xs
xsm
sm
md
lg

“ให้ตายพี่ตูนก็ไม่บ่น” เปิดใจ “หมอก้อง” ห่วงตูน “ให้” จนเกินลิมิต!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


วิ่งๆ หยุดๆ รับเงิน-รับของจากชาวบ้าน จนกล้ามเนื้อเส้นเอ็นอักเสบ, ก้มๆ เงยๆ แวะให้ลายเซ็น-ส่งมอบความรักระหว่างทาง จนหน้ามืด-เกือบล้ม, ดึงๆ ลากๆ ถูกเหยียบเท้า-ถูกเล็บจิก-ถูกฉุดกระชากรุมสัมผัสตัว จนได้แผล-ได้เลือดมาตลอดทาง ฯลฯ แต่ “ตูน บอดี้สแลม” ก็ไม่เคยปริปากบ่น ยังคง “ก้าว” ต่อไปด้วยใจมั่นคง หวังให้เงินบริจาคถึง 700 ล้าน เพื่อนำไปช่วยโรงพยาบาลศูนย์ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ เล่นเอา “หมอก้อง” ดาราผู้ร่วมวิ่งครั้งล่าสุดทนไม่ไหว ขอบ่นเพื่อเตือนใจคนไทยให้ได้สติว่า “ถ้ารักพี่ตูนจริง ต้องช่วย(อย่ารบกวน)พี่ตูน”


 

“หมอก้อง” ขอฟ้อง หยุดเห็นแก่ตัว!!

[ถูกเหยียบเท้า บาดเจ็บ เพราะคนอยากเข้าถึง]
“อันนี้ขอฟ้องเลยครับ มีคนรุมจนเล็บจิกที่หลังมือพี่ตูนด้วย อยากขอให้คนที่อยู่ตามระยะทางต่อไปอย่าง จ.ประจวบฯ อย่าทำแบบนี้อีกเลยครับ”
 
“หมอก้อง” พ.ต.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ นายแพทย์ทหาร สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และดาราสังกัดช่อง 3 ฟ้องออกสื่อถึงพฤติกรรมของประชาชนที่มาเชียร์ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” หลังอาสาร่วมวิ่งในโปรเจกต์แห่งประวัติศาสตร์ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” บนเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยัง จ.ชุมพร


ตลอดการวิ่งด้วยความหวัง ซึ่งเริ่มก้าวกันไปตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเริ่มจุดสตาร์ทที่ต้นทาง “อ.เบตง จ.ยะลา” วางแผนจะไปถึงปลายทางที่ “อ.แม่สาย จ.เชียงราย” ในวันที่ 25 ธ.ค.60 เพื่อระดมทุนช่วย 11 โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ ถ้าใครติดตาม Live ถ่ายทอดสดบนแฟนเพจ “ก้าว” จะเห็นว่าตูนต้องวิ่งๆ หยุดๆ ตลอดทางบ่อยขนาดไหน

[หมอก้องช่วยเตือนทุกคน หลังผ่านประสบการณ์วิ่งกับพี่ตูนมาแล้ว]

ถ้าคนที่ดูคลิปถ่ายทอดสดเหล่านั้น โดยไม่รู้ข้อมูลทางการแพทย์อะไร คงได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้เห็นตูนแวะทักทายมอบความรักให้แฟนๆ ตามรายทางอย่างไม่ขาดสาย คงปลื้มใจที่ได้เห็นตูนถูกรุมรักรุมกอดแทบจะทุกจุดที่ผ่านไป แต่สำหรับคนที่ติดตามข่าวและฟังคำเตือนของ “ทีมแพทย์” ประจำโปรเจกต์ก้าว จะรู้ว่าภาพความสวยงามเหล่านั้นนั่นแหละ คือ “อันตราย” ต่อร่างกายของนักสู้อย่างตูนที่สุด

จากการตรวจประเมินอาการเจ็บของพี่ตูนแล้ว เป็นเรื่องของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นของหน้าแข้งอักเสบ แล้วก็มีปลอกเส้นเอ็นอักเสบด้วยค่ะ มันมีสาเหตุแล้วก็ปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน หนึ่งในนั้นเป็นเพราะเขาวิ่งมาตั้ง 10 กว่าวันแล้ว การใช้กล้ามเนื้อมันก็หนักพอสมควร และ 10 วันที่ผ่านมา พี่ตูนก็วิ่ง-หยุด วิ่ง-หยุด อยู่แบบนี้ ทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดนี้ในการเบรก แล้วก็เกิดการอักเสบขึ้นมา ที่ผ่านมาก็เลยมีอาการเจ็บหน้าแข้ง

