xs
xsm
sm
md
lg

จากยุคอนาล็อคสู่ยุค 4.0 'นก สินจัย' เคย “หมดไฟ” แต่ไม่หมดใจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"นวลฉวี" คดีแห่งตำนานหมอฆ่าเมียที่โด่งดังที่สุด, "มธุสร" คุณแม่นักล่า ฆ่าคนข่มขืนลูกสาว, "คุณยายวรนาท" สืบทอดทายาทอสูร, ผีเจ๊จู ดุและหลอนที่สุด, กรมหลวงพิพิธมนตรี (พระพันวัสสาน้อย) นี่เป็นเพียงบางส่วนของบทบาทที่ "นก สินจัย เปล่งพานิช" ได้สร้างผลงานไว้ในสายอาชีพ และดูเหมือนว่ายังไม่หยุดไว้แค่นี้

"ถามว่าเจ๋งมาก นกไม่ได้เจ๋งค่ะ" เธอบอก "ถ้ามันจะเจ๋ง ต้องเจ๋งจากผู้กำกับ หรือคนที่คิดเรื่อง คิดบทขึ้นมา" นักแสดงมากฝีมือในวัย 53 ปีพูดด้วยน้ำเสียงถ่อมตน โดยเชื่อว่า ผลงานดีๆ ไม่เคยเกิดจากคนคนเดียว ล่าสุดกับความท้าทายใหม่ในภาพยนตร์สั้นครั้งแรก "The Ingredients : มื้อพิ(ษ)เศษ" ดัดแปลงจากบทประพันธ์ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในหนังสือเสียง: ชุดรวมเรื่องสั้น คึกฤทธิ์ ปราโมท

เรื่องนี้ เป็นการฆาตกรรมจากก้นครัว เมื่อเธอต้องรับบท "แม่ม่ายทรงเครื่อง" ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมสามีตนเอง โดยใช้เวลา 30 ปีเพื่อฆ่าสามีตัวเองถึง 3 คน "แต่ในชีวิตจริงนกมีสามีแค่คนเดียวนะคะ (หัวเราะ)" เธอรีบเอ่ยขึ้นในงาน Big Family Day จัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย



"โฆษณาชิ้นนี้ แม้ใครจะมองว่าเป็นงานชิ้นเล็กๆ ไม่มีอะไร ก็แค่รณรงค์ลดเค็ม แต่หลังจากได้ฟังผู้กำกับเล่าแล้ว นกรู้สึกว่า มันใกล้ตัวมาก และด้วยความที่เราเป็นนักแสดง สิ่งที่เขาจะสร้าง เขาต้องการการแสดงที่จะถ่ายทอดออกไปให้คนหันกลับมามองพฤติกรรมการกินใหม่ คือมันฉีกออกไปจากการรณรงค์ทั่วไป พอไอเดียดี ทีมงานดี นกก็อยากเอาตัวเองเข้าไปอยู่ตรงนี้ ที่สำคัญเลยก็คือ นกอยากทำงานกับคนรุ่นใหม่ๆ ด้วย

พอเราได้เป็นส่วนหนึ่งของงานชิ้นนี้ มันฉุกคิดจริงๆ นะ แค่พูดให้เพื่อนฟังก็ยังกลัวกันเลย หรืออย่างตัวนกเองเป็นคนกินเค็มมาตั้งแต่เด็ก คุณแม่เป็นคนทำอาหารรสชาติเค็มนำ พอได้ดูที่ตัวเองเล่นก็พยายามลดค่ะ แทนที่จะใช้เกลือทั่วไป นกก็จะใช้ดอกเกลือ (รสชาติไม่เค็มจัด มีความหวานนิดๆ ซ่อนอยู่) อาจจะแพงหน่อย แต่โชคดีเพื่อนพี่นกชายทำนาเกลือ ก็เลยได้ฟรีค่ะ (หัวเราะ)


นกเชื่อว่าหลายคนเป็นนะ ได้ทำงานชิ้นเล็กๆ แต่ดูดี ดูเก๋ทั้งไอเดีย และการถ่ายทำ พอทางทีมงานกล้าติดต่อมา นกก็กล้าเล่น เพราะคุณมีไอเดียที่เจ๋ง ดังนั้นถามว่า นกเจ๋งไหม ก็แค่ครึ่งหนึ่งค่ะ อีกครึ่งหนึ่ง ต้องยกให้ทางผู้กำกับและทีมงาน ซึ่งเราช่วยกันทำให้เกิดความเจ๋งมากกว่า"




อย่างไรก็ดี นอกจากเป็นนักแสดงที่ต้องเล่นได้ทุกบทบาทแล้ว ความฉลาดในการเลือกบทก็สำคัญเช่นกัน

