xs
xsm
sm
md
lg

เทียบชัดๆ "รถเมล์ไทย" รุ่นคุณปู่ ล้าหลัง-ผุพังที่สุดในเอเชีย!!?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นี่หรือ"รถเมล์ไทย" เพจดังเปรียบเทียบชัดๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน โซเชียลฯ เดือดเมื่อเอาไปเทียบกับประเทศเวียดนาม , พม่า , กัมพูชา กูรูท่องเที่ยวซัด ปล่อยให้สภาพคงเดิมแบบนี้ไม่ไหว!!?


“รถเมล์ ”เป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยพัฒนา!!

[โพสต์ต้นเรื่อง ที่ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนโซเชียลฯ]

“เป็นสิ่งเดียวที่ไม่เคยพัฒนาเลย นั่นคือ รถเมล์ เพื่อนบ้านยกเครื่อง พัฒนาระบบรถเมล์เป็นระบบปรับอากาศกันหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังคงเอกลักษณ์รถเมล์พัดลม ปูพื้นไม้ แถมหน้าต่างเปิดรับควันไอเสียอย่างเต็มปอด”

กลายเป็นประเด็นดรามาในโซเชียลฯ เมื่อเพจ 'อย่าชะล่าใจ เพื่อนบ้านเค้าไปไกลแล้ว' ได้ออกมาโพสต์ภาพเปรียบเทียบรถเมล์ โดยมีข้อความระบุว่า รถเมล์ เป็นสิ่งเดียวที่ประเทศไทยไม่เคยพัฒนาเลย ประเทศเพื่อนบ้านยกเครื่อง พัฒนาระบบรถเมล์เป็นระบบปรับอากาศกันหมดแล้ว แต่ประเทศไทยยังเป็นระบบพัดลม ปูพื้นไม้ ต้องเปิดหน้าต่างเพื่อใช้อากาศหายใจ ควรมีการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เพราะใช้มานาน

“ถามว่ารถเมล์แดงใช้กันมากี่รุ่นแล้ว ตั้งแต่รุ่นลุง รุ่นพ่อ จนมารุ่นหลาน ก็ยังมีให้ใช้อยู่ เก็บเข้ากรุได้แล้ว อายแกว เขมร พม่า บ้าง จะโพสต์จนกว่าจะเลิกใช้ #ขสมก."

เมื่อตรวจสอบพบว่า ภาพที่ทางเพจโพสต์เป็นภาพเปรียบเทียบรถเมล์จาก 4 ประเทศ โดยมีประเทศเวียดนาม ,เมียนมา ,กัมพูชา และไทย ซึ่งรถเมล์จากทั้ง 3 ประเทศนั้นมีความสะดวกสบาย ทันสมัย แต่ของไทยกลับดูโทรม ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายอะไรเลย

ขณะทางด้านโซเชียลฯ ก็ได้ออกมาวิพากKNวิจารณ์ถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยแบ่งเป็นสองฝั่งทั้งเห็นด้วยกับสิ่งที่เปรียบเทียบ คิดว่าประเทศควรพัฒนารถโดยสารสาธารณะ เพราะถูกใช้มาหลายปี อีกทั้งไม่เห็นด้วย คิดว่าสิ่งดีๆ ของประเทศก็มีทำไมไม่เอาไปเปรียบเทียบบ้าง รู้สึกไม่ยุติธรรมที่เพจนำภาพรถเมล์ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ไปเปรียบเทียบกับรถเมล์ที่มีเครื่องปรับอากาศของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากรถเมล์มีหลายแบบทั้งมีเครื่องปรับอากาศ และไม่มีเครื่องปรับอากาศ

“เปรียบเทียบแบบนี้ไม่ค่อยยุติธรรมนะ ต้องเอารถร้อนเทียบรถร้อน รถแอร์เทียบรถแอร์"

“เพึ่งไปเขมรมานะ ไม่เห็นแบบแอดมินเลย"

