xs
xsm
sm
md
lg

วัดหรือสวนสนุก? รูปปั้นยักษ์ใส่ผ้าใบ ไอเลิฟยู กุศโลบาย vs ทำลายพระพุทธศาสนา?!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เหมาะสมหรือไม่! ไอเดียรูปปั้นยักษ์เฝ้าพระธาตุเจดีย์วัดดังแม่ริมใส่รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีแดง คีบแตะ มือหนีบยาเส้น โชว์นิ้วไอเลิฟยู แถมจัดเต็มด้วยจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยเต็มวิหาร ทั้ง หลินปิงหลินฮุ่ย ปิกาจู โดราเอมอน อ้างกุศโลบายดึงคนรุ่นใหม่เข้าวัดหวังเช็กอิน เซลฟี่ ทันสมัย เข้าถึงง่าย! สังคมตั้งคำถามแบบนี้ก็ได้เหรอปั้นยักษ์ยำเละขนาดนี้ แผนการตลาดดึงคนเข้ามาสร้างรายได้ให้วัดหรือไม่ ยุคสมัยเปลี่ยน หรือคนต่างหากที่เปลี่ยน !

ศิลปะขำขัน...บั่นทอนพระพุทธศาสนา?

ฮือฮาเกรียวกราวกับรูปปั้นยักษ์ 2 ตน ในวัดท่าไคร้ ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านของบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพราะความแปลกแหวกแนว แต่หลายคนบอก “สร้างสีสัน” และ “รอยยิ้ม” จนกลายเป็นศิลปะสุดขำขันมากกว่าสร้างความศรัทธาไปแล้ว

สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเป็นรูปปั้นยักษ์ 2 ตนที่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าสู่วิหารที่ประดิษฐานพระประธาน ด้านบนของพระธาตุเจดีย์รัตนธรรมพิเนต ซึ่งรูปร่างหน้าตาของรูปปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตนเหมือนกับรูปปั้นยักษ์ที่พบเห็นตามวัดทั่วไป แต่สิ่งที่พิเศษและแตกต่างอยู่ตรงที่รูปปั้นยักษ์ตนหนึ่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ยี่ห้อคอนเวิร์ส ออลสตาร์ สีแดง ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่น

ส่วนอีกตนหนึ่งสวมใส่รองเท้าแตะแบบคีบ ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่นเช่นกัน พร้อมทั้งทำมือเป็นสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” โดยที่ในมือของรูปปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตนมีการคีบบุหรี่ยาเส้นแบบที่คนสมัยก่อนนิยมเอาไว้ด้วย

ทั้งนี้ พระอาจารย์ไกรสร กิตติเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าไคร้ และเลขาฯ รองเจ้าคณะอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่า ทางวัดได้เริ่มทำการก่อสร้างพระธาตุเจดีย์รัตนธรรมพิเนตเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้ว เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพกราบไหว้สักการะของผู้คน ส่วนรูปปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตนมีการปั้นขึ้นมาเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว

โดยที่มีแนวคิดว่าต้องการสร้างจุดน่าสนใจเป็นกุศโลบายดึงดูดให้ผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันหน้าเข้าวัดทำบุญให้มากขึ้น จึงได้ทำการปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตนตามความเชื่อโบราณที่เชื่อกันว่าจะช่วยปกปักรักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแฝงรูปลักษณ์ที่ทันสมัยเข้าไปด้วย ซึ่งปรากฏว่าช่วงวันหยุดปีใหม่ 2561 ที่เพิ่งผ่านมามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาทำบุญที่วัด แล้วพบเห็นรูปปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตน พร้อมทั้งถ่ายภาพที่ระลึกและนำไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย จนทำให้วัดโด่งดัง

รองเจ้าอาวาสวัดท่าไคร้ เปิดเผยด้วยว่า นอกจากรูปปั้นยักษ์ทั้ง 2 ตนแล้ว ในห้องโถงชั้นล่างของพระเจดีย์รัตนธรรมพิเนตยังมีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ และพระเวสสันดรชาดก ซึ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าวนี้มีการแฝงอารมณ์ขันเอาไว้ด้วย โดยการสอดแทรกการวาดภาพตัวการ์ตูนยอดนิยม ทั้งโปเกมอน และโดเรมอน รวมทั้งมีการวาดภาพหมีแพนด้าแม่ลูก หลินฮุ่ย กับหลินปิง” ของสวนสัตว์เชียงใหม่เอาไว้ด้วย

