xs
xsm
sm
md
lg

อยากสวยระวังซวย! "เครื่องสำอาง 4.0" ใส่อึ-เสริมยาแก้ซึมเศร้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
พ่อค้า-แม่ค้า ยุค 4.0 อัพเกรดความน่าสะพรึ่ง! หลังบุกทลายแหล่งขายเครื่องสำอางเถื่อนในต่างประเทศ ตรวจพบเชื้อปนเปื้อนอุจจาระคน-มูลสัตว์! ทว่า เมืองไทยไม่น้อยหน้าใส่ยาแก้โรคซึมเศร้าในอาหารเสริม อวดอ้างสรรพคุณทำให้เบื่ออาหาร สังคมออนไลน์ แฉ ตลาดนัดเมืองไทย ดินแดนก๊อปปี้แบรนด์ดังไม่แพ้กัน แพทย์ผิวหนัง เตือน สวยราคาถูก..ระวังซวย!

เมดอินเมืองนอกยังปลอม..เมืองไทยจะเหลือ!

“แผงขายเครื่องสำอางข้างทางในอเมริกา ไม่ต่างจากตลาดนัดบ้านเราหรอก 99.99% ปลอมหมด!” เสียงวิจารณ์กรุ่นสังคมออนไลน์ หลังมีรายงานว่าตำรวจบุกทลายเครื่องสำอางเถื่อน เลียนแบบแบรนด์ดังๆ เพียบ! ที่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้บริโภคยิ่งกว่านั้น หลังตรวจสอบพบว่ามีแบคทีเรียจากอุจจาระมนุษย์และมูลสัตว์อีกด้วย!

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางตรวจสอบตลาดแซนตี อัลเลย์ ตลาดแฟชั่นชื่อดัง ย่านดาวน์ทาวน์ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ได้ทำการตรวจยึดเครื่องสำอางจากร้ายค้า 21 แห่ง เมื่อนำตรวจสอบพบว่ามีแบคทีเรียปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก ทั้งจากมูลสัตว์และอุจจาระมนุษย์ คาดขั้นตอนการผลิตสกปรกไร้มาตรฐาน

โดยเครื่องสำอางส่วนใหญ่มีการทำเลียนแบบแบรนด์ดังหลายแบรนด์ อย่าง NARS, MAC, Urban Decay และ Kylie Cosmetics ซึ่งหากมองผิวเผินจะเห็นได้ว่าบรรจุภัณฑ์ภายนอกมีความคล้ายสินค้าต้นฉบับอยู่มาก แต่จะมีราคาถูกกว่าสินค้าจริงจนน่าตกใจ


 
ขณะที่ความคิดเห็นในโลกโซเชียลฯ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตลาดนัดต่างๆ ในเมืองไทยแทบไม่ต่างจากประเด็นข่าวข้างต้นสักเท่าไหร่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้มีการเคลมสินค้าของร้านตัวเองว่าของแท้ 100% บ้างอ้างว่าหิ้วมาจากต่างประเทศ จึงมีราคาถูกกว่าในช็อปที่วางจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย

“เห็นไทย ขายกันเกลื่อนเน็ต ของปลอมเยอะมาก ของที่ราคาถูกกว่าราคาจริงหลายเท่าตัว ให้สงสัยไว้ก่อน ที่สำคัญคือมันอาจมีสารอันตราย ของจริงขายกันเป็นพันๆ นี่เอามาขายครึ่งราคา ขายราคาถูกมากจนน่ากลัว”

“ตลาดนัดแฟชั่นมันปลายทาง ต้นทางมันคือตลาดใหม่ดอนเมือง ปลอมชนิดที่ว่าทุกแบรนด์เลยเถอะ พวกนี้คิดจะเอาเงินอย่างเดียว ไม่นึกถึงผู้บริโภคเลย แต่ถึงจะประกาศออกมาว่าอันตรายยังไง ก็ยังมีคนที่ชอบใช้สินค้าพวกนี้อยู่ดี ยิ่งซื้อ มันก็ยิ่งผลิตออกมาขาย”

