xs
xsm
sm
md
lg

อ้างตัวเป็นหม่อม-สร้างโปรไฟล์หรู -โกงเงินเป็นแสน แฉ #บอยสกล นิสิตลวงโลก!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทวิตเตอร์เดือด! สับเละหนุ่มลวงโลก เนียนใส่ชุดนิสิตโพสต์รูปชีวิตดี ทำทีไปเรียนมหา'ลัยดัง ซ้ำเคยโกงเงินผู้อื่นหนีลอยนวล กูรูการตลาดซัด โปรไฟล์หรูในโลกโซเชียลฯ เชื่อไม่ได้ บรรดามิจฉาชีพพร้อมปลอมได้ทุกอย่างเพื่อใช้ลวงหลอกเงิน!


แฉวีรกรรมสุดแสบ #บอยสกล


“ใครที่เพิ่งมาตกใจกับการกระทำของ #บอยสกล ขอบอกเลยว่าช้ามาก เพราะเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นมาร่วม 10 ปีแล้ว” เล่นเอางงไปทั้งโซเชียล เมื่อ #บอยสกล ติดอันดับ1 ในเทรนด์ทวิตเตอร์ ซึ่งก็มีหลายคนสงสัยว่า เขาเป็นใคร  ทำไมชาวเน็ตจำนวนมากถึงออกมาแฉพฤติกรรมของหนุ่มรายนี้


โดยผู้ใช้รายหนึ่งได้เล่าว่า พฤติกรรมการโกหกสร้างเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคมมากมาย ของ บอย สกล ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่เกิดมานานถึง 10 ปีแล้ว  ตั้งแต่มัธยมจนล่วงเลยถึงชีวิตมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาเคยเป็นเพื่อน และเคยเป็นคนหนึ่งที่เคยโดนหลอก ซึ่งบอย สกล ทำเหมือนว่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาก่อนบอกว่าไปเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้โพสต์ภาพไปอ่านหนังสือที่หอสมุดของจุฬาฯ และได้ไปถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ด้วย

ย้อนกลับไปช่วงมัธยมเขาไม่สามารถต่อม.ปลายได้ จึงได้ออกจากโรงเรียน และเปลี่ยนชื่อเป็น เขต สกล ทำให้เขาได้เริ่มใช้โอกาสหลอกหลวงคนอื่นเป็นครั้งแรก โดยใช้รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นสนามในการใช้ประลอง สวมชุดนักเรียนของโรงเรียนชายล้วนชื่อดังย่านปากคลองฯ แห่งนี้ และอัปรูปลงโซเชียลฯ ทำทีว่าเรียนที่นี่ แต่ก็โดนครูจับได้พราะไม่มีชื่อในใบลงทะเบียน

“เตรียมอุดมศึกษา ถูกใช้เป็นสถาบันที่ 2 ในการเล่มเกมนี้ ครั้งนี้ ถ้าแค่ใส่ชุดนักเรียนมันคงธรรมดาไป เอาวะ ไปรับน้องและเข้าไปนั่งเรียนแม่_เลย สกลกลับมาป่าวประกาศความสำเร็จที่ได้เป็นเด็ก ต.อ. กับเพื่อนพ้องน้องพี่อีกครั้ง และโดนแหกไม่ต่างอะไรกับครั้งก่อน”

ไม่เพียงแต่ชีวิตมัธยมที่ไม่เป็นความจริง ชีวิตในช่วงมหาลัยก็เช่นกัน นอกจากจะโพสต์ภาพว่าเรียน และทำกิจกรรมที่จุฬาฯ แล้ว ล่าสุดมีคนออกมาแฉวีรกรรมของเขาเพิ่ม ทั้งเข้าไปเรียนที่ ม.บูรพา ได้ถูกคัดเลือกเป็นประธานรุ่น ก่อนจะชิ่งเงินครึ่งล้านบาท จากการเก็บรวบรวมของนักศึกษาปี 1 และหนีลาออก พร้อมโบ้ยให้ผู้อื่นเป็นคนทำ