"กระทั่งเกิดกระแสดรามาถึงความไม่เหมาะสม ไม่ถูกไม่ควร

ต่างมุมมอง ร่วมสมัย vs อนุรักษ์นิยม

ทว่า หลายคนได้แสดงความคิดเห็นทั้ง 2 ด้าน ฝ่ายคนที่เห็นด้วยมองว่าเหมาะสมตามสมัยนิยม เพราะบางคนอาจมองว่า รูปปั้นแบบอนุรักษ์นิยมอาจจะ“น่าเบื่อ” เด็กรุ่นใหม่ต้องมีสิ่งเร้าให้เข้าวัดด้วยรูปปั้นแปลกใหม่ร่วมสมัยในยุค 4.0 ต้องใช้วัตถุล่อใจให้เข้าหาธรรมมะ แชะ แชร์ จนกลายเป็นกระแส และนั่นหมายถึง “ยอดทำบุญ” ที่พุ่งขึ้นด้วย

“สำหรับคนที่คิดว่า ทำให้ศาสนาจะเสื่อมลง หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนก่อน ไม่น่าเคารพนับถือ สำหรับผมนะคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้ลูกหลาน เหลน โหลน ในอนาคต หลาย 1,000 หรือ10,000 ปี ได้ทราบถึง ยุคสมัย หรือความเจริญ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยเรา มันจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ทำให้ชนรุ่นหลัง ได้ศึกษา ได้ทราบถึง รากเหง้า ได้พบหลักฐาน ที่เป็นโบราณวัตถุ หรืออะไรก็แล้วแต่ เหมือนกับ ประวัติศาสตร์ ในอดีตของเราที่ผ่านมา”



“ปิกาจู พวกโดราเอม่อน พวนนี้ถือเป็น pop culture ใส่ไว้ก็จะกลายเป็นบันทึกหน้าหนึ่งว่าครั้งหนึ่งเคยมีพวกนี้โลดแล่นอยู่ในเมืองไทย เหมาะหรือไม่ ถ้าว่ากันตามตัวอักษรมันก็คงไม่ แต่ถ้าคิดว่าเป็นพวก pop culture ที่จะใส่ไว้ในงานศิลปะก็ว่ากันไปเถอะ”

ขณะเดียวกัน ฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ไม่เห็นด้วย มองว่าไม่เหมาะสม เพราะต่างเห็นว่า คนที่เข้าวัดก็แค่เข้ามาถ่ายรูปเพราะเห่อของแปลกใหม่ แต่ไม่ได้ตั้งใจมาปฏิบัติฟังธรรม ไม่ได้เข้ามาด้วย “ใจ” เพราะคนจะหันหน้าเข้าธรรมมะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วัตถุดึงดูดเลย


“อีกไม่นาน เด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้จักศิลปะงานช่างสิบหมู่ คงแยกไม่ออกระหว่าง วัด สวนสนุก โรงหนัง โรงละครสัตว์”

“มันทำให้ดูไม่มีมนต์ขลัง ไม่น่าสักการะเท่าไร สถานที่แบบนี้ต้องมีความเป็นสไตล์ไทยแท้แต่โบราณ ไม่ใช่รูปปั้นต้องสวมใส่อะไรที่เป็นของตามสมัยนิยม”

“คือบางอย่างมันก็ต้องคงเอกลักษณ์ของสิ่งนั้นๆเอาไว้ ไม่ใช่เอามายำจนเละแบบนี้ทุเรศ หวังแค่คนเข้าวัด ให้วัดมีจุดเด่นจะได้มีคนสนใจมามากขึ้นแล้วการเงินดีขึ้น งั้นหรอ? แก่นแท้คืออะไรอย่าหลงทาง”

