัน บางทีอันนี้ไม่ได้มองเป็นสีเขียว อันนี้มองเป็นสีน้ำทะเล แค่สียังเพี้ยนเลย เพราะฉะนั้น คำว่า “ดูดุลยพินิจ” ไม่มีทางที่จะมีความเที่ยงธรรมอยู่แล้ว”
กฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ไม่ได้มีขึ้นมาให้คนรักสัตว์ เพราะคนรักสัตว์ก็จะมีความรักความเมตตาความกรรุณาอยู่แล้ว แต่พรบ.คุ้มครองสัตว์ทำขึ้นมาเพื่อให้คนที่ไม่รักสัตว์อยู่ในสังคมอย่างเข้าใจ และคนที่รักสัตว์ก็ควรจะรักสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนความเดือดร้อนต่อเพื่อนบ้าน และคนในชุมชนนั้นๆ ด้วย ทุกกฎหมายมีไว้ให้คนอยู่ในสังคมไทยอย่างมีระเบียบแล้วก็สงบสุข
มีไว้ป้องกันให้สัตว์ไม่ถูกทำร้ายโดยที่ไม่จำเป็น มีความยุติธรรมกับชีวิตที่เขาเป็นชีวิตเจ็บปวด แต่เขาไม่มีใครมาร้องเรียนให้เขาได้ หรือว่าเรียกร้องให้เขาได้ ให้มีความยุติธรรม ไม่ใช่แค่ความรักสัตว์หรือความเมตตาที่เรามีให้เขานะคะ มันเป็นภาพรวมภาพใหญ่ของประเทศไทยด้วยซ้ำว่า ประเทศไทยของเราเป็น เมืองที่กำลังจะเจริญ เราเป็นประเทศกำลังพัฒนา กำลังก้าวเข้าไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว
 
 
ลงพื้นที่ติดตามดูแลสัตว์

หรือกฎหมายบ้านเราเองยังไม่ให้ความสำคัญต่อชีวิตสัตว์มากพอ ทำให้กฎหมายเหล่านี้เกิดควาหย่อนยานลงไปทุกวัน ทำให้เก๋ ชลลดาเองและทีงานของเขาต้องช่วยกันขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาในเรื่อง พรบ.คุ้มครองสัตว์ เขาหวังเพียงสักวันสัตว์เหล่านั้นจะได้รับความยุติธรรมสักที
“เพราะฉะนั้นกฎหมายพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ออกมาให้คนเหล่านี้ทำเรื่องไม่ดีเหล่านี้ลดน้อยลง แล้วคนที่ทำเรื่องไม่ดีให้เขามีความเกรงกลัวต่อกฎหมายให้มันเข้มแข็ง ให้มันเข้มข้น นี่ขนาดคิดว่ามันเข้มแข็งเข้มข้นนะคะ ปรับสูงสุด 4 หมื่นบาทจำคุก 2 ปี ยังไม่เคยได้ใช้บทลงโทษสูงสุดเลยตั้งแต่มีพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ตั้งแต่ 2537 เพราะในทุกคดีก็จะมีดุลพินิจยอมความไป ทำผิดครั้งแรกไม่นับ ไม่ได้ตั้งใจ รอลงอาญา ไม่มีการลงโทษจริงจังสักทีเพราะว่าเจ้าหน้าทีบ้านเมืองของเราไม่กล้าใช้กฎหมายอย่างชัดเจน
กฎหมายมันก็ทำออกมาให้เราได้มีอาวุธที่เกือบจะคมแล้วก็ไม่คมที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้เก๋ว่าถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมจุดบกพร่องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เป็นคนดีๆ เขาสามารถใช้กฎหมายออกมาได้ชัดเจน โปร่งใสและเท่าเทียมกันได้แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ละเลยต่อหน้าที่เขาไม่มีทางเลือกก็ต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะบ้านเราอะไรก็ตาม เมืองไทยเมีกฎหมายอะไรก็ตามต้องเป็นเอกสาร ใบกระดาษโดยตัวลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่า ทำผิดโดนจับไม่ใช่นะ ให้มันเป็นบทบัญญัติโทษชัดเจนไปเลยมันจะได้ง่ายกับผู้ใช้ ผู้ใช้งานจริง คนที่ไม่ได้ใช้งานจะไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือคนที่ไม่ดีเขาจะได้เกรงกลัวว่าอย่าทำเลยดีกว่านะ
บางคนถึงขั้นพูดเลยว่านี่ขนาดมีกฎหมายที่ทุกคนว่ามันแพงมากแล้วเนี่ยปรับ 4 หมื่นบาทจำคุก 1 ปี ยัง (เสียงสูง)มีคนทำร้ายสัตว์ทุกวัน ทำร้ายไม่พอนะคะ คือถ้าปลิดชีวิตเลยทันทีนะคะเปรี้ยงเดียว หรือว่าแทงทีเดียวตัดขั้วหัวใจจบ นี่ทั้งลวกทั้งต้ม ทั้งผ่า ทั้งให้กินยาพิษ ทั้งสารพัด การทารุณกรรมหรือทรมานทั้งแขวนคอ ยังมีภาพให้เราเห็นในข่าว”
 