[ใจไหว แต่ขาไม่ไหว ถึงกับทรุดกองกับพื้น]

พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ หรือ "หมอเมย์" แพทย์ประจำทีมก้าว ให้สัมภาษณ์เอาไว้ผ่านรายการ “ก้าวคนละก้าว Daily” ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้หมอก้องต้องออกมาเตือนทุกๆ คน หลังพบสาเหตุอาการบาดเจ็บของพี่ตูนมาต่อหน้าต่อตา ในวันที่ไปร่วมวิ่งระดมทุนตั้งแต่วันที่ 17-19 พ.ย.ที่ผ่านมา และนี่คือข้อความที่เขาขอฝากถึงทุกคน ผ่านการสัมภาษณ์ของทีมข่าว ผู้จัดการ Live

“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะถึงจุดพักที่ 2 อีกครับ ก่อนหน้าจะถึงปั๊มน้ำมัน (ปตท.จิงโจ้ อ.หลังสวน จ.ชุมพร) ประมาณ 300 ม. ซึ่งคนแน่นมากเป็นพิเศษ และพี่ตูนก็ได้แผลเล็บจิกจากการที่คนเข้ามารุม ทั้งๆ ที่ตอนนั้นพี่ตูนยังวิ่งอยู่

คือผมเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจหรอกที่จะมาทำให้พี่ตูนเจ็บ แต่เขาคงดีใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เหมือนพยายามจะเข้ามาใกล้ชิด มาสัมผัสพี่ตูนให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ทันได้ระวัง แถมพี่เขาถูกเหยียบเท้าจากคนที่วิ่งตัดเข้ามาเต็มไปหมดด้วย ทั้งทางซ้ายทางขวาที่จะเข้ามารุมถ่ายรูป ทำให้เขาบาดเจ็บ


ผมคิดว่ามันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ที่จะให้กำลังใจพี่ตูนนะ คือผมเข้าใจนะครับว่าทุกคนรักพี่ตูน แต่ถ้ารักเขาจริง ก็ต้องช่วยพยายามเซฟเขาด้วยครับ เซฟเขายังไง ก็ต้องพยายามทำให้เขาเหนื่อยน้อยที่สุดครับ แต่บางคนอาจจะมองว่ามันไม่น่าจะหนักหนาอะไรมากมาย แค่พี่ตูนหยุดเซลฟี่กับเราคนเดียว แต่อย่าลืมว่าพี่ตูนเขาโดนแบบนี้มาตลอดทั้งทางนะ ถ้าเราคิดว่าไม่น่าเป็นอะไร เป็นแค่แป๊บเดียวเอง นั่นแหละครับ เห็นแก่ตัว

พี่ตูนเขาก็ไม่ห้ามหรอกครับ ทางทีมก็ไม่ได้ห้าม ถ้าอยากจะถ่ายรูป แต่เขาก็แนะนำไว้แล้วว่าให้ตั้งโหมดถ่ายวิดีโอเอาไว้เลย ไม่ใช่ว่ามาถึงก็ไปฉุดกระชากเขามาขอถ่ายรูป อะไรที่เขาบอกแล้วว่า “อย่าทำ” อย่าฉุดกระชาก อย่าเซลฟี่ แต่ก็ยังมีตลอดทางเลยครับ อย่างผมไปวิ่ง ผมก็โดน แต่ถือว่ามันน้อยมากครับ ถ้าเทียบกับพี่ตูนที่โดนมาตลอดทาง


อันนี้ผมเจอมากับตัว เห็นเลยว่ามีบางคน กล้องก็ยังไม่ได้ตั้ง พี่ตูนวิ่งมาถึงปุ๊บ กล้องที่จะถ่ายก็ยังเป็นกล้องหน้า ต้องมาพลิกกลับเป็นกล้องหลังอีก พอกดเป็นกล้องหลัง ยังตั้งเวลาถ่ายไว้อีกบางคน นับมาตั้งแต่ 10-9-8-7... มันไหวไหมล่ะครับ มันแสดงถึงความไม่พร้อมของคุณ และยังเป็นการกระทำที่ไม่ช่วยเหลือทีมงานเท่าที่ควรด้วย 


