xs
xsm
sm
md
lg

สะเทือนใจ-สะเทือนองค์กร... จนท.สถานพักฟื้น ไร้สำนึก-ล้อเลียนผู้ป่วย-ไล่ "ไปกินขี้"!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไร้สามัญสำนึกขั้นสุด! จนท.สาวสถานพักฟื้นดูแลผู้ป่วย และคนชรา อัดคลิปล้อเลียนผู้สูงอายุป่วยติดเตียงที่นอนไม่รู้สึกตัว โดยทำท่าทางตะคอกกรอกหู ด้วยประโยคต่ำตม “ไปกินขี้สิ ไป” ล่าสุด โดนไล่ออก โลก โซเชียลฯซัดเละพฤติกรรมสุดแย่ ละเมิดสิทธิ์ผู้ป่วย สังคมตั้งคำถามถึงการจัดการสถานพักฟื้นฯ ที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ช่องโหว่ทาง กม.การคัดเลือก จนท. กูรูด้านดูแลผู้ป่วยซัดแม้คนไข้ไม่รู้สึกตัวแต่ควรให้เกียรติในฐานะมนุษย์ และดูแลด้วย “สติ” ล่าสุด จนท.โดนให้ออก

“หนูแค่เล่นๆ” ล้อเลียนอาม่านอนติดเตียง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Guntapon Jirasuvinai ได้เผยแพร่คลิปพนักงานสาวสถานพักฟื้นดูแลผู้ป่วย และคนชรา โดยอัดคลิปวิดีโอผ่านแอปพลิเคชัน Tiktok ที่แอคติ้งตามเสียง แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมและไร้สามัญสำนึกอย่างรุนแรง โดยพนักงานสาวได้ทำท่าพูดกรอกหูใส่หูหญิงชราที่ป่วยนอนติดเตียงที่ไม่รู้สึกตัวโดยลิปซิงก์ตามเสียงประกอบคลิป ว่า

"นี่ เกลียดเรามากใช่ปะ ไม่ชอบเลยใช่ปะ ไปกินขี้สิ ไป"

หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าวจำนวนมาก แล้วยังขุดคุ้ยถึงสถานที่ทำงานพร้อมกับเข้าไปคอมเมนต์ต่อว่าจำนวนมากในเพจเฟซบุ๊กของสถานพักฟื้นฯดังกล่าว

แม้เสียงพูดจะไม่ใช่ของหญิงสาวในคลิปจริงๆ แต่สิ่งที่ได้ยินจากคลิป การทำท่าทางสนุกสนานทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ก็สร้างความสะเทือนใจ และความไม่พอใจ ให้กับผู้ที่ได้ดูคลิปเป็นอย่างมาก จี้ให้ทางศูนย์ไล่ออก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สาวคนก่อเหตุ ก็ได้โพสต์ขอโทษ ขอให้สังคมให้อภัย แจงแค่ถ่ายเล่น ๆ ไม่ได้คิดอะไร

"หนูเป็นคนในคลิปเองค่ะ อย่างแรกหนู ต้องขอโทษที่ทําให้เกิดความเสียหาย แบบนี้ หนูได้ไปขอโทษทางญาติอาม่าไป แล้วค่ะหนูเสียใจกับสิ่งที่ทําลงไปจริงๆคะ ขอสังคมให้อภัยหนูด้วยเถอะนะคะ ต่อไป จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ ทั้งหมดเกิดจากความไม่รู้จักคิดของหนู เองตอนแรกหนูแค่เล่นๆไม่ได้คิดอะไร ต้องขอโทษจริงๆที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ แบบนี้คะ หนูเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นจริงๆค่ะ"

ไม่นานนัก สถานพักฟื้นผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพนักงาน โดยมีบทลงโทษให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพ้นสภาพการเป็นพนักงานแล้ว

