เสน่ห์ข้าวสาร “ร้านขายของริมทาง” ภาพที่ชินตานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก กทม.จัดระเบียบวุ่น แก้ปัญหาไม่ตรงจุด กระทบท่องเที่ยวหรือไม่? ผู้ค้าร้อง!! ยกเลิกคำสั่งจัดระเบียบ กูรูท่องเที่ยวมองมุมต่าง ชี้ระเบียบวินัยน่าจะดึงดูดมากกว่าเสน่ห์
“ร้านริมทาง” เสน่ห์ “ข้าวสาร” ผ่านสายตาต่างชาติ
ร้านค้าที่เรียงรายบนทางเท้าที่มากกว่า 200 ร้าน บน “ถนนข้าวสาร” เป็นภาพที่ชินตาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และอาจจะนับได้ว่า เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเยือน วิถีเดิมๆ ที่กำลังจะหายไป เมื่อมีการจัดระเบียบผู้ค้าที่มีเสน่ห์คู่ถนนแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
ชาวเน็ตตั้งคำถามการจัดระเบียบผู้ค้าเป็นการแก้ปัญหาผิวจราจรจริงหรือ แล้วรถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊กที่จอดกินพื้นที่ถนนสองเลนริมทางเป็นการแก้ปัญหาแล้วหรือยัง เงื่อนไขเหล่านี้จะกระทบต่อทางเท้าและการจราจรอยู่หรือไม่
จากที่ กทม.ได้จัดพื้นที่ที่เหมาะสมในผิวจราจรให้ผู้ค้าตั้งวางแผงค้า ซึ่งกำหนดให้ผู้ค้าตั้งวางได้เฉพาะช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. เท่านั้น แต่หากผู้ค้าฝ่าฝืน เบื้องต้นเขตจะเจรจาพูดคุยสร้างความเข้าใจกัน แต่หากยังฝ่าฝืนต่ออาจต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทางทีมข่าวผู้จัดการ Live จึงได้ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามไปยังผู้ค้ารายหนึ่งในถนนข้าวสาร โดยแม่ค้ารายนี้ได้เปิดเผยว่าผู้ค้าไม่ต้องการให้การจัดระเบียบมาทำลายภาพลักษณ์ที่ผู้ค้าร่วมกันสร้างขึ้นเอง จนกลายเป็นถนนที่มีชื่อเสียง ที่ผ่านมาภาครัฐไม่เคยจัดสรรงบมาพัฒนาพื้นที่ แต่เป็นกลุ่มผู้ค้าเองที่ได้ร่วมกันพัฒนา เช่น ร่วมกันจ้างรถทำความสะอาดถนนข้าวสาร ดังนั้น จึงขอให้กทม.ชะลอคำสั่งจัดระเบียบ หรือให้ยกเลิกคำสั่งจัดระเบียบ
ถนนข้าวสารหลังการจัดระเบียบ
“ร้ายขายของเหล่านี้มันเป็นเสน่ห์ของข้าวสารไปแล้ว เพราะมันไม่ได้เกิดมาจากรัฐบาลจัดการให้นักท่องเที่ยวหันมาสนใจ แต่เกิดขึ้นจากคนที่เติบโตมาจากตรงนี้ เกิดการพัฒนามาเรื่อยๆ และการเข้ามาจัดระเบียบในครั้งนี้ความครึกครื้นของนักท่องเที่ยวลดน้อยลง เพราะมันมีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าคนติดเที่ยวหน่อยก็อาจจะรู้สึกผิดหวัง แต่ถ้าคนที่ชอบความสงบเรียบร้อยเป็นระเบียบก็น่าจะสมหวัง
ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอเวลา เพราะอยู่ใต้กฏหมายไทย มันมีกฏหมายของมัน เมื่อไทยงัดคำว่ากฏหมายขึ้นมามันก็ทำใจยาก แต่ก็ลุ้นว่าให้ขอร้องสำเร็จ ให้ตั้งขายได้เหมือนเดิม เวลาที่เขาประกาศให้ตั้งมันไม่ใช่เวลาขายของร้านค้าเลย เป็นเวลาดื่มกินมากกว่า หลัง สองทุ่มไปแล้วคนจะกินดื่มเยอะ เดินซื้อของจะน้อยมาก “
หากมองในแง่วัฒนธรรมแล้วการเติบโตของร้านค้าริมถนน เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมการกินของคนไทย สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยสามารถรับประทานได้ทุกเวลา การรับประทานอาหารคือความสนุก การท่องเที่ยวและการพักผ่อน ซึ่งร้านค้าแผงลอยสามารถตอบโจทย์ทางวัฒนธรรมนี้ได้
“ระเบียบ” สำคัญกว่า “เสน่ห์”?