“เงินรุ่นวิศวะมอบูปี 57 ที่ทำมติกันว่าจะเก็บเงินรุ่นคนละ1,700หรือ1,500 บาท นี่แหละไว้ใช้ในกิจกรรม รุ่นเราเกือบ 600 คน คูณ 1,700 เข้าไปนี่ไม่ใช่น้อยๆ นะจัดกิจกรรมไม่กี่ครั้งเราจำได้สโมบอกตังค์หมดคือไรงงพอจะถามหัวหน้ารุ่น อ้าวห่-มันย้ายที่เรียนเว่ยแล้วกูจะไปถามข้อเท็จจริงจากใคร" 




อย่างไรก็ดีมีคนออกมาแฉถึงพฤติกรรมอันน่ากลัวของผู้ชายคนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเรื่องที่เขาบอกว่าเรียนที่มหา'ลัยชื่อดัง ทำกิจกรรมต่างๆ ในมหา'ลัย ใช้สิทธิ์ในการขออนุมัติโครงการต่างๆ กล่าวอ้างว่าที่บ้านเป็นหม่อม หรือแม้แต่ไปแลกเปลี่ยนทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ทำทีว่าชวนเพื่อนๆ และครอบครัวให้ไปส่งที่สนามบิน

เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ทั้งหมดไม่เป็นความจริง เขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง จากฉะเชิงเทรา ครอบครัวไม่ได้เป็นหม่อมเจ้าที่กล่าวอ้าง ไม่ได้ไปแลกแปลี่ยนที่ประเทศญี่ปุ่น ไฟลต์บินที่ได้อ้างไว้ก็ไม่พบข้อมูล และจริงๆ แล้วไม่มีชื่อเขาในสถาบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่มีชื่อทะเบียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

“ส่วนเรื่องไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นนั้น นางก็ทักFB มาว่าเราจะไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นนะไปส่งเราด้วย เราอยากให้แกไปส่งนั่นนู่นนี่ นางไม่ได้บอกกระทันหันนะ นางบอกล่วงหน้าประมาณสองสามเดือน ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดีเลยถ้านางจะหลอกนะ ส่วนอีนี่จ้า ลงทุนไปกทม. เพื่อไปส่งนางไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นเลยจ้า”

“นอกจากจะปลอมเป็นนิสิต มึ_ยังกล้าเขียนขออนุมัติโครงการด้วยหรอ ยอมใจมึ_จริงๆ"

"เรื่องฝึกงานของนางอ่ะยื่นฝึกงานและไปฝึกงานที่บริษัทบุญรอดจริง แต่ตอนยื่นฝึกงานนางโกหกกับทางบุญรอดว่าเกรดของจุฬาฯ ยังออกไม่ครบ เลยขอใช้เกรดของ ม.รามยื่นสมัครฝึกงานก่อน และทางบุญรอดก็รับเข้าฝึกงาน ตอนฝึกงานนางก็ใส่ชุดนิสิตจุฬาฯ ไปฝึกงานด้วยนะ ตอนนี้เว็บในภาพก็หายไปแล้ว"

ล่าสุดเพจ 'พี่แนะแนวน้องจุฬาฯ-ฉะเชิงเทรา' ที่เคยได้ใช้รูปบอย สกล ในการโฆษณาก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีนี้เช่นกันโดยได้ระบุว่า ทางเพจฯ เป็นกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังมีการแอบอ้างว่าเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จึงได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถหาหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้ เพราะผู้กล่าวหาพยายามบ่ายเบี่ยง และไม่ได้ให้ข้อมูลเป็นจริง จึงขอออกมาชี้แจงให้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เป็นกลุ่มหนึ่งที่ถูก หลอกลวงให้เชื่อในสิ่งที่เขาสร้างเรื่องขึ้นมาเองเช่นกัน



กูรูชี้ IG มีไว้สร้างภาพลักษณ์ปลอมๆ!!