"ทางผู้บริหารบ้านใจเกื้อ ขอกราบขอโทษทุกท่าน และสังคมนะคะ ที่ทางพนักงานของเราได้ทำคลิปที่มีกิริยา ไม่เหมาะสมกับคนไข้ และทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ดี ทางบ้านใจเกื้อได้ อบรมและตักเตือนพนักงานที่กระทำการไม่เหมาะสมกับคนไข้ และได้พาไปกราบขอโทษคนไข้และญาติเรียบร้อยแล้วและ ได้ให้ และให้น้องพ้นสภาพการเป็นพนักงานบ้านใจเกื้อแล้วค่ะ ต้องกราบขอโทษสังคม และทุกท่านไว้ในโอกาสนี้ด้วย"

นี่หรือ?ดูแลชีวิตคน...ไล่พ้นวิชาชีพ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยไร้คุณภาพเหล่านี้ เป็นปัญหาที่สะสมซุกอยู่ใต้พรมของกระทรวงสาธารณสุข เพราะมีหลายคนที่ไม่มีความรู้ด้านการดูแลผู้ป่วยมาเปิดให้บริการ จึงทำให้มีช่องโหว่ทางกฎหมาย ในการจัดการอยู่มาก ความคิดเห็นจากโลกโซเชียลฯชี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้คุณภาพ เรียนเพียงไม่กี่เดือนก็ออกมาทำงานแล้ว ซัดแม้คนไข้ไม่รู้สึกตัวแต่ก็ควรให้เกียรติในฐานะมนุษย์

“เรื่องคนดูแลในสถานพักฟื้นนี่คือช่องโหว่รูใหญ่มากเพราะไม่มีใครอยากจะรับเป็นเจ้าภาพในการควบคุมเเละจัดการกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะเค้าไม่มีวิชาชีพเฉพาะ ไม่มีใครควบคุม ส่วนใหญ่เรียนหลักสูตรระยะสั้นเเล้วมาทำงานเลย ไม่อยากจะเอ่ยชื่อหน่วยงานต่างๆว่าทำอะไรกันบ้าง”

“สรุปเป็นคนสูงอายุที่อยู่ในภาวะผัก (vegetative state) คือไม่รู้สึกตัว นอนติดเตียง แล้วคนพวกนี้ คิดว่าจะทำอะไรกับเขาก็ได้ เพราะเขาไม่รู้สึกตัว เลยเอาคนไข้มาอัดคลิปตะโกนกรอกหูว่าไปกินขี้สิ ไม่ควรจบแค่ขอโทษนะครับ เพราะคนที่มีความคิดแบบนี้ ไม่ควรทำงานดูแลชีวิตคน”

“อันนี้ยกตัวอย่างนะ เวลาพยาบาลที่เรียนมา เขาดูแลคนไข้ในภาวะนี้ เราจะสอนกันว่า ต้องบอกคนไข้เสมอ ต้องพูดกับคนไข้เสมอแม้เขาจะไม่รู้สึกตัว คือให้เกียรติเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่ในคลิปนี้คืออะไร
ไปทำอาชีพอื่นเถอะครับ คุณไม่ควรทำอาชีพนี้อีกต่อไปแล้ว”

ดังนั้นวิธีการการเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วย คนชรา ให้ดีได้มาตรฐาน ควรพิจารณาเกณฑ์ในการเลือก 5 ข้อ 1. พนักงานมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคนป่วย 2. มีทีมงานพยาบาลและมีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุโดยตรงประจำตลอด 3. มีการวางแผนดูแลผู้ป่วยหรือคนชราทั้งร่างกายและจิตใจ 4. มีอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน 5. สภาพแวดล้อมและสถานที่ถูกสุขลักษณะ