"ทุกๆ งานเราต้องเริ่มจากความชอบก่อน ถ้าเราอยากที่จะทำมัน นกเชื่อว่า งานทุกงานจะออกมาดี แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักเลือกด้วยนะ เพราะมันคงไม่ใช่ทุกงานที่จะดี เช่นเดียวกับบทบาทการแสดง เราต้องรู้ว่าเราจะเลือกอะไร อะไรที่เหมาะกับเรา ตอนนี้นกเป็นผู้จัดด้วยค่ะ กำลังทำเรื่องรักจังเอยอยู่ ส่วนงานละคร นกมีถ่ายละครของอ้อม พิยดา เรื่องด้ายแดงทางช่อง 3, ศรีอโยธยา ซีรีส์ 2 ปลายปีก็จะมีลอดลายมังกร เล่นที่ล้ง 1919 ค่ะ"


ดารายุคอนาล็อค VS ดารายุค 4.0


"เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และเกิดใหม่" คือวัฏจักรโลก (บันเทิง) ในยุคออนไลน์ที่ท้าทายความสามารถนักแสดงมากขึ้น โดยเฉพาะนักแสดงรุ่นเก่าๆ ที่เกิด และดังในยุคอนาล็อค "กลายเป็นว่าเราต้องทำความเข้าใจ และปรับตัวมากพอสมควรเลยนะ" นักแสดงรุ่นเก๋าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักใจกับยุคที่ลื่นไหลอยู่ตลอดเวลา


"เรามันยุคอนาล็อค ยุคปาปารัสซี (ยิ้ม) นกก็คุยกันกับพี่นกชายนะคะ เฮ้ย! มัน 4.0 จริงๆ ดาราบางคนไม่ต้องง้อสื่อแล้ว เพราะขายตัวเองได้ตามสื่อโซเชียลฯ ฉันอยากจะให้มันมีอะไรเกิดขึ้น ฉันทำเอง ส่วนตัวนกมองว่า มันน่ากลัวนะ มันขาดความยั้งคิด บางสิ่งที่เราพูด เราบอก เขาจะเข้าใจเราเหรอ เขาจะฟังเราเหรอ อย่างวันนี้เราผันตัวมาเป็นผู้จัด โอ้โห เมื่อก่อนผู้จัดแค่เลือกเรื่องให้ดีที่สุด เลือกนักแสดงที่เป็นตัวละครที่เข้าถึงบทได้จริงๆ ผู้กำกับไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทำหน้าที่ของตัวเองพอ



เบื้องหลังกองละคร "รักจังเอย"

แต่สมัยนี้ การเป็นผู้จัดมันยากขึ้น นอกจากจะคิดเรื่องให้ทันสมัยโดนใจคนดูแล้ว ยังต้องมองถึงเรื่องเรตติ้ง เช่นเดียวกับการเลือกนักแสดงที่ต้องมองหลายๆ องค์ประกอบ ทั้งฝีมือการแสดง ความดัง ความฮอตจากยอดคนติดตาม ซึ่งการทำละครมันกลายเป็นเรื่องยาก และต้องวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย

บางครั้งมันก็เกิดคำถามขึ้นมาเหมือนกันนะว่า เราต้องตามมั้ย หรือว่าเราต้องเป็นตัวของตัวเอง เพราะสิ่งที่เราเชื่อมั่น และอยากให้สังคมเป็นไปในแนวทางของเรา ตรงนี้เราจะทำมันต่อไปได้มั้ย สำหรับนก มันน่ากลัวนะ เช่นเดียวกับดารายุคใหม่ๆ ที่รู้ไม่เท่าทัน หรือพลาดพลั้งเพราะไม่ระวังการใช้สื่อโซเชียลฯ ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันค่ะ


เห็นได้จากดาราบางคน ไม่ได้มองถึงความถูกต้อง แต่มองว่ามันต้องทำ ถ้าไม่ทำคือไม่ดัง วิธีคิดแบบนี้ มันส่งผลต่อการใช้ชีวิต และทำงานในวงการ ส่วนเรื่องมารยาท ทั้งการวางตัว ความเคารพ มันก็ค่อยๆ หายไปแล้วนะ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดแบบนี้ผิดยังไง ถามแบบนี้ผิดยังไง กลายเป็นไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรควรไปแล้ว"


"B
urn out" ใครๆ ก็เคยเป็น



กว่า 30 ปี และกว่า 100 ผลงานที่ฝากฝีไม้ลายมือไว้บนเส้นทางสายบันเทิง ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของสินจัย ยังคงเปล่งประกายความเป็นดารานำหญิงจนปัจจุบัน ซึ่งถ้าไม่ได้บทนำก็มักจะได้บทสมทบที่เด่นๆ เสมอ และด้วยการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้พักเป็นเวลานานๆ "อาการหมดไฟ" ย่อมเกิดขึ้นได้เช่นกัน

