โหด!! “นางสงกรานต์” ปีนี้กินเนื้อ ยืนมาบนหลังนกยูง ส่อแววประชาชนตื่นรู้ ลุกขึ้นชุมนุมประท้วง เสี่ยงเกิด “ภัยกลางเมือง” อาจเพราะไร้เงา “เลือกตั้ง” ทำนายผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีโผโยกย้าย ปรับกระบวนบริหารกันเป็นการใหญ่ แต่ผู้ปกครองใหญ่ยังคงสวมชุดราชการ ย้ำหนักให้ “ผู้คุมเกมการเมือง” มีคุณธรรม เพื่อปราบภัยคุกคามแอบอ้าง และพาเศรษฐกิจให้เดินหน้าประเทศไทย!!
นางสงกรานต์ “กินเนื้อ” เสี่ยงประชาชนสูญเสีย
[นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ปีนี้]
“นางสงกรานต์ปีนี้ดุหน่อย เพราะกินเนื้อเป็นอาหาร” อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดังเปิดตำราพยากรณ์ ควบคู่เปิดไพ่ทำนายแบบเป็นพิเศษให้แก่ ทีมข่าวผู้จัดการ Live เพื่อทายทักเรื่อง “ดวงเมือง” ของประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นหลังสงกรานต์ไปจนจบปี โดยย้ำชัดว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย จำเป็นต้องเทียบเคียงกับความเป็นไปของ “นางสงกรานต์” “การเปิดไพ่” และ “การโคจรของดวงดาว” เป็นสำคัญ
“งานสงกรานต์ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 เม.ย. เวลา 9 นาฬิกา 1 นาที 48 วินาที นางสงกรานต์ทรงนามว่า "นางมโหธรเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว หรือผักตบชวา อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาทรงจักร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จยืนมาเหนือหลังนกยูง หรือมยุราเป็นพาหนะ
เพราะฉะนั้น เนื้อทรายก็เปรียบได้กับคน จึงต้องระมัดระวังเรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของโรคระบาดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น หรือแม้แต่สัตว์ป่าทั้งหลายก็ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะอาจจะถูกไล่ล่าอย่างหนัก จนทำให้เกิดการสูญเสีย ส่วนเรื่องที่ยืนมาบนหลังนกยูง แสดงว่าประชาชนจะเกิด "ความตื่นรู้ทางการเมือง" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
[อ.คฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดัง]
จากลักษณะ "หัตถ์ขวาทรงจักร หัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล" นั้น ก็แสดงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี เพราะ "จักร" กับ "ตรีศูล" มีความหมายถึงผู้นำ เนื่องจากเป็นอาวุธของพระนารายณ์ ส่งให้หลายๆ อย่างเป็นไปในทางยุติธรรมมากขึ้น เพราะพระนารายณ์หมายถึงผู้ปราบคนไม่ดี”
นอกจากนี้ การที่นางสงกรานต์กินเนื้อ ยังบ่งบอกได้อีกว่าปีนี้ประเทศไทยจะยังคงอยู่ในภาวะ "รวยกระจุก-จนกระจาย" หมายถึงผู้มีอำนาจเงินอยู่ในมือ ก็จะยิ่งใช้เงินได้คล่องมือมากขึ้นไปอีก ส่วนผู้ที่เคยมีน้อยใช้น้อย ก็จะยังคงต้องอดออม แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลของดวงดาวแล้ว บุคคลเบื้องบนเหนือปุยเมฆเหล่านั้นก็จะยังไม่ละทิ้งชะตากรรมของรากหญ้าอยู่ดี
“หลังสงกรานต์นี้ ผู้ที่มีอิทธิพลจะยังส่งผลเรื่องระบบเศรษฐกิจ ทำให้คนที่รวยอยู่แล้ว รวยขึ้น ส่วนคนชั้นกลางและชั้นล่างจะมีปัญหาหน่อย แต่ถึงอย่างไรก็จะมีดาวที่ยืนเคียงข้างอย่างดาวพระอาทิตย์ แสดงว่าต่อให้ผู้นำเป็นใครในตอนนั้น ฟ้าก็ยังมีตา ยังจะแก้ปัญหาดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่ทำให้แย่ลงไป แต่ยังคงปัญหาใหญ่ให้ผู้บริหารประเทศแก้ไขต่อไป คือเรื่องการล่าสัตว์ ทั้งที่มีการทวงคืนผืนป่า แต่กลับกลายเป็นผู้มีอำนาจมองไม่เห็น”