นางแบบสาวสวยของเรายังหวังอีกว่าประเทศไทยจะมีปริมาณสัตว์จรจัดลดน้อยลง หวังให้รุ่นต่อๆ ไป จะเป็นรุ่นน้องหรือเป็ฯรุ่นหลานเขาในอนาคต ที่ได้แต่มองวิสัยทัศน์ในอีก 10 ข้างหน้าจะทำให้คนตระหนักรู้ มีความรู้จักรับผิดชอบชั่วดี ไม่เบียดเบียน โดยที่ไม่จำเป็น
“สัตว์จรจัดลดลง คนทำร้ายสัตว์น้อยลง คนเคารพสัตว์มากขึ้น 10 ปี เก๋คงไม่ทันแล้ว เพราะเก๋ผ่านมา 10 ปีแล้ว เก๋คงได้แต่หวังนะคะว่าอีก 10 ปีถัดไปข้างหน้าก็คือประมาณเบ็ดเสร็จ 20 ปี คืออีก 13 ปีข้างหน้า เพราะเก๋ทำนานมาแล้ว เก๋ก็เลยคาดหวังว่าวันข้างหน้าก็คือ 20 ปีพอดี เก๋อยากให้ประเทศไทยเราทุกคนตระหนักรู้ความรับผิดชอบไม่ทำร้ายสัตว์ไม่เบียดเบียน โดยที่ไม่จำเป็น
เก๋ไม่ได้บอกว่าให้คนรักสัตว์ทุกคนต้องกินมังสวิรัติ ไม่ใช่ขนาดนั้นนะคะ อันนี้เป็นความเชื่อหรือการทำบุญส่วนตัวส่วนบุคคลเท่านั้นเอง หรือว่าแบบรักแต่หมาไม่รักช้างม้า วัวควาย ไม่ใช่นะคะ กฎหมายเราดูแลทุกชีวิตสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์ที่ถูกเบียดเบียน ถูกทารุณกรรม หรือถูกรังแก ใครเห็นว่าทำไมบ้านนี้ใช้งานควายหนักขนาดนี้ เดี๋ยวนี้มีแทรกเตอร์แล้วไม่ต้องลากแล้ว ก็ต้องแจ้งความกับปศุสัตว์ เพราะการใช้งานสัตว์ต่างๆ ขึ้นอยู่กับกรมปศุสัตว์โดยเฉพาะ”
หากใครยังไม่รู้ จริงๆ แล้วกฏหมายพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์เป็นกฎหมายอาญา ไม่ใช่กฎหมายแพ่ง ไม่มีการเจรจายอมความได้ เพราะเป็นการทำร้ายสัตว์ อะไรก็ตามต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเวลาขึ้นโรงพักอะไรก็ตามต้องใช้ศัพท์ว่าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ถ้าคนเขียนว่าแจ้งความพูดโดยแจ้งความเฉยๆ เจ้าหน้าที่อาจจะแจ้งความให้ลงบันทึกประจำวันไว้แค่นั้น
“แจ้งความดำเนินคดีแล้วก็ต้องหมั่นติดตามอย่างที่เก๋บอกว่า หนึ่งชีวิตต่อให้เป็นพ่อแม่พี่น้องถูกฆ่ามันคงไปร้องเรียนให้พ่อแม่เสือตัวนั้นว่าฆ่าแม่ฉันไปแล้ว ช่วยเหลือเสือตัวนี้ได้ไหม มันคงไม่ใช่ ช้างตัวนี้โดนทารุณกรรมไปแล้วให้เพื่อนช้างมาบอกก็ไม่ได้ มนุษย์อย่างเราก็ต้องติดตามดำเนินคดีความทวงถามด้วย”