“ตามตลาดนัดนี่ตัวดี อย่าว่าแต่อเมริกาเลย จริงๆ มันก็มีปลอมทุกที่แหละ อยู่ที่ว่าคนซื้อจะสนับสนุนสินค้าที่ราคาถูกแต่ไว้ใจไม่ได้แบบนี้ไหม ถ้าไม่มีคนซื้อ พวกแม่ค้าก็ไม่ขายกันเกลื่อนขนาดนี้ นี่กลายเป็นอาชีพคนไทยในยุคนี้ไปแล้ว ทั้งดารา ทั้งคนธรรมดา แห่มาขายครีมกันหมด”

เช่นเดียวกันกับด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แม้ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภคอยู่มาก แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจประเภทนี้ผุดขึ้นมามากเป็นเท่าตัว

 
ซึ่งสำหรับข้อกฎหมายการกระทำความผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ข้อแรก ฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคสอง (1) แสดงฉลากที่มีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ผู้ผลิตจะมีโทษตามมาตรา 67 วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อสอง ฝ่าฝืนมาตรา 22 วรรคสอง (3) ฉลากไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ผลิตจะมีโทษตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ อาจมีข้อกล่าวหาอื่นซึ่งอาจจะมีโทษเพิ่มมากขึ้น เช่น หากตรวจพบยาแผนปัจจุบัน จะถือว่าเป็นการจําหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

“เสพขาว-คลั่งผอม” อยากสวยระวังซวย!

ชัดเจนเลยว่าไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่มีกระบวนการผลิตที่ไร้คุณภาพ ขาดความรู้ อีกทั้งผู้ผลิตเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมที่ต้องยอมรับเลยว่า แม่ค้าขายเครื่องสำอาง-อาหารเสริมยุค 4.0 มีวิวัฒนาการและทวีความอันตรายหนักข้อขึ้นทุกที

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดัง 'Drama-addict' โพสต์ภาพจากกลุ่มเสริมความงามกลุ่มหนึ่ง ว่าได้มีลักลอบใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าในอาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยพ่อค้า-แม่ค้าหัวใส อวดอ้างสรรพคุณว่าช่วยทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหาร สามารถลดน้ำหนักได้ทันตา

“ภาพจากกลุ่มเสริมความงามกลุ่มหนึ่ง โง่เง่าสิ้นดี ในภาพมันคือยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งพวกขายยาลดความอ้วนผิดกฏหมาย มันลักลอบเอายาตัวนี้ใส่ในอาหารเสริมที่มันขาย ให้คนกินแล้วเบื่ออาหาร

ซึ่งเป็นผลข้างเคียงหนึ่งจากยาตัวนี้ และแน่นอนว่าพวกโง่ที่พอรู้เรื่องนี้ แล้วไปหาซื้อมากินเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอะไร กินมั่วๆ ซั่วๆ เข้าไป เดี๋ยวผลข้างเคียงถามหาจะขำให้”

 
จากประเด็นดรามาสังคมออนไลน์ ทั้งกรณีอาหารเสริมลดน้ำหนักมีการนำยารักษาโรคซึมเศร้ามาใช้ และกรณีการพบเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนในเครื่องสำอางที่ต่างประเทศ จนสังคมต่างวิจารณ์กันเละว่าในประเทศไทยแทบไม่ต่างกัน เห็นได้จากการขายสินค้าตามย่านตลาดนัดทั้งพื้นที่ใจกลางเมืองและตามต่างจังหวัด

ทีมข่าว ผู้จัดการ Live เจาะประเด็นเครื่องสำอางพบสารปนเปื้อนเพิ่มเติมโดยต่อติดต่อไปยัง “ผศ.พญ สุวิรากร โอภาสวงศ์” ประธานฝ่ายบริการสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการอ้างอิงวารสารทางการแพทย์ จากสหรัฐอเมริกาเอาไว้ว่า

ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศในแถบเซาท์อิสเอเชียที่มีการผลิตเครื่องสำอางปนเปื้อนสารปรอทมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้ผู้ใช้เกิดอาการไตวาย!

