xs
xsm
sm
md
lg

Exclusive! "บัดดี้ (ที่รัก)" ล้วงสถานะหัวใจ "เต้ย" คู่จิ้น-คู่จริง "เชียร์" (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


Exclusive! ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเสน่ห์อันตราย (ต่อหัวใจ) "เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์" เห็นนิ่งๆ ยิ้มละมุนแบบนี้ ความทะเล้นชวนให้ตกหลุมรักเอาได้ง่ายๆ และวันนี้กับกระแสความจิ้นฟินแรงกับนางเอกสาวรุ่นพี่ "เชียร์ ฑิฆัมพร" ทำเอาแฟนคลับมโนไปไกลถึงดาวอังคาร และอยากเห็นคู่นี้เป็นแฟนกันจริงๆ นี่คือบทสัมภาษณ์ที่จะพาไปล้วงสถานะหัวใจ และโลกของผู้ชายคนนี้ที่บางเรื่องบางตอนไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

เคมีพุ่งเวอร์! "เชียร์-เต้ย" คู่จิ้นฟินแรง

ไม่รู้ทำหมอนขาดกระจุยไปกี่ใบแล้ว สำหรับคู่ "เชียร์-เต้ย" ที่ถูกจับจิ้นตั้งแต่ละคร "ซ่อนรักกามเทพ" ยังไม่ออนแอร์จนกระทั่งละครจบก็ยังไม่เลิกจิ้น และดูเหมือนว่าเคมีความจิ้นจะรุนแรงถึงขั้นอยากเห็นคู่นี้กลายเป็น "พ่อหมีแม่หมี (แฟนคลับตั้งให้เพราะทั้งคู่ชอบหมีเหมือนกัน)" ที่รักและดูแลกันในชีวิตจริง เพราะมีโมเมนต์มุ้งมิ้งตะมุตะมิออกมาให้กรี๊ดจิกหมอน แถมยังชวนมโนกันไปไกล เพราะต่างฝ่ายต่างพาเข้าบ้านไปเจอครอบครัวกันมาแล้ว





"ดีใจครับ เพราะผมเองก็ไม่เคยมีคู่จิ้นอะไรที่แบบ..เป็นบ้าน และจริงจังเท่านี้มาก่อน ที่ผ่านมาก็เล่นละครกับนางเอกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นวาวา (ณิชารีย์ โชคประจักษ์ชัด) มัดหมี่ (ร้อยโทหญิงพิมดาว พานิชสมัย) หรืออีกหลายๆ คน มาพอมาคู่กับพี่เชียร์ กลายเป็นคู่จิ้นที่แฟนคลับ แฟนละครให้ความสนใจกันมาก

ส่วนตัวไม่เคยทำงาน หรือร่วมงานกับพี่เชียร์มาก่อน แต่จริงๆ รู้จักกันตั้งแต่เด็กแล้วนะ เราเจอกันในร้านอาหาร เพราะพี่เขาขายอาหารตามสั่ง (หัวเราะ) ไม่ใช่ละ ผมแซวเล่น (อมยิ้ม) คือผมรู้จักพี่เชียร์ตามป้ายโฆษณาในร้านอาหารตามสั่งครับ เวลาไปสั่งข้าวในร้านก็มักจะเห็นพี่เขาอยู่ในป้ายโฆษณา (เล่าไปยิ้มไป) เห็นตั้งแต่เด็กละ ถามว่าเคยติดตามผลงานมั้ย ไม่เคยเลยครับ กระทั่งมาเล่นละครคู่กัน ผมก็รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น"

"ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอหรือเปล่า" พระเอกหน้าไทยยิ้มเขินเมื่อถูกแซวด้วยคำถามนี้ ก่อนจะยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างในอิริยาบถแสนสบาย และเล่าความรู้สึกแรกพบให้ฟัง "พี่เชียร์สูงเหมือนที่เราคิดนะ ก่อนหน้านี้มีเห็นแวบๆ ตามสื่อบ้าง เวลาให้สัมภาษณ์ก็จะมีบุคลิกในความเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างห้าวหน่อยๆ พอมาได้รู้จักจริงๆ ก็ตามนั้นแหละครับ เข้าใจละ (ยิ้มกวนๆ)"