ผู้ชายคนนี้=ปัจจัยที่ 7 ของชีวิต

คนที่จะมาเป็นแฟนหญิงแกร่งหัวหน้ามูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ได้ ต้องเป็นคนที่เข้าใจชีวิต และรักสัตว์เช่นเดียวกับเธอ แน่นอนว่าแฟนหนุ่มของเธอก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ได้เข้ามาช่วยเหลือในทุกๆ ด้านของชีวิตเธอ แม้กระทั่งเรื่องมูลนิธิก็ได้เข้ามาช่วยเหลือ สำหรับการคบหาดูใจกับ ไฮโซหนุ่มนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง คุณพร้อม-สิริรัตน์ ที่คบหากันมานานถึง 8 ปีหลายๆ คนก็รอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีสักที



“ถ้าถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี พี่ก็จะพูดประโยคเดิมให้มันดูสวยงามว่าทุกๆ วันที่เก๋มีพร้อมเป็นแฟน เก๋เชื่อว่าเก๋โชคดีและเป็นข่าวดีมากๆ รองจากที่เก๋มีคุณพ่อคุณแม่แล้ว เพราะรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มการสร้างอนาคตของเก๋ข้างหน้าหรือที่แน่ๆ เขาจะมีส่วนจะเป็นเพื่อนแท้ยามแก่เฒ่าของเก๋รองจากเพื่อสนิท
เพื่อนสนิทเก๋ทุกวันนี้แต่งงานกันหมดแล้ว เหลือเก๋ก็จะต้องตามไปเร็วๆ นี้เนี่ยแหละ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้วเนอะ นั้นแหละมันก็จะต้องมีคนที่จะแก่เฒ่าไปกับเก๋ด้วย แต่อาจจะเป็นด้วยความที่เก๋อาจจะไม่มีความรักที่หวือหวาเหมือนหลายๆ คน ที่แบบอยากจะมีชีวิตครอบครัวที่มีลูก มีโซ่ทองคล้องใจ บังเอิญพี่ไม่ได้มองเป้าหมายในชีวิตของก๋เป็นจุดกึ่งกลางของครอบครัวด้วยซ้ำ ก็เลยไม่มีการที่จะต้องเร่งรัด
เพราะรู้สึกว่าเรามีชีวิตแบบนี้แล้วพี่เก๋ค่อนข้างชอบอิสระ ต่างจากชีวิตครอบครัวหลายๆ คน ที่ทำหน้าที่ภรรยาด้วย ทำงานนอกบ้านด้วย เขาก็ต้องแบ่งเวลาการเป็นภรรยาและก็แม่บ้านที่ดีด้วย ณ วันนั้นก่อนหน้านี้เก๋อาจจะยังไม่พร้อม เขาถึงบอกคนที่ใช่มันต้องมาในเวลาที่ใช่ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อ เวลาเราพร้อมแล้ว เขายังอยู่กับเรา เก๋เชื่อว่าทางพิธีการมันอาจจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ แต่ตอบได้ว่าเมื่อไหร่ บังเอิญว่ามันไม่ใช่หน้าที่เก๋ที่จะต้องไปแบบนั้น ถ้าเก๋ขอเขาได้พี่เก๋ก็จะขอเขาแล้วนะ ก็ต้องรอให้คุณพร้อมอยากจะคิดว่ามันลงตัว มันเหมาะสมแก่กาลเวลาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเลยค่ะ”
 
