xs
xsm
sm
md
lg

ไม่เสียใจที่พ่ายแพ้!! "ริกะ" พร้อมสู้ต่อบนสังเวียนโหด "MMA"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เปิดใจที่แรก! หลังแพ้ยับเป็นครั้งแรกในชีวิต “ริกะ อิชิเกะ” ตัวแทนนักกีฬาไทยบนสังเวียนมวยกรง บอกเลยไม่เสียใจที่ไม่ชนะ ขอเก็บความเจ็บปวดครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียน ถึงแม้จะเสียเปรียบที่ตัวจะเล็กที่สุดในรุ่น แต่จะขอสู้ต่อไปบนเส้นทางที่ได้เลือกแล้ว!!

สาวไทยคนแรกบนสังเวียนโหด!

หากจะพูดถึง MMA (Mixed Martial Arts) ซึ่งเป็นกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่สามารถจะนำกีฬาการต่อสู้ชนิดใดก็ได้ มา ทั้งมวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ เทควันโด บราซิลเลียนยิวยิตสู ฯลฯ มาสู้กันในกติกาที่เป็นกลางกับทุกฝ่าย โดยผู้เข้าแข่งขันต้องสวมถุงมือนวม ใส่ฟันยาง มีการพักยก และมีแพทย์สนามสั่งยุติแบบการแข่งขันมวย

แต่จะมีความแตกต่างกัน ก็ตรงที่จะไม่มีการนับ 1-10 หากนักกีฬาคนใดไม่ไหวก็สามารถตบพื้นขอยอมแพ้ได้ โดยสู้กันทั้งหมด 3 หรือ 5 ยก ยกละ 5 นาที สำหรับกีฬาชนิดนี้ มีอีกชื่อที่นิยมเรียกกันว่า “มวยกรง” แน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึงการต่อสู้ที่รุนแรงและป่าเถื่อนกว่ากีฬาการต่อสู้ชนิดอื่น ยิ่งพูดถึง MMA กับผู้หญิงแล้วด้วยนั้น ยิ่งฟังดูห่างไกลกันขึ้นไปอีก



แต่สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่าง “ริกะ อิชิเกะ” สาวสวยลูกครึ่งไทย - ญี่ปุ่น วัย 28 ปี กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะปัจจุบันเธอได้ก้าวผ่านคำว่า “เป็นไปไม่ได้” จนได้ขึ้นสังเวียนประลองฝีมือการต่อสู้บนสังเวียนระดับโลก ในฐานะนักกีฬา MMA หญิงคนแรกของไทยมาแล้ว

“ริกะเริ่มอาชีพเป็นนักอาชีพจริงๆ ก็คือปีนี้ค่ะ แข่งมาทั้งหมด 3 ครั้งแล้ว ถือว่าเยอะมากแล้วค่ะ สำหรับในไทย มีนักกีฬา MMA ผู้หญิงหลายคน แต่ว่าริกะถือได้ว่าเป็นคนแรกที่ได้ชกในรายการระดับโลกอย่าง One Championship ค่ะ ริกะอยู่ในรุ่น atomweight เป็นรุ่นที่เล็กที่สุดค่ะ แล้วริกะก็ตัวเล็กที่สุดในรุ่นด้วย”

หลังจากที่เปิดตัวในฐานะนักกีฬา MMA อาชีพ เธอก็ได้แสดงความสามารถเป็นตัวแทนนักกีฬาในนามประเทศไทย ขึ้นต่อสู้จนเอาชนะนักกีฬาชาติอื่นไปได้ 2 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านไปเมื่อ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา เธอได้พบกับความพ่ายแพ้ครั้งแรก ถึงแม้จะไม่ได้รับชัยชนะกลับมา แต่นั่นก็ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจในเส้นทางอาชีพนี้แม้แต่น้อย