"อาการหมดไฟนกก็เป็นนะคะ" เธอบอก "บางวันรู้สึกหมดไฟ เคยถึงขนาดไม่อยากเล่นละคร ตอนนั้นรู้สึกว่าบางบทที่ได้มาไม่เห็นมีอะไรตื่นเต้น อ่านแล้วก็เล่นได้ ตอนนั้นก็ เฮ้ย! มันอันตรายแล้วนะ เพราะมันทำให้เราไม่พัฒนา แต่ถามว่าเราจะต้องพัฒนาไปแค่ไหน นกกำลังหมายความว่า แค่ให้เรามีพลังในการทำงานอยู่มากกว่า คือคงไม่ได้เล่นดีไปกว่านี้แล้วล่ะ (ยิ้ม) หรือจะต้องประสบความสำเร็จไปมากกว่านี้ ก็คงไม่ใช่ เพราะเราคงไม่ไปถึงออสการ์ อยู่แค่นี้ก็โอเคแล้ว


หากมีอาการหมดไฟ ตัวช่วยง่ายๆ คือ การพักผ่อน การท่องเที่ยว อย่างตอนนี้นก 53 ย่างเข้า 54 ปีแล้ว เหนื่อยมาก็มาก เราต้องแบ่งเวลาที่จะเที่ยวบ้าง แบ่งเวลาที่จะมีชีวิตส่วนตัวบ้าง คือจริงๆ นกเป็นคนจัดสรรเวลาให้ตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว พูดง่ายๆ คือเป็นคนดูแลคิวตัวเอง นกไม่เคยโหมอะไรไปทางใดทางหนึ่ง แต่พอวันหนึ่งมันเกิดคำถามขึ้นว่า ทุกวันนี้เราอยู่ไปเพื่ออะไร เราทำไปเพื่ออะไร จนมาได้คำตอบว่า เราไม่ต้องไปไขว่คว้าอะไรมาก แค่รู้สึกว่า เราตื่นขึ้นมา เรายังมีลมหายใจ เรายังมีงานที่เรารักให้ไปทำ




สำหรับนกนะ เราต้องจัดสมดุลชีวิตให้มันดี นอกจากงานแล้ว เราต้องมีเวลาให้ตัวเองได้เที่ยว ได้ดูแลครอบครัว และดูแลตัวเองด้วย ซึ่งบางอย่างเราก็ต้องลดทอนมันลงไปบ้าง เช่น อะไรที่มันบั่นทอน งานมันที่เครียดเกินไป หรือเรื่องที่มันรกใจ รกสมอง เราต้องรู้จักที่จะจัดการออกไปบ้าง อย่างตัวนกเองเมื่อก่อนเคยคิดว่า ต้องทำให้ดีที่สุด ต้องทำให้สำเร็จ นกผ่านตรงนั้นมาหมดแล้วค่ะ พอมาถึงวันนี้จะทำอย่างไรให้มีความสุขในทุกๆ วัน นกให้ความสำคัญกับตรงนี้มากกว่า"

ดังนั้นความสุขของ "สินจัย" แค่ได้ออกไปขับรถก็มีความสุขแล้ว


"การได้ขับรถออกไปไหนสักแห่งคือการได้พักค่ะ อาจจะขับไปแค่อยุธยา ขับไปแค่บางกระเจ้า ยิ่งสมัยนี้เราค้นหาที่เที่ยวได้จากอินเทอร์เน็ต ฉันอยากจะไปสะพานควาย สะพานควายมีอะไร (หัวเราะ) มันอาจจะมีร้านอาหารอร่อย หรือบางทีเจอร้านเก๋ๆ เปิดมา 50 ปี หรือหาที่จอดรถแล้วนั่งตุ๊กตุ๊กเข้าซอยนั้น ซอยนี้


ชีวิตคนเราต้องหาอะไรใหม่ๆ ทำบ้าง อย่างตัวนกเองก็จะหาอะไรที่มันแตกต่างจากชีวิตเดิมๆ ตรงนี้มันช่วยให้เรารู้สึกไม่จำเจกับชีวิต แต่อย่าให้มันเป็นภาระนะ ทำอะไรที่เรามีความสุข อยากจะขับรถ อยากจะฟังเพลง อยากจะไปดูหนังคนเดียว หรืออยากไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเอง ทำเลยค่ะ หรือถ้าคิดอะไรไม่ออกจริงๆ นะ นอนค่ะ จริงๆ (เสียงสูง) พอนอนแล้วตื่นขึ้นมา มันดีกว่าก่อนนอนเยอะเลย บางทีตื่นขึ้นมา ไม่เห็นต้องอะไรเลย เมื่อวานเราอาจจะเหนื่อยล้ากับสิ่งต่างๆ มากเกินไป การได้นอนพัก แล้วตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ มันทำให้เรารู้สึกมีพลังชีวิตเพิ่มมากขึ้น"


