xs
xsm
sm
md
lg

สะเทือนคนใจบุญ! กะบริจาคครั้งเดียวจบ เจอมัดมือชกฉกทุกเดือน!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เงินหายเพราะใจบุญ! เห็นองค์กรการกุศลมาตรฐานสากล “Unicef Thailand” ตั้งโต๊ะรับบริจาค อยากขอร่วมด้วยช่วยสัก 600 บาท กรอกข้อมูลเสร็จสรรพ กลับเพิ่งมารู้ตัวทีหลังว่า เงินที่หายไปไม่ใช่แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แต่ถูกตัดผ่านบัตรเครดิตรวม 3 เดือน!! ฝากเพจแฉออนไลน์ ที่ทำแบบนี้เพราะพนักงานอยากได้ค่าคอมมิชชัน เสื่อมเสียถึงชื่อองค์กรผู้ว่าจ้าง ผู้บริหารจึงขอพื้นที่ชี้แจง วอนคนไทยอย่าเพิ่งขยาดการตั้งโต๊ะรับบริจาคเพื่อสังคมเลย...



ขาบุญขยาด! ตัดเงินบริจาคผ่านบัตรเครดิต

[ตัวอย่างแบบฟอร์ม ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ต้องบริจาคต่อเนื่องเท่านั้น]
"เตือนกันหน่อย จะได้ไม่เสียใจภายหลัง เจ้าหน้าที่ Unicef ที่ตั้งโต๊ะ ชวนบริจาค มีสาวน้อยใจบุญ บริจาคเงิน 600 บาท โดนขอให้กรอกข้อมูล เจอโดนมัดมือชกบริจาคยาว ตัดบัตรไปเลย 3 เดือน โดยไม่รู้ตัว ไม่มีการอธิบาย
 
พวกที่ชวนบริจาค ไม่ใช่พนักงานของ Unicef แต่เป็นพนักงานขายของ บริษัทชื่อ Appco ซึ่งเป็นบริษัททำการตลาด เงินบริจาคนั้นเข้า Unicef จริง แต่โดนหักให้ Appco ผ่านบัตรเครดิต พนักงานขายได้ค่าคอมฯ 500-800 บาทต่อใบ หาได้วันละคน รับเงินตกเดือน 24,000 บาท


ทุกอย่างหักผ่านบัตรเครดิต ไม่รับเงินสด พวกนี้ก็จะไม่รับเด็ดขาด ผูกขาดยาวให้จ่ายเป็นปี”
 


จากการแฉออนไลน์ เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในระบบบริจาคขององค์กรการกุศลอย่าง “Unicef Thailand” ที่โพสต์ผ่านแฟนเพจ "Siriwanna Jill - New" ในครั้งนี้เอง ที่ส่งให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องเด่นโดนใจ มีขาบุญทั้งหลายที่เคยถูกเคี่ยวเข็ญแนวประมาณเดียวกันเข้ามาคอมเมนต์ให้เรื่องร้อนแรงเข้าไปใหญ่ ลองอ่านประสบการณ์จากพวกเขาแล้ว รู้ได้ทันทีเลยว่าผวากับการบริจาคแบบตั้งโต๊ะขององค์กรการกุศลระดับสากลมากแค่ไหน!!

"นี่ปล้นหรือบริจาค"

"โดนไปนานหลายปีแล้วคะ แต่เห็นว่าเป็น Unicef"

"มันมีให้เลือกด้วยนะ 3 เดือน 6 เดือน ปีนึง ไม่ทำด้วยหรอก มันมัดมือชก"

"เคยเจอหน้าห้างฯ แถว ถ.นวมินทร์ ค่ะ เด็กบอกขอรบกวนเวลาเล็กน้อย แต่ถามโน่นนี่ทำท่าเหมือนจะยาว เลยรีบฉากออกมาบอกมีธุระ ปกติก็ชอบบริจาคให้มูลนิธินะ แต่จะไปถึงที่เลย พวกมาเดินรับบริจาคนี่ ไม่ค่อยน่าไว้ใจ"

"เคยถูกขอให้บริจาคจากองค์กรการกุศลแบบนี้ พอเราถามว่าบริจาคเป็นครั้งได้หรือเปล่า เขาตอบเลยว่าไม่ได้ครับ ต้องบริจาคทุกเดือน เดือนละ 600 บาท เท่านั้น... นี่มันการกุศลหรือเล่นแชร์?"


