xs
xsm
sm
md
lg

สุวรรณภูมิ = ท่าอากาศยานยอดแย่? ถูกจัดอันดับยังไม่เท่า “ความฉาว” ที่สัมผัสเอง!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ตลกร้าย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ติดอันดับ 9 สนามบินที่ดีที่สุดของโลก!! แต่เป็นอันดับที่นับขึ้นมาจาก “ท้ายสุด” ซึ่งหมายความว่าถูกขนานนามให้เป็น “ท่าอากาศยานยอดแย่ อันดับที่ 9 ของโลก”

แม้ว่าล่าสุด สนามบินสุดอลังการจะออกมาอธิบายถึงความไม่น่าเชื่อถือของผลการสำรวจดังกล่าวแล้ว แต่ถ้าวัดจากสายตาผู้ใช้บริการ รวบรวมจากผลงาน “น่าอาย” ทั้งหมดทุกด้านจนเป็น “ข่าวฉาว” ซ้ำไปซ้ำมา ก็คงตอบได้ไม่ยากว่า สุวรรณภูมิเหมาะกับคำว่า “ยอดเยี่ยม” หรือ “ยอดแย่” มากกว่ากัน!!



 

คะแนนต่ำทุกข้อ! “สุวรรณภูมิ” ยอดแย่ระดับโลก?

จากสนามบินทั้งหมด 76 แห่งทั่วโลก “สนามบินสุวรรณภูมิ” ถูกจัดอยู่ใน “อันดับที่ 68” หรือนับให้ง่ายขึ้นก็คือ “อันดับที่ 9” จากท้ายสุดนั่นเอง ส่วนคะแนนที่ได้รับจาก “แอร์เฮลป์ (www.airhelp.com)” บริษัทประกันภัยและชดเชยค่าเสียหายลูกค้าสายการบิน เจ้าของสถิติในครั้งนี้ก็คือ 6.30 เต็ม 10 เรียกว่าผ่านเส้นยาแดงมาหน่อยๆ
 
โดยผลการจัดอันดับดังกล่าวนั้น ทางบริษัทวัดจากคุณภาพของสนามบิน 6 ด้านหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ ด้านการบริการลูกค้า, ความปลอดภัย, ความสะดวกสบาย, การเช็กอิน, ประสบการณ์ในการใช้งาน และคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกของสนามบิน
 
ส่วนสนามบินที่ครองอันดับ 1 โกยคุณภาพในทุกด้านคือ “สนามบินชางงี” ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 9.07 คะแนน, ตามมาด้วย “สนามบินนานาชาติมิวนิก” ประเทศเยอรมนี และ “สนามบินนานาชาติฮ่องกง” ตามลำดับ
 
เมื่ออันดับ “ยอดแย่” มาจับคู่กับคำว่า “สุวรรณภูมิ” แบบนี้ แน่นอนว่าผู้ถูกหยามย่อมทนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ล่าสุดแฟนเพจ “Suvarnabhumi Airport” ถึงกับออกมาโพสต์ชี้แจง หาเหตุผลมาทำลายความน่าเชื่อถือเรื่องการจัดอันดับของเว็บไซต์แอร์เฮลป์เอาไว้ว่า ส่วนใหญ่แล้วข้อมูลการจัดอันดับไม่ชัดเจน และขัดแย้งกับการจัดอันดับระดับโลกอื่นๆ ที่เคยมอบตำแหน่งดีๆ ให้แก่สุวรรณภูมิ

“ไม่ปรากฏข้อมูลว่า ท่าอากาศยานต่างๆ ที่ถูกจัดอันดับ มีข้อดีหรือข้อบกพร่องประกอบการให้คะแนนและการจัดอันดับแต่อย่างใด”

ยกตัวอย่างการให้คะแนนในหัวข้อ “On Time Performance” เทียบกับหน่วยงานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเที่ยวบินแบบเรียลไทม์อย่าง “Fight Stats” แล้ว กลับยกให้สุวรรณภูมิมีเที่ยวบินขาออกที่ตรงเวลาที่สุดในโลก ติดอันดับที่ 13 เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานี้เอง


ยิ่งถ้านำไปเทียบกับการจัดอันดับโดย “Airport Council International (ACI)” แล้ว จะพบว่าข้อมูลตีกันสุดขั้ว โดยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอ้างว่า “ในปี 2016 ทสภ. ได้ถูกจัดอันดับเป็นท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก เป็นอันดับที่ 10 ในกลุ่มท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี”

“อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีผลการจัดอันดับออกมาในรูปแบบใด ทสภ. ยินดีที่จะรับฟังเสมอ หากผลสำรวจ หรือการจัดอันดับนั้นมาจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จัก

ทั้งนี้ ทสภ. ขอยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนา เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการที่ดีระดับโลกต่อไป เพื่อผู้ใช้บริการและผู้โดยสารได้รับการบริการที่สะดวก สบาย และได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด”



 

ประวัติ “ฉาว” ยาวแบบนี้ เรียก “ยอดเยี่ยม” หรือ “ยอดแย่”?