“ล่าสุดแข่งที่มาเก๊า เป็นการแพ้ครั้งแรกในชีวิตในกีฬา MMA ถือว่าก็เป็นประสบการณ์และบทเรียนที่ดีค่ะ เพราะว่าเราเคยพูดเสมอแหละว่าคนที่ชนะคือคนที่เตรียมตัวมาดีกว่า แล้วเราก็ยอมรับว่าคู่ต่อสู้เราเตรียมตัวมาดีกว่า ก็แพ้ไปในยกที่ 2 ค่ะ โดนรัดคอในท่า Rear Naked Choke ถามว่าเสียใจมั้ย ก็ไม่เสียใจเลย ตอนที่เราขึ้นสังเวียนครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ชนะนะคะ แต่เหมือนกับเราไม่ค่อยมีสติ อาจจะตื่นสนาม ก็เลยทำออกมาได้ไม่พอใจ ครั้งนี้เราแพ้ก็จริง แต่เรารู้สึกว่า เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น

สิ่งที่ต้องปรับ หลักๆ แล้วก็คงจะเป็นเรื่องแรงค่ะ คือตอนช่วงที่หมดยกแรก คู่ต่อสู้เนี่ยตัวใหญ่กว่าเราค่อนข้างเยอะ แล้วเวลาที่เราสู้กัน คือยกแรกเราได้อยู่ด้านบน เค้าลงไปนอนที่พื้น แต่เราใช้แรงเยอะมาก ทำให้เราหมดแรง เพราะฉะนั้นเราต้องเพิ่มในด้านของความแข็งแรงมากขึ้นค่ะ เพราะว่ารุ่นที่ริกะชก ริกะตัวเล็กที่สุดในรุ่น



ถ้าถามว่าขนาดตัวเป็นอุปสรรคมั้ย ในการต่อสู้ถือว่าเป็นอุปสรรคพอสมควรเหมือนกันค่ะ แต่เทคนิคมันก็สำคัญ ถ้าเราเทคนิคดีกว่า น้ำหนักตัวก็อาจจะไม่มีผลมาก แต่ถ้าเทคนิคใกล้เคียงกัน น้ำหนักตัวต่างกันนิดเดียวก็มีผลเลยค่ะ ริกะจะถนัดกราวด์เกม เพราะการต่อสู้ที่พื้น มันจะลดข้อได้เปรียบในการยืนต่อสู้ คิดดูว่าถ้าเรายืนต่อสู้กับคนตัวใหญ่ๆ เราก็ไม่น่าที่จะชนะ แต่ว่าถ้าอยู่ที่พื้นมันมีโอกาสที่เราจะใช้เทคนิคอะไรได้มากกว่า ส่วนศิลปะป้องกันตัวที่ถนัดก็น่าจะเป็นคาราเต้แล้วก็บราซิลเลียนยิวยิตสูค่ะ”


คู่ซ้อม คู่รัก “ริกะ - ครูตอง”


คู่รักนักสู้ “ริกะ - ครูตอง”

“ตอนที่หยุดเรียนศิลปะป้องกันตัว แล้วกลับเรียนอีกครั้ง ตอนนั้นยังทำงานออฟฟิศอยู่ เราอยากจะออกกำลังกายเพราะรู้สึกว่าไม่แข็งแรง เลยกลับไปเล่นคาราเต้ดีกว่า เราก็ไปเล่นที่จุฬาฯ แล้วก็มีพี่แนะนำให้เล่นยูโด เราก็ไปเรียนยูโด ก็เลยเจอ “ครูตอง - ชนนภัทร วิรัชชัย” รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นนักกีฬา MMA เราก็เลยบอกเขาว่าขอไปเรียน MMA ด้วย เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้หรอก เราก็ไม่เป็นไรกลับบ้าน แต่ต่อมาเขาส่งข้อความมาในเฟซบุ๊กว่า ลองมาเรียนดูก็ได้ ก็เลยรู้จักกัน แต่เขาเคยเห็นเรามาก่อนอยู่แล้ว ปัจจุบันก็คบกันมา 3 ปีกว่าแล้วค่ะ
ไม่ค่อยมีอะไรหวานๆ แต่ว่าจะมีซื้อของมาเซอร์ไพรส์ รู้ว่าอีกคนชอบ ก็มีของมาให้ แต่ว่าไม่ใช่ของที่ราคาสูง ไม่ใช่แหวนเพชร ไม่ใช่รถยนต์ แต่ว่าเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูน่ารักแล้วก็รู้ว่าอีกคนจะต้องดีใจ แล้วก็ก็มีดูแลเวลาไม่สบาย ก็มีเหมาะกัน ไม่ค่อยมีอะไรพิเศษค่ะ(หัวเราะ)”


