xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดนัดล้อมบ้านคืนชีพ! แม่ค้าแหกกฎหมาย ขายไม่กลัวขวาน!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไม่สะทกสะท้าน! ตลาดนัดล้อมบ้านรีเทิร์น ผุดห่างบ้านป้าทุบรถเขยิบไปแค่ 50 เมตร หลัง กทม.สั่งให้ปิด 5 ตลาด เจ้าของบ้านเริ่มทุกข์ ไม่อยากเห็นใจแม่ค้าแล้ว สังคมตั้งข้อสงสัย นี่คือความเห็นแก่ตัวของแม่ค้า หรือคนซื้อกันแน่ เหตุใดจึงไม่ยำเกรง ก.ม.แม้แต่น้อย โซเชียลฯ จี้ กทม.เร่งจัดการก่อนบานปลาย

ก.ม.มีไว้แหก? ปิดก็เปิดใหม่!
ย้อนเหตุการณ์ขณะป้าทุบรถ
จากกระแสข่าวโด่งดังกลายเป็นคดีความอื้อฉาว เมื่อ "ป้าทุบรถ" รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และ มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 57 ปี ทนทุกข์มานับ 10 ปี ก่อเหตุทุบรถปิกอัพที่มาจอดขวางหน้าบ้าน ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ภายในซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ นำไปสู่คำสั่งปิดตลาดสดถึง 5 แห่งที่เปิดรอบๆบ้านของป้าทุบรถ ตามคำสั่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ล่าสุด ตลาดโผล่อีกแล้ว!

โดยตลาดใหม่อยู่ห่างจากบ้านป้าทุบรถไม่ถึง 50 เมตร สร้างความเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้นกับปัญหาตลาดที่สร้างในเขตที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การจอดรถกีดขวางหน้าบ้าน ความไม่สะดวกในแง่การอยู่อาศัย และสุขอนามัยเพราะหนูตัวพาหะนำโรคเพียบ!

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Ajapim Aroonlucksana ซึ่งเป็นที่ผู้อาศัยอยู่ใกล้บ้านป้าทุบรถ ระบายความในใจ จากที่เคยเห็นใจแม่ค้า มาวันนี้ทนไม่ไหวแล้ว!

โพสต์รูปภาพจำนวน 9 รูป เผยให้เห็นบรรยากาศภายใน ซอยศรีนครินทร์ 55 ที่เกิดการตั้งตลาดขนาดย่อมขึ้นหลังจากที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งปิดตลาดทั้งหมด แต่กลับมีตลาดเถื่อนผุดขึ้นมาห่างจากจุดที่มีปัญหาประมาณ 50 เมตร และมีผู้มาซื้อ - ขาย เป็นจำนวนมาก

"ขำๆ หรือ ขำไม่ออกไม่รู้ค่ะ คุ้มครองบ้านป้าทุบรถ สั่งปิดทุกตลาด แต่ไหงมาเปิดใหม่ตรงรั้วบ้านดิฉันคะคุณ ห่างกัน 50 เมตร ไม่ถึง เมื่อครั้งนึงเคยเห็นใจแม่ค้า แต่ตอนนี้คิดว่า แม่ค้าดันทุรัง ไม่รักษากฎหมาย แถมมีรัฐเพิกเฉย คงต้องทนๆไป ใช่ไหมคะ"

สังคมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางรูปที่ถูกโพสต์จะสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจนั่งเฉย ปล่อยปละละเลยให้มีการจัดตั้งตลาดหน้าตาเฉย จี้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแก้ไขและดำเนินการอย่างจริงจัง มีรายงานว่า สำหรับตลาดแห่งใหม่อยู่ไม่ไกลจากจุดเดิมที่มีปัญหา

ส่วนสำหรับพิกัดตลาดใหม่แห่งใหม่นี้ ห่างจากบริเวณเดิมที่มีปัญหาไม่ไกล จากบ้านป้าทุบรถ ซึ่งเป็นถนนบริเวณด้านหน้าสวนหลวง ร.9 ก่อนหน้านี้มีผู้ค้าไม่กี่รายตั้งร้านขายของ แต่หลังจาก 5 ตลาดรอบบ้าน ป้าทุบรถถูกสั่งให้หยุดขาย ผู้ค้าได้ย้ายมาบริเวณดังกล่าว

แม้ก่อนหน้าลูกบ้านในหมู่บ้านที่เสรีวิลล่า ส่วนใหญ่ที่ออกมาจับจ่ายซื้อของในตลาด จะยอมรับว่า ตลาดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการจราจรแออัดรถติด แต่ก็อยากให้มีตลาดบ้างไม่ต้องมีมาก แต่มีไว้แค่ที่จำเป็นเพื่อหาของกินนอกบ้าน อำนวยความสะดวกวิถีชีวิตของคนกรุงที่เร่งรีบ และตลาดต้องได้มาตรฐาน สะอาด ที่สำคัญต้องจัดที่จอดรถ และอำนวยความสะดวกจราจรไม่ให้กระทบเส้นทางสาธารณะ

ไม่นิ่งเฉย หวั่นซ้ำรอย!