คงจะจริงอย่างที่ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกมาชี้แจงนั่นแหละว่า “ผลการจัดอันดับ” ไม่ว่าจากแหล่งไหน ก็คงไม่เทียบเท่ากับ “ผลจากการกระทำ” ไปได้ ในเมื่อตัวเลขอันดับวัดคุณภาพของสนามบิน ยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้น จึงไม่สามารถนำมาตัดสินอะไรได้ แต่ถ้าวัดจากผลงานระดับบิ๊กที่ถูกกล่าวขวัญถึงใน “ข่าวคาว” บ่อยครั้งของสนามบินแห่งนี้ ก็อาจจะพอใช้ตัดสินอะไรๆ หลายๆ อย่างได้บ้าง...จริงไหม?


ความฉาวประการที่ 1 เริ่มกันที่เรื่องเบสิกๆ อย่าง “อาหาร” กันก่อน ต้องบอกว่า “ฟูดคอร์ตสุวรรณภูมิ” เหมาะกับฟูดคอร์ตของสนามบินจริงๆ เพราะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความรู้สึก “เฉียดฟ้า” ได้อย่างที่อาจไม่ได้รับจากที่ไหน นั่นคือราคาที่เรียกได้ว่า “แพงลิ่วเฉียดฟ้าจนไม่กล้าหิว!” นั่นเอง

“เบอร์เกอร์ 300-500 บาท, ผัดไทยกุ้งสด 280 บาท, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น 250 บาท, ข้าวผัดเจ 200 บาท, น้ำอัดลมกระป๋องเล็ก 100 บาท, น้ำแร่ 45 บาท ฯลฯ”

นี่คือราคาอาหารภายในฟูดคอร์ต อาคารผู้โดยสารขาออก ภายในประเทศ ที่เล่นเอากลุ่มผู้เดินสำรวจถึงกับอึ้งในราคาอันสูงลิบ จนเคยเป็นปัญหาให้สื่อส่องสปอตไลต์เล่นประเด็นตีแผ่กันมาแล้ว
 
กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงพื้นที่จัดการและไล่บี้ควบคุมให้ราคาอยู่ในจุดที่เหมาะสม คือต้องไม่ค้ากำไรเกินควร ต้องตั้งราคา “ไม่สูงเกิน 25 เปอร์เซ็นต์จากราคาท้องตลาดทั่วไป” เหล่าร้านค้าฉวยโอกาสบนทำเลทองเหล่านั้นจึงค่อยๆ ลดกำแพงหน้าเลือดของตัวเองลงมา


ความฉาวประการที่ 2 ที่ขาดไม่ได้คือ “แท็กซี่สุวรรณภูมิ” ที่ทำให้เกิดประเด็นเดือดหลายครั้งหลายครา และหนึ่งในนั้นก็คือการประท้วงของเหยื่อชาวญี่ปุ่น "Koki Aki" ที่โพสต์ประจานทั้งเวอร์ชันภาษาไทยและญี่ปุ่น จนส่งให้ชายคนนี้กลายเป็นไอดอลแฉแท็กซี่ชื่อดังไปเลยจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

“คือสนามบินที่แพงที่สุด คือสนามบินที่น่ารังเกียจมากที่สุด ผมพูดได้เลยว่า สนามบินสุวรรณภูมิคือความน่าอายของประเทศไทย”

นี่คือถ้อยคำที่เขามอบให้แก่ “แท็กซี่สุวรรณภูมิ” เอาไว้ หลังถูกยัดเยียดให้เหมาจ่ายค่าแท็กซี่ ณ คิวรถสุวรรณภูมิ เรียกรถไปสะพานควายแต่คิด 700 บาท แม้จะพยายามส่งเรื่องร้องเรียนไปทั่ว แต่กลับไม่มีใครไยดี จนเหยื่อรายดังกล่าวถึงกับตั้งข้อสงสัยเอาไว้ว่า นี่คงเป็นขบวนการฮั้วกันโกงตั้งแต่คนกดบัตรคิว, คนขับแท็กซี่ ไปจนถึงเจ้าของคิว

