xs
xsm
sm
md
lg

ขายชีวิตเฟก เมกสตอรี่เรียกเรตติ้ง! ผู้ชมเอือมระอา มุกเก่าๆ จาก “เวิร์คพอยท์”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เมื่อเรื่องราวชีวิตอันแสนดรามาของเหล่าผู้ร่วมรายการ Let Me In Thailand ที่ถ่ายทอดปมชีวิตด้านลบ ทั้งหน้าตาสุดอัปลักษณ์ คางยื่น ปากเบี้ยว ตาเข ไม่มีใครคบ จนต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ นั้น กลับกลายเป็นสตอรี่ที่ตั้งใจสร้าง “เรื่องโกหก” เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากผู้ชม ล่าสุด แม้แต่คนดูขุดคุ้ยได้ว่าเฟกสุดๆ แต่ไหง? เวิร์คพอยท์เองกลับตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เจอ แถมยังเลือกคนสวยอยู่แล้วไปแปลงโฉม แทนที่จะเลือกคนมีปมไปเมกโอเวอร์ อย่างนี้หรือรายการศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต?

** แฉยับ! จุ๊บจิ๊บอยู่ดีกินหรู ไม่ได้ลำบาก

กลายเป็นกระแสดรามาให้ถกเถียงกันอย่างหนาหู เมื่อชาวโซเชียลวิจารณ์หนัก หลังรายการ Let Me In Thailand ศัลยกรรมพลิกชีวิต ซีซัน 3 ที่ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์ เลือกพลิกชีวิตให้กับสาว จุ๊บจิ๊บ-จิราภรณ์ หอมสนั่น สาวปากเบี้ยว ที่มีใบหน้าสวยน่ารักอยู่แล้วไปทำศัลยกรรมพลิกชีวิตที่เกาหลีใต้ โดยมีหมอเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งการเลือกครั้งนี้กลับค้านสายตาคนดูที่รู้สึกว่าสาวอีกคนสมควรได้รับเลือกให้ไปเมกโอเวอร์มากกว่า

ทั้งนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแฉสาวจุ๊บจิ๊บกันยกใหญ่ ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้ยากจน ลำบากเรียนโรงเรียนวัด ไม่มีเงินจนต้องออกไปทำงานรับจ้างล้างจานอย่างที่รายการนำเสนอไปเลยแม้แต่น้อย เพราะดูจากรูปเก่าๆ ที่สาวจุ๊บจิ๊บโพสต์ใช้โทรศัพท์ไอโพน ดัดฟัน ใส่รองเท้าไนกี้ ใช้คอมฯ แมค แถมอยู่คอนโดศุภาลัยปาร์ค ย่านเกษตรนวมินทร์ และที่บอกไม่เคยยิ้มเพราะปากเบี้ยว แต่ไหง! รู่นพี่ต่างพากันออกมาเรียกสติ เคยเป็นดรัมเมเยอร์โรงเรียนยิ้มกลางแดดทั้งวันด้วยกันยังจำไม่ได้เหรอ?

ชาวเน็ตที่ได้เห็นเรื่องราวของสาวจุ๊บจิ๊บต่างพากันได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยอ้างว่า ดูไม่ใช่คนมีปัญหาอะไรกับใบหน้าเลย รวมถึงเรื่องฐานะทางบ้านอะไรด้วย ออกจะเป็นเด็กกิจกรรม ชอบแต่งตัว ชอบความสวยความงามด้วยซ้ำ ถึงแม้น้องจะไม่ได้สวยมาก แต่เค้าโครงหน้าเดิมดูโอเค สวยกว่าใครอีกหลายๆ คนที่เขาไม่มีโอกาส พร้อมเหน็บการที่เธอทำเช่นนี้แค่พยายามสวยด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องให้ใครออกเงินค่าศัลยกรรมให้หรือเปล่า

บ้างก็เห็นว่า ภาพก่อนทำศัลยกรรมในรายการมีการเเต่งรูป หรือไม่ก็ใช้ตัวช่วยทำให้ปากเบี้ยว หรืออาจเป็นไปได้ที่หาอะไรมายัดแก้มให้ดูเบี้ยวหรือเปล่า เพราะจากที่ดูรูปเก่าๆ ตัวจริงเธอไม่ได้คางเบี้ยวขนาดนั้น

ในส่วนของครอบครัวที่พักอาศัย ทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะยากจน พร้อมกับเชื่อว่าจุ๊บจิ๊บนั้นอยากสวยอยากทำศัลยกรรม ก็ไม่มีใครว่าถ้านั่นเป็นเงินตัวเอง แต่การมาเมคเรื่องว่าจน โดนล้อ เรียนโรงเรียนวัด จนต้องไปรับจ้างล้างจาน เพื่อให้ได้มาทำฟรี หรือแท้จริงแล้วรายการมีส่วนช่วยในการสร้างเรื่องราวด้วยหรือไม่ เพราะทั้งๆ ที่ตัวจริงกลับกินหรู อยู่แพง เรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด ยังกล้ามาโกหกในรายการแบบนี้ตัวจริงเป็นอย่างไร หลายคนจึงอยากรู้ความจริง