แม้จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความห้าวที่มีอยู่ในตัวของอีกฝ่าย แต่ความประทับใจในตัวผู้หญิงห้าวระดับนางเอกคนนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย

"ผมประทับใจความเป็นธรรมชาติของพี่เชียร์นะ พี่เขามีความเฟรนลี่กับทุกคน เป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยถือตัวเท่าไร ดูแล้วเป็นคนสบายๆ เพราะผู้หญิงบางคนจะมีมุมส่วนตัว หรืออาจจะเข้าถึงยาก แต่สำหรับพี่เชียร์ค่อนข้างโอเค สามารถแบ่งส่วนต่างๆ ในชีวิตได้ดี ซึ่งบางทีก็มีมุมธุรกิจของเขา แต่พอมาเป็นนักแสดงก็จะเต็มที่กับผม เต็มที่กับงาน" พูดจบก็นั่งวิเคราะห์เฉพาะกลุ่ม (เมาท์มอย) ถึง "เชียร์ ฑิฆัมพร" ในมุมที่คิดไม่ถึง

"หูย! มีเยอะครับ นี่เหรอมุมนางเอก อยู่ดีๆ แคะขี้หูให้เรา หรืออยู่ดีๆ แคะขี้มูกแล้วก็มาป้ายที่ผม ซึ่งผมก็หวังดีเช็กหน้า เช็กตาให้พอบอกว่ามีขี้มูก แคะเสร็จก็มาป้ายที่ผมเลย ผมก็แบบ ยี๋! (เสียงสาวแตก) ฑิฆัมพร แทนที่จะเอากระดาษทิชชู่มาเช็ด นี่แหละครับ เชียร์ของทุกคน"



อย่างไรก็ดีคู่จิ้น "เชียร์-เต้ย" จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไร้ซึ่งคนกลุ่มนี้ 

"ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ช่อง 3 ที่ให้โอกาส ขอบคุณพี่หน่อง (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) ผู้จัดละครช่อง 3 ที่ให้ผมมาเล่นบทผู้ชาย (คุณอัทธ์) ที่เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ (ยิ้ม) ขอบคุณทีมงาน ช่างหน้า ช่างผม และขอบคุณไฟที่ทำให้ผมออกมาดูดีขนาดนั้น ต้องเสียเวลาจัดไฟเพราะผมคนเดียว (ยิ้มหวาน)

อีกคนที่ต้องขอบคุณก็คือบัดดี้ของผม พี่เชียร์ ฑิฆัมพร รวมไปถึงนักแสดงในเรื่องทุกคน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือกลุ่มแฟนคลับที่จิ้นผมกับพี่เชียร์ตั้งแต่ฟิตติ้งชุดกันแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มคนสำคัญที่พวกเราต้องขอบคุณมากๆ ครับ"

"คู่จิ้น" ผ่านมุมมองคนถูก (จับ) จิ้น

"เป็นคู่ที่ทำให้แฟนคลับ หรือแฟนละครมีความสุขที่ได้เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน พูดถึงกัน และพวกเขาก็พร้อมจะเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ไปเรื่อยๆ" คือความหมายคำว่าคู่จิ้นผ่านมุมมองของ "เต้ย" ก่อนจะตอบคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ถึงความเป็นไปได้ว่าจะเหมือนคู่ดาราเกาหลี "ซงจุงกิ" และ "ซองเฮเคียว" หรือไม่ เพราะทั้งคู่ถูกจับจิ้นกันจากซีรีส์เรื่อง "Descendants of the Sun (รักนี้เพื่อชาติ ชีวิตเพื่อเธอ) และตอนนี้กลายเป็นคู่จริงกันไปแล้ว