หลายคนอาจจะมีความสงสารพ่อค้าแม่ค้า เพราะบางคนบอกโดนรังแก ปิดช่องทางทำมาหากิน แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย ทำผิดก็ว่ากันไปตามระเบียบบ้านเมือง เพราะทาง กทม.ได้สั่งให้ปิดตลาดแล้ว แต่เหตุใดพ่อค้าแม่ค้ายังดันทุรังขายกันอยู่อีก จึงเป็นเหตุให้ อัชพิมพ์ อรุณลักษณ์ อายุ 47 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ซึ่งมีบ้านอยู่บริเวณป้าทุบรถออกมาระบายความในใจเปิดใจผ่านสื่อ ชี้บริเวณบ้านตนเองน่าจะยังอยู่ในพื้นที่ควบคุมแต่ทำไมตลาดแผงลอยยังมาตั้งกันบนถนนหลวงให้พรึ่บ! หวั่นซ้ำรอย ความสกปรกในพื้นที่สาธารณะ และกองทัพหนูบุกบ้าน

“ที่โพสต์เฟซบุ๊กไปนั้นเพราะตื่นขึ้นมา เจอสภาพตลาดข้างรั้วบ้านก็เลยงงๆ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่มีเหตุการณ์บ้านคุณป้าทุบรถ ตลาดก็ปิดไปแล้ว มีการดูแลกวดขันกัน ก็ไม่ได้มีใครมาค้าขายอะไรบนท้องถนน หรือริมฟุตปาธเยอะ จากอาทิตย์สองอาทิตย์แรกนี่เรียบร้อย ไม่มีรถจอดเลย

พอระยะเวลาห่างขึ้นมาอีกหน่อย ในช่วงวันธรรมดากลับมีพ่อค้าแม่ค้าที่มาเปิดท้ายขายของ คิดว่าน่าจะเป็นจากตลาดที่โดนปิดไป เห็นหน้าจำได้ ก็มาเปิดขายบ้าง ประปรายอาจจะไม่เยอะ เพิ่งมามีวันนี้ที่เห็นเต็มๆเลยถ่ายรูปคุยกับเพื่อน
จากนั้นจึงโพสต์ลงไปในโซเชียลฯ ว่ามีแต่คนดูแลคุ้มครองบ้านคุณป้า แล้วก็จบไปแล้ว แต่ระยะเวลาผ่านไปไม่นาน กลับมาตลาดหาบเร่ แผงลอย มาเปิดในพื้นที่ใกล้เคียงใหม่ ในระยะที่ห่างกันไม่ถึง 50 เมตร ซึ่งมันน่าจะยังเป็นพื้นที่ควบคุมของหมู่บ้านเสรีวิลล่าอยู่ ในความเข้าใจของเรา หรืออาจจะเป็นเพราะบ้านเราไม่ได้อยู่ในคดีความกับทางรัฐ อยู่ไม่ได้ถูกควบคุม

แต่อีกแนวทางหนึ่งก็คือ อาจจะมีคนบอกว่ามันไม่ได้อยู่ในพื้นที่หน้าบ้านเรา มันอยู่บนฟุตปาธ รอบด้านบ้านเรา กับอยู่บนถนน ซึ่งคนบางคนอาจจะมองว่า ไม่ใช่พื้นที่ของเรา เราอาจจะไม่มีสิทธิ์ในส่วนนั้นที่จะร้องเรียน แต่ที่ติดใจนี่คือฟุตปาธ และถนนหลวง ทำไมถึงตั้งกันได้ขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็น แผงขายหมูสด ปลาสด ตั้งบนพื้นถนน ไม่ได้เปิดท้ายนะ แต่หมูนี่สับกันตรงนั้นบนพื้นถนน มีการขายอาหาร ทั้งปรุงเดี๋ยวนั้น และปรุงสำเร็จมาขาย เท่านั้นเองที่เริ่มเห็น จากที่มองจากบนบ้าน