ดูแลด้วยใจ “รัก” รองรับอารมณ์ผู้ป่วย

เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบธุรกิจสถานพักฟื้นดูแลผู้ป่วย คนชรา เป็นอย่างมาก ผู้ดูแลศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ และผู้ป่วยระยะฟื้นฟู ที่ได้มาตรฐาน อันดับหนึ่งของประเทศ เปิดเผยผ่านทีมผู้จัดการ Live ว่า ปัจจุบันธุรกิจดูแลผู้สูงอายุเกิดขึ้นเยอะมาก จี้ออกกฎหมายควบคุมโดยเร็ว เพราะใครๆก็สามารถทำธุรกิจนี้ได้ ห่วงบุคลากรไม่ได้คุณภาพ
แนะเจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจถึงพฤติกรรม อาการของผู้รับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีใจรักในวิชาชีพ พร้อมให้การดูแลคนป่วย เอาใจใส่ผู้รับบริการด้วยความรัก

“การเรียนการสอนของเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยจะมีหลายแบบตามความเข้มข้นของการสอน มีตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน ถึง 1 ปี นอกจากนี้ ทุกหลักสูตรต้องได้ใบประกาศนียบัตรการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ต้องดูว่าแต่ละสถานที่ผู้ดูแลจบมามีมาตรฐานการเรียนการสอนขนาดไหน

นอกจากการเรียนแล้ว ประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ต้องมีประสบการณ์ในการรับมือผู้ป่วยแต่ละโรคได้ การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยจิตเวช

การพูดจากับผู้ป่วยอย่างในคลิปถือว่าไม่มีสามัญสำนึก เพราะถึงท่านจะไม่รู้สึกตัว แต่เขารู้เรื่อง ฟังความหมายออก เพียงแต่ว่าเขาเถียงไม่ได้แค่นั้นเอง

ส่วนการคลิป ถ่ายภาพ ในสถานดูแลสุขภาพพักฟื้นเป็นสิ่งที่ผิดมาก เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ต้องปกปิดหน้าตาผู้ป่วย ถ้าจะถ่ายรูปส่วนตัว หรือโพสต์เฟซบุ๊ก ห้ามถ่ายติดหน้าผู้ป่วยเด็ดขาด หรือต้องขออนุญาตผู้ป่วยหากถ่ายรูปเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ และต้องเป็นภาพในลักษณะจรรโลงใจ

สถานดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ และผู้ป่วยระยะฟื้นฟู ต้องมีการปฏิบัติกฎระเบียบผู้เช่นเดียวกับโรงพยาบาล ยึดหลักเป็นมาตรฐานเดียวกัน

ปัจจุบันนี้ยังไม่มีกฎหมาย หรือ พ.ร.บ.รองรับธุรกิจบริการดูแลผู้ป่วย จึงทำให้ควบคุมยาก แต่การถ่ายคลิปตามที่เป็นข่าวนั้น ญาติผู้ป่วยดังกล่าวอาจจะฟ้องร้องเพราะผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ได้

อนาคตหวังให้มีการควบคุมสถานดูแลผู้สูงอายุเพื่อควบคุมคุณภาพให้มากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ธุรกิจประเภทนี้เกิดขึ้นราวดอกเห็ด เพราะสังคมไทยตอนนี้คล้ายๆประเทศญี่ปุ่นแล้ว ผู้สูงอายุมีมากขึ้น

ดังนั้นผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจนี้จึงมากขึ้น มีแม้กระทั่งเจ้าของศูนย์ฯที่ไม่ใช่แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด โดยเฉพาะผู้ช่วยพยาบาลก็หันมาทำธุรกิจนี้ โดยไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปตรวจสอบคุณภาพ อย่างโรงพยาบาลยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปตรวจคุณภาพแต่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุยังไม่มีหน่วยงานไหนมาตรวจสอบคุณภาพได้ ทำให้ทุกคนก็สามารถเปิดได้

สิ่งสำคัญที่สุดเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยควรมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ สามารถรองรับอารมณ์ผู้ป่วยแต่ละประเภทได้ เจ้าหน้าที่ต้องมี “สติ” ให้มากที่สุด บางทีก็มีผู้ป่วยถีบ จิกแขน ปาแก้วใส่ทีวีแตก แต่เราต้องมีแนวทางรับมือตรงนี้ให้ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...