หลายคนสงสัยว่า พฤติกรรมที่ผู้ชายคนนี้ปฏิบัติ และพยายามสร้างเรื่องราวต่างๆ ให้ชีวิตตัวเองดูดีนั้น ทำไปเพื่ออะไร และการที่ชอบโกหก หลอกลวงผู้อื่นแบบนี้ถือว่าเป็นโรคทางการแพทย์หรือไม่ มีวิธีการรักษาอย่างไร ทางทีมข่าวMGR Live จึงได้ติดต่อสัมภาษณ์ไปยัง นพ.ชัยวัฒน์ พานทอง ผู้เชียวชาญจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อไขข้อข้องใจเรื่องราวทั้งหมด

โดยหมอคนเดิมได้ให้ข้อมูลว่า ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นโรค แต่ก็เป็นพฤติกรรมส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคทางการแพทย์ได้ ดังนั้นจะต้องดูว่าสิ่งที่เขาทำ เขาทำไปเพื่ออะไร ต้องสอบถามเขา และดูคนรอบข้างด้วยว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ ทำไมถึงทำแบบนี้ ต้องดูหลายๆ เรื่องมาประกอบกัน

“พฤติกรรมชอบโกหก หลอกลวง ที่เขาเป็น มันเป็นพฤติกรรมครับ มันยังไม่เป็นโรค เพียงแต่ว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้เป็นโรคอื่นๆ ได้ มันอาจจะบอกไม่ได้ว่าเป็นโรค หรือไม่เป็นโรคทางการแพทย์ ต้องดูบริบทค่อยข้างเยอะ ต้องดูเรื่องของแรงจูงใจที่ทำให้เขาโกหก หลอกผู้อื่น เพราะอะไร ทำไมต้องทำ และดูหลายๆ เรื่องมาประกอบกัน พฤติกรรมการโกหกอาจจะบอกว่าเป็นโรคคงยังไม่ได้ ต้องดูจุดประสงค์การโกหกคือออะไร และดูอาการของเขาเป็นยังไง จึงจะบอกได้ว่าคนนี้เป็นโรค หรือไม่เป็นโรค และหาวิธีรักษา ทางที่ดีก็ควรพบแพทย์”

เพื่อให้ข้อมูลหลายด้าน ทีมข่าวจึงติดต่อสัมภาษณ์ไปยัง อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย กูรูด้านการตลาดชื่อดัง ให้มาไขข้อสงสัยว่า การสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ ทำให้คนๆ นั้นดูโปรไฟล์ดี หลอกคนอื่นได้ง่ายจริงหรือไม่ รวมถึงจะรับมืออย่างไรเพื่อที่จะไม่หลงกลตัดสินคน หลงเชื่อโปรไฟล์ลวงๆ ในยุคของคนยึดถือภาพลักษณ์จากโซเชียลฯ อย่างทุกวันนี้

โดยกูรูคนดังกล่าวได้ให้ข้อมูลว่า มันทำให้มิจฉาชีพ และคนอื่นๆ หลอกง่ายขึ้นจริง เพราะจากการค้นคว้าข้อมูลพบว่า แอปพลืเคชั่นที่สร้างตัวตน สร้างภาพลักษณ์ในโลกโซเชียลได้ดี และคนเชื่อมากที่สุดคือ Instagram คนจะโพสต์ หรือจะสร้างข้อมูลอะไรก็ได้ เราต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ ดูข้อมูลดีๆ ก่อน เพราะปัจจุบันมีธุรกิจที่สามารถช่วยทำให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นได้

[อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย]