“ธุรกิจขายครีม ขายเครื่องสำอางบ้านเราเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะตอนนี้ใครๆ ก็ทำครีมขายได้ แค่มีคนดังหรือมีจุดขายหน่อยก็สามารถสร้างแบรนด์มาเองได้แล้ว ที่น่าเป็นห่วงคืออะไรที่ใช้แล้วดีเกินจริง ใช้แล้วหน้าขาวปิ๊ง สิวหายอย่างรวดเร็วให้คิดไว้เลยว่าเป็นสารปรอท

โดยเครื่องสำอางที่มีสารต้องห้าม คือ มีปรอท มีไฮโดรควิโนน หรือพวกกรดวิตามินเอ ซึ่งทาง อย. ยืนยันว่าในเครื่องสำอางจะต้องไม่มีสารพวกนี้ เพราะอาจทำให้หน้าเป็นด่างขาวถาวรได้ หรือใบหน้าอาจใช้อะไรไม่ได้เลย สุดท้ายที่ร้ายแรงสุดคือมีอันตรายต่อไต

ที่สหรัฐอเมริกามีข่าวคนไข้ไตวาย เพราะว่าใช้สารปรอทที่ถูกอ้างอิงว่า มาจากเซาท์อิสเอเชีย จากเมืองไทย ซึ่งมีการเขียนลงในวารสารทางการแพทย์เลยทีเดียว”

 
สำหรับประเด็นล่าสุดเกี่ยวกับการปนเปื้อนอุจจาระมนุษย์และมูลสัตว์ในเครื่องสำอางก็อปเกรดเอที่เป็นข่าวในต่างประเทศ จนผู้บริโภคคนไทยต่างวิตกกังวลว่าจะมีสินค้าลักษณะเดียวกันวางขายตามท้องตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังคนเดิมอธิบายว่า น่าจะเกิดจากสารกันบูดที่มีไม่มากพอทำให้ปนเปื้อนแบคทีเรียดังกล่าว

“ที่ตรวจพบอุจจาระคงเป็นไปไม่ได้ แต่หมอคิดว่าน่าจะเจอแบคทีเรียที่อยู่ในอุจจาระมากกว่า อย่างตัวอีโคไล ที่พบได้ในปัสสาวะและอุจจาระ แต่ที่คาดคือตัวสารกันบูดที่อาจมีไม่มากพอจึงทำให้เจอแบคทีเรียตัวนี้ขึ้นมา

ส่วนคนไข้ผิวหนังที่พบปัญหาส่วนใหญ่จะแพ้สารที่อยู่ในเครื่องสำอางมากกว่า ในแต่ละคนจะแพ้ไม่เหมือนกัน บางคนอาจแพ้น้ำหอม แพ้สารกันบูด หรือแพ้สารที่ออกฤทธิ์ในเครื่องสำอางนั้นก็ได้
แต่ที่แพ้จากการปนเปื้อนแบคทีเรียจะมีน้อยมาก เพราะถ้าปนเปื้อนจากแบคทีเรียนั่นคือครีมที่เสียแล้ว จะมีกลิ่นและสีที่ผิดแปลกไป

สุดท้ายแล้วอยากฝากถึงผู้บริโภคว่าเวลาเลือกเครื่องสำอาง ให้ดูก่อนเลยว่ามีการรองรับจาก อย. หรือไม่ และในเครื่องสำอางจะมีเลขจดแจ้ง ที่สำคัญควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตลาดนัดยังไม่น่ากลัวเท่าในโลกออนไลน์ เพราะโฆษณาเกินจริงเยอะ ฉะนั้น ต้องซื้อในแหล่งที่เชื่อถือได้จริงๆ และใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อด้วย

อย่าซื้อด้วยราคา อย่าซื้อเพราะเพื่อนบอก อย่าซื้อเพราะคนอื่นว่าใช้แล้วดี เพราะตอนนี้มีครีมที่ทำกันเองเยอะมาก ถ้าสมมติว่าซื้อมาใช้แล้วเกิดปัญหา ให้รีบหยุดเลย

คนไทยกับค่านิยมผิวขาว จริงๆ ไม่จำเป็นต้องขาวก็ได้ แต่ผิวดีก็สวยได้ ถ้าหากผู้บริโภคอยากทราบว่าเครื่องสำอางตัวไหนได้รับ อย. หรือมีอันตรายใดๆ หรือไม่ ทางเว็บไซด์ของ อย. ก็มีให้ตรวจสอบได้เช่นกัน”

ข่าวโดย ทีมข่าวผู้จัดการ Live


กำลังโหลดความคิดเห็น...