xs
xsm
sm
md
lg

กงเต็กยุค 4.0 “นาฬิกา (บิ๊กป้อม) - ไอโฟน X - ครีมหน้าเด้ง!”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เดี๋ยวนี้ พัฒนาแล้ว! ตรุษจีนเลิกเผากระดาษเงินกระดาษทอง ไม่ได้มีแค่แบบเดิม แต่พัฒนาไปไกลจนถึง “นาฬิกาหรู และครีมหน้าเด้งสุดฮิต” ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เรื่องผิด หนุนให้ซื้อกงเต็กหรู เพราะเชื่อว่าต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดให้บรรพบุรุษ พร้อมเสิร์ฟอาหารสิริมงคล กินดีมีเฮงตลอดทั้งปี

เผาให้ครบเซต เลือกสิ่งที่ดีที่สุด

แฮปปี้นิวเยียร์ปีใหม่ไทยกันไปแล้วถึงคราวเทศกาลปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน หรือ “ตรุษจีน” ที่มีทั้งวันจ่าย วันไหว้และวันเที่ยว วันที่ลูกๆ หลานๆ รอคอยรับ “อั่งเปา” จากผู้ใหญ่และญาติมิตรกันหน้าตาระรื่น เพราะนอกจากจะเป็น วันรวมญาติร่วมรับประทานอาหารกันแล้ว ยังเป็นวันไหว้วิญญาณของบรรพบุรุษ มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ข้าวของต่างๆ ได้ใช้ในภพหน้ากันอีกด้วย

รู้ไหมว่าปัจจุบันโลกวิญญาณก็พัฒนาอินเทรนด์ไม่น้อยหน้าโลกมนุษย์แล้ว ไม่ได้มีเพียง “กระดาษเงินกระดาษทอง” รูปแบบเดิมๆ ที่เป็นเครื่องใช้ของส่วนตัวเท่านั้น ยังมีของใช้ไอทีสุดล้ำ ทันสมัยมากมาย และยังพัฒนากันไปยัน “นาฬิกาหรูหลากหลายแบรนด์” และคงไม่ต้อง “ยืมเพื่อนใส่” เพราะลูกหลาน จัดให้ครบทุกยี่ห้อ

นอกจากนาฬิกาแบรนด์หรูยังมีอีกหลายอย่างที่พยายามทำของออกมาเลียนแบบ แต่มีการดัดแปลงเพียงชื่อเล็กน้อย จาก iPhone ก็เปลี่ยนให้เป็น iPhonie แต่ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องเปล่าๆ เท่านั้น ยังมีกงเต็กแบตเตอรี่แถมมาด้วยเพื่อไม่ให้พลาดการติดต่อสื่อสารกัน แม้แต่เศสโทรศัพท์เองก็ตาม หรืออย่างครีมหน้าเด้งยี่ห้อดัง SK-II ก็นำมาเปลี่ยนชื่อให้เป็น SK-III เพราะเมื่อโลกปัจจุบันพัฒนา ก็ต้องทำให้โลกหลังความตายพัฒนาไปพร้อมกัน


ด้วยความเชื่อของชาวจีน การทำ “พิธีเผากระดาษ” ถือว่าเป็นการทำบุญ และส่งมอบสิ่งของต่างๆ ให้กับญาติพี่น้องผองเพื่อนผู้ล่วงลับไปแล้ว เมื่อเรานึกถึงพวกเขาอยากให้พวกเขาได้ใช้ของดีๆ ในเมื่อตอนมีชีวิตไม่ได้ใช้ ก็ต้องเผาส่งให้กันไปในตอนที่ตายจากกัน

ที่ต้องระวังก็คือการเผากระดาษเงิน-กระดาษทอง ควรเลือกนำมาใช้ให้ถูกประเภท มีทั้งแบบสำหรับ “ไหว้เจ้า” และสำหรับ “ไหว้บรรพบุรุษ” ซึ่งไม่ควรที่จะนำมาไหว้หรือ “เผาสลับกัน” เด็ดขาด!

“ทีมข่าวผู้จัดการ Live” ต่อสายตรงถึง อาจารย์จิตรา ก่อนันทเกียรติ เจ้าแม่ผู้รอบรู้เรื่องวัฒนธรรมจีน ซึ่งได้ให้คำตอบไว้ว่า กงเต็กไฮโซไม่ได้ผิดธรรมเนียมแต่อย่างไร

“เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าตายแล้วไปไหน ก็ต้องกลัวพ่อแม่ที่จากไป ตายไปแล้ว ไม่มีกิน ไม่มีใช้ เวลาตายไปแล้วก็ต้องฝังของพวกนี้ไปด้วย ใหม่ๆ ก็จะฝังของจริง พอสักพักใหญ่ๆ ก็กินเวลายาวนานพอสมควร

