xs
xsm
sm
md
lg

"5 เกจินักเจิม" เป่ารถ-ลงยันต์จนดัง ความขลังที่ไม่มีใน "พุทธศาสนา" [มีคลิป]

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ฤกษ์ดี-เจิมรถ-เสริมมงคล พิธีกรรมโบราณตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ใครมีรถใหม่ป้ายแดง ไม่ว่าจะเป็นคนดัง-คนธรรมดา ต่างพากันตบเท้าเข้าคิวรอเจิมรถกับเกจิวัดดัง หวังแคล้วคลาดปลอดภัย ค้าขายรุ่งเรือง เพจต่อต้านสิ่งงมงายชี้ เจิมรถไม่ได้ผล เจิมคนถึงจะถูกต้อง ฝั่งนักวิชาการศาสนวิทยาเผย คนเจิมเพราะกลบความกลัวของตัวเอง


ความเชื่อหรืองมงาย? เจิมรถ-กระเป๋า-เครื่องบิน!

เจิมแล้วสบายใจ! ความเชื่อของคนไทยหลายคน เมื่อมีการซื้อรถคันใหม่จะต้องนิมนต์พระมาทำพิธี “เจิมรถ” ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล ทำมาค้าขายร่ำรวย แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และไม่ใช่แค่การเจิมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ยังมีการเจิมไปถึงกระเป๋าและเครื่องบินอีกด้วย

กระทั่งเพจเฟซบุ๊ก “พุทธที่แท้จริง” ได้ออกมาโพสต์เรื่องการเจิมรถ ลงยันต์ ว่าการลงยันต์คุ้มกัน ไม่มีในพระพุทธศาสนา จะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เมื่อออกรถใหม่หรือขึ้นบ้านใหม่ก็จะนำรถไปเจิมหรือนิมนต์พระมาลงเลขยันต์ที่บ้าน ทั้งๆที่ศาสนาพุทธตรงข้ามกับสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้น

“พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนลงเลขยันต์ และในศาสนาพุทธไม่มีบทสวดใดที่สวดแล้วจะดลบันดาลสุขมาให้แก่เราได้ เป็นความเห็นของลัทธิอื่นที่พระพุทธเจ้าจัดว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ และสั่งห้ามภิกษุทำ ทีนี้เราในฐานะชาวพุทธต้องตระหนักเสียบ้างว่า ภิกษุนำมนต์และยันต์เหล่านี้มาจากไหนทั้งๆ ที่ไม่ใช่แนวทางของพุทธ และเรากำลังสนับสนุนพระนอกธรรมวินัยอยู่หรือเปล่า”



ในศาสนาพุทธมีเพียงก็แต่คำสอนที่ให้นำไปท่องจำ และเห็นผลดับทุกข์ได้จริงเมื่อนำมาปฏิบัติ ต่างกับเดรัจฉานวิชาที่เป็นไสยศาสตร์ ไม่มีเหตุผลใดๆ มาประกอบ และหากเพียงแค่การท่องมนต์จะดลสุขมาให้ หรือลงยันต์แล้วจะคุ้มกันเราได้จริง ใครในโลกนี้จะมีทุกข์มีโศก เพราะคนเขลาคนพาลที่ไหนเขาก็ทำกันได้”

แน่นอนว่าเมื่อมีคนต้องการเจิมรถ ก็ต้องมีวัดที่รับเจิมตามศรัทธาของญาติโยม จากการรวบรวมข้อมูลของทีมข่าว MGR Live เกี่ยวกับเกจิดังด้านการเจิมรถจากความนิยมที่เหล่าคนดังนิยมไปกัน รวมถึงประชาชนแนะนำกันบนโลกออนไลน์ ทำให้เห็นถึงความเชื่อด้านการเจิมรถของคนไทยว่ามีความศรัทธาไม่น้อย ซึ่งมีด้วยกันดังนี้

1. หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม หากใครต้องการเจิมรถกับ "หลวงพ่อแป๊ะ" สิ่งสำคัญคือ ต้องมาก่อน 8.00 น. และจะต้องเตรียมของมาเองให้ครบ ส่วนทำบุญก็แล้วแต่ศรัทธา ซึ่งหลวงพ่อจะเจิมทีเดียวในตอนเช้า หากรถหมดก็คือเสร็จกิจ และทำกิจนิมนต์อย่างอื่นต่อไป วัดแห่งนี้มีการเจิมทั้งรถใหม่ รถเก่า และรถมอเตอร์ไซด์ โดยวัดสว่างอารมณ์ ยังมีดาวรุ่งทีมชาติ อย่าง เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นำรถรถยนต์รางวัล เอ็มวีพี ฟุตบอลโตโยต้าลีกคัพ 2014 มาให้หลวงพ่อแป๊ะ เจ้าอาวาสวัดเจิมรถเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย เนื่องจากครอบครัวนับถือมานานหลายปี

เจ-ชนาธิป เดินทางมาทำพิธีเจิมรถ



2. พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่มีการเจิมตั้งแต่รถจักรยานยนต์ไปจนถึงเครื่องบิน มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ขอพรจำนวนมาก และจะนิมนต์ไปเจิมบ้าน เจิมรถยนต์จนเป็นที่รู้จักของประชาชน หากใครที่ออกรถใหม่ป้ายแดงมาแล้วจะต้องให้พระอาจารย์อ็อดเจิมรถให้ จึงจะดีในทุกๆ ด้าน

พระอาจารย์อ๊อด ขณะทำพิธีเจิมรถ

3.พระครูเกษมจันทวิมล (พระอาจารย์แดง) วัดป้อมรามัญ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เกจิชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าของฉายา “นิ้วมหามงคล" ก็ได้มีคู่รักดาราอย่าง แมทธิว-แมทธิว ฉันทวานิช และ ลิเดีย-ศรัณยรัชต์ วิสุทธิธาดา เดินทางมาทำพิธีเจิมรถเพื่อเป็นสิริมงคลเช่นกัน





4. หลวงปู่ตี๋ วัดหูช้าง ต.คูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ถือได้ว่าเป็นต้นตำรับการเจิมรถที่ไม่เหมือนใคร โดยจะมีการเจิมทุกส่วนของรถ แต่จะมีการเจิมรถ 3 จุด หลักๆ คือ 1.ฝากระโปรงหน้า 2.ที่บังแดด และ 3.บนเพดานในห้องโดยสาร มีทั้งรถป้ายแดง รถมือสอง มือสาม หลวงปู่ตี๋จะเจิมตามสูตรที่เรียนมา และใช้เวลาเจิมรถประมาณคันละ 30 นาที





5. พระอาจารย์กุ่ย วัดโปรยฝน ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี วัดแห่งนี้จะมีประชาชนมาเจิมรถจำนวนหลายสิบคัน กลายเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ที่มักจะเดินทางมาทำพิธีเจิมเพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล ทั้งเรื่องการค้าขาย เรื่องความปลอดภัยแคล้วคลาด นอกจากเรื่องของการเจิมรถแล้วก็ยังมีการเจิมกระเป๋าเงินเรียกทรัพย์อีกด้วย



“ทำพิธีก่อนขับ” เจิมแล้วดี-เจิมแล้วปลอดภัย?

เพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการเจิมรถนั้นสามารถแคล้วคลาดปลอดภัยได้แค่ไหน “บี ฟักโกสต์” แอดมินเพจ FuckGhost ฟักโกสต์ สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ชี้แจงกับทีมข่าว ถึงเรื่องดังกล่าวว่า เจิมรถไม่ได้ผล เจิมคนถึงจะถูกต้อง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่ได้อยู่ที่ตัวรถ แต่เกิดจากตัวคนขับมากกว่า

“ผมก็ศึกษาหลักธรรมของท่านปัญญา นันทภิกขุ นะครับ จะพูดถึงเรื่องของการเจิมรถว่ามันไม่ได้ผลหรอก ต้องเจิมคนดีกว่า เขาขยายความออกมาทำนองว่ารถมันจอดอยู่เฉยๆ ถ้าเราไม่ไปขับมันรถมันก็วิ่งไม่ได้ ดังนั้นก็แปลว่าปัจจัยเกิดจากคนขับ เพราะขาเราเป็นคนเหยียบคันเร่ง ถ้าเราขับเร็ว หรือขับไม่ดี มันก็เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นก็ต้องดูที่คน อุบัติเหตุล้วนเกิดจากคนขับ ต่อให้เจิมไปก็ไม่ได้ผลครับ

จริงๆ วัดต้องสอนคนให้เกิดปัญญา ให้เข้าใจเรื่องความประมาท ไม่ใช่เอาคนเข้ามาแล้วให้เขาเอารถมาเจิมแล้วได้เงินไป ไม่ได้สอนธรรมมะอะไรให้เขา คนก็ไม่เขาใจ มันก็เกิดอุบัติเหตุอยู่เรื่อยๆ ผมมองว่ามันเป็นการหลอกตัวเองครับ ตัวผมเองก็นับถือคำสอน ก็ไม่เคยจะต้องไปเจิมรถ เจิมไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการขับขี่อยู่แล้ว”

พระอาจารย์อ๊อด วัดสายไหม ขณะเจิมเครื่องบิน

ดังนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเจิมครับ บางคนไปเจิมมาแล้วไม่เข้าใจคำสอน มันก็ไม่ได้มีผลอะไร คือไปเจิมมาแล้วขับรถเร็ว กินเหล้า ขับรถไม่แข็ง ไม่มีความชำนาญในการขับขี่ ไม่ตรวจสอบเส้นทางรถ ไม่ได้ดูแลตามระยะทาง มันก็เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้น การที่จะเจิมรถหรือไม่เจิมมันอยู่ที่คนมากกว่า”

นอกจากนี้การที่พระมาเจิมให้ อาจจะช่วยในเรื่องของจิตใจ ความเป็นศิริมงคล มีขวัญกำลังใจจากการเจิม แต่จะต้องเข้าใจหลักธรรม ดำรงตนด้วยความไม่ประมาท มีสติ เพียงแค่นี้ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุ และหากผู้ขับขี่มีความชำนาญ รู้และมีความเข้าใจเรื่องเส้นทาง ก็สามารถช่วยให้เกิดอุบัติเหตุได้น้อยลง จึงไม่จำเป็นจะต้องไปเจิมรถ

“พระเองก็ติดนิสัยด้วยครับ คือจากที่ผมเคยฟังเทศน์ ก็คือเราควรให้ปัญญาแก่เขา ถ้าญาติโยมไม่เข้าใจก็ต้องอธิบายว่ามันไม่ได้เกิดประโยนช์อะไร อย่าไปตามใจญาติโยม ทำให้เขาออกมาแล้วมันก็ผิดแนวทางพระพุทธศาสนา จริงๆ ถ้าเราเจิมมาแล้วเรานึกถึงคำสอนเราก็จะไม่ประมาท แต่บางมุมไปเจิมมาแล้วทำให้เกิดความมั่นใจ ขับรถเร็วกว่าเดิม มีพระมีเครื่องรางก็อาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้เหมือนกัน บางทีเรื่องของเครื่องรางก็กลายเป็นดาบสองคม

มองว่าเรื่องแบบนี้ มันกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วครับ มันกลายเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ พอบางทีคนเชื่อเยอะๆ มันก็ทำให้ดูอุ่นใจ ส่วนพระก็เข้าใจนะครับ บางทีอาจจะทำไปตามธรรมเนียมอะไรแบบนี้ ตามที่เขาเชิญมา และการที่จะขับขี่ให้ปลอดภัยมันก็อยู่ที่ตัวเราเองก่อนเลย กฏจราจรทำให้ถูกต้อง แล้วที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็นเรื่องของสภาพรถ เรื่องของความพร้อมทั้งคนทั้งรถ มันก็จะช่วยได้จากหนักก็เป็นเบา และที่สำคัญเลยจะต้องไม่ประมาท”

