xs
xsm
sm
md
lg

สงครามยังไม่จบ! ขาแด๊นซ์สดชื่น-คนฟังรำคาญ “แอโรบิกกลางกรุง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายแพทย์ชื่อดัง ร้องเรียนเขตราชเทวีหยุดกิจกรรมเต้นแอโรบิกที่สวนสันติภาพ ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เหตุเสียงดังรบกวนการนอน ทั้งที่เวลาเต้นคือหกโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม โชเชียลฯ เสียงแตกเห็นใจทั้งสองฝ่าย ขาเต้นแอโรบิกวอนระงับคำสั่งรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะเปิดเพลงช่วยให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น ทนายชี้ เสียงดังเกิน 10 เดซิเบล ถือว่ารบกวน!!

ทีมหมอ vs ทีมเต้นแอโรบิก

กรณีนายแพทย์ชื่อดัง แพทย์ประจำโรงพยาบาลราชวิถีคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งใกล้กับสวนสันติภาพ ได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตราชเทวี เรียกร้องให้หยุดกิจกรรมเต้นแอโรบิกที่สวนสันติภาพ ถนนราชเทวี ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี เนื่องจากรบกวนการนอน
 
ทำให้ ธีรยุทธ ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการเขาราชเทวี ได้มีคำสั่งขอให้ย้ายลานออกกำลังกายเต้นแอโรบิกที่สวนสันติภาพ ไปจัดกิจกรรมภายในสวนราชเทวีภิรมย์ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

“สำหรับกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเสียงดังจากการเต้นแอโรบิกนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง และก่อนหน้านั้นก็มีผู้ร้องเรียนเข้ามา 2-3 ราย ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมละแวกนั้นว่าได้รับผลกระทบจากการเปิดเครื่องขยายเสียงดัง จึงได้ประสานสำนักอนามัย ส่งเจ้าหน้าที่วัดความดังของเสียง มีค่าระดับการรบกวนเท่ากับ 11.20 เดซิเบล ซึ่งเกินกว่าค่ามาตราฐานเสียงรบกวน ยืนยันว่าสำนักงานเขตราชเทวีปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งหากผู้ที่ออกกำลังกายต้องการเต้นแอโรบิกในสวนสันติภาพก็สามารถทำได้ตามปกติ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานสวนสาธารณะก่อน”
ด้าน อำภันธิตา ดิดตะโก ผู้นำเต้นแอโรบิก สวนสันติภาพ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว MGR Live ไว้ว่ากิจกรรมมีมาหลาย 10 ปี ทุกๆ วัน จะมีสมาชิกมาออกกำลังกายเต้นแอโรบิกเป็นจำนวนมากประมาณ 300-400 คน เนื่องจากสะดวกในการเดินทาง และต่อรถกลับบ้าน
“ทางเราขอเจราจากับคุณหมอดีๆ แต่คุณหมอทำท่าทางโมโห และบอกว่าไม่คุย และพูดแบบใส่อารมณ์ใส่พวกสมาชิก ว่าให้พวกเราไปเต้นในป่า และเอาลำโพงไปไว้ในป่า และพูดว่าเงินเดือนของเขาสามารถที่จะซื้สวนแห่งนี้ได้ มีพยานเป็นสมาชิกหลายคน
หากพวกตนย้ายออกไป จะเกิดผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะพื้นที่ตรงนี้ มีความสะดวกกับประชาชนหลายคน แต่สถานที่ใหม่ที่จะย้ายไปนั้นเป็นซอยเล็ก ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ หากย้ายไปแล้วมีกลุ่มมิจฉาชีพจะทำอย่างไร ตนจึงอยากบอกว่าหมอรายนี้ว่า พวกตนพยายามปรับปรุงด้วยการลดเสียงลง จึงอยากให้หมอยอมพวกตนบ้าง
อีกอย่างหมอรายนี้เคยพาทหารพร้อมเจ้าหน้าที่เขตมาที่ลานเต้นแอโรบิก เพื่อขอให้พวกตนเบาเสียง หลังจากนั้นพวกตนก็ยอมเบาเสียงลงมา แต่หมอกลับไม่ยอมหยุดและเดินหน้าร้องเรียนตลอด กระทั่งมีจดหมายออกมา แจ้งให้พวกตนย้ายพื้นที่เต้นแอโรบิกไป”
ไม่เพียงเท่านี้ สมาชิกกลุ่มเต้นแอโรบิกรายหนึ่ง ได้ขอความเห็นใจจากหมอด้วยว่า หากพวกตนย้ายไปที่สวนสาธารณะใต้ทางด่วน ก็เป็นสถานเปลี่ยว อีกทั้งเดินทางไม่สะดวก อีกทั้งมองว่า พวกตนก็มีสิทธิใช้สวนดังกล่าว เพื่อรักษาสุขภาพให้ดี รวมไปถึงอยากให้เมตตา และสงสารพวกตนบ้าง
นอกจากนี้คุณหมอท่านนี้ ยังได้ส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสื่อมวลชนโดยขอปกปิดนาม ถึงกรณีเปิดเพลงเสียงดังประกอบการเต้นแอโรบิกในสวนสันติภาพว่า อยู่ในห้องพักในระหว่างที่มีการเปิดเพลงเต้นนั้นได้ยินเสียงในระดับที่ดังมาก และได้ปิดประตูและหน้าต่างทุกบานเพื่อป้องกันเสียงแล้ว
“อาศัยอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งใกล้กับสวนสันติภาพ เมื่อประมาณ กรกฏาคม ปี 59 ในทุกวัน ช่วงเวลาระหว่าง 18.00-19.00 น. ผู้จัดกิจกรรมเต้นแอโรบิกได้นำลำโพงขยายเสียงขนาดใหญ่ กำลังสูง 4 ตัว มาเปิดเพลงประกอบการเต้นที่บริเวณในสวนสันติภาพซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่รายล้อมไปด้วยที่พักอาศัยจำนวนหลายแห่ง
ตนเองก็สนับสนุนการออกกำลังกายในที่สาธารณะที่ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้องของผู้อื่นเกินความจำเป็น และขอยืนยันว่าไม่เคยกล่าว หรือเขียนข้อความต่อไปนี้ คือให้ไปเต้นแอโรบิกในป่า เงินของผมสามารถซื้อสวนสาธารณะได้ เงินของผมซื้อ ผอ.สำนักงานเขตได้ และไม่เคยบอกให้ไปเต้นในป่า ยืนยันว่าไม่เคยพูด”
 