"คุณย่าสินจัย" คุณย่า 2018




แม้ว่าความสุข 50 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในกองถ่าย และการได้ใช้ชีวิตในแบบตัวเอง แต่ถ้าไม่มีครอบครัว ความสุขก็คงไม่เต็มร้อย

"นกรู้สึกดีที่ยังมีงานทำอยู่ค่ะ (ยิ้ม) ตื่นมายังได้ไปกองถ่าย ยังมีงานนู้น งานนี้มาให้ทำ ซึ่งมันคือ 50 เปอร์เซ็นต์ที่เราแฮปปี้กับมัน ส่วนความสุขที่เหลือคือ ความสุขกับครอบครัว โดยเฉพาะการเป็นคุณย่าที่มีหลานชายสุดหล่อ (น้องเรย์ อายุ 4 ขวบ) ทำให้เราอยากแข็งแรง อยากเห็นหลานเติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพ ตอนนี้นกหมดห่วงเรื่องลูกแล้ว แต่มาห่วงหลานแทน (หัวเราะ) ดังนั้นครึ่งชีวิตที่เหลือ นกรู้สึกว่า คงต้องดูแลตัวเองให้ดีค่ะ"


ส่วนสามี (นก ฉัตรชัย) "สองนกเราดูแลกันแบบเพื่อนมากกว่า" เธอบอก "โชคดีพี่นกชายไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย นกแค่ดูแลในเรื่องอาหารการกินให้เท่านั้น นกจะเป็นคนทำอาหารเย็นให้พี่นกชายทาน และน่าจะเป็นภารกิจเดียวที่นกทำให้เขา (หัวเราะ) ตอนนี้เราเปิดบริษัททำละครค่ะ เราจึงเป็นเพื่อนร่วมงานกันมากกว่า มีอะไรก็ปรึกษา พูดคุยกัน อย่างตอนนี้มีหลานก็จะคุยว่าเขาจะเรียนอะไรดี ซึ่งการมีหลานก็เหมือนมีลูกเพิ่มมาอีก 1 คนในวัยนี้




คือจริงๆ หลานจะอยู่กับคุณแม่ของเขาค่ะ แต่ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จะมาอยู่กับเรา คุณย่าอย่างเราก็จะดูแลหมด ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน เช่น ดูแลเรื่องอาหารการกิน ถามว่าเป็นคุณย่าที่ดุไหม ดุค่ะ แต่ยังไม่ตีนะ ซึ่งหลานจะรู้ว่าย่าดุ และจะกลัวๆ เรา แต่เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่ายค่ะ เข้าใจอะไรง่าย สามารถพูดกันได้ด้วยเหตุด้วยผล

ส่วนตัวนกยอมรับว่า ตอนเราเป็นพ่อแม่ เราอาจจะเข้มงวดกว่านี้ แต่พอเราเป็นย่า เราผ่านการเป็นแม่มาแล้ว เราผ่านความคาดหวังเยอะๆ มาแล้ว ดังนั้นเรารู้ว่าบางอย่างเราก็เกินไป พอมามีหลานเราก็เบาหน่อย อะไรที่ตามใจฉันจะตามใจ เพราะเราเคยเข้มงวดแล้วมันไม่ได้อะไรหรอก เด็กก็จะไม่มีความสุข และด้วยวัยที่แตกต่างกัน ปัญหาความเข้าใจในอนาคตมันต้องมีแน่ๆ วันนี้นกต้องทำให้เขาสนิทใจกับเรา พูดคุยกันด้วยเหตุผล สามารถเป็นทั้งย่า และเพื่อนของเขาให้ได้"


นับเป็นอีกบทบาทที่แม้เจ้าตัวจะบอกว่าเป็นคุณย่าที่ดุ แต่เมื่อเปิดประเด็นคุยเรื่องหลานกลับเผยให้เห็นรอยยิ้มใจดีที่แผ่รัศมีจนดวงตาดุดันดูอ่อนโยนลง เช่นเดียวกับตัวตนของเธอ แม้ภายนอกจะดูนิ่งๆ แต่ทุกคำพูดถูกปล่อยผ่านถ้อยคำที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา แฝงไปด้วยทัศนคติที่ดีในการชีวิต และการทำงาน


สัมภาษณ์ : ทีมข่าว MGR Live
ภาพ : ภูริฉัตร ปริยเมธานัยน์ / อินสตาแกรม @noksinjai