แม้ว่าถนนข้าวสารจะขึ้นชื่อเรื่องสตรีทฟู้ด สุดยอดอาหารริมทาง แต่สัดส่วนแผงค้าที่ไม่เป็นระเบียบ ทำให้กรุงเทพมหานครต้องเข้ามาจัดการ เพื่อความสวยงามและความปลอดภัย เป็นแลนด์มาร์ครูปแบบใหม่ใจกลางกรุง ไม่ได้ให้ยกเลิกขายร้านริมทาง แต่จัดระเบียบพื้นที่การค้าขายให้เรียบร้อย เป็นภาพลักษณ์ที่ดี และคงเสน่ห์ของร้านอาหารริมทาง( Street food) กรุงเทพมหานครไว้
ทั้งนี้เจริญเติบโตที่รวดเร็วการท่องเที่ยวในถนนข้าวสารหากขาดระเบียบในการจัดการ การวางแผนเพื่อ รองรับสถานการณ์ในอนาคต และการควบคุมลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมให้มีความ เหมาะสมแล้ว อาจก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการใช้พื้นที่
ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามความเรียบร้อยการจัดระเบียบพื้นที่ถนนข้าวสาร ส่งผลให้วันนี้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะพ่อค้าแม่ค้าไม่ได้ออกมาตั้งแผงขายของบนฟุตบาท เนื่องจากช่วงกลางวันจะจัดระเบียบ เปิดทางให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ใช้ถนนหนทางได้สะดวก ส่วนบนทางเท้า สองฝั่งของถนนข้าวสารนั้น ห้ามขึ้นไปตั้งแผงขายทั้งกลางวันและกลางคืน
ด้าน สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดระเบียบนั้นมีโครงการมาตั้งแต่ปี 2557 ที่ผ่านมาได้คุยกับผู้ค้าไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่ผู้ค้าไม่ยอม ยืนยันจะขายทุกวันตามเดิมบนทางเท้า บางร้านมีแผงขายของเดิมถึง 7-8 แผง แต่ไม่พอใจที่ กทม.จัดระเบียบใหม่จนเหลือให้รายละ 1 แผง เป็นที่มาของการ ไม่ยอมรับข้อเสนอการจัดระเบียบของ กทม
“ระหว่างที่รอการพิจารณาออกข้อบัญญัติ กทม. ได้แจ้งผู้ค้าให้หยุดทำการค้าและไม่อนุญาตให้ตั้งวางแผงค้าในถนนข้าวสารเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งคาดว่าจะได้คำตอบจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่าสามารถออกข้อบัญญัติดังกล่าวได้หรือไม่ และจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยหากผู้ค้ามีการฝ่าฝืนตั้งวางแผงค้าในช่วงเวลาดังกล่าว กทม.มีความจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย เนื่องจากถนนข้าวสารไม่ได้เป็นจุดผ่อนผัน ไม่สามารถอนุญาตให้ตั้งวางแผงค้าหรือทำการค้าได้”
ขณะที่ ลัทธวิทย์ ธูปแจ้ง กูรูนักท่องเที่ยว เจ้าของเพจ Everyway Jakop ช่วยวิเคราะห์กับทีมข่าวผ่านปลายสายว่าหากมองในมุมมองนักท่องเที่ยว ในช่วงตอนกลางวันถ้าจราจรติดขัด ก็ควรที่จะเข้ามาจัดระเบียบให้ถูกต้อง แต่ตอนกลางคืนหากเป็นไปได้อยากให้ปิดถนนไปเลย เพราะคนก็มาเที่ยวข้าวสารเป็นจำนวนมาก เงินเหล่านั้นก็สะพัดเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก
“ผมมองว่าเสน่ห์ของข้าวสารมันอยู่ที่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย คิดว่าถ้าไม่มีร้านขายของริมทางจะขาดเสน่ห์ไหม ผมว่าระเบียบวินัยมันน่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเสน่ห์ ถ้ากฏระเบียบเล็กน้อยยังปฏิบัติตามไม่ได้ ต่างประเทศเขาก็มองว่าเราเป็นประเทศที่ไม่พัฒนาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่มันดีขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ได้”
การเข้ามาจัดระเบียบถนนข้าวสารในครั้งนี้จะเป็นการ คืนเสน่ห์หรือลดเสน่ห์ของถนนข้าวสาร และเรียกนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้จริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อจากนี้
ขอบคุณภาพบางส่วน: expedia.co.th


