xs
xsm
sm
md
lg

ศึกษาธรรมชาติฉบับลูกผู้ชาย? ล่า ฆ่า พรากคู่ “เสือดำ” ทำซุปต้มยำ!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สะท้านความรู้สึก! เสือดำทุ่งใหญ่ฯ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลก ที่ถูกล่า ฆ่า หั่น ถลกหนัง กิน เผยเสือดำที่ถูกฆ่านั้น “มีคู่” แต่กลับโดนความตายพลัดพราก โดยบิ๊กอิตาเลียนไทย จนท.ปวดใจ! เป็นผู้พิทักษ์สัตว์ป่าแต่ต้องหยิบชิ้นเนื้อและซากสัตว์ป่าออกมาวางทีละชิ้นต่อหน้าเยาวชนของชาติ ผงะ!เจอหางเสือดำรอปรุงต้มยำเป็นซุป เนื้อขาหลังถูกตัดแบ่งกิน คนย่ำป่าชี้พฤติกรรมบ่งบอกมืออาชีพ! ยิงส่วนหลังของเสือดำ เพื่อให้กระสุนไม่ทำลายหนังเสือ และกะโหลกเพื่อความสวยงามในการเลาะ!

มือสมัครเล่น!? พกไรเฟิล ลูกซอง.22 เครื่องแกงเข้าป่า

“มองดูแล้วว่าไม่ใช่มือสมัครเล่น หากแต่กลับคือมืออาชีพ ดูจากไหนรึ ผมดูจาก 3 อย่าง อาวุธ การตั้งแคมป์ เครื่องพริกแกง”

เฟซบุ๊ก “นายโอม คนย่ำป่า” หรือ อัครวุฒิ จันทร์ขจร หรือโอม ผู้อำนวยการสร้างรายการโทรทัศน์ “โรงเรียนของหนู” วิเคราะห์ถึงการเข้าป่าไปตั้งแคมป์ของเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มหาเศรษฐีวัย 63 ปี วิเคราะห์ว่าการเข้าป่าครั้งนี้ไม่ได้เข้ามาศึกษาหรือพักผ่อนแน่นอน รวมถึงการยิงส่วนหลังของเสือดำ เป็นการยิงเพื่อให้กระสุนไม่ทำลายหนังเสือ และกะโหลกเสือ รวมถึงการพกเบ็ดปักชายทุ่งเข้าไปเยอะเกินความจำเป็น

“เครื่องพริกแกง หรือเครื่องปรุงที่เตรียมมา โดยเฉพาะเกลือแน่นอนต้องเตรียมมาบ่มหนัง คือน่าจะคิดกันมาว่าถ้าได้สัตว์ใหญ่ต้องเอาหนังไปด้วย นั่นหมายถึงรูปแบบการถลกหนัง มืออาชีพแน่ เพราะถลกเป็นตัวแบบหนังไม่เสีย การเลาะกะโหลกเสือมันบ่งบอก มืออาชีพจริงๆ”

สอดคล้องกับการจำลองเหตุการณ์ยิงเสือดำของเจ้าหน้าที่นักวิทยาศาสตร์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 พบว่า เสือดำมีรอยยิงทั้งหมด 5 นัด ถูกยิงเข้าทางฝั่งขวา และผู้ที่ยิงน่าจะอยู่ตำแหน่งยิงที่สูงกว่าเสือ โดยกระสุนยิงเข้าจากด้านหน้าตัวเสือดำผ่านไปด้านหลัง และมีทิศทางของกระสุนทำมุม 30 องศา



นอกจากนี้ โลกโซเชียลฯ ยังหาข้อมูลเสื้อที่เปรมชัย ใส่ในวันเกิดเหตุว่า เป็น “shooting jacket” ที่ออกแบบให้ช่วงบ่าของเสื้อวางรองพานท้ายปืนได้อย่างสะดวกเพราะมีแผ่นกันลื่นและกระแทก

ขณะที่ความจริงเริ่มฉายชัดพร้อมตอกย้ำรสนิยมความชอบส่วนตัวต่อ “หนังสัตว์” ขนาดไหน เมื่อปรากฏภาพในอดีตเมื่อ 27 ปีก่อน ของเปรมชัย เจ้าของอาณาจักรอิตาเลียนไทย ที่ทีมข่าวนิตยสารผู้จัดการมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยและถ่ายภาพ ถึงห้องทำงานชั้น 15 อาคารอิตัลไทย บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่