"โอ้! (อุทานออกมาเสียงดัง) คู่นั้นเขาจิ้นแล้วประกาศแต่งงานกันเลยครับ ไม่ได้ประกาศคบกัน เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ ครับ" พูดจบก็เขินหน้าแดง ก่อนจะเผยตรงๆ ถึงระดับความสัมพันธ์กับนักแสดงสาวรุ่นพี่ (เชียร์) ที่ถูกแฟนคลับจับให้จิ้นกันจนหลายคนอยากให้คู่นี้เป็นแฟนกันจริงๆ "เป็นพี่ร่วมงานที่สนิทกันครับ ไว้ใจกันได้ เป็นบัดดี้ที่ค่อนข้างโอเคเลย ส่วนอนาคตถ้าอยากรู้ต้องไปถาม 'โดราเอม่อน' ครับ นั่งไทม์แมชชีนข้ามเวลาไป (ยิ้มตาหวาน)" ตอบแบบนี้เห็นทีแฟนคลับคงต้องลุ้นตัวโก่งกันต่อไป

อย่างไรก็ดี แม้ในความเป็นจริงมนุษย์ไม่สามารถล่วงรู้อนาคตได้ แต่รสนิยมความชอบก็อาจทำนายอนาคตอะไรได้บ้าง จริงหรือไม่ ถามใจ "เต้ย" ดู

"คนที่เข้ามาในชีวิตผมส่วนใหญ่ เป็นคนที่มีอายุมากกว่าหมดเลย ผมชอบผู้หญิงที่มีความคิด ไม่ค่อยง้องแง้ง และสามารถแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้ ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตา ผมชอบผู้หญิงที่มีเสน่ห์ครับ ไม่จำเป็นต้องสวย คนไทย หรือต่างชาติก็ได้ แต่ขอให้มีเสน่ห์ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกว่าน่าค้นหา ถ้าเป็นผู้หญิงสวย มองไปนานๆ อาจรู้สึกเบื่อได้ อยู่ไม่ถึงปีเราก็แบบ...โอ่ย (ทำหน้าหมดอารมณ์) แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ เช่น รอยยิ้ม พอเราเหนื่อยๆ กลับมาแล้วยิ้มให้ โหย! หายเหนื่อยเลยครับ"



แล้วอย่าง "เชียร์ ฑิฆัมพร" ตรงสเปกผู้หญิงในฝันหรือเปล่า "พี่เชียร์เขาก็มีเสน่ห์ในแบบของเขาครับ" พูดจบก็ลาก "แหม..." เสียงยาวเหมือนรู้ทันว่าผู้สัมภาษณ์อยากได้คำตอบแบบไหน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปตอบคำถามเกี่ยวกับนิยามความรักในบรรทัดต่อจากนี้

Family comes first

"ครอบครัวต้องมาก่อนครับ" หนุ่มเต้ยบอก "เท่าที่ผมเจอมานะ ปัญหาในเรื่องของความรักที่มันไม่สมบูรณ์ก็คือความเห็นไม่ตรงกัน สำหรับผม ผมให้ความสำคัญกับครอบครัวมาอันดับหนึ่ง รองลงมาคือเรื่องงาน และเพื่อนตามลำดับ แต่ถ้าผู้หญิงให้ความสำคัญกับเพื่อนก่อน ตามมาด้วยงาน และครอบครัว ผมมองว่าเราสองคนอาจไปด้วยกันได้ยาก อีกอย่างผมไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวโป๊ ถ้าเปิดให้เห็นความเซ็กซี่แวบๆ อันนี้ก็ชวนให้น่าค้นหาหน่อย (ยิ้มเจ้าเล่ห์)"


พร้อมหน้าครอบครัว

เห็นเป็นผู้ชายที่รักครอบครัวแบบนี้ แถมยังมีความน่ารัก วางตัวดี การย้อนกลับไปค้นหายังสถานที่ที่สร้างเขาขึ้นมาอย่าง "ครอบครัว" จึงเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจว่า สภาพครอบครัวและการอบรมเลี้ยงดูแบบใดที่สามารถสร้างให้คนๆ หนึ่งสามารถมายืนอยู่ได้ ณ จุดนี้

"รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตีครับ" พระเอกหนุ่มบอกถึงวิธีการสอนของพ่อแม่ "อะไรที่ไม่ถูกต้องผมจะโดนตีทันที ทั้งพ่อทั้งแม่รักลูกให้ตีกันหมด หลังตีเสร็จก็จะอธิบายให้ฟังว่า เพราะอะไรถึงตี ซึ่งผมเชื่อว่า ทุกครั้งที่พ่อแม่ตี พวกท่านคงเสียใจ และผมก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่ได้ตีพร่ำเพรื่อ เขาอธิบายให้เราฟังเพื่อให้เราจำว่า ที่ตีไปเพราะอะไร คราวหลังจะได้ไม่ทำอีก

ส่วนต้นแบบ คุณพ่อจะทำเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่ซ่อมแซมไปจนถึงการเข้าครัวทำอาหาร ส่วนคุณแม่จะสอนเรื่องของมารยาท การมีสัมมาคารวะ การเคารพผู้ใหญ่ การตรงต่อเวลา" พูดจบก็ถือโอกาสชี้แจงว่า "วันนี้ผมไม่ได้สายนะ (น้ำเสียงรู้สึกผิด) ผมมานานแล้ว ผมรออยู่ในรถเพื่อรอพี่ที่ดูแลพามาครับ"


หนุ่มเต้ยในวัยเด็ก

อย่างไรก็ดี พระเอกหนุ่มให้สัมภาษณ์ต่อว่า "ดังแล้วอย่าลืมตัว" คือหัวข้อใหญ่ที่ครอบครัวเน้นย้ำเมื่อลูกชายเริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า "ชื่อเสียง" พัดผ่านเข้ามา เพราะหลายคนมักหลงระเริงไปกับมันจนเสียโอกาสดีๆ ในวงการนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

"พ่อกับแม่ผมจะเตือนตลอดว่า อย่าลืมตัวนะ ซึ่งผมก็ยึดถือคำสอนในเรื่องนี้อย่างดีมาตลอด และครั้งหนึ่งพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ก็ย้ำกับผมในเรื่องนี้ พี่อ๊อฟบอกว่า ถ้าวันหนึ่งเราก้าวขึ้นมาอยู่ในอีกจุดหนึ่ง หรือก้าวขึ้นมาในขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 เราต้องหันกลับมาดูด้านหลังเราด้วยว่า เรามาไกลขนาดไหน แล้วถ้าวันหนึ่งเราตกมาอยู่จุดเดิม เราก็ต้องอยู่ให้ได้"

ถามว่ามีช่วงที่เคย "เหลิง" บ้างไหม "ส่วนตัวยังไม่เคยรู้สึกแบบนั้นนะครับ" พระเอกหนุ่มเอ่ยขึ้น "ผมจะมีพ่อแม่พูดถ่วงไว้ตลอด โดยจะมีการยกตัวอย่างจากข่าวดาราคนนั้นคนนี้ เช่น ดูสิ ดาราคนนี้ไม่มีมารยาทเลย อย่าทำแบบนั้นนะลูก ทุกวันนี้ยังไม่ได้คิดว่าตัวเองฮอตอะไรขนาดนั้นนะครับ (ยิ้ม) ผมก็เรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะผลตอบรับจากละครมากกว่า



ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นที่รักของกลุ่มแฟนคลับได้นานแค่ไหน ส่วนตัวผมยินดีนะถ้าในช่วงที่ผมไม่มีผลงาน พี่ๆ น้องๆ แฟนคลับอาจไปตามให้กำลังใจคนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องรอผมคนเดียวก็ได้ อะไรที่กลุ่มแฟนครับมีความสุข ผมก็มีความสุข แต่วันนี้ผมมีความสุข และขอบคุณทุกคนมากๆ