ในส่วนที่อยู่ฝั่งจากทางริมรั้วสวนหลวง ร.9 ซึ่งเมื่อก่อนก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขาย ทางสวนหลวงไม่อนุญาต วันนี้ก็กลับมาเต็มพรึ่บ สองข้าง ทั้งจากฝั่งบ้านนี้ และฝั่งอีกถนน ที่เป็นฝั่งตรงข้ามกัน คือเลาะรอบรั้วไปเลย ซึ่งที่เห็นเป็นความแตกต่าง ที่เกิดขึ้นมาหลังจากเหตุการณ์ทางนั้นสงบ มันก็มาเปิดตรงนี้ จากแต่เดิมอาจจะเห็นเพียงไม่กี่เจ้า แต่พอเสาร์อาทิตย์แล้วมันกลับมาจริงๆตลาดย่อยๆ”

หนูบุกบ้าน ขยะเต็มถนนใครรับผิดชอบ!

สำหรับความเดือดร้อนที่มากจากตลาดที่เปิดใหม่นี้นั้น เธอยอมรับว่ายังไม่เดือดร้อน เพราะตลาดเพิ่งเปิด

“แต่คำถามในใจคือ ถ้าเราไม่พูด หรือไม่เอ่ยปากให้ใครรู้บ้าง ก็แปลว่าเรารับสภาพได้ใช่มั้ย เราสมยอมเหรอ เราปล่อยให้เขาขาย ไม่ได้ร้องเรียนอะไร ก็แปลว่าคุณโอเค ถ้าหากมันมากขึ้นกว่านี้คงไม่จบ แล้วการควบคุมควรทำตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้เลยไป 6-7 ตลาดแล้วค่อยมาควบคุมมันจะยาก

ส่วนความกลัวที่เกิดขึ้นในอนาคต คือเรื่องหนู และหากมีคนหนึ่งขายได้ ต่อมาก็ยกเตาแก๊สอะไรกันมาขาย คุณบอกขายเสร็จมีการทำความสะอาด แต่นี่บนถนนหลวง คุณมาขายตั้งแต่เช้าเลิก 11 โมง ขอตั้งคำถามว่าเมื่อคุณไปแล้วคุณจะปัดกวาดถนนหลวงมั้ย หรือใครต้องมารับผิดชอบให้คุณ”

โลกโซเชียลฯ ตั้งข้อสงสัย ว่าปัญหาอยู่ที่ “แม่ค้า” หรือ “คนซื้อ”กันแน่ เพราะมีทั้งดีมานด์ ซัพพลาย ทั้งผู้ค้า ผู้ขาย จับจ่ายซื้อของกันขวักไขว่โดยไม่สนใจสั่งที่ให้ปิดตลาดสดเลยแม้แต้น้อย จี้ทาง กทม.ให้เร่งจัดการก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ซื้อหลายคนมาออกกำลังกายบริเวณสวนหลวง ร.9 ซึ่งอาจจะเป็นเพราะติดความสบาย จึงไม่อยากไปซื้อที่อื่น จึงซื้อของที่ตลาดแห่งนี้แทน ทั้งที่ข่าวได้แพร่หลายว่าตลาดได้ถูกปิดไปเพราะเปิดไม่ถูกต้อง

“ปัญหาน่าจะอยู่ที่คนซื้อแล้วล่ะ ตรรกะคนซื้อก็ชอบความสะดวกตนเองพอๆกับคนขายที่ขายเอาสะดวก ตั้งได้กูตั้ง ขายได้กูขาย ไม่สนใจอะ ไรทั้งนั้น ถ้าคนซื้อมองว่า มันผิด ถ้า ผอ. เขตมองว่าผิด ถ้าเทศกิจหรือ ตร. มองว่าผิด ยังไงมันก็ขายไม่ได้ แต่นี่แกล้งหลับหูหลับตาโมเมเอาว่าถูกต้องละมั้ง ถึงวนเวียนมาแบบเดิมจนได้”

“ถ้าไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนขาย เห็นที่ไปซื้อกันมีแต่ลุงๆป้าๆ มนุษย์พวกนี้ตรรกะเพี้ยนใช้ชีวิตเอาสะดวกเข้าว่าเยอะจัง”

…..หรือเราควรสร้างจิตสำนึกตัวเองก่อน ว่าเจอแบบนี้จะไม่เข้าไปซื้อ เพราะถ้าไม่มีคนซื้อ เค้าก็ไม่มาขายเอง ส่วนทางพ่อค้าแม่ค้าที่แหกกฎข้อห้ามกันขนาดนี้ แล้ว กทม.ล่ะว่าไง?


กำลังโหลดความคิดเห็น...