นอกจากนี้บางส่วนยังมองว่า “หน้าเดิม” ของสาวจุ๊บจิ๊บนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ดูเหมือนเธอจะเขียนเรื่องราวปมชีวิตเกินจริงไปซะหน่อย อีกทั้งแนะในส่วนของทีมงานรายการว่ารูปภาพที่ถ่ายก่อนทำศัลยกรรมแต่งมากจนดูรู้ว่าจงใจแต่งให้ผิวดำเกินไป หรือไม่ และสงสัยว่าทางรายการนี้ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันในรายการ

ด้านเพื่อนๆ รวมถึงรุ่นพี่รุ่นน้องที่ได้รู้จักสาวจุ๊บจิ๊บ ต่างตบเท้าออกมาเล่าความจริงว่าแท้จริงแล้วตอนเรียนมัธยมเธอเป็นดาวของโรงเรียน ชอบทำกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน และยืนยันได้เลยว่าหน้าตาไม่ได้แย่แบบในรายการ พร้อมกับจบมาจากโรงเรียนสตรีศรีน่าน รุ่น 90 อยู่ จ.น่าน ไม่ใช่ จ.สุพรรณบุรี อย่างที่พูดในรายการ อีกทั้งรู้สึกสงสารคนที่เขาขี้เหร่กว่แต่กลับต้องมาพลาดโอกาสดีๆ ไป



** ชาวเน็ตฉุน เวิร์คพอยท์ชอบหลอกลวงคนดู

ขณะเดียวกันโลกโซเชียลฯ นอกจากพูดถึงกระแสดรามารายการดังแล้ว ยังได้พูดถึงการทำ “การตลาด” ของเวิร์คพอยท์ ที่ดูไม่จริงใจกับผู้ชมรายการสักเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งที่ “เวิร์คพอยท์” เรียกเรตติ้งให้กับรายการตัวเองโดยการนำเสนอที่ไม่ชัดเจน จนทำให้ผู้ชมเกิดความสับสน และสร้างดรามาให้ถูกพูดถึงจนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์

ดังเช่น ที่ผ่านมาหากยังจำกันได้ รายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ที่แข่งขันในรอบแชมป์ชนแชมป์แบบถ่ายทอดสด จนถึงนาทีสำคัญในช่วงท้ายรายการพิธีกรกลับไม่ยอมให้แชมป์ซึ่งขณะนั้น คือ หน้ากากทุเรียน ถอดหน้ากาก แต่กลับให้พิธีกรประกาศกลางรายการว่า จะไปเปิดหน้ากากในสัปดาห์หน้า เพราะทางรายการมีกฎว่าเปิดหน้ากากได้แค่อาทิตย์ละหนึ่งคนเท่านั้น

งานนี้ทำเอาคนดูทั้งประเทศ งงเด้! งงเด้! จนควันออกหูพ่นดรามาลูกโตเต็มโลกโซเชียลฯ ว่าทำไมทางรายการ ถึงไม่ยอมเฉลยว่าใครคือหน้ากากทุเรียนในสัปดาห์นี้ให้จบไปเลย ทำให้ผู้ชมผุดแฮชแท็กโจมตีกลับ#RipTheMaskSinger ขึ้นมาทันทีในทวิตเตอร์ และในเฟซบุ๊กผู้ชมต่างกดอีโมชั่น “โกรธ” กับแบบรัวๆ 
รวมถึงอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่จากรายการ “Thailand Got talent” ซีซัน 2 มีผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ “ปอนด์” มาแสดงในรายการนี้โดย “แก้ผ้า” แล้วเอาสีทาทั่วตัวแล้วละเลงบนผืนผ้าใบ เธอโดยอ้างว่านั่นเป็นการแสดงศิลปะแขนงหนึ่ง จนคนก่นด่าเธอคนนี้กันทั่วบ้านทั่วเมือง

ก่อนที่ความจะแตกในภายหลังว่า เธอถูก “ว่าจ้าง” ให้มาแก้ผ้าระบายสีในรายการ เพื่อให้เกิดกระแสดราม่าส่วนภาพที่เธอวาดมันเป็นภาพอะไร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเธอไม่ใช่ศิลปิน แต่ทำงานเป็นสาวบาร์ เมื่อประชาชนรู้ความจริงก็มีการเรียกหาคำชี้แจงและความรับผิดชอบจากรายการ และทางรายการยังคงทำหูทวนลมจัดรายการต่อไป ถึงแม้ความนิยมจะร่วงก็ตาม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ดรามาที่เกิดขึ้นจะเป็นกระแสในด้านลบ แต่เมื่อเทียบกับเรตติ้งของรายการที่ทำให้ผู้คนสนใจ เวิร์กพ้อยท์กลับยิ้มแฉ่งต่อฟีตแบกที่ได้รับกลับมาจากผู้ชมอย่างล้นหลาม