ด้านโซเชียลเสียงแตกออกเป็น 2 ข้าง ทั้งเห็นด้วยกับคุณหมอรายนี้ ทั้งเห็นใจกลุ่มนักเต้นแอโรบิกที่ใช้พื้นที่สวนสันติภาพออกกำลังกายมาเป็นเวลายาวนาน
“กิจกรรมที่นั่นจัดได้ดีและเหมาะสมแล้วครับ อย่าไปเบียดเบียนกันเลย เป็นหมอ แต่ห้ามคนอื่นออกกำลังกายรักษาสุขภาพ เจริญ คนอื่นเขาให้คนมาออกกำลังกาย คุณมาโวยวาย บ้าไปแล้ว”
“หมอขึ้นวอร์ด เข้าเวร นอนไม่เป็นเวลาค่ะ เข้าใจคุณหมอนะ พอได้เวลานอนทั้งที ก็อยากจะหลับ และคนที่ทำงานประเภทนอนไม่เป็นเวลา เค้าจะค่อนข้างหลับยากค่ะ ต้องมืด เงียบสนิท คนไม่ได้ทำงานแบบนี้หรือมีนาฬิกาชีวิตแบบปกติจะไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่ะ ใจเขาใจเราเนอะ เวลาปกติของบางคนอาจเป็นเวลาที่อีกคนต้องการพักผ่อนคุณจะไล่ให้เขาไปอยู่ดาวอังคารไม่ได้หรอกนะคะ คุณต้องเคารพสิทธิ์คนอื่นด้วย”
และในวันนี้กลุ่มสมาขิก ลานแอโรบิก สวนสันติภาพได้เดินทางมายื่นหนังสือและขอบคุณ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครว่าด้วยให้ช่วยเหลือเรียกร้องให้ลงมาช่วย3ข้อ คือ
เพื่อจัดกิจกรรมแอโรบิก ตามเดิมเหมือที่ผ่านมา 20กว่าปี, เรียกร้องขอให้ผู้ว่าช่วยดำเนินการจัดเครื่องเสียงให้เหมาะสม ควบคุมระดับเสียงให้กิจกรรมแอโรบิก โดยไม่ให้เกินระดับเสียงตามกฏหมายกำหนด, เรียกร้องให้ช่วยจัดเจ้าหน้าที่มีอำนาจ เพื่อลงมาพูดคุย กับอาคารและบ้านเรือน ชี้แจงให้สองฝ่ายให้เข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันได้เพื่อไม่เกิดผลกระทบในภายภาคหน้า


เปิดเพลง “แรงจูงใจ” ออกกำลังกาย!!