"เคยเจอเหมือนกันค่ะ แต่เราก็เลี่ยงไปนะคะ เราบอกให้เงินสด 100 บาท เขาบอกไม่รับ อยากจะตัดในบัตรมากกว่า เราก็รีบเดินหนีเลยค่ะ"

"เจอกับตัวเอง บริจาค WWF (World Wildlife Fund) เดือนละ xxx เป็นเวลา 6 เดือน พอครบ ทำมึนเรียกเก็บมาอีก เจ้าของบัตรต้องระงับการจ่ายและแจงธนาคาร กรอกเอกสารขอระงับการเรียกเก็บ วุ่นวายทีเดียว

องค์กรเหล่านี้ ได้คืบจะเอาศอก เข้าใจวิธีการทำมาหากินกับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม แต่อย่าให้ผู้บริจาคอึดอัดใจจนสาปส่งเลยนะ ขอร้อง"

"ไม่ต้องไปทำ พวกองค์กรสัญชาติต่างชาติ อยากทำบุญทำกุศลมีองค์กรของในประเทศมากมาย และทำเท่าที่เราอยากทำ มากน้อยแล้วแต่กำลังทรัพย์ ทำเป็นครั้งคราวได้เมื่อสะดวก ไม่มาวุ่นวายกับการตัดบัญชีให้รำคาญใจ"

"อย่างนี้ก็มีด้วย ขอบคุณค่ะจะได้ระวังตัว อยู่ห่างๆ"

"พวกที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ก็พลอยอดไป คนหวาดระแวงว่า ที่มาขอ หลอกลวงหรือจริง? ไม่ทำดีกว่า"



[คำชี้แจงแรกจาก Unicef Thailand ที่เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์สร้างประเด็น]
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปและมีผู้คนเข้ามาคอมเมนต์ในทางลบมากมาย ทางแฟนเพจ “UNICEF Thailand” จึงออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวผ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ โดยย้ำชัดว่าทางยูนิเซฟ ไม่มีนโยบายในการบังคับให้ผู้บริจาคต้องบริจาคระยะยาวอย่างแน่นอน ทั้งยังขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของโพสต์ เพื่อนำไปสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ขอทราบชื่อ-นามสกุลผู้บริจาค วันเวลาและสถานที่ที่พบกับเจ้าหน้าที่ระดมทุนค่ะ สำหรับในกรณีของท่านผู้บริจาคท่านอื่น หากพบปัญหาดังกล่าว สามารถแจ้งทางยูนิเซฟได้ที่ unicefthailand@unicef.org หรือโทร 02-356-9299 ค่ะ”



ไม่เล่นแง่แน่นอน! ผู้บริหารแจง กำลังค้นหาจุดบกพร่อง!!

[ตรวจสอบแบบฟอร์มการบริจาค พบว่าระบุชัดเจนตามคำชี้แจง]
ทำไมต้องจ้างบริษัทอื่นให้มาตั้งโต๊ะบริจาคแทนเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟตัวจริง!!? หลายคนสงสัยเมื่อได้รับทราบข้อร้องเรียนจากโพสต์ดังกล่าว และเพื่อให้ความคลางแคลงใจทุกอย่างคลี่คลาย ทางทีมข่าว ผู้จัดการ Live จึงต่อสายตรงเพื่อขอคำอธิบายจากระดับผู้บริหาร

