xs
xsm
sm
md
lg

ยิ่งพัฒนา-ยิ่งทำลาย! ตัดต้นไม้เก่าแก่-สร้างสวนสาธารณะ!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
“ไหนว่าทำสวนสาธารณะ..แล้วตัดต้นไม้ทำไม?” คนรักต้นไม้จวกเละ หลังต้นไม้เก่าแก่ป้อมมหากาฬถูกตัดเหี้ยนน่าอนาถ ผิดคอนเซ็ปต์สร้างสวนสาธารณะในเมือง! ล่าสุดทาง กทม. ชี้แจง 'สั่งตัดเพราะต้นไม้เอียง-เสี่ยงอันตราย' กลุ่มคนรักต้นไม้ซัดกลับ ฟังไม่ขึ้น..ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วหรือ?




อวสาน “ต้นไม้เก่าแก่” ป้อมมหากาฬ!

“เครื่องสูบน้ำชั้นดีในกรุงเทพฯ อวสานไปอีกแล้ว ขอแสดงความอาลัยต่อปู่โพธิ์และป้าชมพูพันธุ์ทิพย์ ณ ป้อมมหากาฬ ทำอย่างนี้ประชาชนไม่ยอม #ป้อมมหากาฬ #เครือข่ายต้นไม้ในเมือง”

กลุ่มคนรักต้นไม้ช้ำใจ! โพสต์จวกผู้เกี่ยวข้อง..ไหนว่าจะทำสวนสาธารณะ แต่กลับตัดต้นไม้ซะอย่างนั้น! หลังคนในพื้นที่ส่งภาพต้นไม้ใหญ่คู่ป้อมมหากาฬ ถูกตัดเหลือแต่ตอ!! ล่าสุด เกิดกระแสวิจารณ์ร้อนทั่วโลกออนไลน์ วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง..อยากได้คำตอบให้หายข้องใจ!

กลุ่มผู้พิทักษ์ต้นไม้ จากเพจดัง 'BIG Trees' ผู้ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวในเมืองและปกป้องปอดของกรุงเทพฯ ได้มีการเผยแพร่ภาพต้นไม้ใหญ่ 2 ต้น (ต้นโพธิ์และต้นชมพูพันธุ์ทิพย์) ถูกหั่นสั้นกุดน่าอนาถ ขัดแย้งกับคอนเซ็ปต์สร้างสวนสาธารณะใจกลางเมือง หลังข้อความถูกเผยแพร่ ได้เกิดกระแสดรามา-จวกเละไปทั่วโลกออนไลน์ฯ


 
“ทำสวนสาธารณะ แต่ตัดต้นไม้ ใช้อะไรคิดวะ กว่าต้นใหญ่จะโตได้ขนาดนี้ ดีไม่ดีแก่กว่าคนที่สั่งให้ตัด ทั้งคนตัด ทีมตัด ปัญหาแค่นี้แก้ไม่ได้กันจริงๆ เหรอ มันโคตรขัดแย้ง”
“น่าจะถึงเวลาที่ต้นไม้ได้สิทธิ์ เช่น พรบ.คุ้มครองสัตว์หรืออย่างน้อยๆ การจะตัดต้นไม้ ต้องทำมีการทำประชามติ การตัดต้นไม้โดยพลการ ถือเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งจำและปรับ”
“ทำสวนสาธารณะ แต่ตัดต้นไม้ทำไม มันย้อนแย้งพิลึก จะทำอะไรก็ปรับวิธีการเอาก็ได้โดยไม่ต้องตัดหรือทำลายต้นไม้แบบนี้”
โดยก่อนหน้านี้ พื้นที่บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง หลังกำแพงเมืองเก่า ถือเป็นที่ตั้งของชุมชนป้อมมหากาฬ หลังจากที่ได้มีการเวนคืนที่ดิน ส่งผลให้ชุมชนป้อมมหากาฬจะต้องถูกไล่รื้อเพื่อนำพื้นที่ไปสร้างเป็นสวนสาธารณะ ตามแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์
จนล่าสุด ได้มีสำนักงานเขตพระนครได้ดำเนินการพัฒนาทำความสะอาด จัดเก็บขยะมูลฝอย รวมถึงกำจัดวัชพืชและต้นไม้ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เป็นสวนสาธารณะที่ให้ประโยชน์สำหรับคนกรุงเทพฯ ซึ่งแน่นอนว่าหลังมีการตัดต้นไม้ 2 ต้นดังกล่าว ก็นำมาซึ่งข้อครหาจากประชาชนที่ว่า 'ไหนว่าจะทำสวนสาธารณะ..แล้วตัดต้นไม้ทำไม?'