การเผาของให้พ่อแม่ หรือบรรพบุรุษ ก็ต้องทำให้ดีที่สุด คำว่าดีที่สุดคือะไร ก็คือการที่เราได้ทำอะไรให้พ่อแม่มีกินมีใช้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราใช้อยู่บนโลกคืออะไร เราก็ทำสิ่งนั้นให้พ่อแม่ได้ใช้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถือว่าเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ทุกอย่างมีเหตุมีผลกับทุกการกระทำ สิ่งดีที่สุดคืออะไรก็ทำไป

กระดาษที่นำมาไหว้เจ้านั้นควรเป็นชุดไหว้แบบครบเครื่องที่มาพร้อม “กิมเต้า” คือถังเงินถังทอง เปรียบเสมือน “ถังเงินถังทอง” ใช้ไหว้เจ้าเพื่อขอเงินขอทองขอโชคลาภ ใช้ไหว้ตี่จู่เอี๊ย ไฉ่ซิ้งเอี๊ย ไท้ส่วยเอี๊ย พระแม่กวนอิม เจ้าพ่อหลักเมือง

ส่วนกระดาษที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษนั้น จะมีลักษณะที่มีความทันสมัย และหวือหวากว่า ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยรูปแบบของใช้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แท็บเล็ต ไอแพดแอร์ สมาร์ทโฟนยี่ห้อดัง

ตัวสินค้าที่ออกมาก็มีการปรับเปลี่ยนชื่อและสัญลักษณ์แบรนด์บ้างเล็กน้อย เพราะปัญหาด้านลิขสิทธิ์เรียกว่าจะซื้อของไหว้บรรพบุรุษก็มีให้เลือกกันเยอะแยะจนบรรพบุรุษเลือกใส่หยิบใช้กันไม่ซ้ำยี่ห้อ

รู้ก่อนไหว้ ความหมาย “กงเต็ก”

อันที่จริงแล้วกระดาษเงินการทองที่นิยมซื้อมาไหว้บรรพบุรุษในช่วงตรุษจีน ไม่ได้เรียกว่า “กงเต็ก” กงเต็ก เป็นเพียงพิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ถือเป็นประเพณีอันเก่าแก่สืบทอดมาแต่โบราณของชาวจีน


ชาวจีนมีความกตัญญูกตเวทีสูงมาก เมื่อผู้มีพระคุณเสียชีวิตลงในขณะที่ตนเองรู้สึกว่ายังไม่ทันได้ปฏิบัติตนตอบแทนพระคุณให้เพียงพอ จึงจัดนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีกงเต็ก เป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

คำว่า “กงเต็ก” เกิดจากที่คำสองคำรวมกัน คำว่า “กง” คือการกระทำในสิ่งที่ถูกที่ชอบที่เป็นประโยชน์ แทนวิญญาณผู้มรณะเพื่อประสบความสุขความสบาย และคำว่า “เต็ก” ความหมายคือกุศลกรรมอันเกิดจากกรรมดีงาม เพื่ออุทิศให้แก่วิญญาณบรรพบุรุษ

เชื่อกันว่าเมื่อตายไปแล้วจะไปยังอีกภพโลกหนึ่ง ลูกหลานจึงต้องส่งข้าวของไปให้ โดยการเผากระดาษเงินกระดาษทอง และการไหว้เจ้ายังเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลาน ให้มีความสุขความเจริญ กระดาษเงินกระดาษทองบางแบบใช้ไหว้เจ้า บางแบบใช้ไหว้บรรพบุรุษ

การเผากระดาษของคนไทยเชื้อสายจีน ไม่ได้เริ่มที่การเผากระดาษแต่เริ่มจากการฝังแก้วแหวนเงินทองที่เป็นของจริง หลังจากนั้นจึงเริ่มทำเป็นกระดาษแทน สิ่งที่ดีที่ลูกหลานต้องการก็คืออยากให้บรรพบุรุษได้ใช้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสีสันในวันตรุษจีนก็คือเสื้อผ้า จะเห็นได้ว่าในช่วงเทศกาล ทุกบ้านจะต้องใส่ชุดที่มีแดงสด การสวมใส่เสื้อ ผ้าสีแดงให้เป็นสิริมงคล เพิ่มความเฮง ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของชาวจีนว่าจะช่วยไล่ปีศาจร้ายให้ออกไป จึงงดใส่เสื้อผ้า สีขาว-ดำ เด็ดขาด ถ้าไม่อยากโดนดุ

สำหรับอาหมวยเล็กหมวยใหญ่ ที่จะสวมชุดกี่เพ้า เข้าหาอาเจ็กอาแปะ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะแม่ค้าย่านเยาวราช สำเพ็ง นำมาวางขายกันเต็มสองข้างทาง ทั้งลายดอกไม้ลายมังกร ตั้งขายเรียงกันเป็นแถบ สามารถเลือกซื้อเลือกใส่ตามความชอบกันได้สบาย

อาหารมงคล ยิ่งกินยิ่งเฮง!!