 
แฟนหนุ่มนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย

หนึ่งในปัจจัยการดำรงชีวิตของเรา ความรักเป็นปัจจัยหลักทำให้เรามีพลังขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นความรักจากคนในครอบครัวหรือความรักจากเพื่อฝูง ความรักเป็นยาใจสำคัญ แฟนสำหรับผู้หญิงแกร่งคนนี้ถือเป็นปัจจัยที่เจ็ดที่เข้ามาในชีวิต เติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ให้จากที่มีอยู่แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์เพิ่มเติมให้ชีวิตมีความสุจกลายเป็น 110 เปอร์เซ็นของชีวิต
“คุณพร้อมเป็นปัจจัยที่เจ็ดที่แปดที่เข้ามาในชีวิต ที่จะเข้ามาทำให้ชีวิตพี่สมบูรณ์แบบ แล้วก็มีกำไรมากยิ่งขึ้น เป็นของแถมให้กับชีวิต บางคนอาจจะมองว่าชีวิตเราขาดการเติมเต็ม แล้วแต่มุมมองความรักนะคะ แต่มุมมองความรักของพี่เก๋ พี่เก๋มีร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว แต่คุณพร้อมจะมาเป็นแค่สิบเปอร์เซ็นที่ทำให้ชีวิตพี่จากหนึ่งร้อยจะมีร้อยสิบเปอร์เซ็นต์ให้ชุ่มชื่นหัวใจมากยิ่งขึ้น
เพราะฉะนั้น คุณพร้อมก็ถือว่าเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ นะคะและบางครั้งก็เป็นเสียงเตือนแบบไม่น่าเชื่อ คิดดูดิบางทีไปนั่งสมาธิด้วยกันเขาเป็นคาทอลิกนะ เป็นคนไทยก็จริงแต่ไปโตเมืองนอกตั้งแต่อายุ 14 ฟังพระท่านพูดออกบ้างไม่ออกบ้างเอาคำพระเทศน์มาสอนเก๋บ้าง เก๋ก็งงว่าฟังทันได้ยังไง เขาก็บอกว่า เบ๋บี๋ไหว้ท่านแล้วเบ๋บี้ได้ยินอย่างเดียวสมองนะเข้าใจหรือเปล่า ท่านบอกแล้วไงว่ามันช่วยไม่ได้ก็คือช่วยไม่ได้ ทำดีที่สุดแล้วไง บางทีก็เป็นเสียงคอยเตือน ถือเป็นอีกสติหนึ่งนะคะที่เป็นตัวเตือนกระตุ้นใจ”
เขายังบอกอีกการใช้ชีวิตของเขาค่อนข้างจะแตกต่างจากคนอื่น เพราะความรักของเขาใช้เหตุผลมาด้วยเสมอ ไม่ได้ใช้หัวใจเพียงอย่างเดียว เพราะเขาคิดว่าชีวิตเขามีร้อยเปอร์เซ็นต์สมบูรณ์แล้วจากการมีพ่อแม่เพื่อนสนิทที่รักเขามากๆ ทั้งนี้แฟนหนุ่มของนางแบบสาวสวยของเราก็ได้เข้ามาช่วยในเรื่องมูลนิธิหลายๆ เรื่อง ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญเลยก็ว่าได้
“พร้อมเขาก็มีส่วนร่วมในการใช้ชีวิตของเก๋เช่นเดียวกันทั้งเก๋และเขา เขาก็จะมีส่วนร่วมกัน คอยออกความคิดเห็น อย่างคดีแมว เขาก็ตามดูตลอดเผอิญติดช่วงงานถ้าเขาไม่ติดเก๋ก็เชื่อว่าเขาก็จะไปโรงพักเป็นเพื่อนพี่เก๋แน่นอน เขาก็จะแบ่งเวลามาให้เราตรงนี้ค่ะ เป็นคนที่ค่อยข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวสำหรับผู้ชายที่งานยุ่งหนึ่งคนนะคะ ที่สามารถทำได้ดีในความรู้สึกเก๋นะคะ เก๋ก็ไม่ไม่มีอะไรจะเรียกร้อง”
เห็นมีเวลาให้แต่สัตว์ และงานจิตอาสา นางแบบสาวสวยของเราก็แบ่งเวลาให้กับแฟนและคนในครอบครัวได้อย่างนั้นเช่นกัน เพราะเขาบอกว่าให้ความสำคัญคนอื่นได้แค่ไหน ต้องให้ความสำคัญกับคนสนิทคนใกล้ชิดได้เท่าเดียวกัน


