xs
xsm
sm
md
lg

ร.๑๐ ทรงสืบสานพระราชปณิธาน "พ่อภูมิพล" ก่อกำเนิดพลัง จิตอาสา "เราทำดี ด้วยหัวใจ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวง ร.๙ ได้เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ขึ้นทรงราชย์เป็นในหลวง ร.๑๐ ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่วันทรงราชย์ จนถึงปัจจุบันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของสมเด็จพระบรมราชชนกนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้วยพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นในการบำบัดทุกข์ และบำรุงสุขแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ด้วยทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยทรงให้เริ่มต้นจากบ้านของพระองค์ท่านก่อน และขยายผลต่อยอดออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วทุกพื้นดินของประเทศไทยเรียกว่าความดีที่ปลูกลงพื้นดินในรัชกาลที่ ๙ จะเบ่งบานในแผ่นดินรัชกาลที่ ๑๐

 
**ธ ทรงห่วงใยประชาชน
 
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะให้ประชาชนร่วมกันดูแลบ้าน และชุมชนถิ่นกำเนิดร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ นั้นคือบริเวณรอบ ๆ พระราชวังดุสิต อันเปรียบเสมือนเป็นบ้านของพระองค์ท่านก่อน ดังนั้นเมื่อวันที่ 21 - 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ หน่วยราชการในพื้นที่ และประชาชนจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ทำการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตดุสิต และพื้นที่ใกล้เคียงกับพระราชวังดุสิตด้วยการเก็บขยะมูลฝอยที่กีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคลองเพื่อเปิดทางระบายน้ำ ตัดแต่งต้นไม้ริมคลองสร้างความปลื้มปีติให้แก่พสกนิกรในพื้นที่รอบบ้านของพระองค์เป็นล้นพ้น ที่มิเคยทรงทอดทิ้งประชาชนของพระองค์เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

 
นางเอมอร เล็กแหลมหลัก หรือ ป้าน้อย อายุ 74 ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุชุมชนซอยโซดา ผู้ที่อาศัยอยู่ที่ชุมชนซอยโซดาซึ่งเป็นเขตชุมชนที่อยู่ห่างจากพระราชวังดุสิตเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสดใสว่า อาศัยอยู่ชุมชนแห่งนี้มานานกว่า 60 ปี พอทราบข่าวว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสัปดาห์จิตอาสา ตนจึงได้ร่วมลงทะเบียนเป็นจิตอาสาด้วย และคิดว่าโครงการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี้เป็นโครงการที่ดี ทำให้คนในชุมชนเกิดความตื่นตัว รักษาความสะอาดภายในชุมชนโดยเริ่มต้นที่รักษาความสะอาดหน้าบ้านของตนเองก่อน ถ้าทุกบ้านดูแลรักษาความสะอาดบ้านของตนเองก็จะส่งผลให้ชุมชนสะอาด สุขอนามัยดีขึ้น ซึ่งตอนนี้คลองบริเวณชุมชนสะอาดขึ้น

"ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากที่พระองค์มิเคยทอดทิ้งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบวังของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นต้นแบบที่จะให้ชาวบ้านทุกคนลุกขึ้นมาดูแลหวงแหนบ้าน และชุมชนที่กำเนิดเรามา ถึงแม้พวกเราจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ แต่ถ้าทุกคนร่วมใจกันคนละไม้คนละมือบ้านของเราก็สะอาดได้ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในประเทศต้องเริ่มต้นที่บ้านของเราก่อน"

นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระมหากรุณาอย่างต่อเนื่องต่อชาวกรุงเทพฟ้าอมร ในยามที่เจอพายุฝนกระหน่ำน้ำท่วมขังรอการระบายแทบทุกที่พสกนิกรสัญจรบนท้องถนนเดือดร้อนแสนสาหัส ชาวบ้านที่ประสบภัยได้รับความไม่สะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน ครั้นความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนทราบยังพระเนตรพระกรรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ ร่วมกับหน่วยราชการในเขตพื้นที่ และประชาชนจิตอาสา เก็บผักตบชวาและวัชพืชที่มีอยู่อย่างหนาแน่น รวมทั้งขยะมูลฝอยต่าง ๆ จากแม่น้ำคูคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขัง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 
**ปวงประชาทั่วทิศรวมใจแซ่ซ้องสรรเสริญ