“มันก็ค่อย ๆ ปรับกันไป รถเมล์แดงเราว่าก็เห็นน้อยลงแล้วนะ รถมันยังพอวิ่งได้อยู่ก็วิ่งไปก่อน แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ที่สำคัญอยากให้เอารถที่เอื้อต่อคนพิการ วีลแชร์ สามารถขึ้นได้มาใช้มากกว่า ประเทศเราสิ่งอำนวยความสะดวกประเภทนี้ยังด้อยมาก”

“ทำไมไม่ถ่ายรถเมล์พัดลมพม่า เปรียบเทียบรถเมล์พัดลมไทยล่ะคะ เคยเห็นจริงๆ หรือเปล่า เราอยู่พม่ารถเมล์พัดลมเค้าก็มีค่ะ สภาพก็ไม่แตกต่างอะไรจากของไทย เผลอๆ ของไทยน่าขึ้นกว่าเยอะ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง”






กูรูชี้รถเมล์=ขนส่งที่จำเป็น !

 หลายคนตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า สิ่งที่ทางเพจได้กล่าวนั้นไม่ยุติธรรมสำหรับประเทศไทยหรือเปล่า เพราะเอารถเมล์ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศไปเปรียบเทียบกับรถเมล์ที่มีเครื่องปรับอากาศของประเทศอื่นๆ รวมถึงในประเทศที่เจริญแล้วเขามีรถโดยสารประจำทางแบบไหนกัน จะเป็นแบบประเทศไทยหรือไม่ ทางทีมข่าว MGR Live จึงขอต่อสายตรงไปยัง ไม - ภูวนาท ทานะ เจ้าของแฟนเพจท่องเที่ยวชื่อดัง “Palapilii Thailand” ให้ช่วยวิเคราะห์เจาะลึก ในฐานะที่เดินทางมารอบโลกและเห็นระบบขนส่งสาธารณะมามากมายนับไม่ถ้วน

โดยเจ้าตัวได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เทียบกันแล้วรถเมล์ในบ้านเรา ก็ควรพัฒนาให้ดีกว่านี้จริงๆ ยอมรับว่าประเทศของเรามันล้าหลัง ไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหรอก แค่ประเทศสิงคโปร์ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

“หดหู่ รู้สึกเหนื่อยกับบ้านตัวเอง การที่ทางเพจเอารูปรถที่ไม่มีแอร์ไปเปรียบเทียบจริงๆ มันก็ไม่ยุติธรรมหรอกที่จะเอารถเมล์มีแอร์ไปเปรียบเทียบกับไม่มีแอร์ของประเทศเรา แต่เขาคงจะสื่อว่าประเทศไทยเรามันคงล้าหลังอยู่ เขาก็เลยเหมือนเอาของดีๆ แต่ละประเทศเอามาเปรียบเทียบกัน แบบให้ดูดิอย่างพม่าเขาเป็นแบบนี้ กัมพูชาเป็นแบบนี้ ที่อื่นเป็นแบบนี้ แล้วทำไมไทยถึงเป็นแบบนี้

จุดประสงค์ของคนโพสต์เหมือนต้องการที่จะสื่อว่า ประเทศไทยทำไมไม่พัฒนาให้ระบบสาธารณะดีๆ ไปเลย ซึ่งถ้ามองในมุมคนที่เดินทางบ่อยๆ ยอมรับว่าประเทศของเรามันล้าหลังจริงๆ คือไม่ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราก็ได้ แค่ประเทศสิงคโปร์ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงแล้ว"

จากการได้ไปท่องเที่ยวมาหลากหลายประเทศ กูรูคนเดิมจึงช่วยวิเคราะห์ถึงรถโดยสารประจำทางของประเทศอื่นๆ และประเทศไทย โดยให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยยังขาดสิ่งที่เอื้ออำนวยความสะดวกหลายอย่าง รวมถึงประเทศไทยมีทั้งภาครัฐฯ และเอกชนดูแล จึงควบคุมไม่ได้ แต่ต่างประเทศมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเพียงหน่วยงานเดียวสามารถควบคุมได้ทั้งหมด