นอกจากนี้ชาวเน็ตบางส่วนยังได้ตั้งกระทู้เพื่อสอบถามความเห็นจากผู้ชมถึงการที่เวิร์คพอยท์ ชอบนำเรื่องดรามาของผู้เข้าแข่งขันประกวดร้องเพลงมานำเสนอ เค้นถามเรื่องราวชีวิตเรียกน้ำตาในรายการ

“ดูรายการประกวดร้องเพลงรายการหนึ่ง พิธีกรได้ถามผู้เข้าแข่งขันถึงชีวิตครอบครัวว่า ครอบครัวจนมาก ถึงขนาดที่พ่อของผู้เข้าแข่งขันเคยคิดฆ่าตัวตาย แถมพิธีกรยังได้ถามฝั่งพ่อว่าคิดยังไงถึงจะฆ่าตัวตาย พ่อก็เล่าไปร้องไห้ไป
ยังไม่จบครับพิธีกรยังได้ถามแม่ของผู้เข้าแข่งขันว่าสามีทำแบบนี้ยังรักสามีอยู่อีกไหม ยังดีที่คุณแม่ยังใจแข็งอยู่ เป็นผมนี่โกรธไปแล้วมาถามว่าเรารักคู่ชีวิตของเราไหม โคตรจะไม่มีมารยาทเลย ดังนั้นผมอยากรู้ว่ารายการทำแบบนี้ต้องการอะไร จะว่าช่วยก็ไม่ช่วยอะไรเลยนะ หรือต้องการเรียกเรตติ้งให้กับรายการครับ”

ทั้งนี้ได้มีผู้อ่านเข้ามาแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวมากมายทั้ง พบได้หลายรายการเลย เดี๋ยวนี้เวลาดูประกวดร้องเพลง เหมือนกำลังดูหนังชีวิต เน้นขายดรามา เพื่อเรียกเรตติ้ง เรียกคะแนนสงสาร เพื่อปูฐานไปสู่อะไรก็ไม่รู้ ในเมื่อสุดท้ายก็วัดกันที่เสียงร้องอย่างเดียว นี่แหละถึงทำให้ไม่อยากดู

บ้างก็บอกว่า ไม่ชอบ มุกซ้ำๆ ชอบเอาน้ำตา ความดรามามาเรียกคะแนนสงสาร แทนที่จะแข่งกันจากความสามารถจริงๆ เห็นรายการประเทศไทยหลายรายการมักจะใช้มุกนี้บ่อยๆ มุกซ้ำๆ เดิมๆ เห็นจนเอียน

ฟากเวิร์คพอยท์เองโดย ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เคยได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน Positioning ถึงปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการทำตลาดออนไลน์ว่า

“ผมเองก็ไม่คิดว่าจะสำเร็จขนาดนี้ มาจากหลายองค์ประกอบ ตัวรายการดีด้วย คนปรุง ฝ่ายโปรดักชันเก่ง และต้องยอมรับว่าช่องทางออนไลน์มาเสริมรายได้ เกิดการพูดคุยกัน ทำให้รายการดังไปอีก ถ้าเป็นสมัยก่อนรายการไหนดัง จะได้ยินคนพูดถึง แต่ไม่รู้ว่าจะไปดูจากไหน เวลานี้บางคนดูย้อนหลังผ่านออนไลน์แล้วก็กลับมาดูทีวีเยอะมาก เช่นเดียวกับคนที่เลิกดูทีวี และไม่ค่อยดูทีวี ก็หันมาดูร่วมกับครอบครัว

ส่วนรายได้ออนไลน์ ต้องถือว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งแพลตฟอร์มและเราในฐานะผู้ผลิตด้วย ต้องหาทางออกร่วมกัน ว่าทำอย่างไรให้ผู้ผลิต แพลตฟอร์ม และคนดูได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด”

แน่นอนเรื่องของ “เรตติ้ง” และ “การตลาด” เป็นปัจจัยสำคัญในการวัดความสำเร็จของรายการ แต่ความสำเร็จที่ได้มานั้นควรอยู่บนพื้นฐานของ คำว่า “จริยธรรม” ด้วยหรือไม่? อันนี้คงต้องให้คุณผู้ชมเป็นคนตัดสิน...










กำลังโหลดความคิดเห็น...