เรียกได้ว่าจากเหตุการณ์นั้น เล่นเอาภาพลักษณ์ของแท็กซี่ไทยที่แย่อยู่แล้ว ยิ่งเละไม่เหลือชิ้นดี ส่งให้การท่าอากาศยานต้องประสานกับกรมการขนส่ง ออกมาล้างบางจัดระเบียบกันใหม่ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ดูเหมือนจะยังมีการร้องเรียนกันออกมาเป็นระยะๆ ไม่ขาดสาย


ความฉาวประการที่ 3 คือ “การหากินกับขยะ” ผุดแม่ค้าผู้ยึดอาชีพ "ขายเครื่องสำอางมือสอง ยึดจากผู้โดยสารสนามบิน" ออกมาโพสต์ขายของจนผู้คนจับได้ สาวไปถึงกระบวนการเปิดตลาดเถื่อน ค้ากำไรจากของเหลวมือสอง ขายของที่ถูกยึดจากสนามบิน

ขบวนการฉาวที่ว่านี้ แหล่งข่าววงในแฉว่า มีพนักงานฝ่ายภาคพื้นรู้เห็นเป็นใจในการโกยของยึดมาเปิดขายในตลาดมืด เก็บเงิน “หลักแสน” ต่อการเหมาซื้อ 1 เที่ยวเพื่อเลือกแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำยี่ห้อดี ไม่ก็ “หลักหมื่น” เพื่อประมูลซื้อ “สินค้าถุงดำ” ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมมาให้ ไปขายทอดตลาดอีกต่อหนึ่ง

แม้ภายหลังจะมีคำชี้แจงจากผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) ออกมาว่า ทางท่าอากาศยานไม่เคยหากินกับขยะก็ตาม โดยอธิบายว่า “การยึดของเหลวที่มีปริมาณเกินกำหนด จากผู้โดยสารที่ไม่ได้นำโหลดใต้ท้องเครื่อง ทางเราจะนำไปทำลายเป็นประจำทุกปี” แต่เรื่องฉาวๆ เรื่องนี้ก็ยังสร้างความคลางแคลงใจให้แก่ผู้ถูกเจ้าหน้าที่ยึดสิ่งของกันมาจนถึงทุกวันนี้


ความฉาวประการที่ 4 ที่สะเทือนรันเวย์ที่สุดก็คือ “การให้อำนาจอภิสิทธิ์ชน” ครั้งใหญ่ที่เพิ่งถูกตีแผ่ไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง จากการปล่อยให้แก๊งเทรด “FOREX” เข้าไปเฟซบุ๊กไลฟ์ รับเพื่อนใน “โซนต้องห้าม” บนพื้นที่ที่แทบจะถึงประตูเครื่องบินกันแบบชิลชิล จนถูกโลกออนไลน์ก่นด่า ตั้งคำถามว่า "มาตรการสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ตรงไหน?"

ชายคนที่เข้าไปไลฟ์แบบอภิสิทธิ์ชนรายนี้ ใช้ช่องทางพิเศษผ่านเข้า-ออก ที่มีไว้สำหรับพนักงานและผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงเป็นหลักฐานที่มัดชัดเจนว่า พนักงานภายในท่าอากาศยานนั่นแหละ คือผู้รู้เห็น อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปทำลายความปลอดภัยของระบบภายในจนหมดความน่าเชื่อถือ


ไม่ต่างจากเหตุการณ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านตรวจอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจค้นกระเป๋าต้องสงสัยและตรวจยึด “นอแรด” ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มูลค่ากว่า 173 ล้านบาท โดยพบภายหลังว่ามีนายตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ 2 นายเดินประกบ ร่วมส่งเสริมขบวนการสีเทา จนต้องมีคำสั่งให้เด้งออกไปในที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างย่อมๆ ที่น่าจะช่วยให้ผู้โดยสาร-ผู้ใช้บริการทั้งหลาย ตัดสินใจได้ว่า ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งนี้ เหมาะกับการจัดอันดับรูปแบบไหน แม้ไม่มีสถิติหรืออันดับใดๆ มาช่วยคอนเฟิร์ม ผลงานเก่าๆ ที่เคยทิ้งไว้ก็น่าจะให้คำตอบได้ว่า ควรให้รางวัล “ยอดเยี่ยม” หรือ “ยอดแย่” แก่ “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”


ข่าวโดย ผู้จัดการ Live




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754