ตอนผมไปวิ่ง ผมก็ต้องอดทนเหมือนกันนะ เพราะถ้าเราแสดงอะไรไม่ดีออกไป ถ้าดุเขา-ห้ามเขาต่อหน้าตรงนั้นเลย มันก็เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทีมงาน จากปกติแล้วผมเจอแบบนี้ ผมคงบอกไปแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ เพราะการที่เขาวิ่งอยู่แล้วมาขอถ่าย ให้หยุดกะทันหันแบบนี้แหละครับ ที่เป็นสาเหตุทำให้พี่ตูนบาดเจ็บ”




มีแต่ “ให้” จนน่า “ห่วง”

“ตั้งแต่ออกสตาร์ท ผมก็คิดว่าผมจะไม่หงุดหงิด ถึงหงุดหงิดก็จะยิ้ม เพราะเราออกมาช่วยเหลือคนอื่น เราออกมาทำสิ่งดีๆ ใครอยากเซลฟี่ ใครอยากบริจาค ผมจะหยุดให้ถ่ายรูป”

นี่คือปณิธานที่ตูนประกาศเอาไว้ผ่านรายการ “เจาะใจ” ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มวิ่ง จึงทำให้พวกเราได้เห็นภาพการยิ้ม การไหว้ การกอด ฯลฯ และช่วงเวลาดีๆ ที่ผู้ชายคนนี้มอบให้ตลอดเส้นทางที่ก้าวไป จนหลายต่อหลายคนอดห่วงสุขภาพของเขาไม่ได้ และยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “พี่ตูนดื้อ”



เช่นเดียวกับหมอก้องที่มองแบบนั้นเหมือนกัน จึงไม่อยากให้หลายๆ อย่างดำเนินไปแบบนี้เรื่อยๆ เพราะนิสัยมีแต่ “ให้” ของตูนเอง อาจกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาถึงปลายทางได้ยากลำบากขึ้นทุกทีๆ และทางเดียวที่จะช่วยให้คนจิตใจดีอย่างตูนถึงฝั่งฝันได้ก็คือ พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน

“ผมขอใช้คำว่า “พี่ตูนใจดีเกิน” เพราะจากที่ผมได้ไปวิ่งและได้คุยกับเขามา แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้เคยสนิทกับเขาเป็นการส่วนตัวมาก่อน ผมก็จะเตือนๆ พี่ตูนว่า “พี่ตูน วิ่งไป แล้วไปคุกเข่านั่งยองๆ ผมว่ามันไม่โอเคนะพี่” เพราะมันไม่ดีต่อร่างกายของเขา มันจะทำให้เขาบาดเจ็บ แต่สิ่งที่เขาตอบมาคือคำว่า “ผมไม่อยากยืนค้ำหัวใครครับ”


[ย่อๆ หยุดๆ ระหว่างทางไปตลอดทาง เพราะหัวใจที่ยิ่งใหญ่ในการเสียสละ]

มันทำให้เห็นมุมมองอีกมุมมองหนึ่งของคนคนนี้เลยนะว่า เขาเป็นคนที่จิตใจละเอียดอ่อนมาก เป็นคนที่นอบน้อมมาก คือจะบอกว่าเขาดื้อไหม ผมก็มองอย่างนั้นตอนแรก แต่กลับกลายเป็นต้องมองเขาใหม่ว่า เขาไม่ได้ดื้อหรอก แต่เขาต้องการมอบความสุขให้ทุกคน


เพราะฉะนั้น ผมแนะนำว่าทุกคนไม่ควรมารอเขาอยู่ข้างทางเลยครับ ควรไปเจอกันที่จุดพัก เพื่อที่พี่ตูนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาวิ่ง รู้ไหมว่าทุกวันนี้พี่ตูนต้องออกวิ่งให้เร็วขึ้น คือ ตี 2 ต้องลุกตื่นแล้ว นั่งรถไปที่จุดที่เราเคยหยุดไว้ เพื่อจะไปวิ่งต่อจากเมื่อวาน พอตี 3 ตี 4 ก็ต้องสตาร์ทวิ่ง แล้วกว่าจะวิ่งเสร็จ 5 ทุ่ม กว่าจะได้นอนเที่ยงคืน พี่เขาได้นอนวันละ 2-3 ชั่วโมงเอง แล้วมันจะไปไหวยังไง


[ก้มๆ เงยๆ แจกลายเซ็นจนหน้ามืด]