MMA ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

“หลายคนคิดว่าเป็นกีฬาที่ป่าเถื่อน แต่ว่าถ้าเรารู้จักกฎกติกาจริงๆ จะรู้ว่าปลอดภัยมากกว่านั้น มันเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ผู้หญิงก็สามารถเรียนไว้เพื่อป้องกันตัวได้ด้วย สำหรับผู้ชาย ยิ่งถ้าเป็นนักกีฬาอย่างนักมวยไทย นักมวยสากล สามารถที่จะเข้ามาเป็นนักกีฬา MMA ได้ มันสามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่า และอายุการใช้งานก็นานกว่า อย่างใน One Championship เคยมีแชมป์อายุ 40 คือคิดดูว่าเขาชนะคนอายุ 20-30 แล้วเป็นแชมป์ได้ แสดงว่ามันไม่ได้บอบช้ำอย่างที่เราคิดกัน”

นักสู้สาวไซส์มินิ พูดถึงประเด็นดรามา ที่หลายคนมองกีฬาชนิดนี้ออกจะดู “รุนแรง” ไปสักนิด แต่สำหรับริกะแล้ว เธอไม่ได้คิดเช่นนั้น เธอให้เหตุผลว่า จริงๆ แล้ว กฎกติกาที่ครอบคลุมปลอดภัยกับนักกีฬามาก และยิ่งคนไทยยิ่งมีความได้เปรียบ เพราะสามารถต่อยอดศิลปะป้องกันตัวประจำชาตินี้ มาใช้ในเวที MMA ได้



“ในความรู้สึกของริกะนะคะ ริกะว่ามวยไทยน่ากลัวกว่า(หัวเราะ) แต่ MMA เราสามารถเลือกในสิ่งที่เราถนัดได้ และมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา บอกว่า MMA ปลอดภัยกว่ามวยไทย มวยสากลอีก เนื่องจากว่า อย่างมวยไทย มวยสากล ถ้าหากว่าโดนต่อยเปรี้ยงลงไปล้มกับพื้นแล้ว แล้วกรรมการจะนับ 1-10 ขึ้นมา เพื่อที่จะชกต่อ มันก็เท่ากันว่าเราน็อกแล้วแต่โดนปลุกขึ้นมาให้ชกต่อ

แต่ใน MMA สมมติว่าเราโดนต่อยล้มลงไปแล้ว กรรมการจะอนุญาตให้คู่ต่อสู้ตามไปซ้ำ แต่พอดูแล้วว่าเขาไม่ป้องกันตัวแล้ว กรรมการก็จะให้ยุติเลย ไม่มีนับค่ะ แล้วอีกอย่างคือสมมติว่าถ้าเราแพ้จากการที่โดนล็อกคอ หักแขน พอคนเจ็บแล้วเขาก็ต้องแท็บพื้นยอมแพ้ เท่ากันว่าเราแทบจะไม่ได้มีผลกระทบต่อสมองเลย ซึ่งมันก็ทำให้อายุการใช้งานของ MMA ยาวกว่า”


การต่อสู้ที่พื้น ท่วงท่าที่ริกะถนัด

และด้วยความที่ MMA (Mixed Martial Arts) เป็นกีฬาการต่อสู้ที่สามารถนำศิลปะการป้องกันตัวที่แต่ละคนถนัด มาใช้บนสังเวียนได้ เธอจึงมองว่า มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เธอหลงรักในกีฬาชนิดนี้