พระมหากรุณาธิคุณนี้มิได้มีเพียงแค่ชาวชุมชนรอบเขตพระราชฐานและชาวกรุงเทพฯ เท่านั้น หากแต่พระมหากรุณาธิคุณนี้ยังแผ่ไพศาลไปยังทั่วผืนแผ่นดินไทย ด้วยทรงเข้าพระราชหฤทัยประชาชนว่ายังไม่คลายรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงมีพระราชปณิธานสืบสานสมเด็จพระบรมราชชนกนาถ ที่ทรงปรารถนาให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีความรักสมัครสมานสามัคคีกัน การนี้จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์พระราชทานเสื้อยืดคอโปโลสีดำ "ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์" แก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 76 จังหวัด จังหวัดละ 10,000 ตัว รวม 770,00 ตัว เพื่อเชิญไปมอบให้แก่ประชาชนจิตอาสาทั่วประเทศ อันเป็นการบำรุงขวัญและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ประชาชนร่วมกันลุกขึ้นมาประกอบกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ในการทำความดีให้แก่สังคมส่วนรวมและประเทศชาติ โดยทรงมีพระราชปรารถนา ที่จะเฉลิมพระเกียรติและอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมราชชนกนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ด้วยพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม และทรงสำนึกระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวภายหลังที่รับมอบเสื้อสีดำโปโลพระราชทานว่า ชาวจังหวัดชัยนาททุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้อย่างหาที่สุดมิได้ ตนจะได้นำเสื้อโปโลสีดำพระราชทานนี้ไปมอบให้แก่ประชาชนที่ทำกิจกรรมจิตอาสาทั้ง 8 อำเภอด้วยกัน ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบให้แก่ประชาชนในการทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างแท้จริง พระองค์ทรงทำให้ประชาชนมีจิตสาธารณกุศลเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม และมีความสามัคคีพร้อมใจกันดูแลจังหวัดของตัวเองให้น่าอยู่

ส่วน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ชาวจังหวัดนครราชสีมาต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้อย่างหาที่สุดมิได้ ตนจะได้นำเสื้อโปโลสีดำพระราชทานนี้ไปมอบให้แก่ประชาชนที่ทำกิจกรรมจิตอาสาทั้ง 32 อำเภอ เสื้อโปโลพระราชทานจะเป็นกำลังใจให้แกประชาชนที่ออกมาทำความดีให้ดำเนินงานจิตอาสามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้แก่ผู้อื่นได้ด้วย ซึ่งประชาชนชาวโคราชทุกคนจะขอเดินตามรอยพระบาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดไป

ด้านจิตอาสาที่เดินทางมาลงทะเบียนในโครงการ "จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ" อย่าง จุฑาทิพ ศรีละมัย ข้าราชการบำนาญกรมศิลปากร กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสว่า โครงการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้กลุ่มคนที่เกษียณอายุราชการอย่างพวกเธอยังรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและยังสามารถช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติได้ผ่านการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ และรู้สึกปลาบปลื้มใจที่พระองค์ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระบรมราชชนกนาถในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน

"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำให้พวกเราทุกคนได้ตระหนักและรับรู้ว่าการช่วยเหลือเผื่อแผ่คนอื่นนั้น มีคุณค่าต่อคนเป็นพันๆ คนถึงแม้เราจะทำเพียงคนเดียวก็ตาม แต่สิ่งที่เราทำนั้นได้ก่อประโยชน์ให้แก่คนอีกมากมาย" จุฑาทิพ เล่าด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

 
นี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของน้ำพระราชหฤทัยอันกว้างใหญ่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปรารถนาอยากเห็นคนไทยอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเกิดอย่างยั่งยืน และมั่นคงตลอดไป

เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28 ก.ค.60 ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยเดชะอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ ได้โปรดดลบันดาลอภิบาลคุ้มครอง ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอจงปราศจากภัยพาล ทรงพระเกษมสำราญ มีประสงค์สิ่งใด ให้สฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนาทุกประการ สถิตสถาพร เป็นมิ่งขวัญ แก่ปวงข้าพระพุทธเจ้าตราบนานเท่านาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ทีมข่าวผู้จัดการ Live

กำลังโหลดความคิดเห็น...