“เก๋แบ่งเวลาให้งานได้ยังไง ก็จะแบ่งเวลาให้เรื่องส่วนตัวได้ยังนั้น ให้ความสำคัญกับคนอื่นได้แค่ไหน ต้องให้ความสำคัญกับคนสนิทคนใกล้ชิดได้เท่าเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราดีกับคนข้างนอก คนไม่คุ้นหน้ามาเกรงใจเขา ลืมเกรงใจคนที่บ้าน ลืมเกรงใจแฟนเรามันก็ไม่ใช่ เก๋ให้เวลากับสัตว์ได้เวลาเขาไม่สบายเจ็บป่วยถ้าคุณพร้อมเขาไม่สบายก็ต้องมาอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเขา ไปหาหมอเป็นเพื่อนเขาเช่นเดียวกัน อันนี้ไม่ยากเลยค่ะ มันเป็นหลัก เหมือนถ้อยทีถ้อยอาศัย
เขาก็บอกเหมือนกันเลยค่ะ หมาแมวน้อยใจได้ยังไงเขาก็เป็นอย่างนั้น (ยิ้มหัวเราะ) ไม่พอใจหรืองอนเขาเราพูดกันตรงๆ เราก็ใช้เหตุผลต่อกันได้ เก๋ว่ามันหลักง่ายๆ เลย ความเมตตาคลอบคลุมมากๆ เลยนะคะ ไม่ใช่แค่สัตว์เท่านั้นเราก็จะไปเมตตากับเพื่อนมนุษย์กลายเป็นความอารี กลายเป็นความอาทร และก็จะเป็นความเอื้ออาทรต่อกันด้วย
นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวชื่นชมแฟนว่า เป็นคนที่คอยเตือนคอยให้สติอยู่ตลอดเวลา คอยบอกคอยสอน กับการเป็นหัวหน้าที่จะดูแลลูกน้องได้ ดูแลเรื่องมูลนิธิได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
“ต้องบอกว่ามีคนเขาสอนเก๋ไว้ดีมากๆ การเป็นหัวหน้าคนมันไม่ใช่ไม่ง่าย มีบารมีให้คนนับถือ ฉะนั้นการเป็นหัวหน้าคน ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย แฟนเก๋เขาบอกว่า พร้อมเขาบอกว่า you can have a bad day ต่อให้เก๋จะเจ็บปวดขนาดไหนก็ตาม เก๋ต้องเก็บเอาไว้ข้างใน ไม่สามารถแสดงออกมา จะมาทำงานไม่ไหว ทรมาน วันนี้ร้องไห้จนทำงานไม่ได้ ไม่มีสติ ลูกน้องที่เหลือเขาก็จะเสียขวัญเสียกำลังใจไปกับเราด้วย ถ้าหัวเสียหลัก หางจะอยู่ไปได้ยังไงถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น เก๋ก็ต้องได้ดูแลตัวเอง”









เสียสละเพื่อสัตว์ จนไม่มีเวลารับ “งานบันเทิง”


ถามว่าจะได้เห็นผลงานในวงการบันเทิงไหม คงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับผู้จ้างแล้วค่ะ (ทำท่าร้องไห้ปนขำๆ) ก็ต้องหยุดขึ้นโรงพัก หยุดไปสักนิดนะคะ บางทีคนจะไม่เชื่อเราแล้ว คือเก๋เข้าใจนะคะว่า การทำงานในวงการบันเทิงภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ซึ่งเก๋ก็ไม่สามารถถอดภาพเป็นภาพลักษณ์ที่เก๋เป็นกระบอกเสียงให้สัตว์ ไม่ได้แล้ว
อย่างที่บอกว่างานบันเทิงหรืออาชีพของเก๋ยังถือว่าเป็นผู้รับจ้าง ขึ้นอยู่กับว่าผู้จ้างเต็มใจจ้างแล้วก็อยากเห็นหน้าเก๋ออกงานให้เขาไหม จะมีความสุขไปแลกกับเม็ดเงินได้อีกนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความนิยม ขึ้นอยู่กับส่วนนี้ด้วยค่ะ
ส่วนเรื่องว่าอยากกลับไปล่นละครไหม จริงๆ ก็เคยมีติดต่อมาบ้างนะคะ อุ๊!! ช่วงนี้ต้องบอกบ้างแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เก๋พูดว่าติดต่อมาเยอะเลย ดูสวยเล่นตัวมาก เก๋จะบอกว่าเก๋ยอมรับจริงๆ เลยว่าเก๋เป็นคนที่พอทำอะไรแล้วต้องทำดีได้เป็นอย่างๆ
ช่วงหลังครึ่งหนึ่งของชีวิตเก๋มีมูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ มีการเอาชีวิตมาเป็นเดิมพัน มีหลายๆชีวิตรอเราอยู่ บางงานก็จะไม่มีสมาธินะคะ เวลาเก๋ต้องมากังวลเรื่องอะไรอย่างนี้ เก๋ก็จะแยกสมองไม่ได้จริงๆ ต่อให้เราโปรเฟสชั่นแนลขนาดไหน พูดได้เก่งจับสคริปต์ได้ขนาดไหน ออร์แกไนเซอร์ก็จะบอกว่าเก๋ตากังวลมาก หน้าตาดูเป็นห่วงอะไรมากก็ห่วงโน่นห่วงนี้ ละครเก๋ไม่พร้อมที่จะเทคิวงานพฤหัสฯศุกร์ เสาร์ยกเลิกไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ
เก๋เองนะคะไม่นับผู้จัดการส่วนตัว (หัวเราะ) ค่อยข้างจะพอใจกับชีวิตที่พี่เก๋เป็นมากๆเลย ที่เราเลือกที่จะทำอะไรก็ได้ ทำแล้วมีความสุขทำต่อไป ไม่ใช่แค่ทำเอาชื่อเสียง เอาเม็ดเงินเอาถ้วย เอารางวัล เอาโล่ แค่นั้นเอง











