“เรือฟีนิกซ์ล่ม”กลายเป็นโศกนาฏกรรมฝันร้ายของทัวร์จีน ที่โดนคลื่นมัจจุราชถาโถมกลืนกิน 41 ชีวิต และสูญหายอีก 15 ราย สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยเรือท่องเที่ยวมีแค่ไหน เหตุใดพายุลมมรสุมเข้าเสี่ยงอันตรายขนาดนี้ยังกล้าเดินเรือ เหตุใดใส่เสื้อชูชีพก็ไม่รอด!?ตั้งข้อสงสัยทัวร์ศูนย์เหรียญไร้ความปลอดภัย เรือลำนี้ใครถือครองสิทธิ์หรือเป็นของบริษัทจีน ผ่านนอมินีไทย!?
อุบัติเหตุ vs ประมาท?
จากกรณีอุบัติเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มจมทะเลระหว่างกลับจากเกาะเฮ จ.ภูเก็ต โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยสาร 93 คน ไกด์และลูกเรือ 12 คน รวมเป็น 105 คน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 41 ราย และยังมีผู้สูญหาย 15 รายนั้น สร้างความเศร้าสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
โลกโซเชียลฯ ระอุ! คนขับเรือจะอ้างว่าก่อนออกเรือฟ้าอากาศปลอดโปร่งเป็นเหตุสุดวิสัยคงฟังไม่ขึ้น เพราะกรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนแล้ว ซัดตามใจนักท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ส่วนตน
เหตุการณ์ฝันร้ายครั้งนี้ สมจริง บุญธรรม กัปตันเรือฟินิกซ์ เล่าถึงวินาทีมรณะว่า วันเกิดเหตุได้นำนักท่องเที่ยวทั้งหมด 97 คน เดินทางจากท่าเทียบเรืออ่าวฉลองในเวลา 09.00 น. เพื่อไปท่องเที่ยวดำน้ำเล่นที่บริเวณเกาะราชา ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และ พานักท่องเที่ยวเดินทางกลับจากเกาะราชาในเวลาประมาณ 16.30 น.
แต่ขณะที่เรือแล่นมาถึงแหลมโม่ง ห่างจากเกาะเฮประมาณ 2 ไมล์ทะเล มีคลื่นขนาดใหญ่สูงประมาณ 4 - 5 เมตร ซัดเข้าใส่เรือทางด้านหน้าเรืออย่างแรงตลอดเวลาที่เรือวิ่ง ทำให้นำไหลเข้าไปใต้ท้องเรือจนเครื่องสูบน้ำไม่ทัน ส่งผลให้เรือเอียง ระหว่างนั้นได้สั่งให้นักท่องเที่ยวตรวจเช็กเสื้อชูชีพที่สวมใส่อยู่ และนำแพยางปล่อยลงข้างเรือจำนวน 2 ลำ เพี่อให้นักท่องเที่ยวลงไปอยู่ในแพยาง พร้อมประสานไปยังเรือประมงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือ แต่ระหว่างนั้นพบว่าเรือได้จมลงในทะเลอย่างรวดเร็ว
กัปตันเรือผู้มีประสบการณ์ขับเรือ 12 ปี ชี้ฟีนิกซ์เป็นเรือล่องคลื่น เป็นเหตุให้ไม่สามารถฝ่าคลื่นสูงเท่าตึกได้ แนะกัปตันเรือใช้วิจารณญาณเช็กสภาพอากาศว่าควรออกเรือหรือไม่
สิทธิโชติ อสัมพินวัฒน์ กัปตันเรือ All 4 Diving เล่าย้อนสภาพอากาศ ในวันที่เกิดเหตุว่า ตนขับเรือออกมาจากเกาะพีพีประมาณ 15.00 น. สภาพอากาศตอนนั้นฟ้าโปร่งไม่มีเฆฆ เพื่อออกมาถึงเกาะเขียว ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มีเมฆฝนพัดมาจากทางแหลมพรหมเทพเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง โดยขณะที่ตนอยู่บริเวณระหว่างเกาะเขียวและเกาะไม้ท่อนก็มีคลื่นสูงประมาณ 3 เมตรแล้ว โชคดีที่เรือตนเป็นมีประสิทธิภาพในการฝ่าคลื่นได้ดี โดยเป็นเรือ “ฟันคลื่น” ต่างจากเรือฟีนิกซ์ซึ่งเป็นเรือ “ล่องคลื่น” ทำให้ไม่สามารถฝ่าคลื่นสูงได้
โดยส่วนตัวมองว่าเป็นอุบัติเหตุเพราะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แนะกัปตันเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศจากหลายช่องทาง และใช้วิจารณญาณพิจารณาจากสภาพอากาศว่าควรออกเรือหรือไม่