“ถ้าเกิดเปรียบเทียบเห็นได้ชัดเลย ประเทศสหรัฐอเมริกา คือเขาจะตรงต่อเวลามาก ไม่ว่าจะมีปัญหาทางด้านจราจร ฝนตก ยังไงรถก็มาตรงต่อเวลาล้วรถทุกคันก็จะมีระบบไฮดรอลิกที่สามารถเลื่อนมารอรับคนพิการ คือไปจอดที่ไหน ถ้าฟุตบาธมันสูงเกินไป ตัวรถก็มีตัวไฮดรอลิกที่มันสามารถทำให้พอดีกับตัวฟุตบาธ แล้วก็เวลาจ่ายเงินของประเทศเขาไม่ต้องมีคนมาจ่าย เขาก็แค่จ่ายเป็นบัตรเครดิต , การ์ด หรือจะเป็นการหยอดเหรียญเอา สามารถเข้าไปได้เลย อีกทั้งพวกความสะอาด รถเมล์ประเทศเขาสะอาด ที่นั่งก็ดีเลย

แค่ลักษณะภายนอกของตัวรถ ต่างประเทศมันก็จะเป็นลักษณะเดียวกันทั้งหมด ให้ทั้งคนในประเทศ และต่างประเทศรู้ว่านี่คือรถบัส หรือรถเมล์ที่ใช้งานได้จริง แต่ถ้าลองมองในมุมกลับที่คนต่างประเทศมาเมืองไทย รถเมล์บางทีมันไม่เหมือนกัน ขนาดเล็กกว่า ใหญ่กว่าก็มี บางทีมีแอร์ ไม่มีแอร์ เข้าใจไหมเราไม่รู้อะไรเลย จู่ๆเราก็เกิดการลังเลในการเดินทางที่จะไปไหนอีกที่หนึ่ง
ส่วนในเรื่องการจัดการ คืออย่างตอนนี้ระบบการคมนาคมสื่อสารมวลชน มันมีทั้งภาครัฐฯ และภาคเอกชน ซึ่งถ้าเกิดจะมาพัฒนาจริงๆ เขาจะต้องเข้ามาอบรมทั้งหมด ทีนี้มันจะมีแบบรัฐบาลคุม ทั้งเอกชน มันก็เลยไม่สามารถควบคุมได้ ถ้าเกิดเป็นต่างประเทศเขาก็คงจะแบบให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้คุมไปเลย”

สอดคล้องกับ เต่า - ไชยณัฐ  สัจจะปรเมษฐ   นักท่องเที่ยว และนักเขียนชื่อดัง เจ้าของหนังสือ'Bon En Voyageแรดรอบโลก' ในฐานะที่ได้ท่องเที่ยวทุกมุมโลก และเห็นสิ่งต่างๆ มานักต่อนัก ก็ได้ให้ความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การเปรียบเทียบอาจจะยาก เพราะมองในมุมต่างกัน แต่รถเมล์ของประเทศไทยควรมีการปรับปรุง และการพัฒนา

“เรามองในมุมต่างกัน คือเวลาไป ตปท. มันคือการไปเที่ยว อาจจะเทียบยากกับ กทม.ที่เราอยู่ แต่ส่วนตัวมองว่ารถเมล์ยังเป็นการขนส่งที่จำเป็น เพราะระบบรางเป็นระบบที่ต้นทุนสูงกว่ามาก จึงไม่ใช่ทุกเมืองที่จะสามารถใช้ระบบรางเป็นหลักได้แบบเมืองใหญ่ในญี่ปุ่น สิ่งที่ น่าจะปรับปรุงเพิ่มเติมได้ คือการใช้รถเมล์เข้ามาเสริมระบบรางพวกรถไฟฟ้าครับ นอกจากเรื่องความครอบคลุมของเส้นทาง ก็รวมถึงความสะดวกในการจ่ายเงิน ใช้ตั๋วใบเดียวต่อรถไฟ ต่อรถเมล์ได้"

ข่าวโดยทีมข่าว MGR Live