ทางด้าน ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา บอกกับทีมข่าวว่าการเจิมรถมีมานาน พร้อมกับการเจิมที่อยู่อาศัย การขึ้นบ้านใหม่ อาจจะไม่ได้มาพร้อมกันสะทีเดียว แต่เป็นหลักคิดเดียวกัน เพราะในสังคมไทยมีหลักคิด หรือมีผีหรือที่เรียกว่าวิญญาณอยู่ในทุกอย่าง หมายถึงว่าทุกอย่างมีวิญญาณ เพราะฉะนั้นจะสังเกตว่าเรือก็มีแม่ย่านาง บ้านก็ต้องมีผีบ้านผีเรือน นาก็มีผีนา สิ่งนี้จึงเป็นความเชื่อแต่ดั้งเดิมโบราณ

“การเจิมมันมีตั้งแต่ยุคโบราณมากเลย ระบุเป็นปีพ.ศ ไม่ได้ แต่พูดได้ว่าเป็นความเชื่อดั้งเดิมมาเป็นพันๆ ปีเรื่องของการเจิมสิ่งต่างๆ และตั้งแต่มีรถเข้ามาในประเทศไทยก็มีการเจิมรถมาตั้งแต่ต้นเลย เพราะฉะนั้นใครที่มีทรัพย์สินใหญ่ ก็อาจจะมีการทำพิธีกรรมนี้ตามมาด้วย”

ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์

สำหรับความเชื่อที่สั่งสมมานาน คนจึงทำเพื่อให้กลบความกลัว กลายเป็นภาวะทางสังคม ถ้าไม่ทำก็จะผิดจารีตทางสังคม พิธีนี้ข้อไม่ดีก็คือก่อให้เกิดเป็นจารีต ถ้าใครไม่ทำก็กลายเป็นว่าสังคมตำนิ จึงกลายเป็นข้อด้อย

“จริงๆดีไหม ไม่ได้มองว่าดีนะครับ แต่มองว่ามันเป็นความเชื่อมาแต่เดิม แล้วความเชื่อเหล่านี้มันมาพร้อมกับความกลัว กลัวว่าถ้าหากไม่มีการเจิมสิ่งเหล่านี้แล้วทำให้ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นสิริมงคล มันเป็นความกลัวที่ฝังลึก ข้อดีของการเจิมก็คือคนมันกลัว พอมีพิธีก็ทำให้คลายจากความกลัว นี้ก็อาจจะเรียกว่าข้อดี แต่ข้อไม่ดีก็คือว่าทำให้คนยังจมอยู่ในความกลัว มันก็เป็นข้อไม่ดี ส่วนข้อไม่ดีอื่นๆ ซึ่งเป็นความกลัวที่ไม่มีเหตุผล ความกลัวที่มากเกินไปมันก็ทำให้เกิดเป็นความงมงาย แล้วมันก็ทำให้ตกเป็นทาสความกลัว และขณะเดียวกันมันก็ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเครื่องมือของคนที่มาหลอก

และแน่นอนกระบวนการที่จะไปทำพิธีกรรมอย่างนี้ จะต้องไปเสียเงินเสียทองเสียเวลา และแน่นอนว่าอารมณ์ของความกลัวก็ไปแขวนอยู่กับพิธีแบบนี้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันควรจะมาคิดในเชิงเหตุเชิงผลว่าควรจะไม่ประมาทมากกว่า”

ข่าวโดย MGR Live
ขอบคุณภาพบางส่วน : ไทยรัฐออนไลน์


กำลังโหลดความคิดเห็น...