ไม่เตือนภัย ไร้สาธิตเสื้อชูชีพ
อย่างไรก็ตาม สังคมตั้งข้อสงสัยถึงมาตรฐานเรือท่องเที่ยวมีมากแค่ไหน ผู้ประสบภัยแฉ! ลูกเรือกระโดดน้ำหนีก่อน ไม่มีการเตือนภัย นอกจากนี้ ยังไม่แนะนำสาธิตวิธีเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนเรือ เพราะหลายคนแม้จะใส่เสื้อชูชีพก็ยังเสียชีวิต
นักท่องเที่ยวจีน เล่าวินาทีเรือล่มเห็นคาตาลูกเรือกระโดดลงน้ำ จึงกระโดดตามจนรอดชีวิต เผยปัญหาอยู่ตอนขากลับ สถานการณ์เลวร้ายลง ลมแรงมาก ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีประกาศเตือนให้สวมเสื้อชูชีพอีก จากนั้นเรือได้เอียง 60 องศา เสียงกระจกแตก 2 ครั้ง ไกด์จึงวิ่งมาหยิบเสื้อชูชีพ ทุกคนจึงแย่งกันออกไปข้างนอก เห็นพนักงานเรือกระโดดลงทะเล ตนจึงกระโดดตามและรอดชีวิต
เช่นเดียวกับ หวงจวินซง หนึ่งในผู้ประสบภัยเรือล่มเล่าถึงเหตุการณ์ฝันร้ายที่เกิดขึ้นขณะเรือเผชิญกับพายุฝนกลางทะเล
“ลูกเรือไม่ได้บอกให้ผู้โดยสารที่อยู่ในเคบิน(ห้องโดยสาร)ออกไปที่ดาดฟ้าเรือ จนกระทั่งเรือเริ่มเอียงไปเยอะแล้ว กว่าพวกเขาจะบอกให้ออกไปเรือก็เอียงไปข้างหนึ่งแล้ว คนก็รีบวิ่งออกไปโดยไม่มีการควบคุมและวิ่งออกไปทางที่เรือเอียงต่ำ ทำให้เรือยิ่งเอียงมากกว่าเดิมและเริ่มมีน้ำไหลเข้ามา จากนั้นเรือก็จมลง น้ำก็ไหลเข้ามา ผู้โดยสารบางคนเข้าไปหลบในเคบิน”
ส่วนหวงนั้นเป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่ด้านนอกเคบิน เขาเล่าว่า พวกเขาปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดของเรือ บางคนก็เลือกกระโดดลงน้ำ และจังหวะนั้นเองลูกเรือก็เริ่มปล่อยเรือชูชีพ
“ตอนเราออกจากฝั่งอากาศยังดีอยู่ แต่ตอนขากลับเราเจอกับคลื่นลูกใหญ่จำนวนมาก พวกเขารู้ว่าอากาศไม่ดี แต่ทำไมยังจะออกจากฝั่ง”
หลินหงเจิ้ง ผู้รอดชีวิตอีกราย เล่าเหตุการณ์ฝันร้ายว่า “ตอนเราออกจากฝั่ง เมฆครึ้มก็อยู่ข้างหลังเราแล้ว มีเมฆครึ้มมาตั้งแต่ตอนเราขึ้นเรือแล้ว เราก็ได้แต่ทำตามที่พวกเขาว่า หลังจากนั้นก็นั่งเรือกันไปประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้โดยสารในเคบินต่างกลัวคลื่นที่ซัดสูง เพราะคลื่นพวกนั้นสูงเท่าตึกได้ ตอนผมขึ้นไปที่ชั้น 2 ของเรือ บนชั้น 2 ก็เต็มไปด้วยน้ำแล้ว ส่วนชั้น 1 มีหน้าต่างกระจกปิดอยู่จึงไม่มีน้ำเข้าไป”
หลินเล่าว่าเมื่อไกด์บอกให้ทุกคนสวมเสื้อชูชีพ ก็เริ่มมีผู้โดยสารร้องไห้ ตะโกน ส่วนเขาปีนออกจากเคบินขึ้นไปบนชั้น 2 ได้หลังจากเรือเริ่มจมแล้ว และเขาก็หาใครไม่เจอเลย ทุกอย่างก็โกลาหลมาก
เขาจำไม่ได้ว่าลอยคออยู่กลางทะเลนานเพียงได้ จำได้แต่เพียงรู้สึกว่านานและหนาวมาก เพราะลมในทะเลหนาวเย็น และฝนก็ตกจนเขาตัวสั่นไปหมด
หลายคนตั้งข้อสงสัยผู้เสียชีวิตล้วนที่ลอยอยู่กลางทะเลล้วนแล้วแต่ใส่เสื้อชูชีพ นั่นหมายความว่า เสื้อชูชีพไม่สามารถเซฟชีวิตได้หรือ? ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kalthanat Suksirisun แนะวิธีใส่เสื้อชูชีพให้ถูกต้อง เอาตัวรอดกลางทะเล ย้ำจุดล็อกมีกี่จุดใช้ให้หมด
“โดยหลักการใส่ใช้เสื้อชูชีพให้ถูกต้องนั้น จุดรัดมีกี่จุดคุณต้องใช้ให้หมดดึงสายให้แน่น แม้จะมีบางจุดที่มันอาจจะไม่สบายกับน้องชายน้องสาวคุณก็ตาม(รัดเป้า)แต่จุดนี่แหละที่จะทำให้คุณรอดตาย