ทั้งนี้ ทีมข่าวของเราได้ติดต่อไปสัมภาษณ์ นายแพทย์อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การเต้นแอโรบิกไว้ว่า เปิดเพลงกับไม่เปิดเพลงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพดี อยู่ที่ว่า ทำได้มาก ทำได้นานขนาดไหน แต่การเปิดเพลงเป็นส่วนทำให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น นานขึ้น ถ้าเกิดเราเต้นแบบไม่มีเพลง ไม่มีผู้นำ ก็จะทำให้เบื่อได้

“การเปิดเพลงเต้นเป็นการช่วยให้แอโรบิกสนุกสนานมากขึ้น และทำได้ยาวนานมากขึ้น เพลงยังเป็นแรงจูงใจในการออกกำลังกายอีกด้วย เหมือนกับอยู่ที่บ้านบางทีเรามีลู่วิ่ง แล้ววิ่งคนเดียวเราก็เบื่อ แต่เวลาออกมาจากบ้าน มีกิจกรรมพร้อมกับเพื่อนมากขึ้น ทำได้ต่อเนื่องขึ้น เพราะฉะนั้นคืออันนี้แล้วแต่ใครสะดวก ถ้าใครทำที่บ้านได้ก็ดี
แอโรบิกคือช่วยอีกอย่างหนึ่งคือช่วยเกิดความสัมพันธ์ในสังคม เราพบเจอเพื่อน ทำให้วัฒนธรมสังคมดีขึ้น แม้แต่ในวัยผู้ใหญ่วัยสูงอายุเองได้ออกมานอกบ้าน ได้มีการพูดคุยกัน นอกจากการได้สุขภาพกายที่ดีแล้ว ยังทำให้สุขใจดีขึ้นด้วยซ้ำ”
ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ ยังย้ำอีกว่า การเต้นแอโรบิกจะได้ทางหัวใจ และปอด การเต้นแอโรบิกทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น หัวใจหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น ปอดมีสมรรถภาพที่ดีขึ้น ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
การเต้นแอโรบิกเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน เพราะว่าในแต่ละวันเรากินเข้าไป บางทีพลังงานเยอะเกินกว่าร่างกายต้องการ เพราะปัจจุบันเราเคลื่อนไหวร่างกายกันน้อยลง นั่งทำงานกันทั้งวัน เดินทางโดยรถส่วนตัว ไม่ได้เดินไปทำงาน ไม่ได้ขี่จักรยาน ชีวิตประจำวันเราจึงใช้พลังงาน้อย
เพราะฉะนั้น การไปเต้นแอโรบิกเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะจะทำให้เผาผลาญพลังงานในส่วนที่เกินไป ไม่ได้ใช้ไป เพราะถ้าเกิดเราไม่ออกกำลังกายก็จะมีพลังงานที่เกิน กลายเป็นเบาหวาน ไขมัน มีความดันตามมา

ส่วนในข้อกฏหมาย ทางทีมข่าวได้ติดต่อไปสัมภาษณ์ ทนายรัชพล ศิริสาคร เจ้าของเพจสายตรงกฏหมาย จึงได้คำตอบว่า ปกติสวนสาธารณะจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ การใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ หรือหากเป็นการจัดโดยสวนสันติภาพเอง สวนสันติภาพก็ต้องรับผิดชอบ
“ในข้อกฎหมาย ถ้าหากมีการสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น ก็อาจจะมีความผิดตามมาตรา 397 ประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนระดับเสียงเท่าไร ถึงจะเรียกว่าทำให้เดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะนั้น คงต้องมีการวัดเสียง ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ.ศ 2543) เรื่องค่าระดับเสียงรบกวน มีหลักว่า ถ้าวัดและคำนวนระดับเสียงแล้ว มีค่ามากกว่า 10 เดซิเบลเอ ให้ถือว่าเป็นเสียงรบกวน ส่วนการวัดเสียง จะต้องให้เจ้าหน้าที่มาวัด ซึ่งหากมีค่าเกินที่กล่าวมา ก็เข้าข่ายเป็นเสียงดังรบกวนผู้อื่นได้”

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Koi Fever


กำลังโหลดความคิดเห็น