“อย่างที่บอกว่า MMA มันคือการที่เราสามารถจะใช้ในสิ่งที่เราถนัดได้ อย่างบางคนอยากเล่นกีฬาที่มันยืนเตะต่อยกัน แต่ด้วยกรอบกติกาบางอย่าง มันไม่สามารถที่จะทำบางอย่างได้ อย่างเช่น ต่อให้เราเอานักมวยไทยไปแข่งเทควันโด ก็ไม่น่าจะชนะนักเทควันโด้ แต่สำหรับ MMA เราสามารถที่จะเอากีฬาอะไรก็ได้มาสู้กัน ซึ่งริกะมองว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง”
นอกจากนี้ เธอบอกเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนไป หลังจากที่ได้ก้าวเข้าสู่วงการนักกีฬามืออาชีพ ก็ทำให้ได้รู้ว่า แม้จะตัวเล็ก แต่ก็สามารถมีร่างกายที่แข็งแรงได้ นอกจากนี้ MMA ยังเปลี่ยนแปลงเธอ จาก “ริกะผู้ใจร้อน” ให้กลายมาเป็นริกะที่ใจเย็นและมีวินัยได้

“ชีวิตเปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนมากๆ แต่ก่อนริกะเป็นคนใจร้อน แต่ว่าพอเล่นกีฬาแล้วก็รู้สึกจิตใจมันพัฒนาขึ้น คือเราก็ไม่คิดที่จะไปมีเรื่องกับใคร ใจเย็นมากขึ้น มันดีกว่าการที่ไปมีเรื่องข้างถนน โดยที่เราไม่ได้อะไรเลยนอกจากการเจ็บตัว แล้วอาจจะบาดเจ็บ อาจจะพิการ อาจจะเสียชีวิต ซึ่งมันไม่คุ้มกันหรอกค่ะ(ยิ้ม)


เปิดตัวด้วยคาแรกเตอร์ตัวละครชื่อดัง

อีกอย่างคือเรามีระเบียบวินัยกับตัวเองมากขึ้น เรามาชกอาชีพปุ๊บ เราก็ต้องมีความที่จะมีกฎระเบียบกับตัวเอง คือถ้าเราไม่ซ้อมเราก็จะแย่ เราก็จะแพ้ แล้วก็ที่สำคัญคือมีแฟนๆ มากขึ้น แต่ก่อนก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนมาชื่นชอบเราหรือเรียกว่าเราเป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา แล้วอย่างในแฟนเพจไม่ได้มีแค่คนไทย แต่แฟนๆ คนต่างชาติก็เยอะ ที่เขามาชื่นชมเรา มีวาดรูปให้เราเป็น Fan Art เยอะมาก ก็รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ”

สำหรับความฝันสูงสุดในอาชีพนี้ ริกะคิดว่าจริงๆ ทุกคนก็ต้องหวังว่าจะเป็นแชมป์เหมือนกัน แต่เอาจริงๆ เราก็ตัวเล็กสุดในรุ่น ถามว่ามันยากมั้ยมันก็ยาก แต่มีโอกาสมั้ย ทุกคนมีโอกาสอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวอย่างที่บอกค่ะ อีกอย่างนึงก็คืออยากจะทำให้คนไทยหลายๆ คนเข้าใจแล้วก็เปิดใจยอมรับ MMA มากขึ้นกว่านี้ค่ะ จริงๆ มันเหมาะกันไม่ใช่แค่ผู้ชายอย่างเดียว ทุกคนก็สามารถเข้ามาเล่นกีฬา MMA ได้”


เปิดตารางความ Strong!