เสื้อชูชีพ ถ้าคุณรัดแต่จุดบนเวลาคุณตกน้ำเสื้อมันจะไหลออกจากตัวคุณ ถ้าคุณตกใจคลื่นแรงไม่รอดแน่ เส้นล่างนั้นสำคัญมากคนส่วนใหญ่ไม่ใช้ เพราะมันน่ารำคาญ ไม่เชื่อลองดูได้ เส้นนี้สำคัญหรือไม่ นั่นคือชีวิตคุณ มีใช้จงใช้มันให้ครบ เขาออกแบบมาแล้วรัดให้แน่น เชื่อผมคุณรอดแน่ถ้าตกน้ำ”
อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้มาแสดงความคิดเห็นว่า แม้จะมีเสื้อชูชีพให้นักท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการบางรายมักง่ายใช้เสื้อที่ไม่ได้มาตรฐาน
“เราเคยไปดำน้ำ แต่พนักงานให้เสื้อที่สายรัดด้านล่างขาด ด้านหน้าที่ควรจะล็อคทั้ง 4 จุด แต่ใช้ได้แค่ 2 จุด เราขอเปลี่ยนค่ะ แต่พนักงานตอบกลับมาว่า ใช้ได้เหมือนกันแหละ เราก็เลยตามเลย อธิบายไปก็คงไม่ได้อะไร”
เรือนอมินี ทัวร์ศูนย์เหรียญ!?
เหตุการณ์น่าเศร้านี้โลกโซเชียลฯ ต่างเห็นใจนักท่องเที่ยวที่ประสบภัย แต่ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสข่าวว่าทัวร์นี้จัดโดยคนจีนกันเอง แล้วมาสวมรอยทำทัวร์ในไทยโดยผ่านนอมินีไทยจึงไม่มีมาตรการรับภัยที่เหมาะสมและเรืออาจไม่ได้มาตรฐาน
โลกโซเชียลฯ แชร์ข้อมูลเรือฟีนิกซ์ว่า เป็นเรือของบริษัททัวร์จีนที่เข้ามาทำเอง โดยผ่านนอมินีไทย
สำหรับกรณีทัวร์จีนที่สวมรอยทำทัวร์ในไทยหรือที่เรียกกันว่าทัวร์ศูนย์เหรียญที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการในเมืองไทยนั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยอมรับว่ามีนอมินีที่เป็นเจ้าของเรืออยู่จำนวนมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นนอมินีแล้วไม่ใช่คนไทยเป็นเจ้าของเอง เรื่องการดูแลเรือย่อมไม่ดีเหมือนเจ้าของเรือดูแลเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะใช้มาตรการเดินภาษีความผิดฐานยึดทรัพย์ ซึ่งเราได้ดำเนินคดีกับบริษัททรานลี่มาแล้ว เข้ามาใช้ในการตรวจสอบทั้งหมด เพราะฉะนั้นเรื่องเรือถ้าเป็นเรือที่ไม่ใช่ของคนไทยเป็นเจ้าของโดยตรงแต่เป็นนอมินีต่างชาติ ต้องเตือนผู้ประกอบการในภูเก็ตให้เลิก เรามีข้อมูลอยู่หลายส่วนแล้วถ้าเป็นนอมินีข้ามชาติ การดูแลรักษาเรือก็จะไม่ดี ไม่เอาใจใส่ เหตุก็จะเกิดอยู่ร่ำไป เราจะบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินคดีเหมือนกับบริษัท ทรานลี่
ในส่วนของบริษัทเรือ ตอนนี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปพบกับเจ้าของเรือที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เพราะฉะนั้นในเรื่องของการตรวจสอบเรือ ถ้าเป็นนอมินี เราต้องดำเนินคดีความผิดในเรื่องของ ภาษีอากร การประกอบธุรกิจนำเที่ยว รวมถึงเรื่องการจดทะเบียนกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ในเรื่องนี้เราไม่ปล่อยไว้แน่นอน ถ้าพบเป็นนอมินี เมื่อไหร่ดำเนินคดีเมื่อนั้น เพราะถือว่ารายได้ไม่ได้เข้าประเทศ คนไทยเสียหาย วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีที่ยืน โดยเฉพาะคนภูเก็ต
….นอกจากจะเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว ยังสูญเสียชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้อีกด้วย