ถามว่าทำไมเขาต้องไปเช้าขนาดนั้น ก็เพราะเขาต้องไปช่วงที่ไม่มีคนไงครับ เพราะถ้าเกิดมีคน มันจะควบคุมอะไรไม่ได้ ซึ่งมันจะทำให้พี่ตูนวิ่งได้ไม่ตามเป้าที่วางไว้ คือเขาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงคนเอง แต่ไม่ออกปากห้ามใคร ดูสิ น่าสงสารพี่ตูนไหม ถ้ามองว่าพี่ตูนน่าสงสารก็ทำตามที่เขาบอก มารอเขาที่จุดพักเลยครับ รับรองว่าได้เจอกันแน่

เพราะฉะนั้น สำหรับคนที่รอให้กำลังใจพี่ตูนอีกหลายจุด และอาจจะเป็นจุดที่คนเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ผมก็อยากจะบอกเขาว่า พี่ตูนเขาไม่มีทางขอร้องทุกคนให้ทำหรือไม่ทำอะไร พี่ตูนเป็นคนไม่บ่นหรอกครับ รับรองเลย ให้ตายยังไงก็ไม่บ่น คือไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดนะครับ แต่เขาไม่คิดที่จะบ่นด้วยซ้ำ คือเขาเป็นคนใจดีน่ะครับ เอาเป็นว่าผมไปร่วมวิ่งแล้ว ผมขอเองแล้วกัน



ผมมองว่าการที่คนรักเขา มันเป็นเรื่องที่ดี เพราะเขาทำในสิ่งที่ดี แต่ต้องช่วยเซฟเขาด้วย ให้เขาไปให้ถึงแม่สายให้ได้ นี่มันยังได้ไม่ถึงครึ่งทางเลยนะ ถึงแม้ว่าเขาจะผ่านหน้าบ้านเราแค่ไม่กี่นาที แต่เขายังต้องไปอีกไกลมากเลย เราก็ต้องช่วยกัน อยากให้ทุกคนคิดว่าทำยังไงก็ได้ให้พี่ตูนไปถึงฝั่งให้ได้

ในเมื่อเขาเสียสละขนาดนี้ พวกเราทุกคนที่อยู่เบี้ยบ้ายรายทางก็ต้อง “เสียสละให้พี่ตูนบ้าง” ถามว่าเสียสละยังไง ก็เสียสละความสุขส่วนตัวของเราบ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่ว่า อยากจะสัมผัสเขา-ไม่สัมผัสดีกว่า อยากจะเอากีตาร์ไปให้เขาเซ็น-ไม่เอาดีกว่า เพื่อให้เขาบรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้ คือให้เขาไปถึง “แม่สาย” ภายในวันที่ 25 ธ.ค.ให้ได้




ที่น่าเป็นห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือ การที่พี่ตูน “ให้” แก่ทุกคนจนมันอาจจะเกินลิมิตของตัวเองไปครับ เขาให้กับทุกคนจริงๆ คือใจเขา ยังไงเขาก็พุ่งไปที่เป้าแล้ว และตามทางเขาก็ให้อย่างเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้เตือนอะไรพี่ตูน ผมว่ากลับกันมากกว่า ไม่ต้องบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดีหรอกครับ เรามาบอกพวกเราเองดีกว่าว่า “อย่าไปรบกวนเขาให้มาก” ถ้ารักพี่ตูน มาช่วยทำให้พี่ตูนเขาไปให้ถึงเป้าหมายของเขากันดีกว่าครับ ผมเชื่อว่าทุกคนอยากให้เขามีความสุข เมื่อสิ่งที่เขาทำมันสำเร็จ















ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ: แฟนเพจ “ก้าว”

ตอนผมไปวิ่ง ผมก็ต้องอดทนเหมือนกันนะ เพราะถ้าเราแสดงอะไรไม่ดีออกไป ถ้าดุเขา-ห้ามเขาต่อหน้าตรงนั้นเลย มันก็เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทีมงาน ซึ่งเราก็ต้องอดทนเหมือนกัน จากปกติแล้วผมเจอแบบนี้ ผมคงบอกไปแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ เพราะการที่เขาวิ่งอยู่แล้วมาขอถ่าย ให้หยุดกะทันหันแบบนี้แหละครับ ที่เป็นสาเหตุทำให้พี่ตูนบาดเจ็บ


กำลังโหลดความคิดเห็น...