การที่มีกลุ่มคนสละเวลาในชีวิตส่วนตัวมาเจอ มาให้กำลังใจผมกับพี่เชียร์ตามงาน หรือทำอะไรก็แล้วแต่ให้ผม ผมถือว่าทุกอย่างคือสิ่งที่พิเศษมากๆ ผมมองว่า ของขวัญที่มีค่าที่สุดก็คือเวลาที่พวกเขามีให้ เพราะเวลาไม่สามารถซื้อได้ นอกจากพวกเขาจะรักและให้ผมจริงๆ"

"ขี้แกล้ง ทะเล้นหน่อยๆ" นี่แหละเต้ย

"ถ้าไม่สนิทผมจะเป็นคนนิ่งๆ พูดน้อย ชอบเป็นคนฟัง และชอบสังเกตคนมากกว่า" พระเอกหนุ่มอธิบายความเป็นตัวเองให้ฟัง แต่ถ้าสนิทจะเป็นอีกคนหนึ่งไปเลย "ถ้าผมรู้จัก และรู้ว่าเขาหรือเธอเป็นคนยังไง ผมก็จะเฟรนลี่ กล้าเล่น กล้าแกล้งได้อย่างสบายใจ (ยิ้ม) เพราะบางคนก็ไม่รู้ว่าเขาจะเล่นกับเรามั้ย บางทีไปเล่น ไปแตะตัวนิดหน่อยอาจจะไม่พอใจได้ ดังนั้นผมจะสแกนก่อน ถ้าเข้าใจกันได้ ผมก็จะกล้าพูด กล้าเล่น"



"เจ้าชู้มั้ย" เป็นคำถามที่อีกฝ่ายรีบตอบอย่างไว "ผู้ชายมันก็ธรรมดา (สายตาฉายประกายแวววาว) ใช่มั้ยครับ ถามว่าเจ้าชู้มั้ย ผมก็แค่ผู้ชายอัธยาศัยดี" พูดจบก็ยิ้มกริ่ม ทำให้รู้ว่าดวงตายิ้มได้หรือตาเจ้าเล่ห์มันเป็นแบบนี้นี่เอง 

"สถานะตอนนี้จะตอบว่าโสดสนิท ไม่มีคนมาคุยมันก็ไม่ใช่ครับ" หนุ่มเต้ยเผยถึงสถานะหัวใจ ก่อนจะปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อถูกถามคำถามนี้ 

"ไม่เลยครับ (ยิ้มก้มหน้าเขินอาย) ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองหล่อเลยนะ เดี๋ยวนี้ ผมว่านะ สวยหล่ออย่างเดียวอยู่ในวงการนี้ไม่ได้หรอกครับ ซึ่งเอาจริงๆ สวยหล่อก็เป็นนักแสดงได้ แต่ถ้าอยากเป็นนักแสดงคุณภาพ และอยู่ได้นานๆ มีคนจดจำ คุณก็ต้องมีฝีมือมาสู้ด้วย ผมอยากจะเป็นแบบนั้นมากกว่า ซึ่งทุกวันนี้ผมก็พยายามพัฒนาฝีมือทางด้านการแสดง และดูแลร่างกายของตัวเองไปพร้อมๆ กันด้วย"

ผู้ชายหล่อไม่จำเป็นต้อง...



เมื่อถามเล่นๆ ถึง "ผู้ชายหล่อ" สำหรับ "เต้ย" แล้ว ไม่จำเป็นต้องหน้าหล่อ สูงยาวเข่าดี แต่การเป็นผู้ชายที่ดูดี มีเสห่ก็ทำให้ผู้ชายหล่อขึ้นมาได้

"ผู้ชายแต่ละคนจะมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคารม รอยยิ้ม ยกตัวอย่างนักร้องบางคน ไม่หล่อตามแบบฉบับที่สังคมมองว่าหล่อ แต่พอร้องเพลงออกมาเท่านั้นแหละ หล่อเลย กรี๊ดเลย บวกกับถ้าเล่นเครื่องดนตรี ดีดกีตาร์ได้ด้วยนะ โอ้โห! ดูหล่อขึ้นมาทันทีเลยครับ"