อลิสแตร์ อิงกิ เกรทาร์สัน (Alistair Ingi Gretarsson) หัวหน้าฝ่ายสารนิเทศ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ช่วยบอกเล่ารายละเอียดให้แก่ทีมข่าว จนได้ทราบเหตุผลเบื้องหลังว่า เหตุใดองค์กรการกุศลรายใหญ่ดังกล่าวจึงต้องจ้างบุคคลภายนอกมาทำให้เกิดช่องโหว่ช่องใหญ่เช่นนี้


“ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ Unicef Thailand ยังคงทำงานอยู่ได้ ก็เพราะเงินบริจาคที่หาได้จากผู้สนับสนุนในเมืองไทยเพียงแหล่งเดียวครับ ดังนั้น เราจึงมีความจำเป็นที่จะพยายามเข้าถึงผู้บริจาคให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ผู้สนับสนุนทุกท่านมองไปในทิศทางเดียวกับเรา


แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟมีอยู่ไม่มาก ทางเราจึงจำเป็นต้องจ้างบริษัทภายนอก ซึ่งที่ถูกพูดถึงในกรณีนี้ นั่นก็คือบริษัท Appco นั่นเอง และเวลาที่เราทำงานกับทาง Appco หรือแม้แต่เอเยนซีใดๆ ก็ตาม เราจะมีขั้นตอนการปฏิบัติที่กำหนดเอาไว้ชัดเจน โดยจะมีการอบรมพนักงานที่ได้มาตรฐาน เทรนให้พนักงานเหล่านั้นปฏิบัติต่อผู้สนับสนุนอย่างดีที่สุด รวมถึงมาตรฐานทางจริยธรรมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในเชิงลบขึ้น

แต่ถ้ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นมา ทางเราก็จะมีนโยบายจัดการกำหนดเอาไว้เลยว่า จะมีวิธีแก้ไขและป้องกันยังไงได้บ้าง เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต และจริงๆ แล้ว ทางยูนิเซฟมีการตรวจสอบเอเยนซีเหล่านี้ด้วยนะครับในทุกเดือน คือส่งคนไปสวมรอยเป็นผู้บริจาค เพื่อตรวจสอบว่าพนักงานเหล่านั้นได้ทำตามมาตรฐานที่เทรนมาอย่างถูกต้องมากน้อยแค่ไหน และล่าสุด ทางเราได้แจ้งทาง Appco ไปแล้ว และจะเก็บเป็นกรณีศึกษาและดำเนินการแก้ไขต่อไป


ส่วนเรื่อง “ตัดเงินผ่านบัตรเครดิต” โดยไม่แจ้งให้ผู้บริจาคทราบล่วงหน้านั้น ทางผู้บริหารรายเดิมยืนยันชัดเจนว่า ไม่ใช่มาตรการที่ทางยูนิเซฟต้องการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ผมขอยกตัวอย่างขั้นตอนการตั้งโต๊ะบริจาคให้ฟังด้วยแล้วกันนะครับ ตั้งแต่ตอนแรกที่เจอผู้บริจาค เจ้าหน้าที่จะต้องชี้แจงก่อนเลยว่า การบริจาคในครั้งนี้คือ "การบริจาคต่อเนื่องระยะยาว" นี่คือข้อปฏิบัติสำคัญที่เราจะเทรนพนักงานเอาไว้เลย

รวมถึงในส่วนของแบบฟอร์มที่ผู้บริจาคจะต้องกรอกข้อมูล จะมีการบอกชัดเจนเลยตั้งแต่หัวกระดาษว่า การบริจาคครั้งนี้คือการบริจาคอย่างต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งมีทั้ง 1 เดือน 6 เดือน แล้วแต่กรณี


ทางผู้บริจาคก็ต้องกรอกข้อมูลเหล่านั้นเองอยู่แล้ว และต้องได้รับทราบข้อมูลเหล่านั้นอยู่แล้ว เพราะในแบบฟอร์มจะมีการย้ำประโยคเดิมซ้ำๆ บวกกับหลังกรอกข้อมูลเสร็จ ทางผู้บริจาคก็จะได้รับข้อมูลแบบเดียวกันกลับบ้านไปด้วย 1 ชุด