เผยให้เห็นภาพของเปรมชัย ในวัย 36 ปี กับ “หนังเสือโคร่งผืนใหญ่” บนเก้าอี้หนังสีเขียว พร้อมพูดประโยคเปรียบเปรยถึงการเข้ามารับหน้าที่ในการบริหารกลุ่มบริษัทของบิดาว่า “ผมกำลังขี่เสือ และอาจจะต้องขี่เสือตัวนี้ตลอดชีวิตอย่างพ่อก็ได้”

น่าเศร้ามากไปกว่านั้นเมื่อ อนุวงศ์ ศรีจันทร์ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ให้ข้อมูลว่า ว่าเสือดำที่ถูกฆ่านั้น “มีคู่” แต่กลับโดนความตายพลัดพราก อยู่กันมา 6-7 ปีแล้ว เสือดำอีกตัวที่เป็นคู่ของเสือที่ถูกฆ่านั้นหนีรอดมาได้ โดยมันได้วิ่งนำทางไปยังจุดที่เจ้าสัวเปรมชัยตั้งแคมป์อยู่

“วันที่เข้ามากลางคืนก็เจอมันวิ่งตามหน้ารถผม มันก็กระโดดเข้าป่าไป มันจะบอกอะไรหรือเปล่าไม่รู้ บางทีมันก็มีสื่อบอกเหมือนกัน.."

เศร้า! สัตว์ป่าที่คุ้มครองกลายเป็น “ซุปต้มยำ”

การเข้าจับกุมครั้งนี้นอกจากนะเจอชิ้นส่วนของซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง แล้ว ยังเจอพริกแกงเพื่อนำมาปรุงอาหารดับกลิ่นสาปของสัตว์ป่าอีกด้วย แน่นอนการเข้าป่าครั้งนี้ของบิ๊กอิตาเลียนไทย คงไม่มาเพื่อศึกษาธรรมชาติแน่นอน แต่ต้องมาล่าสัตว์เพื่อมาหา “เนื้อ” เอาดาบหน้า

เช่นเดียวกับคำให้การของนที เรียมแสน ที่ทำงานเป็นแม่บ้านให้เปรมชัย มากว่า 5 ปี ยอมรับว่ารับหน้าที่ให้ปรุงอาหารให้แก่ทุกคน ส่วนกรณียิงสัตว์ป่ามาทำอาหารนั้น ไม่รู้เห็นว่าใครเป็นยิง เพราะมีหน้าที่ทำอาหารอย่างเดียว

เพจเฟซบุ๊กชื่อ “ทีมพญาเสือ” ชุดเฉพาะกิจในการปราบปรามผู้บุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยมี ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นหัวหน้าชุดพญาเสือ ได้โพสต์ข้อความสะเทือนใจ! เป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์คุ้มครองป่าแท้ๆ แต่ต้องมาหยิบซากสัตว์ป่าที่คอยดูแลออกจากถุงดำเป็นชิ้นๆ

“หลังจากสำนวนบันทึกจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คนเสร็จ พวกเราเจ้าหน้าที่รีบส่งเพราะกลัวโดนฟ้องกลับ เพราะทนายขู่ว่ากักตัวเกิน 48 ชั่วโมง

พวกเรารวมทั้งผมก็กลัวเช่นกัน แต่ทำไงได้กว่าจะออกมา มันใช้เวลานานเหลือเกิน พวกเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อปกป้องป่า รักษาชีวิตสัตว์ป่าและรักษาชีวิตของตน ให้อยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด ในขณะเดียวกัน น้องๆ จนท.พิทักษ์ป่า ไปหยิบของกลางมาวางทีละชิ้นนั้น ความที่กลัวเขาฟ้องกลับ มันกลายเป็นความโกรธแค้น ทั้งที่พวกเราไม่ควรโกรธ เพราะเป็นหน้าที่

แต่ขอให้ทุกคนที่เข้าใจ ด้วยว่า พวกเรา จนท.ผู้พิทักษ์ป่าทุกนายดูแล ปกป้อง คุ้มครองป่า ต้นไม้ โดยเฉพาะสัตว์ป่าด้วยชีวิต กว่ามันจะโตได้ รอดได้ วิ่งได้ มันผ่านอุปสรรคมากมาย พวกเราเดินทนร้อนทนหนาว ทนเปียก เพื่อดูแลพวกเขา แต่กลับถูกหยิบออกจากถุงดำออกมาเป็นชิ้นๆนั้น

สือดำ ซึ่งร่างถูกแบ่งเป็นท่อนๆ ไก่ฟ้าหลังเทาถูกกินเหลือครึ่งเดียว เนื้อเก้ง แล้วนี่อะไรอีก มันเป็นหางเสือดำ ต้มยำเป็นซุป เนื้อขาหลังของเสือดำ ถูกเอาไปกิน มันอะไรกัน คุณเปรมชัย!