“ปกติหลักๆ ในกรุงเทพฯ ก็จะซ้อมที่ Bangkok fight Lab สุขุมวิท 50 ค่ะ เรียกว่าเป็นยิมที่ครบถ้วนเรื่องศิลปะการต่อสู้เลย เพราะว่ามีทั้งแบบมวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ บราซิลเลียนยิวยิตสู MMA มีครบค่ะ จะอยู่ที่นี่ตลอด แล้วก็ถ้าเกิดเวลาที่ใกล้จะชกแล้ว จะไปเก็บตัวที่ไทเกอร์มวยไทยที่ภูเก็ตค่ะ เพราะว่าที่นั่นมันจะเหมือนกับไลฟสไตล์จะดีกว่ากรุงเทพฯ ที่กรุงเทพฯ เราต้องเดินทางไปๆ มาๆ มันเหนื่อย แต่ถ้าเราอยู่ภูเก็ตจะอยู่ใกล้ๆ ค่าย คือตื่นมาปุ๊บ ไปซ้อม กลับมาอาบน้ำนอน
ถ้าเกิดช่วงที่ไม่ได้มีแข่ง ก็จะเน้นเทรนด์ไว้ประมาณอาทิตย์ละ 5-6 วัน วันละประมาณชั่วโมงครึ่ง ส่วนใหญ่จะซ้อมตอนเย็น เพราะตอนเช้าจะไม่ตื่น(หัวเราะ) แต่ว่าถ้าช่วงใกล้แข่ง ประมาณช่วง 4-6 สัปดาห์ ก็จะซ้อมเช้าเย็นค่ะ เฉลี่ยวันละ 3 ชั่วโมง ประมาณนี้ค่ะ ซ้อมก็มีมวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ แล้วก็มีลงนวมสัปดาห์ละ 2 วัน ลงนวมก็คือการต่อยกัน แล้วก็มีคอนดิชันนิงร่างกาย คือการทำให้ร่างกายแข็งแรง สัปดาห์ละ 2 วันเหมือนกันค่ะ
ส่วนเรื่องการกิน สำหรับนักกีฬาจำเป็นนะคะในเรื่องของการกินคลีน เพราะร่างกายของเรามันก็เหมือนรถยนต์ ถ้าเราได้น้ำมันเครื่องที่ดี รถยนต์ก็สามารถวิ่งได้ฉิว ไม่มีอะไรติดขัด แต่ว่าริกะเนี่ย ต้องบอกก่อนว่าน้ำหนักก็น้อยถ้าเทียบกับในรุ่น แล้วก็เป็นคนที่ชอบกินมาก ก็เลยไม่มีค่อยได้ดูแลเรื่องการกินว่าต้องกินคลีน ก็จะเลือกอาหารที่มีประโยชน์แต่ก็ยังตามใจปากได้อยู่ แต่ถามว่าดีมั้ยก็ไม่ดีหรอก ยังไงซะ นักกีฬาก็ควรจะกินอะไรที่มันดี เพื่อร่างกายที่ดีค่ะ”


จากนักเรียนการบิน สู่นักกีฬา MMA

ด้วยหน้าตาที่น่ารัก ประกอบกับรูปร่างตามแบบฉบับสาวไทยไซส์กะทัดรัด หากไม่รู้จักเธอ ก็คงจะคิดว่าเธอมีอาชีพเป็นนางแบบหรือนักแสดง ซึ่งขัดกับความจริงที่ว่า เธอคือนักกีฬา MMA อาชีพ ทีมข่าวผู้จัดการ Live จึงขอล้วงลึกถึงจุดเริ่มต้น ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอหันเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนี้ แทนที่จะเลือกเป็นอาชีพเกี่ยวกับสายการบินตามที่ได้ร่ำเรียนมา

“ริกะเรียนจบสถาบันการบินพลเรือนมาค่ะ เอกการจัดการท่าอากาศยาน แต่ว่าตอนที่ทำงานออฟฟิศก็ไม่ได้ทำเกี่ยวกับการบินเลยนะคะ ทำงานประชาสัมพันธ์ของบริษัทหนึ่ง จริงๆ ก็ทำงานออฟฟิศมาหลายที่ แต่สุดท้ายเราก็ออกจากงาน แล้วมาเลือกในสิ่งที่เราชอบคือศิลปะการต่อสู้


มุมหวานๆ ของสาวริกะ

ริกะสนใจกีฬาการต่อสู้มาตั้งแต่ช่วง 11 -12 ปีค่ะ คือเริ่มจากคาราเต้ก่อน แล้วช่วงวัยนั้นชอบดูทีวี ชอบดูแบบช่องเคเบิลที่เอา MMA มาฉาย เอามวยปล้ำมาฉาย ก็ดูมาตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ แต่ว่าก็มีช่วงที่หยุดพัก ไม่ได้ซ้อมพวกศิลปะการต่อสู้ไปนาน เพิ่งกลับมาอีกครั้งก็เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เลยลองไปหาว่าที่ไหนมีสอน ก็ไปที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรากลับมาเพื่อที่จะเล่นคาราเต้กับยูโด ก็รู้มาว่าที่จุฬาฯ มี MMA สอน ก็เลยไปเรียนค่ะ