ช่วยสัตว์-ช่วยคนเติมเต็มความสุข


ถ้าถามว่านอกจากช่วยสัตว์แล้วมีงานอาสาอื่นทำอีกไหม ต้องบอกว่าทำควบคู่กันมาตลอดนะคะ ที่จริงเก๋เองเป็นจิตอาสาในส่วนของการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไปพูดคุยกับเขา เพียงแต่ว่าภาพลักษณ์อาจจะไม่ได้ชัดเท่าเดอะวอยซ์
เราไม่ได้ช่วยเหลือแค่สัตว์ยากไร้ บางทีเราช่วยสัตว์ยากไร้หนึ่งตัว ไปเจอคนยากไร้เข้าไปอีก ช่วยสัตว์แล้วจะไม่ช่วยมนุษย์คนนั้นก็ไม่ใช่เรื่อง เก๋ก็ช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เป็นหน้าที่หลักของมูลนิธิ เราก็ไม่ได้เอาเรื่องเหล่านั้นมาตีข่าว หรือว่ามาโพสต์
เราก็แค่บอกว่า วันนี้เราไปช่วยสัตว์บ้านนี้นะ คุณยายคนนี้น่าสงสารมากเลย ไม่มีเงินไปล้างไต เรารณรงค์ลงทุนช่วยเหลือบริจาคให้บัญชีธนาคารคุณยายโดยตรงได้ไหมคะ เราก็เป็นกระบอกเสียงหลายๆ ทาง เพียงแค่บังเอิญเคสเหล่านี้ได้รับการสนใจน้อยกว่าเคสที่เป็นเรื่องราวหรือคดีความที่มันเป็นดรามา มันก็ข้ามไป
สัตว์เป็นตัวชักจูง หรือเป็นตัวนำพาให้เราไปเจอคน คนนั้น แม้กระทั่งเคสสุนัขจันทร์ คือสุนัขที่มีครึ่งตัวค่ะ สุนัขจันทร์เจ้าตัวนี้เป็นสุนัขที่มีเจ้าของ แต่เป็นคุณตายากไร้ที่อัลไซเมอร์ถูกทอดทิ้งแถวนวลจันทร์ ช่วยไปช่วยมาเก๋ก็ไปตามหาญาติของคุณตาให้กลับมาดูแลคุณตาได้ จนคุณตาเพิ่งหมดลมหายใจไปไม่นานนี้เอง ถ้าเรามีจิตใจเมตตา กับคน เขาก็จะไม่ละเลย เพราะฉะนั้น เรื่องนั้นไม่ต้องพูดถึงกับทีมงานเก๋นะคะ พวกเราทำเต็มที่ที่สุดในทุกๆ วันอยู่แล้ว











