xs
xsm
sm
md
lg

เซย์ไฮกากหมู – ฮัลโหลเบคอน กินไขมันก็ผอมได้ !!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เทรนด์ไดเอทแบบใหม่ 2018 กินไขมันได้ ไม่อ้วน ลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้น นักโภชนาการแนะ เหมาะกับผู้มีน้ำหนักตัวมาก ต้องการลดอย่างไวในช่วงแรก ไม่น่าเชื่อ ยิ่งกินไขมันมาก ยิ่งผอม

เทรนด์ใหม่มาแล้ว สำหรับเทรนด์การกินของปี 2018 อย่าง คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) หรือที่เรียกกันว่า คีโต ไดเอต (Keto Diet) เพราะนี่คือการกินที่ยิ่งกินไขมันเท่าไร น้ำหนักก็ยิ่งลด เป็นกระแสแรงที่มีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

สรุปแล้วดีหรือไม่ดีอย่างไร ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในโลกโซเชียลฯ ทางทีมข่าว ผู้จัดการ Live จึงต่อสายตรงไปยัง รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ ม.มหิดล เพื่อขอให้ช่วยอธิบายเกี่ยวกับเทรนด์ไดเอทแบบใหม่นี้
“ลักษณะของ คีโตเจนิค ไดเอท คือการกินไขมันเป็นหลัก ทำให้ร่างกายใช้พลังงานจากไขมัน โดยที่พยายามไม่ใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต หรือโปรตีน ซึ่งวิธีการก็คือ การปรับโดยการกินอาหารพวกแป้งให้น้อยมาก กินโปรตีนพอประมาณ และกินไขมันมากขึ้น ในส่วนนี้จะทำให้ร่างกายมีปริมานของคาร์โบไฮเดรตลดน้อยลง ปรับให้ร่างกายเผาผลาญไขมันแทน”



เมื่อเราลดการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลงอย่างมาก ร่างกายของเราจะเกิดอาการ “กลัวตาย” จากเดิมที่ร่างกายใช้กลูโคสในการเผาผลาญ ก็เปลี่ยนมาเป็น คีโตน (Ketone) ในการเผาผลาญแทน ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในระยะสั้น

“มันเป็นความจริงที่ว่า เมื่อเรากินคีโตเจนิค ในระยะแรกน้ำหนักจะลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะว่าในปกติเรากินอาหารหลายๆ อย่างผสมกัน โดยธรรมชาติเราจะกินแป้งในสัดส่วนที่มากกว่าอยู่แล้ว เวลากินเข้าไป ร่างกายจะมีการสะสมพลังงานที่เราได้จากการกินอาหาร ในรูปแบบของไกลโคเจน ซึ่งการสะสมไกลโคเจน ที่อยู่ในร่างกายเราจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบ

ดังนั้น หากเราไม่กินอาหารที่เป็นแป้งเลย หรือกินน้อยมาก แต่กินอาหารที่มีไขมันสูงแทน ร่างกายเราที่ยังเคยชินกับการกินแป้งอยู่ จะเกิดการปรับตัว โดยการไปดึงไกลโคเจนที่อยู่ในร่างกายมาใช้ เมื่อนำเอามาใช้ น้ำที่ติดอยู่กับไกลโคเจนก็หายไป



น้ำหนักในช่วงแรกของคนที่กินอาหารคีโตเจนิค จะลดลงได้รวดเร็ว เนื่องมาจาก ปริมานของน้ำที่หายไป โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก เป็นเพราะน้ำที่หายไป ยังไม่ได้เผาผลาญไขมันเป็นหลักเลย น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วเพราะว่า เป็นการสลายไกลโครเจนที่อยู่ในร่างกาย นำออกมาใช้

แต่ก็จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างหนึ่ง คือ อาจจะทำให้เกิดภาวะของการขาดน้ำได้ ในบางคน บางคนกินแล้วท้องผูกก็เพราะน้ำที่หายไป ดังนั้นที่น้ำหนักลงลดก็เพราะน้ำหนักในส่วนนี้”

ทั้งนี้นักโภชนาการยังเตือนอีกว่า การลดน้ำหนักด้วยวิธีดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงจากการที่ตัดแป้งและน้ำตาล โดยจะมีอาการไข้คีโต คือ อาการมึนๆ รู้สึกเหนื่อย หัวตื้อๆ อยากน้ำตาล แต่ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็จะสบายขึ้น

ระวัง!! “โยโย่เอฟเฟ็ค” กูรูชี้ วิธีนี้แค่ “คนอ้วน”