“ต้นไม้ไม่มีประโยชน์..(อาจ)เกิดโทษในอนาคต!”

หลังกระแสดรามาคนรักต้นไม้ไม่พอใจ! ล่าสุด ทีมข่าวผู้จัดการ Live ได้สอบถามไปยังสำนักงานกรุงเทพมหานคร เพื่อหาคำตอบให้กับเรื่องดังกล่าว หลังจากที่กระแสสังคมพากันตั้งคำถามถึงเหตุผลในการโค่นต้นไม้เก่าแก่ในพื้นที่ป้อมมหากาฬ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายสร้างสวนสาธารณะ!
ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำตอบกับทีมข่าวว่า ต้นไม้ที่ถูกตัดไปแล้วนั้น มีลักษณะเอียงและผุ หลังจากที่ได้สำรวจพบว่ามีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายในพื้นที่โดยรอบ จึงต้องตัดสินใจดำเนินการ
“ท่านรองผู้ว่าฯ “จักกพันธุ์ ผิวงาม” ได้มีการชี้แจงถึงประเด็นเรื่องที่มีการตัดต้นไม้ที่ป้อมมหากาฬ คือ ต้นไม้ต้นนี้มีลักษณะของการเอียงอยู่แล้ว ซึ่งมีอยู่ 2 ต้นที่เป็นต้นไม้ใหญ่ ถ้าปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดอันตราย ล้มทับบ้านเรือนหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหายเป็นอันตรายกับประชาชนได้
ทางเจ้าหน้าที่เองได้มีการเข้าไปตรวจดูแล้วว่า ต้นไม้เอียงจริง ไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตรงนี้ที่ กทม.ดำเนินการตัด เพราะช่วงนี้ฝนตกหนักและตกต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือน ส่วนต้นไม้ที่ป้อมมหากาฬตรวจสอบแล้ว พบว่ามีลักษณะเอียงและผุ สภาพไม่ดีเหมือนเดิม จึงต้องดำเนินการดังกล่าว”
ภาพจาก FB : Sha Da
 
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังชี้แจงกับทีมข่าวอีกด้วยว่า ทาง กทม. ไม่ได้มีนโยบายตัดต้นไม้ในพื้นที่ป้อมมหากาฬ แต่ได้พยายามรักษาต้นไม้บางจุดที่เสี่ยงโค่นล้ม อีกทั้งยังมีการกำชับให้แต่ละเขตลงพื้นที่สำรวจต้นไม้ที่มีแนวโน้มเอียงหรือล้ม รวมถึงให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และกลุ่มคนรักต้นไม้ด้วยเช่นกัน
“ท่านผู้ว่าฯ ได้กำชับให้แต่ละเขตลงพื้นที่สำรวจต้นไม้ใหญ่ จริงๆ แล้วก็ได้มีการให้สำรวจต้นไม้ใหญ่ไปแล้วในที่ผ่านมา แต่ยังไม่เจอต้นไม้ต้นไหนที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุการณ์เอียงหรือล้มอีก ท่านผู้ว่าฯ เลยกำชับให้ลงพื้นที่ดูอีกที
จากนั้นให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่มีต้นไม้ ให้เข้าใจว่าควรดูแลอย่างไร หรือถ้ามีต้นไม้ที่มีแนวโน้มว่าจะผุหรือโน้มเอียงก็อาจจะต้องดำเนินการตัด และให้ทำความเข้าใจกับกลุ่มคนรักต้นไม้ด้วย
จริงๆ แล้ว ก่อนที่จะดำเนินการตัด ต้องทำการสำรวจก่อนอยู่แล้ว ว่าต้นไม้มีแนวโน้มยังไง ผุหรือเปล่า ข้างล่างเป็นท่อระบายน้ำ ซึ่งฝนตกมาน้ำไหลเยอะมาก อาจทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้มเองได้ ก่อนดำเนินการต้องดูความเหมาะสม
สำหรับป้อมหากาฬถูกตัดไป 2 ต้น มีการตรวจสอบดูแล้วว่ามันไม่ได้เกิดประโยชน์ อาจจะเกิดโทษได้ในอนาคต หรือแม้แต่วิธีการใช้ไม้ค้ำยันต้นไม้ใหญ่เอียงดูแล้ว แต่ไม่สามารถทำได้ก็อาจต้องดำเนินการดังกล่าว”

คนตัดหรือคนสั่งตัด! ใครกันแน่ที่ป่วย?