แต่ก่อนก็เคยคิดค่ะว่าอยากเป็นแอร์โฮสเตส เคยไปสมัครแอร์ฯ เหมือนกัน แต่ก็ไม่ผ่าน สมัครไป 2-3 ที่ ก็ไม่ได้ทำต่อ มันอาจจะไม่ได้เป็นทางที่เราชอบ แต่มันเป็นทางที่คิดว่าดี แล้วเพื่อนแต่ละคนของเราคือก็ตอนนี้ก็ยังทำงานการบินกันอยู่ มีริกะคนเดียวที่ไม่ได้ทำ(หัวเราะ) ฉีกมาไกลมาก”



เมื่อถามถึงฟีดแบ็กจากครอบครัว หลังจากที่เธอเบนเข็ม จากเดิมที่เลือกเรียนทางด้านสายการบิน มาเป็นนักกีฬาต่อสู้ เธอยอมรับว่าในตอนแรกครอบครัวก็ไม่ได้รู้สึกยินดีที่ลูกสาวทำอาชีพนี้ แต่พอเวลาผ่านไป สาวน้อยริกะก็พิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวได้เห็นว่าเธอทำได้ และยังทำได้ดีอีกด้วย

“ทางบ้านก็ไม่ได้แฮปปี้มากเท่าไหร่ค่ะ เพราะว่าเขาก็เป็นห่วงเรา เป็นห่วงสุขภาพ เป็นห่วงหน้า แต่ว่าเขาห้ามมั้ย ก็ไม่ได้ห้าม ก็คือถ้าเราชอบแล้วมันเป็นสิ่งที่ดี เขาก็สนับสนุนค่ะ เพราะว่าตอนแรกที่เราเข้ามา MMA จริงๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาเป็นนักกีฬาอาชีพ เราแค่อยากจะซ้อม อยากออกกำลังกาย พอเราเริ่มฝึกเรื่อยๆ ทุกคนมันก็อยากทดสอบตัวเองว่าไปได้ขนาดไหน ก็เลยไปแข่งสมัครเล่นดูก่อน พอแข่งสมัครเล่นปุ๊บมันก็โอเค เราก็เลยเนี่ยได้มาจนถึงมาเป็นนักกีฬาอาชีพค่ะ”



แน่นอนว่าเมื่อเธอยึดอาชีพนี้ ย่อมมีอาการบาดเจ็บตามมาคู่กัน อย่างการแข่งขันที่มาเก๊าครั้งล่าสุด ในแฟนเพจ “Rika "Tiny Doll" Ishige / ริกะ อิชิเกะ” ก็ได้ปรากฏภาพที่ใครได้เห็นก็ต้องตกใจ เพราะใบหน้าด้านซ้ายบวมและฟกช้ำดำเขียวดูน่ากลัว แต่เธอกลับตอบกลับมาแบบสบายๆ ว่า ทำอาชีพนี้ต้องยอมรับว่ายังไงก็มีบาดเจ็บอยู่แล้ว นอกจากนี้ เธอใช้โอกาสนี้ไขข้อข้องใจที่หลายๆ คนสงสัยว่า หน้าตารักขนาดนี้ ได้ทำศัลยกรรมหรือไม่?

“หลายคนก็จะเป็นห่วงว่าตาเป็นอะไรรึเปล่า โดนต่อยที่ตาหรอ คือจริงๆ โหนกแก้มมันบวมเลยทำให้ตาดูเขียว ถามว่าหนักมั้ย มันก็ไม่ได้หนักขนาดนั้น หลายคนที่เป็นนักสู้เขาก็เจอหนักกว่านี้ ถามว่ามันหนักเกินไปสำหรับเรามั้ย ริกะเฉยๆ นะคะ เพราะเราก็ทำอาชีพนี้ ยังไงมันก็ต้องมีบาดเจ็บบ้าง แต่ว่าถ้าบาดเจ็บที่เรากลัวจริงๆ ก็คงจะเป็นกระดูกหัก มันก็จะทำให้ซ้อมไม่ได้ พอซ้อมไม่ได้ก็ทำให้แข่งไม่ได้