ดูดเงินเข้าวัด สรรค์สร้าง(ผล)ประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ความแปลกรูปปั้นยักษ์ 2 ตนนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็มีมาแล้วหลายวัด กับรูปปั้นสุดแปลกแหวกแนวจนหลายคนไม่อยากเลื่อมใส มองแวบแรกไม่คิดว่าเป็นวัด แต่คิดว่าเป็น “สวนสนุก” เสียมากกว่า

ทีมผู้จัดการ Live ได้สอบถามช่างปั้นประติมากรรมพุทธศิลป์ ได้ความว่า หลายๆวัดจะให้ “อิสระ” กับช่างปั้นที่มาตกแต่งวัด เรียกได้ว่า ตามใจช่าง และชิ้นงานจะเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน แต่ช่างปัจจุบันนี้ก็พยายามจะใส่ความทันสมัยเข้ามาในวัดเพื่อดึงดูดคนเข้าวัด เพราะหลายวัดในยุคนี้ล้วนแล้วแต่มีรูปปั้นแปลกๆ เพื่อสร้างสีสันให้วัด ที่ไม่ใช่พระพุทธรูปทั้งสิ้น เช่น พระพิฆเนศ พญานาค พระราหู เจ้าแม่กวนอิม

สาเหตุที่สร้างก็เพื่อดึงดูดประชาชนให้เข้าวัด เมื่อคนเข้าวัดเยอะเพราะมีเทพหลายองค์อยู่ในวัดเดียวกันก็มีเงินเข้า เมื่อมีเงินเข้าวัดมากๆ เจ้าอาวาส กรรมการวัด จะทำอะไรก็สะดวกสบาย เช่น บำรุงบูรณะวัด สร้างโรงเรียน ทำบุญให้คนยากไร้

เช่นเดียวกับวัดตะเคียน ริมถนนนครอินทร์ พระราม 5 ที่นำหุ่นยนต์จากหนังเรื่องทรานฟอร์เมอร์ที่ประดิษฐ์จากของเก่ามาตั้งไว้ในวัด ก็สร้างความฮือฮาให้กับเด็กมากมาย

นอกจากนี้ รูปปั้นที่วัดแห่งนี้ยังมีความแตกต่างกับวัดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คือตัวรูปปั้นจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ นาฬิกาหรู แว่นกันแดด เจ้าอาวาส ให้ข้อมูลว่า ต้องการที่จะสื่อให้เห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่แฝงไปด้วยคติธรรม

“วิธีการทำให้คนเข้าถึงธรรมะมีหลากหลายวิธี พระส่วนใหญ่แสดงธรรมะโดยการเทศนา จำนวนไม่น้อยเลือกการบรรยายธรรม บางรูปเลือกการเขียน ส่วนตัวอาตมาเป็นพระนักทำที่ไม่เก่งเรื่องเทศน์ จึงสอดใส่ธรรมะเข้าไปในรูปปั้น และอาตมาไม่ได้หวังว่าคนจะจำคติธรรมจากทุกรูปปั้นไปได้ทั้งหมด เพียงแค่จำได้ 1 ประโยค แล้วเก็บไปคิด กลับไปทำ อาตมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว”


ไม่เพียงเท่านี้ในกรุงเทพฯก็ยังพบเห็น ประติมากรรมสุดแปลก ที่วัดปริวาสราชสงคราม ภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ยังมีรูปปั้นของ เดวิด เบ็คแฮม นักฟุตบอลชื่อดังของโลก สวมชุดบอลทีมเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในลักษณะนั่งยอง ๆ ใช้ไหล่แบกฐานพระประธาน ซึ่งสร้างความฮือฮาแก่ประชาชนที่เข้ามากราบไหว้พระเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีประติมากรรมทวยเทพ และเหล่าเซียนในลักษณะท่าทางแปลก ๆ เต็มไปหมด ทั้งแลบลิ้นปลิ้นตา ยกนิ้วโป้งกดไลค์

ทว่า ก็ยังมีคนเห็นแย้งว่า....รูปปั้นพิสดารเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับนำกระเป๋าหลุยส์วิตตองมาแปะสติ๊กเกอร์โปเกมอน!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...