ขณะนั้นผมกำลังถ่ายภาพ ที่ จนท.นำซากสัตว์ แต่ละอย่างออกมา ผมหันไปเห็นนักเรียน เด็กๆตัวเล็กๆ ยืนชี้! พูดคุยกันเสียง งึมงัม! จับใจความไม่ได้ว่า เด็กๆพวกนั้นคิดอะไร และไม่ได้ยินว่าพูดอะไรด้วย แต่ที่มันสะท้านความรู้สึกของผมคือ

“คุณเปรมชัย ทำอะไร คุณทำอะไรลงไป คุณได้ทำตัวอย่างที่เด็กๆควรเอาตัวอย่างหรือไม่ นั้น ผมไม่อาจรู้ได้ เพราะผมไม่ยินเสียงเด็กๆ คุยกันแต่ที่ผมรู้สึกคือ ผมรู้สึกแย่มากครับ”

เสือดำทุ่งใหญ่ฯ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลก

การตายของเสือดำในครั้งนี้นั้นทำให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าธรรมชาติ มากขึ้น เพราะการที่จะดูว่าป่านั้นจะอุดมสมบูรณ์ไหม ก็ต้องดู "เสือ" ซึ่งเป็นตัวสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

เพชร มโนปวิตร รองหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ว่า เสือดำช่วยควบคุมประชากรของสัตว์อื่นๆ ภายในป่า และปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรของเสือดำเหลือเพียงไม่เกิน 2,500 ตัวเท่านั้น ดังนั้นความสูญเสียของชีวิตเหล่านี้จึงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อระบบนิเวศ

เช่นเดียวกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสือ สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เสือดาว หรือเสือดำ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันตกนั้นมีอยู่ประมาณ 100-130 ตัว โดยเสือดาว และเสือดำ ถือเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน

“เสือดำเป็นสัตว์ที่มีความปราดเปรียว และมีความคล่องแคล่วค่อนข้างสูง ปีนต้นไม้ได้ ล่าเหยื่อที่อยู่บนต้นไม้ได้ เหยื่อของเสือดำจะเป็นสัตว์ขนาดเล็กกว่าเหยื่อของเสือโคร่ง เช่น เก้ง กวาง หมูป่าขนาดเล็ก หรือ ลิง ค่าง เป็นต้น การสูญเสียเสือดำในธรรมชาติในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ แม้เพียง 1 ตัวก็ถือว่า เป็นความสูญเสียที่ไม่น่าจะต้องสูญเสียเลย”

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Sunshine Sketcher ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ เสือดำในทุ่งใหญ่ฯ ว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลก เป็นชนิดเดียวกับเสือดาวอินโดจีน หรือ Indo-chinese leopard (Panthera pardus delacouri) ซึ่งเป็นเสือดาวชนิดย่อย delacouri ที่เคยกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปเฉพาะในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ปัจจุบันมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ระดับโลก ทั้งโลกเหลือแค่ราว 2,000 ตัว

ส่วนในประเทศไทยคาดว่าเหลืออยู่ไม่กี่ร้อยตัว ปัจจุบันเหลือพื้นที่ธรรมชาติอยู่เพียง 2.4% เท่านั้นที่ยืนยันว่ามีเสือดาวชนิดนี้อยู่

เสือดาวชนิดนี้สูญพันธุ์ไปแล้วจากสิงคโปร์ และคาดว่าน่าจะหมดไปแล้วจากลาวและเวียดนาม ส่วนในจีน และกัมพูชา ก็ถูกล่าจนแทบจะสูญพันธุ์แล้วเช่นกัน ผืนป่าที่ยังเป็นความหวังสำคัญที่สุดในการอนุรักษ์เสือดาวชนิดนี้ คือ ผืนป่าตะวันตกโดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยเขาแข้ง นับว่าเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ใกล้สูญพันธุ์ของโลกหลายชนิด

ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ยืนยันว่าหลักฐานชัดเจนเอาผิดเปรมชัย ไร้อุปสรรค แม้ไม่มีพยานว่าใครเป็นคนยิงสัตว์ก็ตาม

งานนี้คงต้องรอดูว่า เสือดำ เก้ง ไก่ฟ้าหลังเทา จะตายฟรีหรือไม่ หรือคนมีเงิน-มีอำนาจจะ” รอด” อีหรอบเดิม!




กำลังโหลดความคิดเห็น...