แต่ก็มีห่วงสวยนะคะ(หัวเราะ) คือห่วงมั้ยก็ห่วง แต่ว่าห่วงน้อยกว่าผู้หญิงคนอื่น เพราะต่อให้เราโดนต่อยมาหน้าเยิน สุดท้ายหน้าเราก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่ใช่ต่อยแล้วจมูกเบี้ยวไปอยู่ตรงตา คือมันคงไม่แย่ขนาดนั้นค่ะ เพราะเรารู้พื้นฐานของกีฬาดีค่ะ

ส่วนเรื่องศัลยกรรม มีคนถามมาเยอะมาก ว่าทำจมูกที่ไหนคะดูแข็งแรงจัง ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่าถ้าทำจมูกแล้วมันจะต่อยมวยยังไง คือไม่รู้นะเราก็แบบ...อาจจะเพราะเราอยู่ในยุคของการที่หลายคนทำศัลยกรรม นี่นักกีฬานะ(หัวเราะ) มันไม่ควรอยู่แล้ว คุณห่วงสุขภาพร่างกายคุณก็ไม่ควรทำอะไรที่เจ็บตัว”

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันครั้งต่อไปของริกะ จะมีขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ที่ประเทศไทย ร่วมเอาใจช่วยเธอให้คว้าชัยชนะมาให้ได้อีกครั้ง


ชีวิตนอกสังเวียน



“หลักๆ มีสอนศิลปะการต่อสู้ค่ะ สอนป้องกันตัว สอนมวยสากล สอน MMA บ้างค่ะ อาจจะไม่ค่อยเยอะ เพราะหลายคนยังติดภาพอยู่ว่ามันดูโหดร้าย ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มาเรียนก็เพื่อป้องกันตัวค่ะ เพราะถ้าเกิดอยากได้ร่างกายแข็งแรง เขาก็สามารถไปเรียนอย่างอื่น ปั่นจักรยาน ไปซุมบ้า ฯลฯ แต่ทุกคนที่อยากมาเรียน MMA หลักๆ ก็แน่นอนสุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ก็ได้ในเรื่องของการป้องกันตัวไปด้วย
สำหรับไลฟ์สไตล์ เป็นคนขี้เกียจค่ะ(หัวเราะ) ขี้เกียจมาก (ลากเสียงยาว) คือแบบว่าวันๆ นึงถ้าไม่ทำอะไรก็จะนอนอยู่บนเตียง จะนอนเล่นมือถือ อ่านหนังสือ ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบดูทีวี เพราะว่าขี้เกียจดู จะอยู่แต่บนที่นอนค่ะ แล้วก็ประมาณ 80% ใช้ชีวิตอยู่บนที่นอน(หัวเราะ) แต่ยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่คือชอบชอปปิ้ง ถ้าไม่ได้อยู่บนที่นอน ก็ออกไปข้างนอกก็คือจะชอบไปชอปปิ้งดูเสื้อผ้า แต่หลังๆ พอเราโตขึ้น ก็รู้ค่าของเงินมากขึ้น บางทีก็เลยจะชอปปิ้งน้อยลง ไม่ได้ซื้อของเยอะเท่าตอนที่เราเอ๊าะๆ แล้ว(หัวเราะ)
ส่วนนิสัย ริกะเป็นคนสนุกสนานร่าเริงค่ะ แต่ก็จะถ้าเรื่องที่...ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดีรึเปล่า ริกะจะเป็นคนที่เห็นอะไรผิดไม่ได้เลย สมมติว่าใครทำผิด เราจะไม่ชอบอย่างนึง คำพูดที่ว่า ‘หยวนๆ ให้ เออช่างมันเถอะ ไม่เป็นไร’ แต่ว่าสำหรับเราคือไม่ได้ ต้องพูดเดี๋ยวนั้นเลย สมมติมีใครเอาเปรียบเรา ก็จะพูดเลยว่า เห้ย...มันไม่โอเค”


สัมภาษณ์โดย : ผู้จัดการ Live
ภาพ : พงษ์ฤทธิ์ฑา ขวัญเนตร
ขอบคุณภาพประกอบ : แฟนเพจ “Rika "Tiny Doll" Ishige / ริกะ อิชิเกะ” และ One Championship
ขอบคุณสถานที่ : Bangkok Fight Lab สุขุมวิท 50
กำลังโหลดความคิดเห็น