xs
xsm
sm
md
lg

ปฏิบัติการหาเห็บหมาสายการบิน ฉกทรัพย์สินผู้โดยสารซ้ำซาก!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อีกแล้วจนได้! กับสนามบินสุวรรณภูมิที่ถามหา “ความปลอดภัย” อยู่ไหนหนอ ล่าสุด ผู้โดยสารโดนโจรแฝงตัวในคราบเจ้าหน้าที่ฉกทรัพย์สินสูญหายไปจากกระเป๋าสัมภาระ นาฬิกา 8 เรือน และเครื่องสำอางราคาแพง รวมมูลค่า 25,000 บาท หลังใช้บริการสายการบินชื่อดัง ชี้โอกาสได้ของคืนมีไม่ถึง 5% แฉ!ใช้ปากกาแทงซิปฉกของ วอนหาตัวเห็บหมัดสายการบิน! หวั่นกระทบท่องเที่ยวไทย

ผิดเอง ที่ไว้ใจ!?

“ใครจะไปรู้สายการบินที่ดีที่สุดในประเทศไทย จะมีขโมยที่แฝงตัวอยู่ เป็นเหมือนเห็บหมาของสายการบินของคนไทย”

สะเทือนสายการบินระดับชาติ! เพจเฟซบุ๊ก THE SNAP THAILAND ได้เปิดเผยเรื่องราวหลังมีผู้โดยสารคนหนึ่งใช้บริการสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยระบุการเดินทาง ว่า เป็นวันที่ 15 ส.ค. 2560 ซึ่งเป็นการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2560 เดินทางด้วยกัน 2 ท่าน ทั้งไปและกลับ ใช้สายการบินไทย เส้นทางคือ ขาไป ภูเก็ต-สุวรรณภูมิ-นาริตะ ขากลับ นาริตะ-สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต ทว่า โดนขโมย ขากลับ โดยมีรายละเอียดเที่ยวบินขากลับ From TOKYO / NRT TO BANGKOK /BKK TG 641 boarding Time 10:20 มาเปลี่ยนเครื่องที่สุวรรณภูมิ From BANGKOK /BKK TO PHUKET / HKT TG 221 boarding Time 17:45 โดยรับกระเป๋าปลายทางทั้งไปและกลับ

ขาไปไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีแต่เสื้อผ้า ส่วนตอนกลับมาจากญี่ปุ่น เส้นทาง นาริตะ-สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต ทางสายการบินก็ถามว่าต้องการให้กระเป๋า Direct ถึงภูเก็ตเลยไหม เขาจึงตอบว่าใช่ เพราะขากลับ กระเป๋าหนักมากทั้ง 2 ใบ แบ่งเป็น ของใช้และเสื้อผ้า 1 ใบ อีก 1 ใบ คือ ของฝาก และของที่ระลึกที่ไปซื้อมาจากญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม หลายคนบอกว่า ไม่มีใครเขานำของมีค่าไว้โหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบินกัน แต่เขายอมรับว่า “โง่เอง ที่ไว้ใจ และเชื่อใจในคุณภาพ”

“แต่จริงๆ แล้วจะอธิบายให้ฟัง คือ แฟนต้องปั๊มนม ออกทุกๆ 4 - 5 ชั่วโมง เพราะยังให้นมลูกอยู่ ในกระเป๋าของแฟนก็เลยเต็มไปด้วยอุปกรณ์ปั๊มนมลูก 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือของมีค่าต่างๆ กระเป๋าสตางค์ passport แบตสำรอง แล้วก็พวกของใช้เล็กๆ ส่วนตัวชอบถ่ายรูป ก็เอาไปแค่กระเป๋าสะพาย 1 ใบโตๆ หลักๆ ก็ กล้องถ่ายรูป เลนส์ โน้ตบุ๊ก ทำให้ไม่สามารถเอาของอะไรใส่ไปได้มากนัก ของต่างๆ ของที่ซื้อไป ใช่ ซื้อไปฝากคนที่บ้านก็จะอยู่ในกระเป๋าเดินทางทั้งหมด

ส่วนกระเป๋าเดินทาง ก่อนออกจากที่พักเป็นคนปิดเองจำได้ว่า ล็อกรหัส แล้วก็หมุนเพื่อให้รหัสมันสลับกัน จากนั้นก็ส่งต่อให้กับ เจ้าหน้าที่ของสายการบินไทย ในสนามบิน นาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เราเดินทางกลับ ด้วยเครื่อง บินลำโต boeing 777 ของ สายการบินระดับโลกด้วยความภาคภูมิใจในสีม่วง และสโลแกนที่จำฝั่งหูมาตั้งแต่เด็ก รักคุณเท่าฟ้า มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย ไม่อยากพูดถึงเรื่องการบริการนะ เดี๋ยวจะยาวไปกว่านี้



ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ก็จอดเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง รอประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง แล้วก็ออกเดินทางต่อ ไป สนามบินภูเก็ต แต่กว่าจะออกรู้สึกว่า น่าจะออกสายกว่าที่ทางสายการบินแจ้งไว้ แต่จำไม่ได้ว่าเป็นกี่โมงเพราะเพลียกันมาก พอขึ้นนั่งก็หลับกันทั้งคู่เลย พอมาถึงสนามบินภูเก็ต ก็ลงในอาคารใหม่ของสนามบินภูเก็ต ก็รอประมาณ 45 นาทีได้ กระเป๋าก็ออกมาจากสายพาน ด้วยความที่คนเยอะ เพลียมาก บวกกับ ง่วงที่เดินทางตั้งแต่เช้า ก็ไม่ได้เช็กกระเป๋า หรือเอะใจอะไร เพราะทุกอย่างดูปกติดี หลังจากนั้นก็มาถึงบ้าน เปิดกระเป๋าจะหานาฬิกาที่ซื้อมาฝากน้อง ก็เห็นสภาพในกระเป๋ามันรกจัง ก็เลยเปิดกางออกกลางบ้านเลย พอหาดูก็ไม่เจอนาฬิกาที่ซื้อมาฝากน้องๆ ในใจภาวนาว่า อย่าขโมยนาฬิกาที่ซื้อมาฝาก พ่อ กับ พี่สาว นะ เพราะราคาค่อนข้างแพงอยู่ และเสียเวลาในการเลือกนานมาก สรุป หายหมดเลย เหลือแต่กล้อง ใส่นาฬิกา เท่าที่จำได้คือ ซื้อนาฬิกา มาประมาณ 12 เรือน เหลือ 4 เรือน หายไป 8 เรือน

ส่วนของแฟนก็จะเป็นเครื่องสำอาง หลายชิ้นมาก รวมมูลค่าแล้วก็ 25,000 บาทไทย เหมือนมันรู้ เลือกขโมยเฉพาะของแพงๆ ไป เหลือไว้แต่พวกขนม ของฝากเล็กๆ หลังจากนั้น ก็ให้แฟนปรึกษากกับพี่สาว พี่สาวเลยให้โทรไปสอบถามที่สายการบิน ระหว่างนั้นผมก็หาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้เสียหายที่โดนขโมยของในสนามบิน สรุปเจอเยอะมาก และโอกาสได้ของคืนหรือให้สายการบินรับผิดชอบ มีโอกาส ไม่ถึง 5% ตัวเลขน่ากลัว

ผู้เสียหาย ชี้แจงอีกว่า ที่ออกมาโพสต์แบบนี้ไม่ได้ต้องการที่จะให้ สายการบิน นั้นเสียหาย หรือเหมารวมว่าสายการบินนั้นไม่ดีไปทุกคน ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องการหาตัว พวกนั้น คนดี และบริการดี ก็ยังมีอยู่ และอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ให้ทราบจะได้ระมัดระวังในการเดินทางเพิ่มขึ้น

พบผู้ต้องสงสัย พนง.Outsource

ไม่นานนัก การบินไทยได้รีบชี้แจงกรณีดังกล่าว พร้อมเร่งกระบวนการสอบสวน พบผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก (Outsource)ที่ทำงานอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์


บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจและใคร่ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนในทันทีที่ได้รับข้อมูลครบถ้วนจากผู้โดยสาร ซึ่งบริษัทฯ ขอชี้แจงว่า การขนส่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานนั้น มีกระบวนการที่ต้องผ่านการลำเลียงผ่านจุดให้บริการหลายจุดและมีพนักงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อีกทั้งการเดินทางของผู้โดยสารท่านนี้เป็นการเดินทางผ่าน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีปลายทางอยู่​ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งบริษัทฯ ได้เร่งประสานไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ของทั้งสองท่าอากาศยานเพื่อขอดูภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดในเวลาที่สัมภาระจากทั้งสองเที่ยวบินมีการลำเลียงแล้ว