ถามกลับมาที่เจ้าตัวบ้าง เสน่ห์ของ "เต้ย" อยู่ตรงไหน พระเอกหนุ่มอมยิ้มด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่ม "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ (หน้าเริ่มแดง) ผมว่า ผม...(เว้นช่วงคิดอยู่นาน) เอาเป็นว่าให้แฟนคลับมาตอบแทนผมแล้วกัน" พูดจบก็เผยให้เห็นความขี้อายออกมาได้ชัดเจนผ่านสีหน้า และแววตา

มีอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เป็นไอดอล

"ที่ยึดเป็นไอดอลไว้คือพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ครับ" หนุ่มเต้ยบอก และอนาคตที่วางเอาไว้ อยากเป็นให้ได้เหมือนไอดอลท่านนี้ โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า "พี่อ๊อฟเป็นนักแสดงก็ได้ ผู้กำกับก็ได้ นักร้องก็ได้ อนาคตผมก็อยากจะเป็นให้ได้เหมือนพี่เขา" หลังจากตอบคำถามนี้ก็เผยให้รู้ในสิ่งที่ใครหลายคนอาจไม่รู้



"ผมมีเพลงของตัวเองด้วยนะ ชื่อว่า เพลง 2 พยางค์ ลองไปเปิดฟังในยูทิวบ์ได้ ผมทำเพลงนี้มานานแล้วครับ ประมาณ 3-4 ปีได้ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ มีรู้ก็แค่ในกลุ่มแฟนคลับ ซึ่งเพลงนี้ผมแต่งเอง มีคุณน้าช่วยในเรื่องของทำนอง ส่วนเอ็มวีเพลงนี้ เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่น ผมได้แฟนคลับช่วยวาดการ์ตูนให้ ยังไงก็ช่วยโปรโมตให้ด้วยนะครับ" เต้ยอ้อนเสียงหวาน ก่อนจะเผยถึงธุรกิจครอบครัวที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ด้วย

"พ่อกับแม่ผมกำลังจะเปิดร้านขายนมปั่น ส่วนตัวผมก็ชอบกินนมมาก เพราะมันดีต่อสุขภาพ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ซึ่งนมของร้านเราจะไม่ใช้น้ำแข็งเลย เป็นสูตรของร้านเราเอง ใครที่ชื่นชอบนมปั่น ไม่น่าจะเกินปลายปีนี้คงได้ดื่มกัน ส่วนตัวผมเคยคิดไว้ว่าอยากเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเองนะ เพราะในอนาคตผมมองว่ามันมีความจำเป็นในวงการโฆษณา ถ่ายหนัง แต่ก็ไม่รู้จะเป็นจริงในวันไหน (ยิ้ม)

ปัจจุบันกำลังถ่ายละครปะกาศิตกามเทพ เล่นกับน้ำตาล (พิจักขณา) ของค่ายกันตนา แล้วก็มีผลงานกับอาย กมลเนตรในซีรีส์ My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก ตอนเส้นสนกลรัก โปรเจกต์ละครเรื่องใหม่ของค่ายชลลัมพี ซึ่งถ่ายจบไปแล้ว รอออนแอร์ปีหน้าครับ"





ส่วนอนาคตของคู่จิ้น "เชียร์-เต้ย" จะเป็นแฟนกันจริงๆ หรือไม่นั้น คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตของทั้งคู่ แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ กำลังน่ารัก และดีต่อใจแฟนคลับเอามากๆ แถมยังมีบางคนเพิ่มระดับความฟินขึ้นไปอีกว่า ถ้าหา "ฑิฆัมพร" ไม่เจอ ให้ลองมองไปที่สายตาของ "พงศกร" แล้วคุณจะเจอ "ฑิฆัมพร" อยู่ในนั้น จริงหรือไม่ เชื่อว่า "พ่อหมี (เต้ย พงศกร) คงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว

เรื่อง : ปิยะนันท์ ขุนทอง
ภาพ : วรวิทย์ พานิชนันท์ / รายการ 3 แซ่บ / อินสตาแกรม @toey_pongsakorn




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...