ธรรมะเป็นเรื่องเข้าใจชีวิต
 

สำหรับเก๋มีการใช้ธรรมมะสอนใจทุกวันเลยค่ะ อยากจะบอกว่า เป็นพุทธศาสนิกชนมาเพิ่งมาคิดและเอามาใช้ประโยชน์จริงได้ครั้งแรกตอนที่ลงพื้นที่จิตอาสานี่แหละค่ะ ตอนปีที่อายุ 32 ที่มูลนิธิเดอะวอยซ์เกิดขึ้น พูดง่ายๆ ธรรมะหลายๆ อย่าง มีไม่เที่ยง เกิดแก่ เจ็บตาย แต่ก่อน เราท่องทุกวันเลยนะ วันหนึ่งเราต้องตาย
การช่วยเหลือชีวิตสัตว์ของเก๋ บางทีเราไปช่วยเหลือสัตว์ เราไม่ได้เห็นแค่สัตว์นะเราเห็นชีวิตของเจ้าของสัตว์เหล่านั้นด้วยเก๋ก็ยิ่งเห็นว่าความเจ็บความป่วย การตายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ และเกิดขึ้นได้ทุกๆ วันเลย เราอาจจะได้เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง เก๋พูดเลยนะคะ ไม่เคยมีสัปดาห์ไหนที่ไม่มีการตาย ต้องมีหนึ่งในเคสให้เราต้องศูนย์เสีย ต่อให้เราช่วยได้ ก็ตายอยู่ดี
ไปนั่งสมาธิ ไปปฏิบัติธรรม ไปฟังเทศน์ ฟังธรรมะจากยูทูบจากอินเทอร์เน็ตบ้าง ล่าสุดเจอท่าน ว.วชิรเมธี ท่านก็จะมีถามว่า ข้านึกว่าเอ็งตายตามเสือดำไปแล้ว พูดอะไรระวังนะ ท่านก็เตือนด้วยความที่ท่านเมตตาหวังดี เสืออ่ะเอาประมาณหนึ่งเดี๋ยวพูดไปพูดมาจะเหมือนเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ พูดไปพูดมาจะไม่มีใครอยู่ข้างๆ นะ ท่านก็จะเมตตาบอกเก๋ มให้ทำแต่พอดี เป็นพระ เป็นพระโพธิสัตว์เดินดินต่อไปนะ ทำแต่พอดี นึกถึงคนข้างหลังบ้าง เกิดโยมเป็นอะไรไปพ่อแม่โยมจะร้องไห้นะ
ทุกวันนี้เก๋คิดว่าเราเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสัตว์แล้วนะคะ เก๋ก็ต้องให้กำลังใจเพื่อนมนุษย์ เพื่อนร่วมงานให้เขาเข้มแข็งไปด้วย นี่คือหลักการใช้ชีวิตของเก๋ พอดี พอเพียง ตามหลักในหลวงรัชกาลที่ ๙ ของเรา











สุขภาพดี ต้องรู้จักพอดี
 

โอ้!! อันนี้เห็นแต่งหน้านะ จริงๆ ถามว่าการดูแล ต้องใช้คำว่าพยายามเป็นอย่างมาก คนใกล้ชิดพยายามช่วยกันดูแลมากๆ จริงๆ ก็ถามว่า นี่ถ้าไม่ได้แต่งหน้า ตาก็ห้อยใช้ได้ อันนี้เราเห็นตอนแต่งหน้าพอดี คือทุกวันที่ลงตามพื้นที่ถ้าเกิดเราเป็นอะไรไป ไม่ใช่แค่ว่าเราจะเสียงานนะ คนรอบๆตัวเรา ลูกน้องเราก็จะเสียไปด้วย จึงต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
ส่วนเรื่องออกกำลังกายก็มีออกตลอดนะคะ ยิ่งแก่ยิ่งขยันออกกำลังกาย เดี๋ยวนี้ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 วัน พยายามมากๆ ไปเข้าฟิตเนส เข้าคลาสมีเทรนเนอร์ เพิ่งจะมีอาทิตย์ที่ขึ้นโรงพักคดีแมวยังไม่ได้ไปเลย เพราะว่านอนน้อย ตื่นมาครูก็จะบอกว่าพี่เก๋ถ้านอนไม่ถึง 6 ชั่วโมงออกกำลังกายไม่ได้ มันไม่ดีสำหรับร่างกาย ถ้ามีความพอดี กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เก๋เข้าใจนะคะ แบ่งเวลาให้เป็นก็เข้าใจอีก หลักทฤษฎีฟังดูง่ายๆ แต่หลักปฏิบัติการแบ่งและจัดสรรเวลามันต้องทำไปควบคู่กันค่ะ ก็พยายามทำให้ดีที่สุดในทุกๆ ทาง



สัมภาษณ์: ทีมข่าว MGR Live
เรื่อง: พัชรินทร์ ชัยสิงห์
ภาพ: พลภัทร วรรณดี
ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ “Kae chollada fanpag”