สำหรับคนที่อยากลองไดเอทด้วยวิธีนี้ อ.วันทนีย์ แนะนำว่า หากยังกินแบบคีโตเจนิคอยู่ ในระยะถัดไปก็จะเริ่มมีการเผาผลาญไขมันที่อยู่ในร่างกายที่มีการสะสม เมื่อระยะเวลาผ่านไป 1 - 2 สัปดาห์ ก็จะเริ่มมีการเผาผลาญไขมัน ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีปริมานการสะสมของไกลโครเจนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

หลังจากนั้น หากยังทานคีโตอยู่น้ำหนักก็จะลง เพราะโดยปกติแล้วคนที่กินอาหารที่มีไขมันมากๆ มักจะ “เบื่ออาหาร” พอผ่านไปสักหนึ่งเดือนจริงๆ จะสามารถกินได้น้อยลง เมื่อเทียบกับในช่วงเดือนแรก และน้ำหนักตัวก็จะลดลง ไม่เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากการกินที่น้อยลงด้วย

“โดยปกติแล้วการกินแบบนี้ น้ำหนักจะลดได้เร็วกว่าการควบคุมพลังงานจากอาหาร คนที่พยายามกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ แต่ลดปริมานลง การลดน้ำหนักจะช้ากว่า คือลดแบบคงเส้นคงวา อยู่แค่ประมาน 0.5 - 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ แต่การกินแบบคีโตเจนิค ในสัปดาห์แรกน้ำหนักอาจลดลงได้ถึง 5 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับปริมานของไกลโคเจนที่เขาสะสมอยู่ในร่างกาย ยิ่งคนตัวใหญ่อาจจะลดลงได้มากกว่าคนตัวเล็ก”



ในความเป็นจริงกูรูด้านโภชนาการไม่ได้แนะนำให้ไดเอทด้วยวิธีนี้ ยกเว้นแต่คนที่น้ำหนักตัวมากๆ อยากเห็นผลไว ต้องการให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ก็อาจใช้วิธีนี้ในระยะแรก แล้วกลับมากินแบบเดิม แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับใจด้วยว่า ต้องควบคุมการกินให้ได้พลังงานที่ไม่มากเกินไป ใช้พลังงานให้เยอะขึ้น

เพราะก่อนหน้านี้การไดเอทด้วยวิธีนี้ คือ กลไกของร่างกายที่ไปบีบให้ร่างกายใช้พลังงานจากไขมัน ทั้งที่จริงๆ แล้วองค์ประกอบของร่างกายเรา จะใช้กลูโคสดีกว่า เพราะทำให้การทำงานของสมองได้ดีกว่า การกินแบบนี้ร่างกายก็ไปบีบให้สมองใช้จากคีโตน

“หลักๆ แล้วจะโยโย่หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ว่าจะปฏิบัติตนได้ไหม ถ้าทำได้ โอกาสที่จะควบน้ำหนักตัวได้เยอะ จะดีกว่า ก็อย่างที่บอกไม่ได้แนะนำ ยังแนะนำว่า การกินอาหารให้ครบหมวดหมู่เพื่อที่จะทำให้การทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า เพื่อให้ร่างกายทำงานดีไปในระยะยาว ไม่ส่งเสริมให้กินในลักษณะที่ผิดไปจากเดิม



ยกเว้นว่าถ้าจะต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วในระยะแรก ในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก งั้นถ้าจะโยโย่ไหมก็ขึ้นอยู่ว่าหลังจากสองสัปดาห์แล้วกลับไปกินเยอะแค่ไหน ถ้าเราสามารถควบคุมตัวเองได้ กินอาหารแค่ในปริมานที่ร่างกายต้องการ น้ำหนักก็จะไม่กลับคืนมา”

หากใครไม่อยากยุ่งยากในการคำนวณสัดส่วนอาหาร ควรใช้วิธีจำกัดปริมาณของอาหาร และออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยมากกว่า หรือใครอยากทานอาหารแบบคีโตเจนิค จริงๆ ควรหาข้อมูลสัดส่วนและประเภทของอาหารที่ทานอย่างละเอียด หรือปรึกษานักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแบบคีโตเจนิคก่อนเริ่มทานจะดีกว่าการทดลองทำแบบไม่รู้ข้อมูล

ขอบคุณภาพจากwww.shows.howstuffworks.com
www.pstip.com
www.stuff.co.nz
www.stuff.co.nz
www.maxim.com
www.cookiesandcups.com


กำลังโหลดความคิดเห็น...