เทศกาลตรุษจีน การที่คนในครอบครัวได้มาล้อมวงกินข้าว ได้พูดคุยกัน อาหารคาวหวานต่างๆ ที่ปรุงออกมานั้นล้วนแต่เป็นอาหารที่มีความหมายมงคลตามความเชื่อของคนไทยสายเชื้อจีน เพราะเชื่อว่าวันตรุษจีนคือมื้อแรกของปี ด้วยอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และใช้วัตถุดิบที่มีความหมายมงคล ก็จะช่วยให้มีความมงคลตลอดทั้งปี

เปิดตำนานเมนู “สลัดปลาดิบมงคลหยี่ซัง” หรือเรียกกันอีกชื่อว่า “หยี่ซัง 3 เซียน” หยี่ หมายถึง ปลา ซัง หมายถึง ดิบ หยี่ซัง จึงหมายถึง สลัดปลาดิบ ที่ประกอบไปด้วยเนื้อปลาดิบชั้นดีทั้ง 3 ชนิด

“ปลาแซลมอน” ปลาที่มีดวงดาวนำพาโชคชะตากลับไปวางไข่ในถิ่นที่เกิดเชื่อกันว่ากินแล้วจะทำให้มีโชคดีตลอดปี “ปลาทูน่า” ปลาที่ว่ายน้ำว่องไว รวดเร็ว กินแล้วเชื่อว่าชะตาชีวิตจะรุ่งโรจน์ กิจการการค้าเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา “ปลากะพง” ปลาที่มีความแข็งแรง สามารถปกป้องตัวเองจากภัยอันตรายได้ กินปลากะพงแล้วเชื่อว่าจะรอดพ้นจากสิ่งไม่ดีต่างๆได้

สิ่งที่ทุกบ้านจะขาดไม่ได้ก็คือ “เป็ด” ไม่ว่าจะเป็นเป็นย่าง เป็ดพะโล้ หรือเป็ดปักกิ่ง ถือเป็นอาหารที่มงคล กินแล้วเชื่อว่าจะมีงานทำที่ดีและความสามารถเก่งรอบด้าน เมื่อกินเป็ดปักกิ่งกับผักเครื่องเคียง กับผักกาดฮ่องเต้น้อยหรือกวางตุ้ง ก็ยิ่งช่วยบำรุงสุขภาพมากขึ้นอีก

“หอยเป๋าฮื้อ” หนึ่งในแปดสุดยอดอาหารจีนราคาแพงที่สุด จัดเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าและสารอาหารมากมาย และมีคอเลสเตอรอลต่ำ

ในอดีตผู้ที่ได้รับประทานจะมีแต่พวกจักรพรรดิและขุนนางผู้ใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าเป็นอาหารสิริมงคลเพราะมีความหมายมงคลช่วยห่อความมั่งคั่งให้เหลือกินเหลือใช้ นิยมกินในโอกาสสำคัญเพราะมีราคาแพงมาก

ส่วนผลไม้แห่งสิริมงคล หลายคนก็คงเลือก “ส้ม” โดยเฉพาะส้มที่มีเปลือกมีสีส้มหรือสีเหลืองทองมาไหว้เจ้า เพราะสีทอง เชื่อว่าเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้เป็น “ส้มโอทับทิมสยาม” มาไหว้เจ้าก็ได้ เพราะมีเนื้อสีแดงเข้มเหมือนสีทับทิม รสชาติหวานจัด หอมติดจมูก เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ส้มโอขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล มีความหมายว่ามีเงินทองไหลมาเทมา ลูกส้มโอมีขนาดใหญ่ ทำให้เชื่อว่าจะมี โชค ลาภ มีความเป็นสิริมงคลต่อชีวิต หน้าที่การงานก็จะใหญ่โตไปตามขนาดของส้มโออีกด้วย

ขนมที่นำมาไหว้เจ้า ส่วนใหญ่จะนิยมนำ “ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย หรือขนมสาลี่” มาไหว้เจ้าในวันตรุษจีน และนิยมรับประทานกันในครอบครัว เนื่องจากชื่อของขนมถ้วยฟูมีความหมายดี สื่อถึงความเฟื่องฟู ความเจริญ ความรุ่งเรือง ทั้งด้านการงานและการเงิน รวมทั้งการใช้ชีวิตด้วย มักจะเพิ่มการแต้มสีแดงลงไปบนขนมด้วยเพื่อเพิ่มความเฮง

“ขนมเข่ง” คือความหวานชื่น ความราบรื่นในชีวิต ส่วนขนมเข่งที่ใส่ในชะลอมหมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์ และ “ขนมเทียน” มีความหมายถึงความสว่าง รุ่งเรือง ลักษณะเป็นกรวยแหลมของขนมเทียนเป็นมลคลเหมือนยอดเจดีย์ “จันอับ” เชื่อกันว่าความหวานที่เพิ่มพูน จะทำให้มีความสุขตลอดไป

อาหารที่มีความหมายเป็นมงคล ถือว่ามีคนนิยมกินกันมากในเทศกาลตรุษจีน แต่การที่ทุกครอบครัวได้มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ก็จะทำให้อาหารมงคลในมื้อนี้มีความสุขมากขึ้น ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ

เรื่องโดย : จารวี อู่พิทักษ์


กำลังโหลดความคิดเห็น...