หลังจากนั้น ทางยูนิเซฟจะมีฝ่าย Call Center ทำหน้าที่ที่เรียกว่า "Follow up call" คือโทร.กลับไปเช็กอีกรอบกับทางผู้บริจาค เพื่อให้ยืนยันว่ายินดีจะบริจาคแบบต่อเนื่องกับทางเราจริงๆ

เพราะฉะนั้น เรายืนยันว่า ทางยูนิเซฟไม่เคยเทรนให้พนักงานปกปิดเรื่องการตัดบัญชีหรือตัดเงินจากบัตรเครดิต เพื่อบริจาคในระยะยาวทุกๆ เดือนอย่างแน่นอนครับ เนื่องจากโปรเจกต์ของเรามันคือความช่วยเหลือระยะยาว เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ระยะยาว และความรู้สึกของผู้บริจาคเป็นหลัก ดูได้จากทางเราจะมีการส่งจดหมายเพื่อสื่อสารกับผู้สนับสนุนเรียกได้ว่าทุกเดือนเลยก็ว่าได้”


แล้วทำไมต้องกำหนดให้บริจาคแบบต่อเนื่อง? ข้อสงสัยนี้ทางยูนิเซฟให้คำตอบเอาไว้ว่า เพราะต้องการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาในระยะยาวจริงๆ “เพราะการจะทำแผนระยะยาวเหล่านั้นได้ เราก็ต้องคำนวณก่อนว่า ทางเราต้องการเงินเท่าไหร่ เพื่อที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์เหล่านั้นเพื่อเด็กๆ ตั้งแต่การแก้ปัญหาเด็กไม่ได้เข้าเรียน, เด็กขาดสารอาหาร, ปัญหาความรุนแรงในเด็ก ฯลฯ

ส่วนเรื่องที่ทางเราไม่รับบริจาคเงินสดนั้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังครับ เพราะมันตรวจสอบลำบาก เราจึงเลือกวิธีตัดบัญชีซึ่งมองว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว”

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบแบบฟอร์มกรอกเงินบริจาคที่ทางองค์กรส่งมา พบว่ามีทั้งแบบฟอร์มบริจาคระยะยาว โดยให้ผู้สนับสนุนเลือกได้ว่าจะบริจาคทุกเดือน หรือทุก 6 เดือน เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ซึ่งได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "การบริจาคครั้งนี้ เป็นการบริจาคแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่การบริจาคครั้งเดียว" 
 

[มีเพียงบางโครงการที่ระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นระบบจ่ายแล้วจบภายในครั้งเดียว]
ส่วนคนที่มีความประสงค์จะบริจาคเพียงครั้งเดียวแล้วจบกัน ก็มีเหมือนกัน แต่ในแบบฟอร์มจะเขียนระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า "โครงการนี้ เป็นการบริจาคแบบเพียงครั้งเดียว ผ่านบัตรเครดิตและไม่รับเงินสด"

จึงไม่แน่ใจว่าในกรณีที่ผู้เสียหายถูกตัดบัญชีไป 3 เดือนโดยไม่ได้ยินยอมนั้น เป็นการกรอกแบบฟอร์มแบบไหน หรืออาจหลงกลพนักงานตั้งโต๊ะแหกกฎ ที่หลอกว่าจะกรอกข้อมูลทุกอย่างให้ เพียงแค่ขอชื่อ เบอร์โทร. ที่อยู่ และรายละเอียดบัตรเครดิต แล้วจัดการ “มัดมือชก” ให้ตัวเองได้ค่าคอมมิชชันจนออกมาเป็นอย่างที่เห็น






ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพ: fb.com/unicefthailand, sihiranshop.com
กำลังโหลดความคิดเห็น...