ท่ามกลางกระแสการแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม ถึงกรณีการตัดต้นไม้บริเวณป้อมมหากาฬ ย้อนแย้งนโยบายแรกเริ่มที่หวังสร้างสวนสาธารณะ กลับสร้างข้อแคลงใจให้กับประชาชนขึ้นไปทุกที!
ทาง ทีมข่าวผู้จัดการ Live ได้ติดต่อไปยัง คุณ “อนันตา อินทรอักษร” ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบิ๊กทรีส์ (BigTrees Project) เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในฐานะผู้ที่ร่วมดูแลและพิทักษ์ต้นไม้ในเมืองมากว่า 9 ปี ได้ให้ความเห็นกับทีมข่าวว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ถูกอ้างว่ามีการดำเนินการเพื่อสร้างสวนสาธารณะในเมือง แต่กลับตัดต้นไม้ใหญ่คู่ป้อมมหากาฬ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและควรปฏิบัติเอาซะเลย!


 
“มีคนที่อยู่ในพื้นที่แจ้งมาว่า เขาไม่ได้รับการแจ้งเลยว่าจะมีการตัดต้นไม้ ดังนั้นหน้าที่ของบิ๊กทรีส์ คือ การเป็นเพื่อนร่วมงานกับต้นไม้ จึงคิดว่าในเมื่อ แลนด์ ยูส ถูกใช้ในพื้นที่ที่บอกว่าจะทำสวนสาธารณะ ผู้ที่เกี่ยวข้องน่าจะคิดถึงเรื่องของการที่ไม่ต้องใช้งบประมาณในการปลูกใหม่ หรือน่าจะจัดการกับธรรมชาติในสภาพแวดล้อมเดิมที่ให้มา

อย่างต้นโพธิ์กับต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ เขาอยู่มาก่อนเรา เขาอยู่คู่ชุมชนมา ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องต้องการทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นสวนสาธารณะอยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ควรตระหนักคือการใช้พื้นที่เดิมที่มีต้นไม้อยู่แล้ว นำมาต่อยอด-เพิ่มมูลค่า-เพิ่มคุณค่า มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมา ว่าโจทย์นี่ คือ 'พื้นที่สาธารณะ'

พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะ และเขามีหน้าที่ดูแล แต่การทำหน้าที่ดูแลพื้นที่สาธารณะ เมื่อมันมีคำว่า 'สาธารณะ' ขึ้นมา นั่นหมายถึงพื้นที่ที่ใช้รวมกัน จึงไม่ใช่การมาดูแล้วตัดสินใจเอง”

อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนหน้านี้ทางสำนักงานกรุงเทพฯ จะให้คำตอบถึงสาเหตุที่ต้องตัดต้นไม้ดังกล่าวว่า ได้มีการสำรวจต้นไม้และพบว่ามีลักษณะเอียง-ผุ มีความเสี่ยงที่จะไม่ปลอดภัยจึงต้องดำเนินการ ทางกลุ่มบิ๊กทรีส์ก็ได้แสดงความเห็นตอบโต้ด้วยเช่นกัน

“ถ้ามองกันให้ลึกซึ้ง ต้นไม้ทุกต้นไม่ได้ถูกธรรมชาติสร้างมาให้ตรง เรื่องเอียง ต้องดูว่าเอียงแบบไหน การที่เอาความรู้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ถ้าทำอย่างมีการจัดการความรู้ เราเชื่อว่าจะไม่เกิดเรื่องขึ้นอย่างที่กำลังเกิดตอนนี้

ต้นไม้ที่เอียงกว่านี้และล้มลงมาแล้ว แต่เรายังเอารากเน่าพลิกกลับขึ้นมาตากแดด และนำรากกลับลงไปยังทำได้เลย ไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ แต่เกิดขึ้นแล้วที่ ม.ธรรมศาสตร์

มันคงเกิดขึ้นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าไม่มีการปรับแก้เชิงนโยบาย อย่างที่อื่นๆ เวลาจะตัดต้นไม้ ต้องมีการแจ้งและมีกระบวนการชัดเจน แม้กระทั่งองค์กรภายในเองก็ต้องแจ้งกับเมือง จากนั้นถึงมีคำสั่งออกมาเพื่อให้หมอต้นไม้แต่ละเมืองเข้ามาตรวจ ถึงจะให้คำตอบได้ว่าต้นไม้ต้นนั้นตัดได้หรือไม่ได้

เราเชื่อว่าคนที่ตัด คือ คนที่รักต้นไม้เหมือนกัน มาถึงตรงนี้มันไม่ใช่การหาคำตอบว่าใครเป็นคนตัด แต่ที่อยากรู้คือใครเป็นคนที่มีความคิดและตัดสินใจให้สั่งตัด อันนี้มันน่าคิด!”

ข่าวโดยทีมข่าวผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ FB : BIG Trees, Sha Da