“ในมุมมองของนักการตลาด มันทำให้หลอกผู้อื่นได้ง่าย โดยเฉพาะ Instagram จากการค้นหาข้อมูล Social media แต่ละอันมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน ในบรรดาลโซเชียลฯ ที่เหมาะกับการสร้างภาพลักษณ์มากที่สุดก็คือ IG แล้วในProfile ของคนเล่นIG เนี่ยก็จะค่อยข้างดูแพงกว่าแอปฯ เฟซบุ๊ก จะโพสต์รูป หรือโพสต์เรื่องราวที่เหนือกว่าความจริง อย่างเช่น เรากินก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยทุกวัน เราต้องโพสต์ แต่เราไม่โพสต์ แต่ในเวลาเราไปกินอาหารแพงๆ อาหารดีๆ ถือกระเป๋าแพงๆ เราจะโพสต์รูปให้สวย ชีวิตจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันจะมีความรู้สึกที่ว่า ทำไมคนนี้กินดี อยู่ดี แต่ชีวิตจริงเป็นอีกแบบหนึ่ง

เวลาอาจารย์สร้างภาพลักษณ์ในโลกออนไลน์ หรือสร้างตัวตนในนั้น ก็จะมีการตัดต่อสิ่งที่ดี หรือเหนือเกินความเป็นจริงมา Present ต่อคนที่มาชม หรือเป็น Follower แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี เวลาที่เขาเป็นอย่างนี้ปุ๊บเนี่ย เขาอาจจะชักจูงคนเป็นไปอีกทางหนึ่งได้

ปัจจุบันยุคนี้เป็นยุคที่ Information (ข้อมูล)เข้ามาเยอะ วิธีการรับมือก็คือ ต้องหัดรู้จักวิเคราะห์ เราไม่ควรเชื่อในสิ่งที่เราเห็นเท่านั้น ต้องไปวิเคราะห์คนๆ นี้ มีที่มาที่ไปยังไง เขาเป็นใคร เขาสร้างตัวมายังไง มีอาชีพอะไร เพราะปัจจุบันมีธุรกิจที่สามารถช่วยทำให้เรามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีให้ยืม ให้เช่าเงิน ,เช่ารถ ,เช่าเสื้อผ้า ,เช่ากระเป๋า, เช่ารองเท้า เพราะฉะนั้นของทุกอย่างในวันนี้สามารถที่จะปลอมได้หมด”

ล่าสุดเพจ “นักกอดหมอนออนไลน์” ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวดังกล่าวเช่นกัน โดยให้ความรู้ทางกฎหมายว่า  การปลอมแปลงตัวเองเป็นนิสิต จุฬาฯ โดยการแต่งกายเครื่องแบบของมหาลัยนั้น อาจจะทำให้เขาได้รับโทษ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ได้เลยทีเดียว ส่วนวีรกรรมอื่นๆ ในอดีตไม่สามารถบอกได้ เพราะก็ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริงมากพอที่จะฟันธงอะไรได้

“มหาวิทยาลัยของรัฐแทบจะทุกที่ มีกฎหมายในระดับ พระราชบัญญัติของมหาลัยอันว่าด้วยสิทธิในการใส่เครื่องแบบของมหาลัยทั้งนั้น เช่น 'พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๑'มาตรา ๖๙ ผู้ใดใช้ครุยพระบรมราชูปถัมภก ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจำตำแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายของนิสิตและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือสิ่งใดที่เลียนแบบสิ่งดังกล่าวโดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญาประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา ประกาศนียบัตร หรือมีตำแหน่งใดในมหาวิทยาลัยโดยที่ตนไม่มีสิทธิ

ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่งเช่นนั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าพิจารณาองค์ประกอบ มีเจตนาแต่งให้ผู้อื่นเชื่อเช่นนั้นจริง และมีผู้เชื่อเช่นนั้นแล้ว ย่อมถือว่าครบองค์ประกอบความผิด สามารถดำเนินคดีทางอาญาได้”

ข่าวโดย ทีม MGR Live
ขอบคุณภาพจาก : Twitter
กำลังโหลดความคิดเห็น...