ผลเบื้องต้นพบว่าพบผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของบริษัทภายนอก (Outsource) แห่งหนึ่งที่จัดส่งแรงงานให้บริษัท การบินไทยฯ ซึ่งปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแสดงอาการผิดสังเกต ซึ่งบริษัทฯ จะได้ประสานงานกับบริษัท Outsource ดังกล่าว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าเป็นประการใดบริษัทฯ จะได้แจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ของบริษัท การบินไทยฯและ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พบผู้ต้องสงสัยที่ทำงานอยู่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งไม่ได้มาปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 2560 บริษัทฯ จึงได้ประสานผู้เสียหายเพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยบริษัทฯ มีมาตรการในการควบคุมการขนถ่ายสัมภาระอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากพบว่ามีพนักงานผู้ใดกระทำการทุจริตต่อทรัพย์สินของผู้โดยสาร บริษัทฯ จะได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยตามระเบียบของบริษัทฯ และดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อนึ่ง บริษัทฯ จะได้แสดงความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินที่สูญหายตามมูลค่าไม่เกินตามที่ได้ระบุไว้บนบัตรโดยสารซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

อดีตวงในลากไส้ แฉ!ใช้ปากกาแทงซิปแตก

นอกจากนี้ โลกโซเชียลฯ ยังได้แชร์โพสต์ของผู้ที่อ้างว่า เคยทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ แฉ! ขั้นตอนการขโมยของผู้โดยสาร ชี้! ทำกันเป็นขบวนการ

“แม้กระเป๋าของคุณจะมีแม่กุญแจล็อกกระเป๋าอย่างดีแน่นหนา แต่ผมจะบอกว่าต่อให้คุณใช้แม่กุญเเจราคาหลายพันบาทถึงหลายหมื่นบาท หรือหลายแสนบาท หรือหลายล้านบาท ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะที่เขาทำคือ การใช้ปากกาแท่งละ 5 บาท 10 บาท เพราะกระเป๋าเดินทางทุกใบต้องมีซิปใช่ไหมครับ ที่เขาทำกัน เขาใช้ปากกาแทงไปที่ซิป ซิปก็แตก แล้วเขาก็สามารถค้นได้เลย เสร็จแล้วก็รูดซิปกลับมาเหมือนเดิม

ส่วนที่โดนหยิบของไป ตามความคิดผม ผมว่าโดนที่เมืองไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิแน่นอน เพราะคุณเปลี่ยนเครื่องรอที่สนามบิน 2-3 ช.ม. เวลามากพอให้นั่งเลือกของเลย ส่วนที่ว่าเขาไปเอาของตรงไหน ใน sorting หรืออาคารผู้โดยสาร โซน D ในส่วนของใต้อาคาร ที่กระเป๋าสัมภาระจะลงมา หรือต้องเอามาตรงนี้ทุกใบ เขาไปเอาของตรงไหนทั้งที่ใต้อาคารมีกล้องวงจรปิดมากมาย คำตอบครับ มีหลายจุดที่กล้องวงจรปิดไปไม่ถึง หรือเรียกง่ายๆว่า จุดบอด
เขาแบ่งกันทำงานเป็นทีม แล้วอย่าบอกว่าท่าอากาศยานไม่ทราย เขาทราบ แต่เขาไม่เดือดร้อน เพราะที่เดือดร้อนคือสายการบิน หลายแท็กติกที่เขาทำกัน เพราะบางทีเขาเอาของเสร็จก็มาเดินขายในสนามบิน ถ้าให้เขาเอาให้ก็อีกราคาหนึ่ง แต่ถ้าคุณเอาออกเองก็อีกราคานึง วิธีเอาออกมีเยอะครับ”

ทั้งนี้ สำหรับการป้องกันการโดนขโมยของจากเจ้าหน้าที่นั้น มีผู้แนะนำนักเดินทางว่า พยายามหากระเป๋าเดินทางที่ไม่เป็นแบบซิป ปิดเปิด

“ให้ดีเลือกกระเป๋าแบบขอบอลูมิเนียม แล้วมีรหัสล็อก ใส่สายรัดล๊อกรหัสอีกชั้นหนึ่ง แล้ว wrapกระเป๋าเลย มันอาจจะยุ่งยาก แต่ปลอดภัย เพราะพวกเห็บหมาไม่อยากมาเสียเวลากับกระเป๋าที่เปิดยากหรอกครับ พวกเห็บหมามันทำกันเป็นทีม ตั้งแต่สแกนกระเป๋า มันจึงรู้ไงว่าใบใหนมีของมีค่า ทีมลำเลียงเข้าในท้องเครื่อง มีคนดูต้นทาง คนอยู่ในท้องเครื่องเป็นคนเจาะ มันเลือกกระเป๋าที่มีซิปแค่ใช้ไขควงปากแบนเจาะแล้วกรีดเพื่อให้ซิปแตก แล้วปิดใว้เหมือนเดิม ก็เท่านั้น

พวกเห็บหมาพวกนี้ปราบไม่หมดครับ มันเหมือนหญ้าคานั่นแหละคับ ฉีดแล้วหายไปซักพัก เดี๋ยวก็ขึ้นมาอีก!