อันตราย “ภัยชุมนุม” ฟันธงไม่มี “เลือกตั้ง”
“จะเกิดเพลิง โจรผู้ร้าย และโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. ที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ” หมอดูชื่อดังรายเดิมยังคงมอบคำเตือนผ่านคำทำนายต่อไป โดยดูจากการที่ “วันเสาร์” เป็นวันมหาสงกรานต์ จึงอาจนำพาชะตาเมืองไปสู่ “การชุมนุม-ท้าทายอำนาจรัฐ” เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว จากร้ายจะกลายเป็นดี ด้วยอิทธิพลของ “ดาวเสาร์” ที่ย้ายราศีไปเกื้อหนุนกัน
“เนื่องด้วย "ดาวเสาร์" ย้ายราศีจากพิจิกไปสู่ธนู จึงไม่ได้ส่งผลร้ายกับดวงเมือง ซึ่งอยู่ในราศีเมษ ดวงเมืองจึงกลับร้ายกลายเป็นดี เศรษฐกิจต่างๆ จะดีขึ้นจาก 3 ปัจจัย คือ การท่องเที่ยว, สินค้าการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น 3 ด้านที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ด้านที่ดีๆ และอาจนำเงินเข้าสู่ประเทศได้มาก
เมื่อสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นค่าของ GDP หรือมูลค่าต่างๆ จะสูงขึ้นแน่นอน ต้องดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ จากอิทธิพลของดวงดาวต่างๆ และจากการจับไพ่ขึ้นมา ก็คือ "ไพ่พระแม่ธรณี" และ "ไพ่พระอาทิตย์" หมายความว่าความเจริญรุ่งเรืองจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจของไทยจะเริ่มฟื้นตัวและดีขึ้น”
โดยอาจารย์แนะว่าให้ผู้บริหารประเทศ นำเงินมาฟื้นฟู 3 กระทรวงเหล่านี้ก่อนใครเพื่อน คือ 1.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2.กระทรวงศึกษาธิการ และ 3.กระทรวงการต่างประเทศ เพราะจะเป็นหน่วยงานที่ช่วยหนุนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าอาจต้องลงทุนทำในระยะยาวและทำอย่างสม่ำเสมอก็ตาม
“สิ่งเหล่านี้ขึ้นไปตามดาว เพราะกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้นำกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตร เพราะฉะนั้น ถ้าดูแลกระทรวงการต่างประเทศให้เกิดผลประโยชน์ขึ้นได้ เดี๋ยวหลายๆ อย่างก็ตามมาเอง”
และจากอิทธิพลของดวงดาวแล้ว อาจารย์ยังคงฟันธงว่า “ปีนี้จะไม่มีการเลือกตั้ง” โดยดูจาก “ดาวเสาร์” กับ “ดาวอังคาร” ที่ยังคงเป็นใหญ่และส่งผลต่อดวงเมือง “แสดงว่าทหารหรือทางฝั่งเจ้าพระยา ฝ่ายที่เกี่ยวกับการกลาโหม จะยังคงเป็นใหญ่อยู่ จึงต้องทำนายว่า นายกฯ คงยังจะเป็นข้าราชการทหารตำรวจอยู่”
เมื่อถามถึงวิธีแก้ดวงเมือง ให้รอดพ้นจาก “ภัยกลางเมืองเพราะการชุมนุม” ตามที่อาจารย์ทำนายไว้ อาจารย์จึงขอแนะให้ประชาชนทุกคนยึด “คุณธรรม” เอาไว้เหนือสิ่งใด เพราะ “ดาวพฤหัสบดี” ที่จะช่วยเข้ามาเกื้อหนุนนั้น หมายถึงคุณธรรมและความดีงาม ทั้งยังย้ำว่าถึงแม้ไม่อาจห้ามไม่ให้มีการชุมนุมได้ แต่ทุกคนสามารถช่วยสร้างให้เกิด “การประท้วงโดยสันติวิธี” ได้ แล้วบ้านเมืองของเราจะรอดพ้นภัยพาล
“สำคัญที่สุดเลย ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆ ไปได้ จากดวงดาวแล้วก็ต้องพึ่ง "ดาวพฤหัสบดี" เป็นหลัก นั่นก็คือ "คุณธรรม" ไม่ได้แปลว่าต้องไหว้พระสวดมนต์ แต่เราต้องมี “หิริโอตัปปะ” ถ้าทุกคนมีศีลธรรมในใจ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ หรือถ้าจะทำบุญช่วยเกื้อหนุน ให้ทำบุญกับโรงพยาบาล ทำบุญด้วยการสร้างสถานศึกษา หรือสร้างบ้านให้คน จะช่วยส่งผลให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตไปได้”
จักรราศีย้าย “โยก-ปรับ ครม.”
แล้วการทำนายจากหมอดูชื่อดัง ก็เดินทางมาถึงจุดสำคัญของ “ดวงเมือง” ซึ่งชี้ชัดเอาไว้ว่า เกี่ยวข้องกับ “ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” เพราะได้รับอิทธิพลจากทิศย้ายจักรราศี เข้าสู่ “ราศีเมษ” บวกกับ “ดาวอังคาร” ซึ่งหมายถึง “ข้าราชการทหารตำรวจ” มีการเปลี่ยนแปลงย้ายทิศทาง จึงส่งผลให้เกิด “การโยกย้าย” โดยฟันธงเอาไว้คร่าวๆ ว่า น่าจะเปลี่ยนแปลงในช่วง มิ.ย.-ส.ค.นี้
“จะมีการปรับเปลี่ยนหรือเริ่มต้นใหม่ๆ หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็ต้องบอกว่า จะมีการ "ปรับคณะรัฐมนตรี" ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในปีถัดๆ ไป” อาจารย์คฑาย้ำชัดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โดยอธิบายเสริมต่อไปอีกว่า การย้ายที่ของ “ดาวอังคาร” เปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับ “ดาวศุกร์” ซึ่งเป็นคู่มิตรต่อกัน จึงส่งให้กลับกลายเป็นเรื่องดี
ทั้งนี้ อาจารย์ได้ให้ความรู้เอาไว้ว่า “ดวงเมือง” ของประเทศไทย ยึดเอาวันที่ 21 เม.ย.เป็นที่ตั้ง เพราะเป็นวันตั้งดวงเมือง หลังจากก่อตั้งจักรีวงศ์เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ไปก่อนแล้ว ดังนั้น ดวงเมืองของประเทศจึงผูกไว้ที่ “ราศีเมษ ปีเสือ" ส่งให้มี “3 สมพงษ์” ตามนักษัตรอย่าง ปีเสือ, ปีมะเมีย และปีจอ ที่จะช่วยหนุนให้ปีเหล่านั้นดียิ่งๆ ขึ้นไป รวมถึง 3-4 ดาวที่ผูกเอาไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ดวงดาวที่เกี่ยวกับ “การทหาร” นั่นเอง
“ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2497 เป็นคนปีมะเมีย จึงเป็นดวงที่เสริมไปกับดวงเมือง จึงยังคงบอกได้ว่าเรื่องบริวารของท่านจะยังคงชัดเจน เกื้อหนุนกันอยู่”
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ Road Map ของประเทศที่ได้วางไว้ ดำเนินไปอย่างสุขสงบตลอดทาง แม้จะมีอิทธิพลจากดวงดาวมาเกื้อหนุนช่วยเหลืออยู่ แต่ก็คงไม่พอ เพราะต้องอาศัย “คุณธรรมบารมี” ของผู้นำประเทศไปช่วยค้ำชู เพื่อไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงใดๆ ขึ้น หากมีการชุมนุมกันกลางเมือง ตามที่ได้มีการทำนายทายทักเอาไว้
“ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะชุมนุมอย่างไรให้การประท้วงนั้นไม่รุนแรง ไม่เกิดความเสียหายแก่ประชาชน บ้านเมือง และเศรษฐกิจ จะควบคุมอย่างไรให้การประท้วงนั้น เป็นการประท้วงที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เช่น ประท้วงเพื่อให้รัฐบาลรู้ว่าคงจะต้องแก้อะไรสักอย่างแล้ว
แต่อาจารย์มองว่าเมื่อมันเป็นไปตามอิทธิพลของดวงดาว ก็ไม่น่ามีอะไรเสียหายเกิดขึ้น เพราะในดวงดาวไม่ได้บอกว่าชุมนุมกันแล้วจะเกิดความรุนแรง จากการที่ ดาวพระอาทิตย์, ดาวอังคาร และดาวศุกร์ มาอยู่ด้วยกัน แสดงว่าในสมัยนี้โอกาสในการจะเสียเลือดเสียเนื้อนั้น ปิดประตูไปได้ 99.99 เปอร์เซ็นต์เลย
เพราะวันนี้ ดาวแห่งความสวยงาม ความยุติธรรม และคุณธรรม เข้ามามีอิทธิพล รวมถึงดาวอาทิตย์ที่ยังส่งผลดีอยู่ จึงทำให้อาจารย์มองว่าดาวของคุณธรรมของผู้นำ จะไม่ก่อให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ หรือไม่ทำให้เกิดการประท้วงที่บานปลาย ถึงแม้จะมีคนคิดไม่ดี ตั้งใจจัดฉาก แต่ท่านผู้นำก็จะเอาอยู่
แต่ขอให้ผู้นำประเทศให้มี 2 คุณสมบัตินี้ในตัว เรื่องแรกขอให้มี "คุณธรรม" เรื่องที่สองขอให้มี “บารมี” ซึ่งหมายถึง "ความดี 10 ประการ" ได้แก่ ทาน, ศีล, เมกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา และอุเบกขา ทั้งหมดนี้จะส่งผลมากกับเรื่องของการขับเคลื่อนประเทศไปได้อย่างดี
ถ้ามี 10 ประการนี้แล้ว กับแค่คุณธรรม ก็จะพาประเทศให้รอดไปได้ ผู้นำประเทศไม่จำเป็นต้องมี "วิสัยทัศน์" ก็ได้ครับ แต่ขอให้มีคุณธรรม แล้วให้คนอื่นๆ ในคณะรัฐมนตรีอื่นๆ ขอให้มีวิสัยทัศน์ รับรองผ่านฉลุย ถึงแม้ผู้นำประเทศจะต้องมีเด็ดขาด แต่ต้องมีคุณธรรมในความเด็ดขาดด้วย ถ้าทำได้อย่างนั้น รับรองว่าปัญหาทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง จะแก้ไขได้แน่นอน”
ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ “คฑา ชินบัญชร”


